รัฐบาลจัดทำของที่ระลึกเป็น"พระสังฃ์เลี่ยมทอง"เพื่อทูลเกล้าฯถวายในหลวง เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
ดูจากรูปแล้วสวยมาก คนทำทำเก่งจัง สงสัยจะใช้เวลาทำนานมากๆ ดูจากรูป
เอารูปในหลวง ในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มาฝากกัน
มีรูปในหลวง เมื่อครั้งทรงพระเยาว์
รูปในหลวงขณะประทับที่บริเวณชายหาดหัวหิน
รูปในหลวง-ราชินี
คลิ๊กที่รูปจะได้รูปใหญ่ (รูปใหญ่นะคะ อาจโหลดนานหน่อย)
นกน้อยนี้กำลังสูญพันธุ์เพราะเรากินปลาทะเลมากเกินไป เชื่อมั้ยเราจับกินปลาทะเลอย่าง ปลาทูน่า, ปลาค้อด หมดไปแล้ว 90% ภายใน 100 ปีที่ผ่านมานี้
รายงานใหม่เอี่ยมจาก UN บอกว่าเราบุกรุกทะเลมากเกิน เรือประมงขนาดยักษ์ของพวกบริษัททำปลาทูน่าอะไรพวกนี้ จับปลารวมกันถึง 60% ของปลาที่จับได้จากทะเลทั้งโลก
เรือพวกนี้ชอบออกจับปลานอกเขตน่านน้ำและใช้วิธี Longline Fishing หรือจัับโดยใช้ตะขอเป็นพันๆตัวลากด้วยสายยาวๆ วิธีนี้ทำให้เต่าทะเลและนก Albatross น่ารัก นี้ตายตามไปด้วย นกทะเลและ นกอัลบาทรอสนี้ตายเพราะเรือยักษ์นี้ปีละเกือบครึ่งล้านตัว
นกอัลบราทอส 19 สายพันธุ์ุ์จาก 21 สายพันธุ์ุ์กำลังจะสูญพันธุ์นะ
เรื่องราวดีๆ...น่าสนใจนำมาแบ่งปันค่ะ.. คุณนิติ ภูมิเนาวรัตน์ เขียนเรื่องนี้ลงไว้ใน "เปิดฟ้าส่องโลก" เรื่องของนายแพทย์ปิโยรส
ผู้อ่านท่านที่เคารพ ในชีวิตของคนเรานี่นะครับ บางครั้งก็อดไม่ได้
ที่จะแอบศรัทธาและภูมิใจในการกระทำของคนอื่น ผมเองก็ชื่นชมศรัทธาผู้คนอยู่หลายท่าน หนึ่งในนั้นก็คือ นายแพทย์ ปิโยรส ปรียานนท์ เจอคุณหมอครั้งแรกเมื่อผมไปสอนที่ วิทยาลัยการทัพเรือซึ่ง ตอนโน้นคุณหมอเป็นนักเรียนแพทย์ทหารอยู่
หลังจากนั้นคุณหมอซึ่งเป็น ประธานมูลนิธิดวงแก้วก็ชวนผมไปหลายประเทศเพื่อนำทีมหมอไทย ไปช่วยผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการแพทย์ ผมได้แต่ส่งลูกน้องไป ไม่เคยร่วมเดินทางกับคุณหมอและทีมงานมูลนิธิดวงแก้วซักที
เมื่อเกิดเหตุการณ์สึนามิถล่มเอเชียและแอฟริกา
คุณหมอและทีมงานมูลนิธิขนเครื่องใช้และอุปกรณ์การแพทย์
เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบพบเคราะห์กรรมอย่างเงียบๆ
แต่ละวันทีมงานของคุณหมอทำแผลให้คนไข้จนถึงตีห้า คลื่นยักษ์สึนามิเกิดในวันที่ 26
คุณหมอลงไปช่วยจนวันที่ 30 ธันวาคม ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าคุณแม่ป่วยหนัก
จึงต้องขึ้นกรุงเทพฯเพื่อมารักษาคุณแม่
คุณแม่หายดีแล้ว คุณหมอก็ลงไปช่วยเพื่อนมนุษย์อีก สถานการณ์
ในเมืองไทยได้รับการช่วยเหลือจาก ผู้คนในประเทศดีกว่าชาติอื่น
คุณหมอก็จึงเตรียมข้าวของมากถึง 5 ตัน นำบินตรงลงไปยังประเทศศรีลังกา
ผมเจอคุณหมอโดยบังเอิญบนเครื่องบิน และยังได้พบกันอีกครั้งในขณะที่คุณหมอและ ทีมงานปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบพบเคราะห์กรรมอยู่ที่ตำบลกัลมุไนคูดี
ซึ่งที่นี่เป็นเขตอิทธิพลของพยัคฆ์ทมิฬอีแลม พวกกบฏแบ่งแยกดินแดน
คุณหมอและทีมงานบรรจุยากันจนถึงตีสองตีสาม กลางวันก็ตระเวนไปตาม คามนิคมต่างๆ ทุกท่านใส่เสื้อที่มีธงชาติไทยติดไว้ที่หน้าอก ไปทางไหนผมได้ยินแต่ผู้คนส่งเสียงชื่นชม ไทยแลนด์ด็อกเตอร์ๆๆๆ มีแต่ไทยด็อกเตอร์เท่านั้นที่ไปได้ถึงผู้คนในชนบท บางครั้งทีมของคุณหมอก็เจออุปสรรคในการทำงาน เพราะทหารศรีลังกาต้องการสิ่งของบริจาคไปเก็บไว้ (ใช้เอง?) ในค่ายทหาร
นายแพทย์ปิโยรสเป็นหมอที่มีความรู้ดีมากท่านหนึ่ง จบแพทย์จุฬาฯ แล้วก็ไปต่อด้านศัลยกรรม ที่ญี่ปุ่นอีก 5 ปี และเรียนอีกหลายที่ครับ เช่น ที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์โชวะแห่งญี่ปุ่น เรียนปริญญาเอกทางพันธุวิศวกรรมการแพทย์จามหาวิทยาลัยโตเกียว ไปศึกษาเน้นด้านศีรษะและคอที่ศูนย์มะเร็งแห่งชาติชิบะ จากนั้นได้ทุนไปต่อที่ศูนย์การแพทย์เมาท์ไซนายที่นิวยอร์ก พันธุวิศวกรรมการแพทย์ ที่เอ็มไอที และยังทำวิจัยต่อที่มหาวิทยาลัยลอนดอนของอังกฤษ ฯลฯ
คุณสมบัติชั้นยอดและมันสมองชั้นเยี่ยมอย่างคุณหมอปิโยรสนี่ มีแต่สถาบันการแพทย์ดังๆ ของโลกอยากได้ตัว ในวัย 46 ปี ขณะนี้คุณหมอมีโอกาสทำเงินได้มาก
แต่คุณหมอกลับทำตัวเรียบง่าย ในสมองสนใจแต่ว่าจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
ได้อย่างไรแต่เพียงเท่านั้น ช่วยโดยไม่สนใจว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาไหน
และที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่อยากเป็นข่าว ไม่ต้องการประชาสัมพันธ์
ปรารถนาที่จะมีชีวิตเรียบๆเงียบๆ แต่มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ
ตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากสึนามิของทางการศรีลังกาคือ 30,721 คน แต่คุณหมอและผมเชื่อว่า ในความเป็นจริงมีมากกว่านั้นเยอะ เพราะบางที่มีการฝังโดยไม่มีการนับจำนวนและ ไม่ได้แจ้งทางราชการ ในการเดินทางไปศรีลังกาครั้งนี้
ผมยังบังเอิญได้พบกับทีมขององค์การอนามัยโลก ที่ส่วนใหญ่ขับรถยนต์ไปตรวจตราแล้วก็ (อาจจะ) เขียนรายงาน โดยไม่ได้ลงไปช่วยเหลือชาวบ้านจริงๆอย่างทีมมูลนิธิดวงแก้ว
คนเราดวงจะเจอกันครับ ผมเจอคุณหมอปิโยรสโดยบังเอิญอีกครั้ง
ขณะที่กำลังนั่งรอเครื่องบินที่กรุงโคลัมโบ คุณหมอต้องรีบบินกลับเมืองไทย
เพราะมีโทรศัพท์แจ้งว่าอาการของคุณแม่เข้าขั้นวิกฤติ
เราถึงเมืองไทยในเวลาเที่ยงของอังคารวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2548 คุณหมอรีบตรงดิ่ง ไปยังโรงพยาบาล ได้กราบเท้าคุณแม่ซึ่งกำลังป่วยหนัก พอได้พบหน้าลูกชาย คุณสินทรา ปรียานนท์ ก็จากโลกนี้ไปเมื่อเวลา 17.00 นาฬิกา
ศพคุณแม่ของคุณหมอปิโยรสตั้งอยู่ ณ ศาลา 7 วัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพฯ
คุณแม่สินทราจากโลกนี้ไปแล้ว
โดยทิ้งลูกชายไว้ช่วยมนุษยชาติ.
นิติภูมิ นวรัตน์
ตอนนี้แนวความคิดที่ว่า เรียนให้จบก่อนแล้วค่อยหาแฟนนั้น เริ่มเป็นค่านิยมที่ใช้ไม่ได้แล้วในจีน เพราะคนที่ยังไม่มีคนรักหลังเรียนจบมักจะหาแฟนไม่ได้เพราะมัวแต่มุ่งเรื่องงาน ไม่มีเวลาไปจีบสาว และขอบเขตของการรู้จักกันก็แคบมาก ทำให้ไม่ได้เจอคนที่ถูกใจจริงๆ
มีหลายคู่ที่พ่อแม่หนุนให้มีแฟนเพราะจะได้มีเพื่อนไปเรียนต่อต่างประเทศด้วยกัน ตอนนี้นักศึกษาในจีนมักจะโดนป่าป๊า กับ มาม๊า บังคับให้หาแฟนในวัยเรียนเพราะมีให้เลือกเยอะ
เอ้อ มีบังคับให้หาแฟนด้วย สมัยก่อนนี่ถ้าจะมีคนรักสักคนในวัยเรียนเป็นเรื่องต้องห้ามมาก เพราะกลัวลูกเรียนไม่จบ ตอนนี้ใครยังไม่มีแฟนในวัยเรียนให้รีบหาซะนะคะ เดี๋ยวพอเรียนจบแล้ว จะหาแฟนได้ยาก คนจีนเค้าเจอมาเยอะแล้ว ว่าหาแฟนไม่ได้หน่ะ :)
เมื่อปี 20 ปีก่อน หลังจากร่วมเล่นดนตรีกับในหลวงของเรา Lionel Hampton นักดนตรีแจ๊ซแห่งตำนานคนหนึ่งเอ่ย.. "He is simply the coolest king in the land"
นักดนตรีแจ๊สชื่อก้องโลกอีกมากมายได้มีโอกาสร่วมแสดงดนตรีกับพระเจ้าอยู่หัว อาทิ Benny Goodman, Stan Getz, และ Benny Carter ผู้ซึ่งอยู่ในภาพถ่ายนี้ร่วมกับในหลวง นับเป็นครั้งที่ 2 ที่เค้าได้รับเชิญให้ไปเล่นดนตรีในวัง
นักดนตรีชั้นนำเหล่านี้รู้ดีว่าถ้าพระองค์ไม่ได้เป็นกษัตริย์ ท่านต้องเป็นนักดนตรีแนวหน้าของโลกแน่นอน
"I'm sure if he didn't have the job he has now, he'd be successful as a bandleader."
Les Brown หัวหน้าวงดังซึ่งได้เคยขอพระราชทานบรรเลงและบันทึกบทเพลงพระราชนิพนธ์ กล่าว
บทเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกคือ "Candlelight Blues" และเพลงที่เป็นที่ติดหูคอเพลงแจ๊ซต่างชาติก็คือ "Love at Sundown" และ "Falling Rain"
ดาวน์โหลดและฟังเพลงพระราชนิพนธ์ได้ที่เว็บเครื่อข่ายกาญจนาภิเษก
ประกวดกันสดๆร้อนๆ เมื่อเช้านี้ สำหรับคนที่ได้ Miss Universe 2007 ได้แก่ Riyo Mori จาก Japan(ญี่ปุ่น)
สำหรับ ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม ตัวแทนจาก ประเทศไทย ได้เข้าถึงรอบ 15 คนสุดท้าย แต่ไม่ผ่านรอบ 10 คนสุดท้าย
Miss Japan สวย สง่า สมกับที่ได้ตำแหน่งจริงๆ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประสูติเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2470 ตรงกับวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น 12 ค่ำ ปีเถาะ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช พระราชโอรสพระองค์เล็กในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ และหม่อมสังวาลย์ ประสูติ ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสสาซูเสตต์ สหรัฐอเมริกา ทรงมีพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
พระนาม "ภูมิพลอดุลยเดช" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานมาจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 มีความหมายว่า "ผู้ทรงกำลังอำนาจไม่มีอะไรเทียบในแผ่นดิน"
และในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 นี้ เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ทรงพระราชทานชื่องานว่า "พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี"
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม