สังเกตุตามทีวี เครื่องเล่นวีซีดี จะมีไฟแดงๆเวลาเสียบปลั๊ก? เราไม่ใช้มันก็แดงยังงั้น ข้างไฟมักเขียนว่า "Stand by" ไอ้นี่แหละ ที่อังกฤษเค้าจะให้เป็นสิ่งผิดกฏหมายแล้ว เค้าว่ามันกินไฟตั้ง 8% ของไฟฟ้าที่ใช้ตามบ้านทั้งหมด
อันนี้แค่เบาะๆ รัฐบาลอังกฤษตั้งใจประหยัดการใช้พลังงานมาก ขนาดบ้านสร้างใหม่ต้องผ่านมาตรฐานประหยัดพลังงานแบบสุดเข้ม แถมรณรงค์ให้แต่ละบ้านติดแผงพลังงานแสงอาทิตย์ด้วย
ยังไม่พอ เค้าว่าต่อไปจะเปลี่ยนการให้เงินโรงไฟฟ้าใหม่ ถ้าโรงงานไหนจ่ายไฟน้อย ให้เงินมาก ..เหวอ
ฝอยมาทั้งหมดนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของแผนพลังงาน 20 ปี ที่จะให้ อังกฤษเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน (ประหยัดพลังงาน) และเปลี่ยนแหล่งพลังงานเป็นอะไรที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
ตอบปฏิเสธออกไปตรงๆ โดยพูดเน้นคำว่า “ไม่” สัก 2 ครั้ง เพื่อให้คู่สนทนารู้ว่า คุณไม่ต้องการ หรือทำในสิ่งที่เขาขอร้องไม่ได้จริงๆ ก่อนปิดท้ายด้วยคำว่า “ขอบคุณ” ให้ดูดีมีมารยาท ตัวอย่าง เหตุการณ์ที่ หลายคนต้องพบเจออยู่เป็นประจำ เช่น หากมีใครมาชวนไปทานข้าวกลางวัน แต่คุณไม่อยากไป หรือไปไม่ได้ให้ตอบว่า “ไม่ค่ะ ฉันไปไม่ได้จริงๆ ขอบคุณค่ะที่ชวน”
การสะท้อนถึงคำว่า “ไม่” สำหรับเทคนิคนี้มีหลักการคือ ก่อนคุณจะปฏิเสธนั้น ให้คุณขึ้นต้นด้วยประโยคที่สื่อได้ว่า คุณรู้ในสิ่งที่คนชวนต้องการ แต่คุณก็ไปด้วยไม่ได้จริงๆ (สะท้อนให้เขารู้ ว่าคุณเข้าใจความต้องการหรือเจตนาเขา ก่อนจะตอบปฏิเสธ) ตัวอย่าง “ฉันทราบค่ะว่าคุณอยากคุยกับฉัน เกี่ยวกับแผนงานประจำปีในมื้อกลางวันนี้ แต่ฉันไปด้วยไม่ได้จริงๆ ค่ะ”
บอกเหตุผลในการปฏิเสธ สำหรับเทคนิคนี้ ต้องเน้นนะคะว่า ให้บอกเหตุผลในการปฏิเสธเพียงสั้นๆ เท่านั้น เอาแบบ สั้น ง่าย ได้ใจความ อย่าเยิ่นเย้อ หรือชักแม่น้ำทั้ง 5 มาสาธยาย เพราะนั่นจะยิ่งทำให้ดูน่ารำคาญ และไม่จริงใจ เหมือนพยายามหาข้ออ้างมาปฏิเสธมากกว่า ตัวอย่าง “ฉันคงไปทานข้าวเย็นกับคุณไม่ได้ เพราะมีงานที่ต้องทำให้เสร็จภายในค่ำนี้”
ปฏิเสธแบบต่อรอง อัน นี้เป็นมุมมองการปฏิเสธแบบนักธุรกิจสักหน่อย หลักการอยู่ที่ว่า หากคุณทำในสิ่งที่เขาขอร้อง หรือชักชวนในครั้งนี้ไม่ได้ ก็ให้ยื่นข้อเสนอไปว่า เอาไว้คราวหน้าได้ไหม? ตัวอย่าง “ฉันไปทานข้าวกับคุณวันนี้ไม่ได้จริงๆ เอาไว้เป็นโอกาสหน้าก็ได้ไหมคะ”
การปฏิเสธแล้วถามกลับ เทคนิคข้อนี้มีหลักการคือ เมื่อพูดปฏิเสธไปแล้ว ให้ยิงคำถามกลับไปทันที ตัวอย่าง (ขอยกตัวอย่างประโยคการปฏิเสธที่แอบหยอดคนชวนไว้เล็กๆ) “เราคงไปทานข้าวมือกลางวันในวันนี้ไม่ได้จริงๆ แต่มันจะมีโอกาสหน้าอีกไหมคะ ที่เราจะได้ไปทานด้วยกัน”
ทวนคำปฎิเสธ เทคนิคสุดท้ายนี้ ถือว่าได้รับความนิยมที่สุด เพราะเป็นเทคนิคการพูดที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่า เราใส่ใจเขา และในความจริงแล้ว เราเองก็ไม่ปฏิเสธเขาแต่มันจำเป็นต้องปฏิเสธจริงๆ นั่นคือ เทคนิคการทวนคำปฏิเสธหลายๆ รอบ ด้วยประโยคต่อๆ กัน ตัวอย่าง “เราคงไปทานข้าวกับเธอไม่ได้จริงๆ อยากไปด้วยนะแต่ไปไม่ได้ จริงๆ นะ ถ้าไปได้วันนี้คิดว่าจะเลี้ยงเธอเลย แต่มันไปไม่ได้จริงๆ” (แอบขำทำเป็นเนียนว่าจะเลี้ยงเขาซะด้วย)
ใครที่เจอคนตื้อบ่อยๆ ลองทำตามคำแนะนำดูนะคะ ไม่แน่น้า เค้าอาจจะถอยทับไปเองก็ได้ ถ้าเจอคำปฏิเสธบ่อยๆ
ยังคงมองหาผู้หญิงที่ใช่ : ไม่มีทีท่าว่าจะขอคุณแต่งงาน เพราะเหตุผลที่ว่า "คุณยังไม่ใช่!! สำหรับผม" เพราะส่วนใหญ่ผู้ชายมักจะเลือกมากกว่าผู้หญิง
ยังสนุกกับงาน : เหตุผลข้อนี้เป็นเหตุผลใหญ่ของผู้ชายหลายๆ คน ที่ยังอยากใช้ชีวิตทำงานอย่างเต็มที่ เพราะการงานที่สร้างทั้งรายได้และฐานะย่อมทำให้หนุ่มๆ ไม่ยอมสละทิ้ง
ยังรักชีวิตอิสระ : เพราะช่วงชีวิตสุดพิเศษที่อยากไปไหนก็ไปได้ อยากทำอะไรหรือกินอะไร เล่นสนุกและปาร์ตี้กับเพื่อนจนดึกดื่นแค่ไหนก็ไม่มีใครมาคอยถ่วงคอยห้าม
ยังรักสนุกกับการหว่านเสน่ห์ไปเรื่อยๆ : เรื่อง อะไรที่หนุ่มๆ จะอยากผูกสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับผู้หญิงเพียงคนเดียว หากเขายังไม่พร้อมที่จะมีแม่ของลูก
ยังอยากเก็บเงิน : (เป็นของตัวเอง) แน่นอน!!! คำว่าแต่งงาน หมายความว่า เขาต้องนำเงินเก็บหรือเงินส่วนตัวมาผลาญให้กับค่าแหวนเพชรแต่งงานเม็ดเป้ง ดอกไม้ช่อโต หรือของขวัญเลอค่าในวันพิเศษต่างๆ เมื่อยังไม่พร้อมเรื่องเงินเขาก็คงยังไม่พร้อมเรื่องคุณเช่นเดียวกัน
ยังอยากมีชีวิตแบบสันติ : อยากมีชีวิตสงบเงียบ แทนที่จะมีศรีภรรยามาคอยกวนใจ เพราะหากยังคงสถานะเป็นแฟน แล้วเขาเห็นคุณเปลี่ยนบทเป็นแม่เมื่อไหร่ เขาก็ยังสลัดคุณได้เมื่อนั้น
ยังอยากเล่นของเล่นชิ้นโปรด : ไม่ ว่าจะเป็นรถแข่ง หุ่นยนต์กันดั้ม หรือเกมเพลย์สเตชั่น เขาก็ยังอยากเล่นและเก็บเอาไว้ดูยามคิดถึงความหลัง และเมื่อมีคุณมาอยู่ข้างกายเมื่อไหร่ เงินที่ต้องสูญไปกับเครื่องเล่นเหล่านั้น จะกลายเป็นกระเป๋าและรองเท้าแบรนด์ดังในทันที
ยังรักชีวิตโสด : ใคร จะรู้ว่าการอยู่เป็นโสด ซึ่งอิสระ แถมยังมีโอกาสใหม่ๆ เข้ามา โดยไม่ต้องมีคนมาคอยให้ห่วง คอนพ่วง จะเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขที่สุดของผู้ชาย
แฟนใครที่ยังเป็นแบบนี้ เตรียมตัวเตรียมใจรอ ไว้ได้เลยค่ะ ถ้าคุณรอได้ จนวันที่เขาพร้อม นั่นแหละ เขาก็จะขอคุณแต่งงานเอง ถ้าคุณรอไม่ได้ ก็เตรียมตัว หาคนใหม่ ได้เลยค่ะ ^-^
จอภาพ : ควรห่างจากสายตาประมาณ 1 ช่วงแขน และ ตั้งกับโต๊ะที่ไม่สูงหรือต่ำเกินไป หากระยะห่างระหว่างจอกับตาไม่สัมพันธ์กัน จะทำให้รู้สึกเมื่อยล้าและปวดตาได้
ปรับแสงหน้าจอคอมฯ : ให้รู้สึกสบายตา โดยดูจากสภาพแวดล้อมในห้องด้วยว่า เมื่อส่องมากระทบจะมีแสงจ้าเกินไปหรือไม่ เพราะแสงที่สว่างมากจะส่งผลเสียต่อตาได้ง่าย
คลายความล้า : โดยหยุดพักทุก 30 นาที มองไปไกล ๆ หรือหลับตาประมาณ 5 นาที จากนั้น อาจเปลี่ยนอิริยาบถยืดเส้นยืดสาย เพื่อลดปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
หลังทำงานเสร็จ หลับตา : แล้วใช้น้ำเย็นชโลมดวงตา หรือหาผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มาปะคบประมาณ 5 นาที จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา และทำให้เลือดหมุนเวียนมาเลี้ยงดวงตาได้ดี
อย่าลืม เอาเคล็ดลับที่สะกิด เอามาฝากนี้ ไปปรับใช้กันนะคะ ^-^
z
สะกิดเอากลอนปลอบใจ จากเพื่อน มาฝากจ้า
ร้องไห้ ออกมา ถ้าเธอท้อ
ร้องเข้าไป ร้องให้พอ ที่ง้อเขา
วันพรุ่งนี้ น้ำตานั้น มันเตือนเรา
ให้ทิ้งความ เจ็บเศร้า ไว้วันวาน
เพื่อนคอยอยู่เคียงข้างเราเสมอ อย่าทิ้งเพื่อนนะคะ :)
ใครที่ไม่รู้จะเลือกซื้อ กางเกงยีนส์อย่างไร ให้เข้ากับตัวเอง ลองอ่านบทความที่สะกิดเอามาฝากดูค่ะ
ยีนส์สีเข้มดีกว่าค่ะ กางเกงยีนส์สีเข้มนั้นจะช่วยอำพรางรูปร่างให้คุณดูเพรียวขึ้น
มองหาเฉดสว่างที่อยู่บนกางเกง เฟดดิ้งลุก (Fading Look) ที่ไล่โทนสีขาวสว่างหรือสีซีดขาวบาง ๆ ที่ปรากฏอยู่บนด้านหน้าของขากางเกงสีเข้มนั้น ช่วยลวงตาให้คุณดูผอมอย่างมหัศจรรย์
สวมรองเท้ามีส้น มีความลับอยู่อย่างหนึ่ง คือรองเท้ามีส้นแม้จะสูงเพิ่มขึ้นเพียง 1 นิ้ว ก็สามารถทำให้ขาคุณดูยาวและรูปร่างคุณดูเพรียวขึ้นได้
เลือกกระเป๋าให้เหมาะสม ขนาดของกระเป๋ากางเกงถึอว่าสำคัญมาก กฏหลักคือควรเลือกขนาดของกระเป๋าให้มีความสัมพันธ์กับยีนส์ ถ้ากางเกงตัวใหญ่ กระเป๋ากางเกงก็ควรจะใหญ่ด้วยเช่นกัน
ตะเข็บช่วยได้ แนวการเย็บตะเข็บข้างที่เย็บให้เห็นเป็นแนวทางด้านหน้านั้น ช่วยให้คุณดูผอม
ปลายขากางเกงยาวๆ ดีกว่า ช่วงระยะความห่างระหว่างปลายขากางเกง กับรองเท้าของคุณนั้นมีความสำคัญไม่น้อยเช่นกัน เพราะขากางเกงที่ยาวจนเหลือช่องว่างระหว่างกางเกงกับรองเท้าน้อย คุณก็จะยิ่งดูเพรียวมากขึ้น
อย่าสวมกางเกงไซส์เล็กกว่าตัว อย่าพยายามแสร้งว่าคุณสวมไซส์ 27 ทั้งที่คุณมีไซส์ 29
เป็นยังไงคะ ไม่ยากเลยใช่ไหม ซื้อกางเกงยีนส์คราวหน้า ลองเอาคำแนะนำนี้ไปปรับใช้ดูค่ะ รับรอง ไม่ผิดหวัง
ฮวงจุ้ยก็มีผลกับการทำงานเหมือนกันนะคะ ถ้าไม่เชื่อ ลองอ่านบทความที่เอามาฝากค่ะ
มุมตั้งโต๊ะทำงาน : ที่ดีควรตั้งให้สามารถมองเห็นประตูทางเข้าได้ แต่ไม่ควรตั้งโต๊ะ ตรงกับประตูทางเข้าเลย ส่วนด้านหลังของโต๊ะ ควรเป็นผนังทึบ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ เช่น ตู้เอกสาร เพราะตามหลักฮวงจุ้ยบอกไว้ว่า การนั่งตำแหน่งนี้เสมือน มีภูเขาอยู่ด้านหลัง มีผู้หลักผู้ใหญ่คอยสนับสนุนช่วยเหลือ
หลีกเลี่ยงการตั้งโต๊ะ หันหน้าเข้าหากำแพง หรือฉากกั้นห้อง : เพราะจะเป็นการลดทอนอำนาจ และพลังในการทำงาน ด้านหน้าของโต๊ะควรเป็นที่โล่ง มองเห็นวิวได้กว้างไกล สังเกตมั้ยคะว่าเวลาที่นั่งอยู่กับที่นานๆ พอเงยหน้ามาก็เจอผนังทึบ หรือฉากกั้น ให้ความรู้สึกอึดอัดแค่ไหน แต่ถ้าเห็นที่โล่ง ความรู้สึกเราจะโปร่งสบายขึ้น
การจัดโต๊ะ : ตรงกลางของโต๊ะควรเว้นว่างไว้ เพื่อให้โล่งเหมาะกับการไหลเวียนของพลังงาน ส่วนมุมด้านซ้ายเชื่อว่าเป็นพื้นที่เกี่ยวกับความรู้ สติปัญญา ควรจัดวางกองเอกสาร กองหนังสือ ไว้ด้านนี้ ส่วนมุมขวามือเป็นจุดของการติดต่อสื่อสาร ให้วางปากกา โทรศัพท์ หรือสมุดบันทึก
ด้านขวามือของโต๊ะ ตามหลักฮวงจุ้ยบอกว่า ไม่ควรเป็นทางเดิน : เพราะเชื่อว่า การที่ด้านขวามือของเราเคลื่อนไหว หรือเป็นทางเดิน จะทำให้งานเกิดความไม่แน่นอน อาจทำให้อยากเปลี่ยนงาน หรือออกจากงานได้ ถ้าสังเกตให้ดี บางทีคุณจะพบว่าเพื่อนร่วมงาน ที่มีด้านขวาของโต๊ะเป็นทางเดิน มักจะมีงานเยอะ งานล้นมือ และเหนื่อยหน่ายกับการทำงานมากกว่าคนอื่น
สีของโต๊ะทำงาน : ถ้าเป็นสีดำจะดีสำหรับธุรกิจการเงิน สีอ่อนๆเหมาะกับคนที่เริ่มต้นลงทุนใหม่ๆ ส่วนโต๊ะที่มีสีสันเหมาะกับคนที่ทำงานคิดสร้างสรรค์
ถ้ามีคอมพิวเตอร์อยู่ด้วย : Screen Saver ของหน้าจอไม่ควรมีรูปเป็นมุมแหลม หรือกากบาท ควรเป็นรูปปลาว่ายน้ำ เคลื่อนไหวตลอดเวลาจะดีที่สุด
ลองทำตามหลักฮวงจุ้ยนี้ดูนะคะ เผื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
ลองอ่านกันดูนะคะ แล้วนึกดูว่า ตอนนี้มีคนแบบนี้อยู่ใกล้ๆบ้างไหม
เวลานึกถึงเค้า เค้าจะโทรมาพอดี หรือไม่ก้อโผล่มา
เวลามองหน้ากันใจจะเหมือนโดนอะไรบางอย่างสะกดจิต
เวลาเราอยากได้ใครสักคนมาเป็นเพื่อนเค้าก้อจะโผล่มาพอดี
ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าใคร
เวลาอยู่กับเค้าเราจะไม่รู้สึกเกร็งแต่จะรู้สึกดีที่สุด
สัญญาณแบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆนะคะ เมื่อเจอแล้ว อย่าปล่อยไปนะ สำหรับคนที่ยังไม่เจอ ขอให้เจอเร็วๆนะคะ :)