กลอนนี้ เปรียบเทียบความรักกับทะเล
สูดกลิ่นไอแห่งความอบอุ่น
ก้อนเมฆเหมือนปุยนุ่นขาว - ขาว
แดดส่องคลื่นวิ่งไล่เป็นสายพราว
หาดทรายยาวทอดไปสุดสายตา
อยากให้เธออยู่ตรงนี้
ร่วมซึมซับความรู้สึกดี - ดี ที่ตรงหน้า
เผื่อเธอจะเข้าใจในเวลา
ที่ฉันบอกเธอว่า"รักเธอเหมือนทะเล"
อ่านแล้ว คิดถึงทะเลจัง :)
“ความรัก” ของหลายคน อาจไม่อ่อนหวาน
แต่ทุกคน(ส่วนใหญ่) อาจจะมี “ความรัก” ที่อ่อนไหว
จะมีใครบ้างที่ไม่เคยอมยิ้มคนเดียวเพราะ "ความรัก"
และจะไม่มีใครบ้างที่ “ความรัก” ไม่เคยทำให้ร้องไห้แม้แต่ครั้งเดียว
หลายคนจึงบอกว่า
“ความรัก” เป็นเหมือน “ทะเล”
มีเวลาที่นิ่งสงบ มีเวลาที่มีคลื่นลม
มีเวลาที่สวยงาม และมีเวลาที่น่ากลัว
แต่ถึงอย่างไร ใครต่อใครก็ยังอยากจะไปทะเล
เช่นกันไม่ว่าจะอย่างไร ใครต่อใครก็ยังอยากจะมีความรัก
แม้ว่ารักนั้นจะเป็นรักข้างเดียว
แม้รักนั้นจะทำให้ทุกข์ทรมานสักเพียงใด
แม้รักจะทำให้หลับไปทั้งน้ำตาของความเสียใจก็ตาม
แล้วจะรักแบบไหน? ให้พอดีในความอ่อนไหว
ไม่จืดชืดเย็นชาจนน่าเบื่อ ขณะเดียวกันก็มีความมั่นคงในใจ
คำตอบที่มีให้ คือให้ รั ก กั น แ บ บ ทะ เ ล
โดย ห่วงใยกัน ให้มากเท่าเท่ากับเม็ดทราย
ให้อภัยกัน ให้ได้ . . . ..
เหมือนที่ทะเลไม่เคยโกรธเกลียวคลื่น
ไม่ว่าคลื่นจะโหมกระหน่ำรุนแรงแค่ไหน
ในบางครั้งที่ต้องห่างไกล หัวใจก็ต้องคงมั่นได้เหมือนโขดหิน
ไม่เปลี่ยนใจง่าย ไม่อ่อนไหวไปรักคนอื่น
ให้ความอิสระ เหมือนอย่างนกทะเลต้องการจากท้องฟ้า
อย่ากักขังคนรักไม่ให้คบเพื่อน ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น
ความผูกพันไม่ใช่คุก ถึงจะคบกันแล้วก็ไม่ได้หมายความว่า
ต้องสบตาฉันคนเดียวเท่านั้น
และไม่ทำตัวเป็นเจ้าของหรือออกกฏหมายบังคับอีกคน
เพราะทะเลก็ยังไม่เคยครอบครองปลา
แล้ว “ความรัก” ที่แม้จะดูอ่อนไหวและแปรปรวน
ก็จะเป็น “ความรัก” ที่มีอยู่นาน เช่นเดียวกับที่ทะเลมีอยู่บนโลกนี้
ความไว้ใจ การอยู่คนละที่ย่อมมีชีวิตทางสังคมที่แตกต่างกัน พยายามทำความเข้าใจสังคมของกันและกัน ไว้ใจและเชื่อในในสิ่งที่เขาทำ อย่าคอยจับผิดหรือหวาดระแวงจนน่ารำคาญ ดีไม่ดีเขาทำประชดขึ้นมาละก็...ยุ่งเลยนะ
อย่าแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ยอมผ่อนปรนให้เขาได้หายใจหายคอบ้าง ถ้าอยากให้ความสัมพันธ์มั่นคงก็ต้องใช้เวลาบ่มเพาะพอสมควร ไม่ใช่ว่าพอตกลงเป็นแฟนกันปุ๊บก็แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทันที
ใช้ประโยชน์จากการสื่อสาร ใช้การสื้อสารที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เป็นประโยชน์
ยอมรับธรรมชาติของการอยู่ไกลกัน ทั้งเราและเขาต้องยอมรับให้ได้ว่า การมีความรักที่ต้องอยู่ห่างกันคนละทิศละทางแบบนี้ ย่อมไม่มีอะไรแน่นอน สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา กะเกณฑ์อะไรให้ตายตัวไม่ได้
แต่ทางที่ดี ถ้าเราไปกับเขาได้ ถึงแม้ว่าจะเสียอะไรบางอย่างไปเล็กน้อย ก็คุ้มค่ากว่า การเสียคนรักไปนะคะ :)
//// :::นึกถึงวันที่เอาเงิน 1 แสนบาท ไปคืน... ขอบคุณมากครับ คุณลุง..อย่าเสียใจไปเลยครับ ///
.....................ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้หลายปี เพื่อนบ้านก็ดี มีน้ำใจ ข้างบ้านรั้วติด กัน มีคุณลุงคนหนึ่ง เป็นข้าราชการบำนาญ เกษียณมาหลายปีแล้ว ภรรยาเสีย ตั้งแต่เรายังไม่ย้ายเข้ามา ลูกๆ ทั้ง 3 คน ต่างก็แต่งงาน มีครอบครับ ไปอยู่ที่จังหวัดอื่นๆ กันหมด ..ลุงแกก็อยู่บ้านคนเดียว มาเกือบ 10 ปี
..........เราได้รู้จักลุง ก็ได้เห็นในน้ำใจไมตรี เป็นคนใจดี อบอุ่น น่ารัก ..มีโรคประจำตัวตาม ประสาคนแก่ คือเบาหวาน ความดัน และเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ไปตามปกติ...
ด้วยความที่อยู่บ้านคนเดียว บางครั้งเจ็บป่วย ก็ลำบากหน่อย เพราะไม่มีลูกหลาน คอยช่วย เหลือ ช่วงเวลาหลายปี ที่ผ่านมา เราก็ได้มีโอกาสได้ช่วยเหลือ พาไปหาหมอ พาไปทำธุรต่างๆ และถ้า ป่วยหนัก ถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ก็จะช่วยโทรตามลูกๆ ของแกให้.. ..............................ลูกๆ ก็จะมาเยี่ยมบ้าง ไม่มาบ้าง แล้วแต่โอกาส
แต่ !!! เรารู้ว่า คุณลุงเหงา !!!!..... บ่อยครั้งที่คุณลุงจะบ่นถึงคุณป้า ซึ่งเราไม่เคยเจอตัวจริง ได้เห็นแต่ในรูป เพราะ ท่านเสียไป หลายปีแล้ว ก่อนที่เราจะได้ย้ายมาอยู่ที่นี่...
..........ช่วงเทศกาล ปีใหม่ สงกรานต์ เมื่อบ้านอื่นๆ เขามีลูกๆ มาเยี่ยม เราเห็นคุณลุงนั่งเหงาเพียงลำพัง เราก็ซื้อของขวัญ ของกิน ของใช้ บางครั้งก็เป็นพวก ผลไม้บ้าง เครื่องดื่มบ้าง ไปไหว้ ...ลุงก็ดีใจ ให้ศิลให้พร กันยกใหญ่ ...
แล้ว!!!.................
ท่านก็ได้แต่ รำพึง รำพัน ถึงลูกๆ ......จนน้ำตาไหล ท่านได้แต่เฝ้ารอ นั่งมองแต่ ประตูหน้าบ้าน รอว่าเมื่อไร จะมีรถของลูกๆ กลับมาเยี่ยมบ้างในช่วงเทศกาล ................................... หลายปีมานี้ คุณลุงก็ได้แต่รอ...เจอเพียงแต่ความว่างเปล่า ไร้แม้แต่เงาข้างกายของคนที่เรียกลุงว่าพ่อ
..........เราก็ได้แค่ ปลอบ ว่าลูกๆ เขาคงติดธุระ วันไหนเขาว่าง ก็คงมาเยี่ยม ไม่ต้องคิดมาก เสียสุขภาพไปเปล่าๆ...
............ที่หลังบ้านคุณลุง มีต้นมะม่วงพันธุ์ดีอยู่หลายต้น มีต้นหนึ่งที่ลูกโต หวานอร่อย เป็นพิเศษ เราไปช่วยลุงเก็บเป็นประจำ และ คุณลุงก็จะแบ่งมาให้ทุกครั้ง.......ลุงจะคัดลูกสวยๆ เก็บใส่กล่อง ดูแลเป็นพิเศษ...เก็บไว้รอลูกๆ อยากให้ลูกได้กินของดีๆ .......หลายครั้งหลายหน เราเห็นคุณลุง รอลูกๆ จนมะม่วงเน่าเสียไป ไม่รู้กี่หน ต่อกี่หน
หลายปี ????? มานี้ ก็ไม่เคยเห็นลูกๆ กลับมากินมะม่วงที่พ่อบ่มไว้ด้วยใจรัก แม้แต่ครั้งเดียว
........คุณลุงมีที่แปลงหนึ่ง ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ คุณลุงบอกว่าอยากขาย ให้เราช่วยดำเนินการให้หน่อย เราก็เขียนป้ายไปติด แล้วลงประกาศให้ ...5 เดือน เศษๆ หลังจากประกาศขาย ในที่ สุดก็มีผู้สนใจ และก็ขายได้ในที่สุด ในราคา 1 ล้านบาท ...
........เมื่อได้เงินมา สิ่งแรกที่คุณลุงพูดถึงคือ...คิดถึงลูกๆ ถ้ารู้ว่าพ่อขายที่ได้คงดีใจ ลุงบอกว่า จะแบ่งเงินให้ลูกทั้ง 3 คน เท่าๆ กัน ...
..........วันรุ่งขึ้น ลุงก็มาหาเราแต่เช้า บอกว่าวันนี้ ขอแรงหน่อย ช่วยพาลุงไปธนาคารที จะไป โอนเงินให้ลูก เราก็พาไป วันนั้นเป็นลูกค้ารายแรกของธนาคาร...คุณลุงโอนเงิน ให้ลูกคนละ 3 แสนบาท ...
..........เมื่อกลับมา...จอดรถส่งลุง หน้าบ้าน...ก่อนลงจากรถ คุณลุงหยิบเงิน ในกระเป๋า 1 แสนบาท ยื่นส่งให้ บอกว่า..เอานี่ "ลุงให้" เรารีบปฏิเสธ บอกว่า ไม่เป็นไรหรอกครับลุง ไม่ต้องให้ผม ลุงเก็บไว้ใช้เถอะ ให้ลูกๆ ไปเกือบหมดแล้ว ลุงบอกว่า "เอาไปเถอะ" !!!!
...........ลุงได้รับบำนาญทุกเดือน ไม่ได้เดือดร้อนอะไรที่แปลงนี้ที่ขายได้ ก็เพราะเรา ต้องรับโทรศัพท์ และพาคนไปดูที่ หลายเดือนมานี้ ไม่รู้ขับ รถไป-กลับกี่รอบแล้ว และอีกอย่าง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลุงก็ได้แต่รบกวน ไม่เคยได้ให้อะไร ตอบ แทนบ้างเลย พ่อหนุ่ม ไม่ใช่ลูก ไม่ใช่หลาน แต่ก็ยังอุตส่าห์ เสียเวลา เป็นธุระจัดการเรื่องราวให้ สารพัด............ รับไว้เถอะ ลุงอยากให้จริงๆ ถ้าไม่รับลุงจะเสียใจนะ......เราก็ไหว้ ขอบคุณครับลุง
..........กลับมานอนคิด ไตร่ตรอง รู้สึกไม่สบายใจ ดึกๆ จึงหยิบเงินไปหาลุงอีกรอบ...แต่ลุงไม่รับคืน และยืนยันว่า ตั้งใจจะให้เราจริงๆ....
...........อีก 2 วันถัดมา มีรถยนต์ มาจอดที่บ้านลุง ลูกสองคน คนเล็ก และคนกลางมาเยี่ยม และทวงถามเราถึงเงิน 1 แสนบาท พูดจาประมาณว่า...เราไปหลอกเอาเงินคนแก่ เรา รีบเข้าไปในบ้าน หยิบเงิน 1 แสน เดินไปที่บ้านลุง แล้วคืนเงินให้ลุง...
..........ลุงปฏิเสธ และพยายามอธิบายให้ลูกๆ ฟัง แต่ทั้งสองคนไม่ยอม เราจึงวางเงินไว้แล้วเดินออกมา ก่อนตะวันตกดิน ได้ยินเสียงรถขับออกไป ...................สักพักลุงก็มาหา เล่าว่าสองคนนั้นแบ่งเงินกันคนละ 5 หมื่นแล้วก็ลากลับไปแล้ว
คุณลุงกล่าวคำขอโทษอย่างที่สุด ..ลุงน้ำตาไหล บอกว่าเสียใจ ไม่คิดว่าลูกๆ จะเป็นไปถึงขนาดนี้... ลุงบอกว่าจะเอาเงินบำนาญที่ได้รับทุกเดือน มาทยอยคืนให้ จนกว่าจะครบ 1 แสนบาท...
..........เราบอก ว่าไม่เป็นไรหรอกครับลุง ไม่ต้องทำอย่างนั้น..
..........อีก 3 วัน เกือบๆ เที่ยงคืน ลุงมาที่บ้าน พร้อมกับลูกชายคนโตเมื่อ 3 วันที่แล้ว พ่อโทรฯไปเล่าเรื่องให้ฟัง พี่ก็ไม่สบายใจ.. พอดีที่ทำงานส่งไปสัมมนา หลายวันออกมาไม่ได้ พอเสร็จธุระ ก็รีบขับรถมาเลย มาถึงซะดึก..
..........พี่ต้องขอโทษ แทนน้องๆ สองคนด้วย เสียมารยาทจริงๆ เดี๋ยวต้องคุยกันเป็นเรื่อง เป็นราวสักครั้ง อายุก็มากแล้ว แต่ก็ไม่รู้จักโต แย่จริงๆ...เอาอย่างนี้ ขอเลขบัญชีธนาคารให้พี่ได้ไหมเดี๋ยวกลับไป พี่จะรีบโอนเงินมาคืนให้.............. ไม่ต้องหรอกครับ ไม่เป็นไร
..........เราปฏิเสธไป..........
..........วันถัดมาเมื่อลูกชายคนโตกลับไป ลุงเล่าให้ฟังด้วยความดีใจ เจ้าใหญ่มันบอกว่า วาง แผนไว้แล้ว อีก 5 ปี จะย้ายมาทำงานที่บ้าน จะพาลูกมาเมียมาอยู่ที่นี่...เราสังเกตุเห็นแววตาอันสดใสของคุณลุง บ่งบอกถึงความ ปิติ ยินดี อย่างที่สุด.......ดีใจด้วยครับลุง ต่อไปลุงจะได้ไม่เหงาแล้ว...
..........ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ เกือบ 4 ปี แล้วซินะ ที่ลุงนับวันรอ ว่าจะมีลูกๆ กลับมาอยู่ด้วย เราเห็นปฏิทิน ที่คุณลุงขีดฆ่า วันแล้ววันเล่า ...เดือนแล้วเดือนเล่า..ปีแล้วปีเล่า
และ
สุดท้าย........ ลุง ..... ลุง..... ลุง..... ลุง
น่าจะอดทนรออีกนิด ..อีกนิดเดียวเองครับลุง ความสุขที่ลุงเฝ้าฝันใฝ่หามาตลิดจากลูกชายที่ลุงรักสุดหัวใจ..
............ในห้อง ไอซียู เรากับพี่ใหญ่ นั่งอยู่คนละข้างเตียงคนไข้.......ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต คุณลุงขยับนิ้วมือ เรากับพี่ใหญ่เอื้อมมือไปจับมือลุง ...ดวงตาค่อยๆ ปิดลงช้าๆ
..................................................................................................................................
.....................ชายชราที่เกิดมาเพื่อรอคอย ความอบอุ่นจากบุตร จากไปแล้ว อย่างไม่มีวันหวนกลับมา.......................
*** หลังงานศพ เสร็จสิ้น..........................ค่ำคืนนั้น พี่ใหญ่มาหาเราที่บ้าน ยื่นถุงกระดาษส่งให้
บอกว่า -- พ่อฝากไว้ให้ พ่อกำชับไว้ตั้งแต่ก่อนตาย ว่าต้องให้เรารับไว้ ไม่งั้นพ่อจะนอนตายตาไม่หลับ เราแกะถุงเปิดดูข้างใน มีซองจดหมายทั้งหมด 10 ซอง................................................
จ่าหน้าว่า... คืนเงิน เดือนที่ 1-2-3...ไปจนถึง คืนเงินเดือนที่ 10 ในแต่ละซอง ข้างในมีธนบัตรใบละ 1,000 บาท สิบใบ
.....................ซอง สุดท้าย มีข้อความ...ว่า
-------------------------------------------------------------------------------------------
ถึง...
......หลานที่ไม่ใช่สายเลือด แต่ก็เป็นหลานที่ดีกับลุงเหลือเกิน ...ลุงคืนเงินให้ตามที่เคยสัญญา .....
...ขอบคุณที่ช่วยเหลือ เป็นธุระให้ ในทุกๆเรื่อง และเป็นเพื่อนคนแก่มาตลอด...
.................................................................
...................ป้ามารอลุงแล้ว...ลุงต้องไปก่อน.
-------------------------------------------------------------------------------------------
.............อีก 2 วันถัดมาที่บ้านคุณลุง มีคนเข้ามาทำความสะอาด...เราสังเกตุเห็นปฏิทิน ที่คุณลุงใช้ขีดฆ่า เพื่อนับวันรอลูกๆ ...ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะหน้าบ้าน ....
-------- เดินไปที่ถังขยะหน้าบ้านลุง มองไปที่ประตู มีป้ายประกาศติดไว้.....ขายบ้านด่วน !!!!! --------
.................เราไปเก็บปฏิทินมาทำความสะอาด ..นึกถึงภาพคนแก่ที่หยิบดินสอขีดฆ่าตัวเลข บนปฏิทินด้วยอาการมือสั่นเทา ... แต่ใจแอบยิ้มเฝ้าฝันวันลูกชายที่รักกลับมาใกล้กาย.....
.................ลูกๆ คงไม่รู้หรอกว่า ภายใต้ปฏิทินเก่าๆ ไร้ค่าใบนี้มันซ่อนความห่วงหาอาลัย ซ่อนความเงียบเหงา ว้าเหว่ ..ซ่อนความเจ็บปวด ร้าวลึก ของคนแก่คนหนึ่ง ที่ต้องใช้ ชีวิต อยู่อย่างโดดเดียว เพียงลำพัง มานานกว่า 10 ปี ...
.................ความรู้สึกทั้งหมด คงซึมซับอยู่ในปลายปากกาที่ขีดเขียน ลงไปในแต่ละครั้ง ในบางครั้งเรารอคนที่เรารักเพียง 1 วัน 1 ชั่วโมง 1 นาที ยังทนแทบไม่ได้ อยากเจอ ใจจะขาด ส่วนลุงที่รอมาจาก 365 วัน เป็น 730 วัน เป็น 1095 วัน เป็น 1460 วัน จนวันสุดท้ายของลมหายใจ สภาพจิตใจคงย่ำแย่ เกินกว่าใครคนใดจะรู้ได้ แต่ทำไมทุกครั้งที่เราเจอลุงยังยิ้มได้ตลอดเวลา
.................เราตั้งใจจะเก็บปฏิทินนี้ไว้ เพื่อเป็นที่ระลึก...ตลอดไป...
*** .............ขอให้บุญกุศล และคุณงามความดี ทั้งหลายทั้งปวง ที่คุณลุงได้สั่งสมมาตลอดชั่วชีวิต จงนำพาดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์ของคุณลุง ไปสู่สุคติ..ในดินแดน อันสงบ ร่มเย็น
........ ชั่วนิรันดร์.......
...............รักคุณลุงครับ
.... อ่านแล้ว น้ำตาไหล คิดถึงพ่อ ...
ไปคุยกับเพื่อนสนิท ถ้าหากคุณไปหาเพื่อนแล้วนั่งคุยกับเพื่อนขณะอารมณ์ไม่ดีแสดงว่าคุณต้องการ การปลอมประโลมจากเพื่อนที่รู้ใจ คุณคิดว่าความสนิทสนมทางจิตใจและอารมณ์มีความสำคัญมากกว่าการปรองดอง สนิทสนมกันตามระเบียบพิธี
นัดเพื่อนออกไปเที่ยวหลายๆ คน คุณเป็นคนขี้เหงาสุดๆ คุณหวังจะอาศัยบรรยากาศที่ครึกครื้นของหมู่คณะมาไล่ความไม่สบายใจออกไป ทั้งนี้ก็เพื่อลืมปัญหาของตนเอง หลักในการคบเพื่อนของคุณคือยึดหลักหมู่คณะเป็นหลัก นั่นคือจะคิดตริตรองเพียงเพื่อว่าเพื่อนคนนี้เข้ากับหมู่คณะได้หรือเปล่า น้อยนักที่จะคิดตริตรองว่าเพื่อนคนนี้สามารถคบกับตนเองด้วยความจริงใจได้ หรือไม่
ไม่ร่วมสังสรรค์กับเพื่อนๆ แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่าคุณไม่คิดจะเผชิญปัญหาของตนเอง คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง เพื่อนคือเครื่องมือที่จะแสวงหาความสุข และเป็นเพียงวิธีการหลีกเลี่ยงการสำรวจตัวเองเท่านั้น
ฟังวิทยุหรือหากิจกรรมทำอยู่บ้าน คุณเป็นคนที่รู้จักตัวเองดีพอ คุณมักจะคิดว่าเวลาที่อารมณ์ไม่ดี คือโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับทบทวนตัวเอง คุณไม่ใช่คนโดดเดี่ยวและปิดตัวเอง เพียงแต่คุณไม่ชอบใช้แบบพิธีภายนอกมาแก้ไขปัญหาภายในจิตใจ เพราะฉะนั้นคุณจึงจัดการปัญหาทางด้านความทุกข์ใจดีกว่าผู้อื่น เมื่อเพื่อนของคุณอารมณ์ไม่มั่นคงหรือจิตใตเกิดอุปสรรค เขาจะปรึกษาหารือและขอคำแนะนำจากคุณ
อ่านแล้วตรงกับใจคุณบ้างไหมคะ ทุกข้อล้วนมีคำว่าเพื่อนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อย่าลืม หาเพื่อนที่รู้ใจ สักคนก็ยังดีกว่าไม่มีเลยนะคะ :)
สำหรับคนที่เบื่อหน่ายเกมส์จำเจตัวละครซ้ำซากที่มีขายในท้องตลาด หรือว่าไม่มีตังซื้อ สิ้นเดือนนี้ไมโครซอฟต์เสนอชุดโปรแกรมทำเกมเอง XNA Game Studio Express
30 สิงหาคมนี้ ไมโครซอฟต์จะให้ดาวน์โหลดฟรี (ซักที่ในเว็บนี้) ชุดโปรแกรมพัฒนาเกมส์ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจทั่วไป ที่อยากจะทำเกมส์เล่นเองบนเครื่องคอม (PC) และถ้ายินดีจ่ายเงินให้ไมโครซอฟต์ปีละ 99 ดอลล่าร์ เค้าจะเอาเกมส์ที่เราทำเองนั้นไปลงให้ดาวน์โหลดลงเล่นในเครื่อง Xbox 360 ด้วย
ต้นปีหน้าเค้าจะออกชุดพัฒนาเกมส์สำหรับมืออาชีพที่จะผลิตเกมส์ขาย ชื่อ XNA Game Studio Professional เค้าว่าราคาต้องแพงหน่อย แต่ยังไม่บอกรายละเอียดว่ามีอะไรมั่ง
เมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ แจ๋วๆ รัฐบาลอเมริกาห้ามใจไม่ได้ ต้องออกโครงการแจ๋วๆ เพื่อ กินค่าฮั้ว สร้างกระแสกลบข่าวฉาว ความสะดวกสบายของประชาชน.. เมื่อมีบัตรฉลาด (สมาร์ทการ์ด) ได้แล้ว ทำไมจะมีพาสปอร์ตฉลาด ที่ใช้เทคโนโลยี เก่าแต่คนเพิ่งฮือฮาเหมาะกับการสร้างกระแส แจ๋วๆอย่าง RFID?
คนอเมริกันที่ขอพาสปอร์ตจะได้ชิป RFID ฝังในสมุดพาสปอร์ต เวลาผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่จะสามารถดึงข้อมูลทั้งหมดของเจ้าของบัตรมาตรวจสอบอย่างรวดเร็ว เพิ่มความสะดวกสบายให้ทุกคน รวมทั้งอาชญากรที่สามารถอ่านข้อมูลทุกอย่างในบัตรได้แม้เดินผ่านไกลๆ ด้วยเครื่องอ่านที่ทำเอาเองง่ายๆ ทดสอบมาแล้วด้วยทีมงานชาวเนเธอร์แลนด์ที่ดูดข้อมูลจาก พาสปอร์ตฉลาด ที่ว่านี้ กลับบ้านไปแกะรหัสลับเพียง 2 ชั่วโมงก็ได้ข้อมูลจากบัตรครบถ้วน รวดเร็วไม่แพ้เจ้าหน้าที่รัฐ
เพิ่มเติม: ทำความรู้จักกับ RFID
สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องทรงผมอยู่บ่อยๆ ลองอ่านกันดูนะคะ
ปัญหาจัดทรงยาก ดูแห้ง ฟูกระจาย ไร้น้ำหนัก หรือผมหยิกฟูไม่ขอดสวย ให้หวีรวบขึ้นแล้วมัดหางม้าเก๋ ๆ เพราะมันง่ายที่สุด เร็วที่สุด แล้วลองขยับดูว่า จะรวบม้าสูง หรือม้าต่ำ แบบไหนจะสวยที่สุด แล้วอาจจะใช้ที่คาดผมช่วยด้วยก็ได้ แต่ควรจะเลือกสีพื้น ๆ อย่างสีดำ หรือสีน้ำตาล
ปัญหาปลายผมแห้ง แตก หรือหยิกชี้ เป็นฝอย เวลามัดหางม้า ก็ให้สอดปลายผมลอดยางรัดย้อนกลับเป็นมวย แล้วฉีดสเปยร์เนื้อเบา ๆ บาง ๆ เพื่อให้ผมอยู่ตัว เก็บผมที่ฟูให้ดูเรียบสวย
ปัญหาผมลีบลู่ ขาดความพริ้ว ดูไม่มีชีวิตชีวา แต่ก็ไม่มีเวลาจะมาสระและไดร์ใหม่ ให้ฉีดสเปรย์บาง ๆ ที่รากผม แล้วไดร์ จ่อลมไดร์เน้นเป่าโคนผมเป็นพิเศษ ผมที่ลีบจะดูหนาขึ้น แต่ต้องระวังไม่ให้สเปรย์ที่ฉีดมากเกินไป เพราะจะทำให้ผมลีบไปกันใหญ่
หาหมวกเก๋ ๆ สวม หรือหาผ้าแปลก ๆ โพก ในลักษณะแฟชั่นอยากเก๋รายวัน ทำตัวเก๋ ดีกว่าจะปล่อยให้ผมกระเซิงออกมาอวดสายตาชาวบ้าน
ลองทำตามคำแนะนำดูนะคะ ไม่ยากเลยค่ะ