ใครที่ชอบใช้หูฟัง คงจะเบื่อกับปัญหารำคาญใจ คือสายมันชอบพันกัน เรามีวิธีง่ายๆ ที่ทำให้สายไฟ ไม่พันกัน มาฝาก
1. จับหูฟังและแจ็คมารวบติดกัน
2. มัดรวมกันไว้ด้วยยาง ลวดมัดสายไฟ หรืออะไรก็ได้ ที่ทำให้หูฟังกับแจ็ค อยู่ติดกัน
3. โยนลงกระเป๋าไปเลย ไม่ต้องกลัวว่ามันจะพันกัน
อาจจะงงว่าแค่นี้ จะทำให้สายไม่พันกันได้อย่างไร การพันกันของเชือกหรือสายไฟ มันต้องการปลายเชือก หรือปลายทั้ง 2 ด้าน มันจะพันเองได้ง่าย ดังนั้น ถ้าเราทำลายปลายเชือก โดยการผูกปลายติดกัน โอกาสที่สายจะพันกันนั้น ลดลง หรือถ้าพันกันจริงๆ ก็สามารถที่จะแก้ออกได้ง่ายค่ะ
ลองนำวิธีที่เอามาฝากนี้ ไปทดลองใช้กันดูนะคะ (ที่มา E-mail)
เป็นเรื่องเล่า ที่สะกิด เก็บมาฝาก (เค้าบอกว่า เป็นเรื่องจริงนะคะ)
วันนี้เลิกงานเร็ว เลยพาพี่นุ่มไปซื้อของใช้ที่ห้างแห่งหนึ่ง รอต่อแถวจ่ายตังค์นานเลย เจ้านุ่มก็เริ่มงอแงๆ ง่วงนอน สังเกตุว่าคิวด้านหน้าเรามากันเป็นครอบครัว มีพ่อแม่ลูกสาววัยประมาณเจ้านุ่ม แล้วก็ผู้ชายสูงอายุคนหนึ่ง ที่หนูน้อยเรียกว่า"ปู่" คุยกันยิ้มแย้มแจ่มใสดี ซื้อของใช้ล้นตระกร้าเชียวค่ะ
พอแคชเชียร์คิดเงินของครอบครัวนี้จนเสร็จได้ยินคร่าวๆว่า "ทั้งหมดพัน(กว่าๆ)บาทค่ะ...." ผู้เป็น"ปู่"
เป็นคนเปิดกระเป๋าสตางค์ใบเก่าๆ จะจ่ายเงิน พร้อมทำท่าอ้ำอึ้ง มีลูกชายลูกสะใภ้จ้องตาเขม็ง หุบยิ้มทันที
ว่าไงพ่อ จ่ายเค้าไปสิ ลูกชายบอก คุณปู่ยังทำท่าอ้ำอึ้ง ไหน ดูหน่อย มีตังค์เท่าไหร คุณปู่ยื่นกระเป๋าตังค์ให้ดูข้างใน
อ้าว ไหนว่ามีตังค์เยอะไง แล้วแบบนี้จะชวนมาซื้อของทำไม ไม่มีตังค์จ่ายก็ไม่บอก อายเค้าจริงๆ ลูกชายลูกสะใภ้ พากันมองคุณปู่ด้วยสายตาที่เหมือนดูถูก... รำคาญ
ในที่สุดเค้าก็พากันทำสิ่งที่เราไม่อยากจะเชื่อสายตา คืออุ้มลูกเดินหนีไปเลย พร้อมกับโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ไม่สนใจลูกสาวที่ร้องว่า "ปู่ๆๆๆ ปู่มาด้วย"
คุณปู่ยืนคอตก หน้าเศร้าอยู่หน้าแคชเชียร์ พอเด็กถามว่าจะเอายังไง คุณปู่เปิดกระเป๋าตังค์ให้เด็กดู แล้วบอกว่าให้คิดเงินตามนี้ ได้ของเท่าไหร่เท่านั้น (เด็กนับแล้วมีแปดร้อยบาทค่ะ)
ระหว่างรอแคชเชียร์คิดเงินใหม่ ได้ยินคุณปู่เล่าว่า แกบ้านอยู่ต่างอำเภอห่างไปเป็นร้อยกิโล ลูกหลานไม่ไปหานานแล้ว แกจึงตัดสินใจ รวบรวมเงินทั้งหมดที่มี นั่งรถเข้ามาเยี่ยมลูกหลานในเมือง แล้วชวนออกมาซื้อของ ลูกแกก็ไม่ถามสักคำว่าเงินมีเท่าไหร่ หยิบของเอาๆ แกก็ไม่เคยรู้ราคาของ เพราะอยู่บ้านนอก ก็ซื้อร้านของชำทีห้าบาทสิบบาท ใครจะจะรู้ว่า ของในห้างใหญ่เค้าซื้อกันทีละเป็นพัน
เราจ่ายเสร็จเห็นคุณปู่ยังเดินเคว้งอยู่แถวๆนั้น ก็เลยถามแกว่าจะกลับยังไง แกบอกว่าพอขึ้นรถกลับเป็น (อ้าวแล้วตังค์ล่ะ เมื่อกี้เห็นจ่ายไปหมดแล้วนี่นา ) แต่ก็ยังลังเลอยู่ กลัวลูกกลับมาตามหาแล้วไม่เจอ มือถือก็ไม่รู้เบอร์
เลยตัดสินใจพาคุณปู่ ไปที่แผนกประชาสัมพันธ์ประกาศหาลูกค่ะ จากนั้นเราบอกให้รอสักพัก ถ้าลูกไม่มาจริงๆ ให้ไปขึ้นรถที่คิวรถ (ฝากเด็กที่ปชส.ค่ะ ว่าให้ย้ำคุณปู่อีกที) พร้อมกับให้เงินแกเป็นค่ารถไว้ค่ะ จริงๆอยากรอดูสักพัก แต่เจ้านุ่มไม่ไหวแล้วค่ะ งอแงเหลือเกิน
คุณปู่น้ำตาคลอบอกเราว่า "มันคงไม่ทิ้งปู่จริงๆหรอกนะ นี่ก็ได้ของไปเยอะเหมือนกัน ถึงจะซื้อได้ไม่หมดก็เถอะ นี่มันไม่เคยกลับไปหาปู่เลย ก็เพราะปู่มันจน ไม่มีสมบัติอะไรให้" เราปลอบใจแกไปบอกว่าเดี๋ยวเค้าคงกลับมาน่ะ คงเดินไปดูอย่างอื่นก่อน
เดินกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลยค่ะ หันหลังกลับไปมองเห็นคุณปู่ยังยืนคอตกที่เดิม
ในใจคิดวนเวียนตลอดเวลานี่เค้าทำแบบนี้กับพ่อตัวเองได้ยังไงนะ พ่อไม่มีตังค์พอเนี่ย มันผิดด้วยหรือ? เค้าไม่รู้หรือไงว่า เงินเท่านี้ อาจจะเป็นเงินที่คุณปู่เก็บมาทั้งชีวิตก็ได้ (คนชนบทจะไปหาเงินจากไหนล่ะ?) ...
แล้วเค้าจะสอนลูกให้กตัญญูต่อพ่อแม่ได้อย่างไร ก็ทำพฤติกรรมแบบนี้กับพ่อตัวเองให้ลูกเห็น
จริงอยู่ พื้นฐานครอบครัวนี้อาจจะมีอะไรลึกซึ้งมากกว่านี้ แต่เป็นเรา เราคงไม่มีวันทอดทิ้งพ่อ ให้ได้รับความเจ็บปวดอับอาย จากการที่ไม่มีเงินซื้อของให้ลูกหลานได้พอแบบนี้หรอก เป็นเรา เราคงบอกพ่อว่า
" ไม่เป็นไรหรอกค่ะพ่อ กลับบ้านเราเถอะ"
ใครที่ยังเลือกชุดชั้นในเองไม่เป็น ลองดูคำแนะนำ จากเจ้าของร้านขายชุดชั้นในนี้ดูนะคะ ^-^
คลิปสอนเลือกชุดชั้นใน
ชอบกินแบบไหน เลือกแบบนั้นนะคะ
ข้าวปั้นหน้ากุ้ง : ตกหลุมรักใครง่ายๆ แค่เจอเพียงแวบเดียว สาวหน้ากุ้งยังเกลียดความเหงา ชอบให้ใครๆ เอาใจใส่ดูแล เธอไม่ใช่คนทะเยอทะยานขอแค่อนาคตที่มั่นคงก็พอใจ
ข้าวปั้นหน้าปลาแซลมอน : เป็นตัวของตัวเอง มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ โกรธ เกลียด อะไรก็จะเก็บสีหน้าอาการไม่อยู่เอาเสียเลย เว้นแต่เรื่องหัวใจเนี่ยแหละ จะรักใครชอบใครก็กลับเก๊กได้ เนียนสนิท
ข้าวปั้นหน้าไข่หวาน : เป็นจอมเจ้าชู้ หว่านเสน่ห์ไปทั่ว แต่ลึกๆ แล้ว คุณมักจะรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย ก็เลยพยายามสร้างจุดเด่นไว้เรียกร้องความสนใจ
ข้าวห่อสาหร่ายหน้าไข่กุ้ง : ชอบความหรูหราเอามาก ชอบเดินทางท่องเที่ยว เหตุจากที่เป็นคนช่างฝัน จึงมีไอเดียฟุ้งอยู่เสมอ
ข้าวห่อสาหร่ายไส้แตงกวา : คุณ เป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายแน่วแน่ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม มักจะตั้งความหวังไว้สูง บางทีก็ทำให้เป็นคนจุกจิกช่างเลือกเกินไป ชอบคิดแล้วคิดอักกว่าจะยอมตัดสินใจ จนพลาดโอกาสดีๆอยู่เรื่อย โดยเฉพาะเรื่องความรักนี่ละ
ถ้าคุณไม่ชอบกินชูชิ แต่หวานใจชอบกิน ก็ลองแอบมองๆดูนะ ว่าชอบกินแบบไหน :)
ลูกทับทิม เป็นผลไม้สีสวย มีกลิ่นหอม รู้ไหมว่า น้ำทับทิมนั้นสามารถยับยั้งของเซลล์มะเร็งได้
ซึ่งมีรายงานการทดลอง โดยใช้สารจากทับทิมในหนูทดลอง ก่อนที่จะให้สารพิษคาร์บอนเตตราคลอไรด์ต่อตับ พบว่าหนูที่ได้รับสารจากทับทิมมีฤทธิ์ป้องกันการเป็นพิษต่อตับได้จริง ยังมีงานวิจัยอีกว่า ทั้งในรูปน้ำสดและผ่านการหมัก ต่อเซลล์มะเร็งหน้าอกของคน พบว่ามีฤทธิ์ในการยับยั้งของเซลล์มะเร็งได้จริงอีกด้วย
และทับทิมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมายเช่น ขจัดไขมันส่วนเกิน,เป็นยาบำรุงกำลัง,ป้องกันการแพ้ท้อง,ปรับฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน,
ฟื้นฟูจากโรคเบาหวาน,ป้องกันโรคขี้หลงขี้ลืมในผู้สูงอายุ ฯลฯ
เห็นไหมคะว่าผลไม้บ้านเรามีคุณประโยชน์ จะปลูกไว้กินเองที่บ้านหรือหาซื้อตามท้องตลาดก็ได้ค่ะ ชอบกินเหมือนกัน อร่อยดีนะคะ :)
1. หน้าอกเล็กลงด้วยเสื้อผ้าสีเข้ม : สวมเสื้อที่มีสีเข้ม ยิ่งเป็นสีดำก็ยิ่งดี เสื้อที่ว่าไม่ต้องมีลายอะไร ไม่ว่าลายขวางยาวหรือทางขวาง ที่สำคัญต้องเป็นเสื้อที่รัดรูป แล้วใส่คู่กับกระโปรงสีอ่อน ๆ ทั้งหมดนี้ช่วยช่อนรูป และพรางตาให้หน้าอกมีขนาดเล็กลง
2. ลดขนาดต้นแขนด้วยเสื้อแขน 3 ส่วน: ให้ใส่เสื้อแขน 3 ส่วนปกปิดต้นแขนที่ ใหญ่โตมโหฬารของคุณ และควรเลือกสีที่สดใส ฉูดฉาดเพื่อกลบเกลื่อนทรวดทรงที่ไม่สวยของคุณ
3. ก้นกระชับด้วยกางเกงรัดรูปสีดำ : สีเข้มสามารถกลบเกลื่อนความใหญ่โต ของอวัยวะบางส่วนได้ ผู้หญิงที่ก้นใหญ่ สามารถใช้ความจริงข้อนี้มาเป็นประโยชน์กับตัวเองได้ แต่ถ้าใส่สีเข้มทั้งเสื้อ และกางเกงแล้ว ดูไม่ค่อยสดใสก็อาจใส่เสื้อสีโทนร้อนแรง เพื่อเพิ่มสีสันขึ้นก็ได้
4. ขาสวยด้วยกระโปรงสีโทนอ่อน : ให้หากระโปรงยาวเลยเข่าสีโทนอ่อน เช่น สีขาว สีเทา สีครีมมาใส่ เพราะว่าสีอ่อน สามารถพรางตาทำให้ดูเหมือนว่าคุณมีช่วงขาที่สมส่วน ถ้าได้ใส่เข้าคู่กับรองเท้าบู๊ตยาวประมาณเข่า ช่วยปิดบังท่อนขาช่วงล่างของคุณ ก็จะยิ่งดูดีขึ้นอีกเป็นกอง
ลองนำคำบอกเล่านี้ ไปปรับใช้ดูนะคะ ถ้าคุณมั่นใจขึ้น จะทำให้คุณดูดีขึ้นเยอะเลยค่ะ
วิธีทำ
นำโลชั่นถนอมผิวมาทาบริเวณข้อศอกให้หนาพอประมาณ จากนั้นนำพลาสติกมาหุ้มข้อศอกเอาไว้ เพื่อสร้างไอและความเปียกชื้นให้กับข้อศอก
ทิ้งไว้ 15-30 นาทีแล้วเอาพลาสติกออก ศอกก็จะซึมซับเอาครีมบำรุงเข้าไปได้มากกว่าปกติ ทำเป็นประจำข้อศอกก็จะนุ่มขึ้นค่ะ
ที่สำคัญ พยายามหลีกเลี่ยง การเท้าข้อศอกบนโต๊ะ ด้วยนะคะ