“ความรัก” …กับ… “ความอดทน” …มักจะมาคู่กันเสมอ
ถ้ามีความรัก…ความอดทนก็จะมี
ยิ่งรักมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องอดทนเพิ่มขึ้น
แต่ถ้าต้องมีความอดทน … ความรักก็เริ่มถอยหลังทีละนิด ทีละนิด
“ความรักไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ
ความอดทนก็ไม่ใช่ ความเห็นแก่ตัวเหมือนกัน”
แต่เมื่อใด…….ที่ รู้สึกว่า ความรักจืดจาง…
ความอดทนที่เคยมีก็มลายหายไปพร้อมๆ กัน
ความรู้สึกดีๆ ที่เรียกว่ารักก็จะไปด้วย
ต่อให้ทำดีแค่ไหน ความรักก็ไม่กลับคืนมา
ในเมื่อ ทั้ง “ความรัก” และ “ความอดทน” หมดไป
และถ้าเมื่อใด……..ที่มีจำเป็นต้องจาก ทั้งๆ ที่ยังรัก
เพราะ “ความอดทน” กำลังจะหมด
มันยากที่จะเก็บซ่อน “ความเจ็บ” เอาไว้
แต่ไม่ยากที่จะเก็บซ่อนความอดทนไว้ภายใน………
เพราะ…ถ้าเลือกที่จะรักต่อไป
ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บมากขึ้น
ทางเลือกที่ดีที่สุด…อาจไม่สวยงามนัก
แต่จากกันตอนยังรัก…ดีกว่าเกลียดกันแล้วค่อยจาก
การลาจากในวันนี้…อาจทำให้เข้มแข็งและพร้อมจะมี…
รักครั้งใหม่ที่สดใสกว่าเดิมก็ได้ …มิใช่หรือ…
จากกันเพราะรัก ดีกว่าจากกันเพราะเกลียดนะคะ :)
ลิงก์ผู้สนับสนุน
เขียนเมื่อวันที่ 25/01/2550
เคยดูรึยัง
ลองเล่นดู เมื่อกี้นี้เองก่อนเอามาลงสะกิด คิดว่า เพื่อนๆ น่าจะชอบเล่นเหมือนกัน
แบบทดสอบนี้ เป็นแบบทดสอบความเป็นตัวเรา ว่าเราเป็นคนแบบไหน อยากได้อะไร เราพอใจในตัวเองรึเปล่า
ลองทำแบบทดสอบนี้ดูนะคะ แบบทดสอบ คุณเป็นคนแบบไหน
เกมส์แต่งตัวตุ๊กตาน่ารักๆ เคยเล่นเกมส์ตุ๊กตากระดาษกันไหม ถ้าเคยเล่นจะเล่นเกมส์นี้ได้ไม่ยาก ลองเล่นดูนะคะ เพลินดี คลิ๊กที่นี่ เพื่อเล่นเกมส์
วิธีเล่น
ใช้เมาส์คลิ๊กที่ตัวอักษร ผสมคำเป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่มีความหมาย เมื่อได้แล้ว กด submit
ทุกครั้งหลังอาบน้ำให้โรยแป้งฝุ่นให้ทั่วๆ เพื่อให้เท้าแห้งไม่อับชื้น
นำถุงน้ำชาที่ชงแล้วสัก ๔ - ๕ ถุงมาแช่ใส่อ่างน้ำอุ่น อ่างใบเล็กๆ แช่เท้าลงไปในน้ำอุ่นประมาณ ๕ นาที ทำเช่นนี้อาทิตย์ละ ๒ ครั้ง เท้าจะไม่มีกลิ่น เพราะถุงชา จะเปลี่ยนความเป็นกรดด่างและหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
พยายามอย่าให้เท้าหมักหมมอยู่ใน รองเท้า ถุงน่อง หรือถุงเท้าจนเกินไปนะคะ
กา (อีกา) ที่ญี่ปุ่นอาจมีพัฒนาการที่สูงกว่ากาแถวบ้านเรา จนสามารถเรียนรู้ว่า หุ่นไล่กาที่ทำจากฟางแห้งและไม้ สีน้ำตาลๆ ที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนนั้น แท้ที่จริง ..เ่อ่อ .. ไม่ใช่คน
ทำให้ชาวนาญี่ปุ่นต้องโชวศักยภาพทางแฟชั่น ด้วยการแต่งตัวหุ่นไล่กาด้วยเสื้อ, กางเกง สวมหมวก ใส่วิก แต่งหน้า ให้หุ่นไม้ ดูเหมือนคนมากขึ้นมาอีกนิด .. ทั้งนี้ เขาไม่จำกัดอยู่แค่หุ่นชาวนาชายไล่กาเท่านั้น .. ยังมี หุ่นนักเบสบอลไล่กา, หุ่นมนุษย์เงินเดือนไล่กา, หุ่นเด็กแนวไล่กา, หุ่นชาวนาหญิงตั้งครรภ์ไล่กา ฯลฯ .. หุ่นคนหัวทิ่มก็มีนะ
สาวเจ้าเนื้อ ควรเลี่ยงใส่กระโปรงยาวกรอมเท้า และถ้าเป็นคนมีสะโพกก็ไม่ควรใส่กระโปรงลายจุด เพราะกระโปรงแบบนี้จะเหมาะกับสาวสะโพกเล็กเท่านั้น
สาวๆทุกคน อย่าใส่กระโปรงยาวที่มีสีเดียวกันกับสีเสื้อ เพราะดูแมตช์กันเกินไป
ส่วนสาวหุ่นเพรียว สามารถเลือกใส่กระโปรงยาวระดับไหนก็ได้ แต่แบบที่เหมาะกับสาวหุ่นนี้ คือ กระโปรงทรงสามเหลี่ยม
สาวคนไหน มีสัดส่วนแบบไหน ลองหาซื้อกระโปรงให้เหมาะกับรูปร่างนะคะ ^-^
ถ้ารู้ว่าจุดจบไม่ได้สวยงามอย่างที่ฝัน
ก็อย่าคิดเลยที่จะฝ่าฟัน ไปให้ถึง
จบลงตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ยังไม่ซึ้ง
คงไม่ทำให้ใครคนหนึ่ง ต้องปวดใจ
ถ้าหยั่งรู้ อนาคต
ก็คงจะลด ความรักลงไปได้
แต่นี่ เพราะข้างหน้า ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร
จึงทำได้ แค่รักษาหัวใจ ไว้ให้ดี
อ่านกลอนนี้แล้ว ทำให้รู้สึกว่า อนาคดนั้นช่างน่ากลัวนัก แต่ถ้าเรามัวแต่กลัว มันก็จริงอย่างที่บอก ว่ามันจะจบตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม
ชายหนุ่มวัย 18 คนหนึ่งกำลังป่วยด้วยโรคมะเร็ง... มะเร็งระยะสุดท้ายที่ไม่สามารถเยียวยารักษาให้หายได้อีกแล้ว และก็พร้อมจะจากไปในทุกขณะ เขาใช้ชีวิตอยู่กับบ้านมาตลอด มีคุณแม่เป็นผู้ดูแล แล้ววันหนึ่งเขาก็เกิดเบื่อหน่ายชีวิตประจำวันอันจำเจซ้ำซาก
อยากจะออกไปนอกบ้านสักครั้ง เมื่อรับรู้ความในใจของบุตรชายเช่นนั้นแล้ว ไหนเลยผู้เป็นมารดาจะไม่โอนอ่อนผ่อนตาม เขาจึงมีโอกาสออกไปเดินเล่นละแวกบ้าน ผ่านร้านค้ามากมาย...จวบจนพบร้านขายซีดีแห่งหนึ่ง
เขาก็ต้องหยุดชะงัก จ้องมองเข้าไปในร้านแห่งนั้น..ที่นั่นเขาได้เห็นเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันคนหนึ่ง และในทันใดชายหนุ่มก็แจ่มชัดอย่างยิ่งว่าเธอคือรักแรกพบของเขาที่อุบัติขึ้น ณ.บัดนั้น เขาเดินเข้าไปข้างในร้าน ขณะสายตาจับจ้องอยู่แต่เธอ กระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอโดยไม่รู้ตัว
”จะให้ฉันช่วยอะไรได้บ้างคะ” เธอเอ่ยถามพร้อมกับส่งยิ้ม ช่างเป็นรอยยิ้มที่หวานที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัส มันทำให้เขาอยากประทับริมฝีปากเธอในทันที เขาตอบตะกุกตะกักออกไปว่า “เอ้อ ผมอยากได้ซีดีสักแผ่นครับ” จากนั้นก็ทำทีหันไปเลือกซีดีได้แผ่นหนึ่ง ก่อนจะกลับมาอยู่เบื้องหน้าเธออีกครั้งเพื่อชำระเงิน
”คุณอยากให้ฉันห่อกระดาษด้วยมั้ยคะ” เธอถามพร้อมส่งยิ้มหวานมาให้ด้วยอีกหน เขาพยักหน้า เธอจึงหันหลังไปจัดการให้จนเสร็จเรียบร้อยแล้วยื่นให้ชายหนุ่ม กลับมาถึงบ้านเขาจัดการเก็บแผ่นซีดีไว้ในตู้ เพราะไม่ได้สนใจบทเพลงในแผ่นซีดีแม้แต่น้อย
สิ่งที่เขาสนใจก็คือคนขายนั่นต่างหาก
หลังจากวันนั้นแล้ว ชายหนุ่มก็แวะเวียนไปที่นั่นเป็นประจำทุกวัน ซื้อซีดีมาวันละแผ่นเสมอ พร้อมกับอนุญาตให้หญิงสาวห่อ กระดาษทุกครั้ง รวมทั้งเมื่อกลับมาบ้านก็เก็บมันไว้ในตู้เหมือนที่เคยปฏิบัติมา เขารู้สึกขวยเขินที่จะชวนเธอออกไปเที่ยวด้วยกัน
ทั้งๆที่เบื้องลึกนั้นปรารถนาเหลือเกิน แต่ก็...ไม่กล้าพอ เมื่อคนเป็นแม่รับรู้ในเวลาต่อมาท่านก็คะยั้นคะยอให้ลูกชายทำตามใจปรารถนาของตน รุ่งขึ้นเขาจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมด ไปยังร้านนั้นอีกครั้ง ซื้อซีดีหนึ่งแผ่นเหมือนวันก่อนๆ และระหว่างที่เธอหันหลังให้นั้น เขาก็ตัดสินใจทิ้งเบอร์โทรศัพท์ของตนไว้บนโต๊ะก่อนวิ่งออกจากร้านไป
สองสามวันต่อมาคุณแม่ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ จึงรับสายและพูดว่า “สวัสดีค่ะ” หญิงสาวในร้านขายซีดีนั่นเองที่เป็นผู้โทรมา เมื่อสาวน้อยถามหาคนเป็นลูกชาย ผู้เป็นแม่ก็เริ่มร่ำไห้ แล้วบอกว่า
”หนูคงไม่รู้หรอกว่า...เขาเพิ่งจากไปเมื่อวานนี้เอง” ถัดจากนั้นเสียงจากคนถามก็คล้ายจะถูกปลิด คงเหลือแต่เพียงเสียงสะอื้นเบาๆของผู้เป็นแม่...
ในวันนั้นเอง ผู้เป็นแม่ก็เข้าไปในห้องของลูกชายเพื่อหวนระลึกถึงเขาอีกครั้ง... เริ่มด้วยการสัมผัสเสื้อผ้าที่เขาเคยสวมใส่ และทันทีที่เปิดประตูตู้ ก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบซีดีที่ยังห่อกระดาษไว้ กองอยู่เต็มไปหมด คุณแม่เลือกหยิบมาแผ่นหนึ่ง นั่งลงบนเตียงและเริ่มแกะออกดู ทันใดนั้นก็มีกระดาษเล็กๆแผ่นหนึ่งหล่นลงมา... คุณแม่หยิบมันขึ้นมาอ่าน
”สวัสดีค่ะ คุณดูน่ารักจังเลย อยากออกไปเที่ยวกับฉันบ้างรึเปล่า” กระทั่งเธอแกะซีดีแผ่นถัดๆมา ก็ยังพบกระดาษแผ่นเล็กๆ มีข้อความเช่นเดิม......
.... อย่ามัวแต่อาย จนลืมทำตามความต้องการของตัวเองนะคะ....