สะกิดมีเคล็ดลับเลือกซื้อกระโปรงมาฝากค่ะ
สาวเจ้าเนื้อ ควรเลี่ยงใส่กระโปรงยาวกรอมเท้า ถ้าไม่อยากให้ใครๆเห็นคุณเป็นถังตันๆที่เดินได้
ถ้าคุณมีสะโพกดินระเบิด เก็บกระโปรงลายจุดออกจากตู้เสื้อผ้าได้เลย เพราะกระโปรงแบบนี้จะเหมาะกับสาวสะโพกเล็กเท่านั้น
สาวๆทุกคน ถ้าไม่อยากให้บุคลิกตัวเองดูเหมือนครูไหว(ใจร้าย) ก็อย่าได้ใส่กระโปรงยาวที่มีสีเดียวกันกับสีเสื้อเด๊ะๆ เพราะดูแมตช์กันเกินไป
ส่วนสาวหุ่นเพรียว น่าอิจฉาจริงๆที่สามารถเลือกใส่กระโปรงยาวระดับไหนก็ได้ตามใจชอบ แต่อาจต้องเลือกแบบหน่อยนึง ซึ่งแบบของกระโปรงยาวที่เหมาะกับสาวหุ่นนี้ก็คือ กระโปรงทรงสามเหลี่ยม
เคล็ดลับ
ใส่กระโปรงยาวสวยสง่าแล้ว อย่าตกม้าตายด้วยการใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้าส้นแบนเชียวนะคะ แต่ควรเลือกใส่รองเท้าส้นสูงแบบเปลือยๆ ที่มีสายพันข้อเท้ายาวๆเอามาผูกโบว์ รับรองสวยค่ะ :)
วิธีทำ
โดยเริ่มจากนำมะนาว 4-5 ผล มาฝานออกเป็นชิ้น ๆ
จากนั้นนำมะนาวที่ฝานไว้มาขัดถูกผิวให้ทั่วขณะอาบน้ำ
จากนั้นทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำเปล่า แล้วเช็ดตัวให้แห้ง และทาผิวด้วยโลชั่นหรือมอยส์เจอไรเซอร์
ทำอย่างนี้เป็นประจำจะช่วยแก้ผิวแตกลอกได้ดียิ่งขึ้น
การ ที่มัดผมบ่อย ๆ นั้นเป็นการทำร้ายผมโดยตรง ซึ่งบางครั้งสารเคมีเหล่านี้จะสะสมในร่างกายและอาจเกิดรุมเร้าตามมาที่หลัง แม้กระทั่งการที่มัดหรือผูกผมก็เช่นกัน ผม ที่ถูกมัดจนตึง มักจะทำให้เรารู้สึกมึนหัว อึดอัด ปวดตึงบริเวณต้นคอและท้ายทอยเป็นประจำ นี่คือสิ่งที่บ่งบอกถึงความเครียดภายใต้หนังศีรษะนั่นเอง โดยที่ไม่รู้ว่ากำลังทำร้ายตัวเองอยู่
ผู้หญิงที่ ชอบมัดผม หรือคาดผมจนตึงแน่นเป็นประจำ เป็นเพราะชอบไว้ผมยาวแต่ไม่ชอบปล่อยผม ทำงานที่ไม่สะดวกต้องการความกระชับ ทำงานกลางแจ้งหรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวก จึงมีความจำเป็นต้องมัดผม อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่อาการปวดหัวเรื้อรัง และทำให้เกิดโรคเครียดตามมาอย่างคาดไม่ถึง
เนื่องจากการรัดผม คาดผมจนตึงแน่นเป็นประจำ ทำให้หนังศีรษะถูกเหนี่ยวรั้งมากขึ้น นอกจากจะทำให้หน้าผากกว้างมากขึ้น ยังทำให้เกิดปัญหาผมร่วงได้ง่าย เพราะรากผมถูกทำลายจากแรงดึงแล้ว ยังทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณศีรษะไม่สะดวก นำไปสู่อาการปวดหัวเรื้อรังและโรคเครียดได้อย่างง่ายดาย
เพราะ ปกติผู้หญิงทำงานต้องแบกรับความเครียดอย่างมากอยู่แล้วในแต่ละวัน หากหันมาปล่อยผมให้สบาย ๆ บ้าง เลือดจะได้ไหลไปเลี้ยงสมองได้ง่ายขึ้น ช่วยลดความเครียดและอาการปวดตึง บริเวณศีรษะและท้ายทอย เนื่องจากความเครียดได้ด้วย
ใครที่ชอบรวบผมบ่อยๆ อย่าลืมปล่อยผม ให้ผมพักผ่อนกันบ้างนะคะ ^-^
สะกิด เอากลอนรักซึ้งๆมาฝาก
ฉันเป็นเพียงใครคนหนึ่ง
ไม่ดูซึ้งอะไรหนักหนา
เป็นแค่เพียงคนธรรมดา
ที่ไม่เคยมีค่าในสายตาเธอ
เธออาจมองฉันนั้นเป็นแค่เพื่อน
ที่แจเจือนแบ่งปันความหวังดี
เธอรู้ไหมความรู้สึกที่ฉันมี
มากกว่าความรู้สึกที่เธอมีว่า "เพื่อนกัน "
บางทีเราก็ต้องเลือกที่จะเป็น "เพื่อน" หรือเลือกที่จะเป็น "คนรัก" :)
z
วิธีทำ
โดยนำหัวไชเท้า 1 หัว (ขนาดเล็ก) มาล้างน้ำให้สะอาด ทำการปอกเปลือก แล้วหั่นบาง ๆ นำไปปั่นให้พอละเอียด
ใส่น้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนแกง ปั่นรวมกันอีกครั้ง
ใช้ทาทั่วผิวหน้า (ยกเว้นรอบดวงตาและปาก) ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที
แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด
ลองทำตามคำแนะนำนี้ดูนะคะ ไม่ยากเลยค่ะ
สะกิดเอากลอนซึ้งปนเศร้า มาฝากจ้า
ฝนพร่างพรมโปรยปรายกายเปียกชุ่ม
ความอ้างว้าง...เกาะกุม...ในใจฉัน
ให้หวนคิดถึงเธอที่เคยผูกพัน
เราเคยมีกันและกันร่วมทางเดิน...
.....................
บ้านรกต้องกวาด
ผ้าขาดต้องเย็บ
ของตกต้องเก็บ
หัวใจเจ็บต้องจำ
เลิกกันแล้ว อย่าลืมเป็นเพื่อนกันนะ คิดซะว่า เค้าไม่ได้เกิดมาเพื่อเรา อาจจะมีคนดีๆรอเราอยู่ในวันข้างหน้า
หญิงสาวจะไปงานเต้นรำ ด้วยความที่เธอนุ่งกระโปรงสั้นจู๋มา เธอจึงไม่แน่ใจว่าตอนเต้นจะมีใครเห็นกางเกงในเธอไหม เธอเห็น รปภ. เดินไป-มา เธอจึงขอให้ช่วย
สมหญิง : คุณ รปภ.ช่วยอะไรหน่อยได้ไหม
รปภ : ครับ ได้ครับ
สมหญิง : คือฉันกำลังจะไปงานเต้นรำ แต่ไม่แน่ใจว่าตอนเต้นจะมีใครเห็นกางเกงในฉันหรือไม่ คุณช่วยดูให้ทีนะคะ จากนั้นเธอก็หันหลังให้ รปภ. แล้วก้มตัวลง
สมหญิง : ก้มขนาดนี้เห็นไหมคะ
รปภ : ไม่เห็นครับ
เธอก้มลงอีกจนหัวเกือบจะถึงพื้น
สมหญิง : แล้วถ้าก้มลงขนาดนี้ล่ะ
รปภ : ไม่เห็นนี่ครับ
สมหญิงเอะใจ เพราะเธอจงใจให้เห็น แต่ รปภ. กลับบอกว่าไม่เห็น
สมหญิง : ก้มขนาดนี้แล้วยังไม่เห็นอีก
รปภ. : ก็คุณไม่ได้ใส่กางเกงใน
สมหญิง : ??!!!??!??!??
อ่ะนะ มันก็จริงนี่นา ก็คุณไม่ได้ใส่จะเห็นได้ยังไง :)
" คือน้ำผึ้ง คือน้ำตา คือยาพิษ
คือหยาดน้ำ อมฤต อันชื่นชุ่ม
คือเกสร ดอกไม้ คือไฟรุม
คือความกลุ้ม คือความฝัน นั่นแหละรัก"
(ว .วชิรเมธี )
พระพุทธองค์ตรัสว่า ความรักเป็นทุกข์ …. ที่จริงแล้วความรักซึ่งยังอยู่ในขั้นของความเพลินใจจะไม่ก่อเหตุทุกข์ร้อน ตราบเมื่อความเพลินใจ(ตัณหา)สั่งสมมากเข้าจนกลายเป็นความติดใจ (อุปาทาน) หรือเป็นความเคยชินที่ขาดไม่ได้…ความทุกข์จึงเกิดขึ้น
บทกลอนนิราศที่ประสบความสำเร็จก็เนื่องมาจาก พรรณนาความเจ็บปวดของคนพลาดรักได้สมจริงสมจัง
ใครบางคนกล่าวไว้ว่า…"ความรักทำให้คนเป็นกวี ส่วนความทุกข์ทำให้คนเป็นนักปรัชญา"
ที่ใดมีมนุษย์ ที่นั่นมีรัก ฉันใด
ที่ที่มีรักก็ย่อมมีความทุกข์ ฉันนั้น
จะเจ็บจำไปถึงปรโลก ฤๅรอยโศกรู้ร้างจางหาย
จะเกิดกี่ฟ้ามาตรมตาย อย่าหมายว่าจะให้หัวใจ
( อังคาร กัลยาณพงศ์ )
เมื่อรักกันไม่ได้ก็ไม่รัก ไม่เห็นจักเกรงการสถานไหน
ไม่รักกูกูจักไม่รักใคร เอ๊ะน้ำตากูไหลทำไมฤๅ
(สุจิตต์ วงษ์เทศ )
ปูชโก ลภเต ปูชํ วนทโก ปฏิวนทนํ
ผู้บูชาเขา … ย่อมได้รับการบูชาตอบ
ผู้ไหว้เขา ย่อมได้รับการไหว้ตอบ
ผู้รักเขา ย่อมได้รับการรักตอบ
ส่วนผู้หลงรักเขาข้างเดียว โดยที่ความรักไม่ได้รับการตอบสนอง ถือว่า เป็น “ นักรักที่ไร้ฝีมือ”
.......ความรักไม่เคยปรานีใคร เที่ยวเหยีบย่ำทำลายมนุษย์และสัตว์ทั่วหน้า ตั้งแต่กระท่อมน้อยของขอทาน ไปจนถึง พระราชวังโอ่อ่าของกษัตริยาธิราชผู้ทรงศักดิ์ ความรักกัดกินหัวใจของคนไม่ว่าวัยเด็ก หนุ่มสาว หรือวัยชรา เมื่อใครหลงใหลมึนเมาแล้วก็ห้ำหั่นย่ำยีจนพินาศลง......
คนที่ไม่เคยรบก็มักจะทะนงว่าตนกล้า
คนที่ไม่เคยงานมักจะทะนงว่าตนเก่ง
คนที่ไม่เคยรักก็มักจะทะนงว่าตนรักได้โดยไม่มีทุกข์ ทั้งนี้เพราะไม่เคยรู้ซึ้งถึงกำลังของนารี จริงทีเดียวที่ท่านกล่าวไว้ว่า …..พระอาทิตย์มีในเวลากลางวัน พระจันทร์มีในเวลากลางคืน แต่นารีมีทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งบนบกและในน้ำ ทั้งเวหาและป่ากว้าง มิฉะนั้นแล้วทำไมเล่า ขุนพลผู้เกรียงไกรเอาชนะข้าศึกได้ทั้งบนบกและในน้ำ ทั้งบนเวหาและป่ากว้าง แต่มายอมแพ้แก่หัตถ์น้อยที่ไกวเปล มีแต่ความงามและน้ำตาเป็นอาวุธประจำตน…
ในโลกีย์วิสัยอะไรเล่าจะทำให้คนซึมเศร้าและชื่นบานมากไปกว่าความรัก ที่มีทั้งความขมและความหวาน มีทั้งเร่าร้อน ตื่นเต้น และเยือกเย็นละเมียดละไม...