สะกิด (Sakid)

เอามาจากเว็บเค้าอีกที
ข้อห้าม 4 ข้อ ถ้าไม่อยากอกหัก

ข้อห้าม 4 ข้อ ถ้าไม่อยากอกหัก

หมวด: คิดนึก, ความรัก, คำทำนาย, บทความ, ไอเดีย, เพ้อ-บ่น

บางคนอาจจะงงว่า ทำไมน้าเวลาเราคบใคร ถึงคบได้ไม่นาน เราทำอะไรผิดไปรึเปล่า ลองอ่านข้อห้าม นี้ดูค่ะ

1. คุณนายช่างฝัน ผู้หญิงบางคนรูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้เลวเกวตรงไหน อยู่ในระดับดีถึงดีมากด้วยซ้ำ แต่ต้องมานั่งเฉาเหงาเศร้าอยู่คนเดียวก็เพราะหมายสูงนะสิ ตั้งเป้าไว้ว่า ต้องได้ หนุ่มหล่อ มาดดี ขี่รถเบนซ์ เป็นถึงผู้บริหาร หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องมีพ่อแม่ ใหญ่โต คับฟ้า มรดกร้อยล้าน สามารถเลี้ยงดูเราได้ตลอดชีวิต ชนิดที่ไม่ต้องกระดิกกระเดี้ย ทำอะไรก็มีกินเหลือเฟือ ยังมีผู้หญิงอีกหลายรายที่คิดเข้าข้างตัวเองว่า บรรดาชายในฝันเหล่านั้น กำลังรอ ให้ผู้หญิงแบบเธอก้าวเข้าไปในชีวิต ทั้งที่ ผู้ชายระดับไฮโซหรือซุปเปอร์สตาร์พวก นั้นไม่เคยรู้จักมักจี่กับเธอ

2. ทำตัวเป็นสะพาน บางครั้งอาการตามืดตามัวด้วยความหลงใหล ก็อาจทำให้เราไม่รู้ตัวว่ากำลังถูก ใช้เป็นสะพานเหยียบเดินข้ามไป หนำซ้ำบางคนยอมให้สนตะพาย ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าเหมือนเป็น โรคจิตอ่อนๆ ไม่เคยจดจำไว้เป็นบทเรียนสอนใจเลยสักครั้ง เรื่องปวดใจก็คือเวลาที่ต้องเสีย ไปกับชะตากรรมทำนองนี้

3. ผลัดวันประกันพรุ่ง นี่ไม่ใช่การบ้านหรือการทำรายงานส่งเจ้านายจะได้ผัดผ่อนไปเรื่อยเปื่อย ควรนึกเสมอว่า เวลาไม่คอยท่า ผู้ชายไม่คอยใคร ผ่านมาแล้วก็ผ่านเลยไป เหมือนสายน้ำ มัวแต่…เดี๋ยวก่อน…เดี๋ยวก่อน เผลอๆรถด่วนขบวนสุดท้าย วิ่งผ่านไปเข้าป้ายใครแล้วก็ไม่รู้ สาวบางรายชอบหา ข้อแก้ตัว ที่ฟังไม่ขึ้นอย่างเช่น ขอลดน้ำหนักให้ได้สัก สองสามกิโลก่อน ขอจัดบ้านใหม่ให้เรียบร้อย ขอหางานใหม่ก่อน ขอเรียนให้ จบก่อนแล้ว ค่อยมีแฟน ฯลฯ

4. เป็นโรครักแรกพบขึ้นสมอง อาการรักแรกพบเป็นสาเหตุของโรคอกเดาะมานักต่อนัก ชีวิตมิใช่นิยาย หรือภาพยนตร์ที่ พระเอกนางเอกสบตากันปั๊บ ก็ไฟช๊อต ดีกรีความรักพุ่งปรี๊ดทันที จากนั้นก็เกี่ยวก้อย ตระกองกอดกันแนบแน่นท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติคสุดๆ ลงท้ายได้ครองคู่ อยู่ด้วยกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย ขอบอกหน่อยเถอะค่ะ ว่ามันหายากเหลือเกิน

เป็นไงคะ คุณเป็นคนแบบนี้อยู่หรือเปล่า ระวังน้า เดี๋ยวคนดีๆจะหายไปหมด (อย่าเลือกมากนักเลยค่ะ)

ลิงก์ผู้สนับสนุน
โหวดเลย!
104 เสียง
เคยดูรึยัง
กลอนเหงาๆ ของคนขี้เหงา “หันมองสายฝนริมหน้าต่าง…”

กลอนเหงาๆ ของคนขี้เหงา “หันมองสายฝนริมหน้าต่าง…”

หันมองสายฝนริมหน้าต่าง ปล่อยความรู้สึก ที่เปล่าว่าง ให้เคลื่อนไหว ถามตัวเองเบา - เบา ว่าฟ้าดูเศร้าเพราะเหตุใด หรือท้องฟ้า แอบคิดถึงใคร เมื่อตะวัน ที่เคยใกล้กลับไกลตากำลังเหงาอยู่ใช่ไหม ได้โปรด อย่าร้องไห้ เลยฟ้าจ๋า เพราะจะทำให้ฉันยิ่งเพ้อ คิดถึงเธอที่เคยสบตา หากพรุ่งนี้ เธอไม่กลับมา แล้วฉัน จะเหว่ว้าสักเท่าใด สายฝนกับความเหงา มักมาด้วยกันเสมอ
หมวด: ความรัก, กลอน, กลอนซึ้ง, กลอนรัก, กลอนเศร้า, กลอนเหงา, บทกลอน
บทความดีๆน่าอ่าน “เคยไหม… ที่ตกหลุมรักเพื่อน”

บทความดีๆน่าอ่าน “เคยไหม… ที่ตกหลุมรักเพื่อน”

หญิงชายสมัยนี้เป็นคู่ซี้กันมากขึ้น มากกว่าเพศเดียวกัน ร่วมทุกข์ ร่วมสุขด้วยกัน กระทั่งเพื่อนๆ มองว่า เป็นคู่รัก มากกว่า เพื่อน เพราะรู้และเข้าใจทุกอารมณ์ของกันและกัน บางคู่เมื่อหญิงและชาย แยกไปมีคนรักอย่างจริงจัง ฝ่ายที่เหลืออยู่ จะรู้สึกเหงาและเดียวดาย ส่วนผู้ที่จากไป จะรู้สึกกังวล ห่วงใย กระทั่งคู่รักเกิดความหึงหวง ต้องแยกจากกันอย่างจริงจัง แม้จะอาลัยอาวรณ์เพียงใดก็ตาม หลายคนถูกเพื่อนตั้งคำถาม "ทำไมไม่จีบเป็นแฟนซะเลยหละ" ผู้หญิงจะตอบว่า "รู้ไส้รู้พุง" ผู้ชายจะตอบว่า "กระโดกกระเดกเหมือนม้าดีดกระโหลก" แต่ทั้งสอง รู้ซึ้งถึงทุกอารมณ์ของกันและกัน รู้ในสิ่งที่ชอบ ไม่ชอบ กิน ไม่กิน แทบจะพูดได้ว่า แค่ขยับตัวก็รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึก และต้องการอะไร การรู้ไส้ รู้พุง กันมากเกินไป ทำให้รักกันไม่ได้ เปล่าเลย - ความจริงคือ คนสองคนไม่เคยมีบรรยากาศของความหวานซึ้ง อาจจะเคยมี แต่ต่างฝ่ายต่างมองเห็นเป็นเรื่องขบขัน คนแบบนี้หวงเพื่อนยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ กว่าคนที่มีหัวใจจะบุกทะลวงผ่านมาได้ ต้องใช้ความพยายาม จนเพื่อนรักยอมรับ คู่ซี้แบบนี้จำนวนมากต้องทนอยู่กับความเจ็บปวด เมื่อสูญเสียอีกคนไป ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายจากไปก่อนเสมอ ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงอ่อนไหว แต่เธอกลัว กลัวถูกทิ้ง ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเป็นเพื่อนที่เธอรัก รักมาก แต่เธอไม่รู้ว่า วันใดเขาจะมีคนรัก และจากเธอไป ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงจึงตอบรับความรักของชายหนุ่มที่มาบอกรักเธอ เพื่อนซี้บางคนถึงกับโวยวายว่า จะมีแฟนทำไมไม่บอก เธอจะบอกเขาได้อย่างไร ในเมื่อเธอแคร์ความรู้สึกของเขา กลัวเขาเจ็บปวด กลัวเขาโกรธ... ถึงอย่างไร เธอไม่มีทางออก แม้ว่า บางครั้งแววตาของเขาจะเต็มไปด้วยแววตัดพ้อต่อว่า เพื่อซี้บางคนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตะคอกถามว่า "อยากมีแฟนทำไมไม่บอก ฉันหาให้ก็ได้" หรือ "ฉันนี่ไงแฟนเธอ แหม! คนเขารู้กันทั่ว" รู้ว่าทั้งสองเป็นคู่ซี้กัน อันที่จริง ความสัมพันธ์ ความผูกพันธ์ของคนสองคน สนิทแนบแน่นกว่าคนรัก และคนรักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับเพื่อนซี้เสมอ เช่น จะต้องคอยบอกคนรักว่าชอบไม่ชอบ จึงคิดถึงเพื่อนซี้ว่า ถ้าเป็นเพื่อนซี้ ไม่ต้องให้บอกว่า ไม่กิน ไม่ชอบ ไม่ไป ไม่เอา การแยกจากเพื่อนซี้กลายเป็นความระทมขมขื่น อันที่จริง การที่คนสองคนมีความเข้าใจกันอย่างถ่องแท้ แม้บนความเข้าใจนั้นจะอยู่บนพื้นฐานของความก้าวร้าวบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ คู่รักบางคู่โกรธกัน กล่าวคำหยาบคายยิ่งกว่าเพื่อนกับเพื่อน คำว่า "เพื่อน" ต่างหาก ที่กางกั้น "ความรัก" ความรู้สึกละอายใจเกินไป ไม่กล้าเอ่ยคำว่า "รักเธอ" ความสนิทสนมมากเกินไป เกรงว่าจะได้รับเสียงหัวเราะแทนการตอบรับ รู้สถานภาพของกันและกันมากเกินไป กลัวจะได้รับการดูแคลน เล่นหัวกันจนหวั่นว่า จะไม่มีความซาบซึ้ง ใกล้ชิดกันมากจนคิดว่า ไม่มีอารมณ์ทางเพศ เหนือกว่าความหวาดกลัวทั้งหมด คือการกลัวความสูญเสีย "สูญเสียความรักระหว่างเพื่อนกับเพื่อน" บางรายเจ็บช้ำยิ่งกว่านั้น ถูกคนนอกวานให้เป็น พ่อสื่อ แม่สื่อ และคนที่ถูกเสนอ มักเกิดความโกรธ น้อยใจ ตัดสินใจรับรักประชดเพื่อนซี้ ต่างก็เจ็บปวดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน .... ใครที่แอบรักเพื่อนอยู่ ก่อนจากกันไปเรียน หรือไปอยู่ ที่อื่น อย่าลืม... บอกให้เค้ารู้ตัว ไม่แน่นะ เค้าอาจจะแอบชอบเราอยู่เหมือนกัน ก็เป็นไปได้ ^-^
หมวด: ความรัก, กลอนแอบรักเพื่อน, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดน่ารู้
6 คำถามเช็คระดับความสุข

6 คำถามเช็คระดับความสุข

คุณมีความสุขกับตัวเอง มีความสุขกับสิ่งรอบข้างรึเปล่า ลองทำ แบบทดสอบนี้ดูนะคะ 6 คำถามเช็คระดับความสุข ขอให้คิดไว้เสมอว่า ไม่มีอะไรทำให้คุณมีความสุข เท่ากับความสุขจากในจิตใจนะคะ :)
หมวด: คิดนึก, คำทำนาย, เพ้อ-บ่น, แบบทดสอบ
ขอแค่ 1 นาที

ขอแค่ 1 นาที

เรื่องราวในข้อความที่จะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นข้อความที่เล่าต่อๆกันมา ได้ไปเจอในเว็บๆนึง ซึ้งมากเป็นเรื่องราวที่บอกว่าแม้คุณจะมีเงิน มีทรัพย์สมบัติมากขนาดไหน ถ้าคุณไม่ใส่ใจเหลียวแลคนรักของคุณ คุณเพียงแต่คิดจะทำแต่สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเค้า คุณรู้หรือไม่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้หญิงต้องการไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทองหรือทรัพย์สมบัติ สิ่งที่เค้าต้องการคือตัวคุณมากกว่า คุณลองอ่านบทความนี้ดูแล้วจะรู้ว่า ทำไมถึงตั้งชื่อเรื่องว่าขอแค่ 1 นาที
หมวด: คิดนึก, ความรัก, กลอน, สังคม, บทความ, เพ้อ-บ่น
อินเดียทดลองขีปนาวุธ ไกลถึงจีน

อินเดียทดลองขีปนาวุธ ไกลถึงจีน

เกาหลีเหนือเพิ่งทดลองไปหมาดๆ (แล้วโดน USA ญี่ปุ่นจวกยับ) อินเดียไม่น้อยหน้า ลองยิงจรวดมิสไซล์ทดสอบไปได้ไกลถึง 3 พัน กิโลเมตร ถ้ายิงจากอินเดียก็ไปถึงจีน จรวดของอินเดียนี้สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ แปลกใจมั้ยทำไมอเมริกา ไม่โวยเหมือนตอนเกาหลีเหนือทดลองขีปนาวุธ? ทั้งที่จรวดของทั้งสองประเทศพลาดเป้า รู้ไว้ใช่ว่า.. อเมริกาทำข้อตกลงร่วมพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์กับอินเดีย (ย้ำ.. พลังงาน) โดยทางอินเดียต้องเปิดให้อเมริกาเข้าตรวจสอบโรงงานปฏิกรณ์ทั้ง 14 แห่งแต่อีก 8 แห่งที่เป็นโรงปฏิกรณ์ทางทหารนั้นเข้าไปไม่ได้ อเมริกาจะสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและเชื้อเพลิง จีนตอนนี้ถูกล้อมด้วยขีปนาวุธรอบด้าน: ทางเหนือ: รัสเซีย ตะวันตก: ตุรกี, อังกฤษ (อเมริกา?) ตะวันออก: ญี่ปุ่น ใต้: อินเดีย
หมวด: วิทยาศาสตร์, การศึกษา, การเมือง, สังคม, บทความ, เทคโนโลยี
ยอดคุณหมอ

ยอดคุณหมอ

เรื่องราวดีๆ...น่าสนใจนำมาแบ่งปันค่ะ.. คุณนิติ ภูมิเนาวรัตน์ เขียนเรื่องนี้ลงไว้ใน "เปิดฟ้าส่องโลก" เรื่องของนายแพทย์ปิโยรส ผู้อ่านท่านที่เคารพ ในชีวิตของคนเรานี่นะครับ บางครั้งก็อดไม่ได้ ที่จะแอบศรัทธาและภูมิใจในการกระทำของคนอื่น ผมเองก็ชื่นชมศรัทธาผู้คนอยู่หลายท่าน หนึ่งในนั้นก็คือ นายแพทย์ ปิโยรส ปรียานนท์ เจอคุณหมอครั้งแรกเมื่อผมไปสอนที่ วิทยาลัยการทัพเรือซึ่ง ตอนโน้นคุณหมอเป็นนักเรียนแพทย์ทหารอยู่ หลังจากนั้นคุณหมอซึ่งเป็น ประธานมูลนิธิดวงแก้วก็ชวนผมไปหลายประเทศเพื่อนำทีมหมอไทย ไปช่วยผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการแพทย์ ผมได้แต่ส่งลูกน้องไป ไม่เคยร่วมเดินทางกับคุณหมอและทีมงานมูลนิธิดวงแก้วซักที เมื่อเกิดเหตุการณ์สึนามิถล่มเอเชียและแอฟริกา คุณหมอและทีมงานมูลนิธิขนเครื่องใช้และอุปกรณ์การแพทย์ เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบพบเคราะห์กรรมอย่างเงียบๆ แต่ละวันทีมงานของคุณหมอทำแผลให้คนไข้จนถึงตีห้า คลื่นยักษ์สึนามิเกิดในวันที่ 26 คุณหมอลงไปช่วยจนวันที่ 30 ธันวาคม ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าคุณแม่ป่วยหนัก จึงต้องขึ้นกรุงเทพฯเพื่อมารักษาคุณแม่ คุณแม่หายดีแล้ว คุณหมอก็ลงไปช่วยเพื่อนมนุษย์อีก สถานการณ์ ในเมืองไทยได้รับการช่วยเหลือจาก ผู้คนในประเทศดีกว่าชาติอื่น คุณหมอก็จึงเตรียมข้าวของมากถึง 5 ตัน นำบินตรงลงไปยังประเทศศรีลังกา ผมเจอคุณหมอโดยบังเอิญบนเครื่องบิน และยังได้พบกันอีกครั้งในขณะที่คุณหมอและ ทีมงานปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบพบเคราะห์กรรมอยู่ที่ตำบลกัลมุไนคูดี ซึ่งที่นี่เป็นเขตอิทธิพลของพยัคฆ์ทมิฬอีแลม พวกกบฏแบ่งแยกดินแดน คุณหมอและทีมงานบรรจุยากันจนถึงตีสองตีสาม กลางวันก็ตระเวนไปตาม คามนิคมต่างๆ ทุกท่านใส่เสื้อที่มีธงชาติไทยติดไว้ที่หน้าอก ไปทางไหนผมได้ยินแต่ผู้คนส่งเสียงชื่นชม ไทยแลนด์ด็อกเตอร์ๆๆๆ มีแต่ไทยด็อกเตอร์เท่านั้นที่ไปได้ถึงผู้คนในชนบท บางครั้งทีมของคุณหมอก็เจออุปสรรคในการทำงาน เพราะทหารศรีลังกาต้องการสิ่งของบริจาคไปเก็บไว้ (ใช้เอง?) ในค่ายทหาร นายแพทย์ปิโยรสเป็นหมอที่มีความรู้ดีมากท่านหนึ่ง จบแพทย์จุฬาฯ แล้วก็ไปต่อด้านศัลยกรรม ที่ญี่ปุ่นอีก 5 ปี และเรียนอีกหลายที่ครับ เช่น ที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์โชวะแห่งญี่ปุ่น เรียนปริญญาเอกทางพันธุวิศวกรรมการแพทย์จามหาวิทยาลัยโตเกียว ไปศึกษาเน้นด้านศีรษะและคอที่ศูนย์มะเร็งแห่งชาติชิบะ จากนั้นได้ทุนไปต่อที่ศูนย์การแพทย์เมาท์ไซนายที่นิวยอร์ก พันธุวิศวกรรมการแพทย์ ที่เอ็มไอที และยังทำวิจัยต่อที่มหาวิทยาลัยลอนดอนของอังกฤษ ฯลฯ คุณสมบัติชั้นยอดและมันสมองชั้นเยี่ยมอย่างคุณหมอปิโยรสนี่ มีแต่สถาบันการแพทย์ดังๆ ของโลกอยากได้ตัว ในวัย 46 ปี ขณะนี้คุณหมอมีโอกาสทำเงินได้มาก แต่คุณหมอกลับทำตัวเรียบง่าย ในสมองสนใจแต่ว่าจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ได้อย่างไรแต่เพียงเท่านั้น ช่วยโดยไม่สนใจว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาไหน และที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่อยากเป็นข่าว ไม่ต้องการประชาสัมพันธ์ ปรารถนาที่จะมีชีวิตเรียบๆเงียบๆ แต่มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ ตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากสึนามิของทางการศรีลังกาคือ 30,721 คน แต่คุณหมอและผมเชื่อว่า ในความเป็นจริงมีมากกว่านั้นเยอะ เพราะบางที่มีการฝังโดยไม่มีการนับจำนวนและ ไม่ได้แจ้งทางราชการ ในการเดินทางไปศรีลังกาครั้งนี้ ผมยังบังเอิญได้พบกับทีมขององค์การอนามัยโลก ที่ส่วนใหญ่ขับรถยนต์ไปตรวจตราแล้วก็ (อาจจะ) เขียนรายงาน โดยไม่ได้ลงไปช่วยเหลือชาวบ้านจริงๆอย่างทีมมูลนิธิดวงแก้ว คนเราดวงจะเจอกันครับ ผมเจอคุณหมอปิโยรสโดยบังเอิญอีกครั้ง ขณะที่กำลังนั่งรอเครื่องบินที่กรุงโคลัมโบ คุณหมอต้องรีบบินกลับเมืองไทย เพราะมีโทรศัพท์แจ้งว่าอาการของคุณแม่เข้าขั้นวิกฤติ เราถึงเมืองไทยในเวลาเที่ยงของอังคารวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2548 คุณหมอรีบตรงดิ่ง ไปยังโรงพยาบาล ได้กราบเท้าคุณแม่ซึ่งกำลังป่วยหนัก พอได้พบหน้าลูกชาย คุณสินทรา ปรียานนท์ ก็จากโลกนี้ไปเมื่อเวลา 17.00 นาฬิกา ศพคุณแม่ของคุณหมอปิโยรสตั้งอยู่ ณ ศาลา 7 วัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพฯ คุณแม่สินทราจากโลกนี้ไปแล้ว โดยทิ้งลูกชายไว้ช่วยมนุษยชาติ. นิติภูมิ นวรัตน์
หมวด: คิดนึก, ความรัก, สังคม
ห้างสรรพสินค้า กับร้านค้า ตกแต่งสวยๆ

ห้างสรรพสินค้า กับร้านค้า ตกแต่งสวยๆ

แต่ละร้าน ตกแต่งแบบเก๋ไก๋ ไอเดียแจ๋วๆ (ดูรูปเพิ่มในอัลบั้มนะ)
หมวด: ศิลปะ, ของแปลก, ห้างสรรพสินค้า, ร้านแปลก, ไอเดีย
ลูกหมา น่ารัก

ลูกหมา น่ารัก

วันนี้เพื่อนส่งรูปลูกหมาน่ารักๆมาฝาก เห็นแล้วอยากเลี้ยงไว้สักตัวไหมคะ :)
หมวด: อัลบั้มรูป, ความรัก, รูปน่ารัก