สีทำขนมจากธรรมชาติ
ใบเตย ให้สีเขียว ใบเตยมีสองชนิด คือ เตยหอม และเตยไม่หอม การเลือกใช้นิยมใช้ใบเตยหอม ที่มีกอใหญ่ มีใบโต ไม่มีแมลงเจาะ วิธีการคั้นน้ำใบเตย หั่นใบเตยเป็นฝอย แล้วโขลกให้ละเอียด ใส่น้ำเล็กน้อย คั้นเอาน้ำเตยออกให้เข้มข้นที่สุด กรองด้วยผ้ากรอง พยายามอย่าให้กากใบเตยหล่นลงไปในน้ำที่กรองแล้ว
กาบมะพร้าว ให้สีดำใช้กาบมะพร้าวแก่เผาไฟให้ไหม้จนเป็นสีดำทั้งอันใส่น้ำคั้น กรองด้วยผ้ากรองเอากากออกให้หมด
ขมิ้น ให้สีเหลือง มีกลิ่นหอมใช้ผสมกับ ขนมที่ต้องการให้มีสีเหลือง วิธีการใช้ทุบขมิ้นให้แตก ห่อผ้าแล้วนำไปแช่กับน้ำให้ออกสี
ดอกอัญชัน ให้สีม่วงคราม เวลาใช้ให้เลือกเอาแต่ส่วนที่เป็นสีม่วง วิธีการใช้ใส่น้ำเดือดเล็กน้อย แช่ดอกอัญชัน สักครู่คั้นให้ออกสีคราม กรองเอากากออก หยดน้ำมะนาวลงไปสีจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง
ดอกดิน ให้สีดำ เป็นพืชชนิดหนึ่ง จะมีตอนหน้าฝน ดอกปนกับรากไม้ชนิดอื่นเช่น รากอ้อย รากหญ้าคา ดอกดินโผล่ออกจากดินมีสีม่วงเข้ม กลีบดอกรี ๆ ใช้ผสมกับแป้งทำขนมดอกดิน
ครั่ง จะได้สีแดง ใช้รังครั่งมาแช่น้ำ ถ้าต้องการสีแดงคล้ำ เติมสารส้มลงไปเล็กน้อย
กระเจี๊ยบ จะได้สีแดงเข้ม ใช้ส่วนที่เป็นกลีบหุ้มผลนำมาต้มกับน้ำ
เกสรดอกคำฝอย จะได้สีเหลือง ใช้แช่ในน้ำร้อน กรองเอาแต่น้ำ
สีที่ได้จากธรรมชาติ ดีกว่าใช้สีผสมอาหารสำเร็จรูปนะคะ ไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเราด้วยค่ะ
วิธีทำคือ
ราดด้วยน้ำให้ทั่ว แล้วเอาเกลือแกงโรยลง บนแปรงขัดทั้งห้องน้ำ หรืออาจจะโรยเกลือที่ผ้าเปียกน้ำ แล้วขัดพื้นให้ทั่ว
เพียงเท่านี้ ห้องน้ำกระเบื้องของคุณก็จะ สะอาดเป็นเงางาม เลยทีเดียว
ใครที่มีปัญหาเรื่องทำความสะอาดกระเบื้อปูห้องน้ำ ลองทำตามคำแนะนำนี้ดูนะคะ
รวมลิ้งค์ข่า่วแปลก - น่าสนใจ ไปดูกันเลย..
ทดลองผ่าตัดในสภาพไร้น้ำหนักบนเครื่องบิน .. เตรียมผ่าในอวกาศ
รัฐบาลจีนเซ็นเซ่อร์หนังใหม่เฉินหลง บอก บทนี้เลวเกินไป ไม่เหมาะกับเฉินหลง
กูปรี ไม่มีสายพันธุ์จริงตามธรรมชาติ ตรวจดีเอ็นเอแล้ว เป็นลูกผสมวัวแดง
พี่น้องแข่งกับจับปลาดุกยักษ์ ตัวโตกว่าคนจับซะอีก
ประชาชนใจดี ช่วยวัยรุ่น 14 ขวบขโมยรถยนต์
กุหลาบแดงคือดอกไม้สุดโปรดของเธอ และเธอก็ชื่อโรส ซึ่งหมายถึงกุหลาบด้วย ทุกปีสามีของเธอจะส่งดอกกุหลาบผูกโบว์น่ารักให้ แม้กระทั่งปีที่เขาตายจากไป
เธอก็ยังได้รับดอกกุหลาบซึ่งมาส่งที่หน้าบ้าน การ์ดที่แนบมาเขียนไว้ว่า "ที่รักของผม" เหมือนกับหลาย ๆ ปีก่อนหน้านี้ แต่ละปีที่เขาส่งดอกกุหลาบให้เธอ เขาจะเขียนว่า "ปีนี้ผมรักคุณมากกว่าที่ผมเคยรักเมื่อปีก่อน เพราะความรักของผมเติบโตขึ้นทุกปีที่ผ่านไป"
เธอรู้ว่านี่คือกุหลาบช่อสุดท้ายแล้วที่เธอจะได้รับ เธอคิดว่าเขาคงสั่งดอกไม้ล่วงหน้าก่อนถึงวันวาเลนไทน์ โดยที่เขาไม่รู้ว่า เขาจะจากไป เขามักจะทำอะไรเอาไว้ล่วงหน้าเสมอ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดแม้ว่าเขาจะงานยุ่งแค่ไหนก็ตาม
เธอตัดก้านกุหลาบ แล้วจัดมันลงในแจกันสุดพิเศษ วางไว้ข้างภาพถ่ายใบหน้าเปื้อนยิ้มของสามี นั่งลงบนเก้าอี้ตัวโปรดของเขา เนิ่นนานนับชั่วโมง จ้องมองภาพถ่ายของเขา ที่มีดอกกุหลาบอยู่ด้านข้าง
หนึ่งปีผ่านไป มันยากมากสำหรับการที่ต้องอยู่คนเดียว โชคชะตาบันดาลให้เธอต้องกลายเป็นคนอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว แล้วกริ่งประตูก็ดังขึ้นเหมือนวันวาเลนไทน์ปีก่อน ๆ เมื่อเธอเปิดประตูก็พบกุหลาบแดงวางอยู่ที่หน้าประตู เธอนำมันเข้ามา ในบ้าน และรู้สึกตกใจกับสิ่งที่ได้รับ ในที่สุดเธอก็กดโทรศัพท์ไปที่ร้านดอกไม้
เมื่อเจ้าของร้านมารับสาย เธอจึงถามเขาว่า ทำไมถึงมีคนส่งดอกไม้ให้เธอ ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวด "ผมทราบว่าสามีของ คุณจากคุณไปเมื่อปีที่แล้ว" เจ้าของร้านตอบ "และผมก็รู้ว่าคุณต้องโทรมา
และอยากรู้ว่าใครส่งดอกไม้ไปให้ ดอกไม้ที่คุณ ได้รับวันนี้ชำระเงินล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วครับ สามีคุณเป็นคนสั่งดอกไม้โดยเตรียมการไว้ล่วงหน้า ผมยังมีคำสั่งซื้อดอกไม้จากเขาเก็บเอาไว้ในแฟ้มอีก
ผมได้รับคำสั่งให้ส่งดอกไม้ให้คุณทุกปี ยังมีอีกเรื่องนะครับที่ผมคิดว่าคุณควรจะทราบ เขาเขียนการ์ดพิเศษเอาไว้ให้คุณใบหนึ่งเมื่อหลายปีที่แล้ว และเขาต้องการให้ผมส่งการ์ดนี้แก่คุณ ในปีถัดจากปีที่เขาจากคุณไปแล้ว"
เธอกล่าวขอบคุณเจ้าของร้านดอกไม้แล้ววางโทรศัพท์ น้ำตาไหลอาบแก้ม นิ้วของเธอสั่นระริกขณะเอื้อมมือไปหยิบการ์ดใบนั้น บนการ์ดมีลายมือของเขาที่เขียนถึงเธอ แล้วเธอก็เริ่มอ่านมันอย่างเงียบ ๆ
ในการ์ดเขียนว่า
"หวัดดีจ้ะที่รัก ถึงตอนนี้ผมได้จากคุณไปหนึ่งปีแล้ว หวังว่ามันคงไม่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยเกินไปในการต่อสู้กับปีที่ผ่านมานะ ผมรู้ว่าคุณคงรู้สึกอ้างว้างและเจ็บปวด ถ้าเป็นผมก็คงรู้สึกไม่ต่างจากคุณ ความรักของเราสองคนทำให้ทุกสิ่งในชีวิตดูงดงามไปหมด ผมรักคุณมากเกินกว่าที่จะบรรยายได้คุณคือภรรยาที่สมบูรณ์แบบ คุณเป็นทั้งเพื่อนและคนรัก คุณเติมชีวิตผมให้เต็ม ผมรู้ว่ามันเพิ่งผ่านไปได้แค่ปีเดียวแต่ผมไม่อยากให้คุณตกอยู่ในความเศร้า ผมอยากให้คุณมีความสุข แม้กระทั่งเวลาที่คุณหลั่งน้ำตา และนี่คือเหตุผลว่าทำไมผมจะยังคงส่งดอกไม้ให้คุณต่อจากนี้อีกหลายปี เมื่อคุณได้รับดอกกุหลาบผม อยากให้คุณนึกถึงความสุขตลอดระยะเวลาที่เราได้รักกัน ผมรักคุณเสมอ และรู้ว่ามันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป
แต่ที่รัก คุณต้องต่อสู้ต่อไป ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ได้โปรดมองหาความสุข ตลอดวันเวลาที่คุณยังมีชีวิตอยู่ ผมรู้ว่ามันไม่ง่าย หากหวังว่าคุณคงไปถึงมันได้สักวัน กุหลาบจะส่งถึงคุณทุกปีและจะหยุดส่งก็ต่อเมื่อคนที่มาส่งดอกไม้เคาะประตูแล้ว ไม่มีใครมาเปิดรับ เขาจะมาส่งห้าครั้งในวันนั้นเผื่อว่าคุณจะออกไปธุระข้างนอก หากครบห้าครั้งแล้วยังมอบดอกกุกลาบให้คุณไม่ได้ เขาจะรู้เองว่าต้องนำดอกไม้ไปยังสถานที่ที่ผมสั่งเอาไว้ ดอกกุหลาบจะวางลงบนที่ที่เราจะได้อยู่ร่วมกัน อีกครั้งชั่วนิรันดร์"
อย่าลืมวันเกิดเพื่อนซี้เด็ดขาด
ซื่อสัตย์ต่อมิตรภาพ อย่างทิ้งเพื่อนสุดซี้ของคุณให้เดียวดาย
อย่านินทาเพื่อนทั้งต่อหน้าและลับหลัง เพราะการกระทำแบบนี้ไม่เจ๋งสักนิด
หากเพื่อนกำลังเศร้าพยายามทำให้เธอยิ้มได้
คงไม่มี ใครชอบทะเลาะกับเพื่อน แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ คุณเองควรเป็นฝ่ายยุติเรื่องราวให้เหตุผลที่ดีกับเพื่อนว่า คุณต้องการอะไรและถามด้วยว่าเพื่อน
คุณต้องพร้อมให้การแนะนำอย่างตรงไปตรงมา แต่ใช้คำพูดที่ไม่หักหาญน้ำใจ
เชื่อใจเพื่อนซี้แสนดีของคุณเถอะ ถ้าคุณไว้ใจเธอถึงขั้นบอกความลับของคุณกับเธอแล้ว แน่ใจได้ว่าเธอจะเชื่อใจและพูดกับคุณได้ทุกเรื่องเช่นกัน
ถ้าเพื่อนคิดว่ากำลังเล่าเรื่องตลกที่สุดให้คุณฟัง แต่คุณไม่ขำ ขอให้หัวเราะกับมุขฝืดๆนั้นหน่อย เพราะอย่างน้อยเพื่อนคุณก็ได้พยายามแล้ว
เรื่องบางเรื่องที่เพื่อนเล่าให้ฟัง แล้วอยากให้คุณรู้เพียงคนเดียว อย่าไปเล่าให้คนอื่นฟังเชียวนะ เพราะเขาอาจเห็นเป็นเรื่องสนุก นำไปเล่าต่อ ทีนี้แหละ ใครต่อใครคงรู้เรื่องเพื่อนคุณกันหมด
อย่าลืมนะคะ มีเพื่อนซี้ไว้สักคน ให้คอยปลอบใจยามเหงา แค่นี้คุณก็ไม่รู้สึกเดียวดายแล้วหล่ะค่ะ :)
ในลูกเดือยนั้นมีคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบมากที่สุด รองลงมาเป็นโปรตีน ซึ่งเป็นโปรตีนคุณภาพสูงเทียบเท่าโปรตีนที่ได้จากข้าวโอ๊ต
นอกจากนั้นก็ยังมีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี๑ ใยอาหาร
และยังมีกรดอะมิโน ซึ่งเป็นตัวสำคัญที่ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น เพราะกรดอะมิโนตัวนี้จะสามารถเข้าไปกระตุ้นให้เซลล์สมองหลั่งสารที่ทำให้นอน หลับ สมองก็จะพักการทำงานชั่วคราว หลังจากที่ทำงานมาอย่างหนักตลอดทั้งวัน
รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมหาลูกเดือย มาติดบ้านไว้นะคะ ^-^
เวลา “งอน” … คุณมีอาการ แบบนี้หรือเปล่า? “โรคงอน” เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง ติดต่ออย่างรวดเร็ว ขยายตัวเป็นวงกว้างในแนวราบ ยังไม่พบวัคซีนหรือยารักษา
ผู้ป่วยมีอาการ “หน้างอ” บางรายที่อาการหนัก . . . จะมีอาการหน้าดำ แทรกซ้อนด้วย หูแข็งฟังอะไร ขัดหูขัดใจไปหมด ตาขวาง น้ำลายไหลเล็กน้อยพองาม (. . .จริงอ่ะ) ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน ว่าผู้ใดนำเชื้อมาปล่อย โรคนี้ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูง มือไม้สั่น ผู้ป่วยที่อาการหนัก . . . อาจถึงขั้นชักดิ้นชักงอ
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น . . . ควรสังเกตอาการผู้ป่วย ว่างอนอยู่ในระดับไหน ถ้างอนน้อย ๆ ให้รีบง้อ วิธีการรักษา . . . ผู้พบเห็นทั่วไป ควรเอาใจใส่ ต่อผู้ที่ติดเชื้อในระยะเริ่มแรก จะทำให้อาการไม่ลุกลาม และสามารถรักษาหายได้
สำหรับผู้ป่วยที่อาการหนัก ผู้ง้อ ควรได้รับการฝึกสอน และเป็นผู้ชำนาญการง้อเป็นพิเศษ เพราะผู้ป่วยจิตใจอ่อนแอ . . . เปราะบางแตกหักง่ายเอาใจใส่เป็นพิเศษ
หลังได้รับการรักษา . . . ผู้ป่วยที่หายแล้ว ยังสามารถอาการกำเริบได้ทุกเวลา ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความรักและความเข้าใจ หากความรักและความเข้าใจลดน้อยลงเมื่อไหร่ . . . อาการงอนจะกำเริบ
หมายเหตุ . . . พบมากในกลุ่มคนที่มีความสวย และความน่ารัก สำหรับผู้ไม่สวยและไม่น่ารัก . . . จะเรียกอาการเดียวกันนี้ว่า “น่าเบื่อ"
กฎเหล็ก 6 ข้อเมื่ออยู่ห่างกับแฟน
1.ไม่ควรให้ความสนิทสนมกับเพื่อนต่างเพศคนใดคนหนึ่งมากเป็นพิเศษ อย่าอ้างว่า “เพราะคุณไม่อยู่ผมเลยต้องออกไปกับคนอื่น แต่เราไม่มีอะไรกันนะ” จริงอยู่ที่แรกๆก็อาจไม่ได้คิดอะไร แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อใกล้ชิดกันมากๆแล้ว ความรู้สึกอาจจะเปลี่ยนได้
2.ติดต่อกันอยู่เสมอ อย่ามัวแต่เสียดายค่าโทรศัพท์อยู่เลย เพราะแฟนไม่ได้หาได้ตามศุนย์การค้านะคะ
3.ทำตัวให้อีกฝ่ายไว้วางใจ อย่าโกหก หรือหลอกลวง เพราะจะทำให้ความไว้ใจหมดไป
4.ต้องหนักแน่น เวลาใครมาเล่าอะไรให้ฟัง ต้องฟังหูไว้หูอย่าเชื่อคนอื่นมากกว่าแฟนตัวเอง ยังไงเราก็รู้จักตัวตนของเค้ามากกว่าคนอื่น
5.บอกรักกันบ่อยๆ ยังไงก็บอกรักกันบ่อยๆนี่ก็น่ารักดีนะคะ อย่ามัวแต่อายเลยค่ะ เรารักเค้านี่นา แค่บอกรักแค่นี้ไม่ยากหรอกค่ะ
6.แคร์กันหน่อย จะทำอะไรก็คิดถึงจิตใจของอีกฝ่ายอยู่เสมอ คุณอาจจะไปดูหนังกินข้าวกับแฟนเก่า แม้ว่ายังเหลือความเป็นเพื่อนอยู่ ถ้าแฟนคนปัจจุบันของคุณห่างไกลกัน คำว่า "ถ่านไฟเก่ามันคุ"ก็ยังใช้ได้อยู่นะคะ
ยังไงก็อย่าได้ห่างไกลกันนานนักเลยค่ะ หัวใจมันอ่อนไหวนะคะ ถ้ามีความจำเป็นต้องห่างไกลกันจริงๆก็ หนักแน่นและเชื่อใจคือสิ่งสำคัญที่สุด :)