เด็กสาวตาบอดคนหนึ่งเกลียดตัวเองที่มองอะไรไม่เห็น เธอเกลียดทุกคนยกเว้ณแฟนหนุ่มของเธอ วันหนึ่งเธอบอกกับเขาว่า ถ้าเธอมองเห็นเธอจะแต่งงานกับเขา
แล้ววันหนึ่ง โชคก็เดินทางมาถึงมีคนบริจาคดวงตาให้เธอ เธอจึงมองเห็น ทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งแฟนของเธอ เขาจึงถามเธอว่า "ตอนนี้เธอมองเห็นแล้ว เธอจะแต่งงานกับฉันไหม"
เด็กสาวตกใจมากที่เห็นว่าเขาตาบอด เธอตอบเขาว่า "ขอโทษนะฉันแต่งงานกับเธอไม่ได้หรอก เพราะเธอมันตาบอด"
แฟนของเธอเดินจากไปทั้งน้ำตา เขาบอกกับเธอว่า "งั้นช่วยดูแลดวงตาของฉันให้ดีก็แล้วกันนะ"
อ่านจบแล้วรู้สึกว่าคำสัญญา ถ้าเราทำไม่ได้ตามที่เราสัญญา อย่าสัญญากับใครเลยดีกว่าค่ะ :) (ที่มา : E-mail)
มันมีเหตุผลหลายอย่าง ที่เราจำเป็นต้องหักห้ามใจไม่ให้รักใครสักคน
เหตุผลของคนเราย่อมไม่เหมือนกัน บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะรู้ตัวว่ามันคงเป็นไปไม่ได้
บางคนอาจต้องห้ามใจ เพราะกลัวใจตัวเองจะถลำลึกและเจ็บปวดมากไปกว่านี้
บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะมีคนที่รักคนที่เรารักมาก่อน และคนคนนั้นก็คือคนที่เรารู้จัก
และเราก็ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของคนคนนั้น บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะเขาอาจไม่ได้คิดและรู้สึกเหมือนกับเรา
ทุกข์ทรมานแค่ไหนที่เรารักเขา แต่ต้องพยายามฝืนใจถอยห่างออกมา
เราต้องเงียบ ต้องเฉยชา ต้องเลี่ยง ต้องหลบหน้า ต้องทำหน้าตาบึ้งตึงใส่
เพื่อจะย้ำเตือนให้ตัวเองไม่ต้องรู้สึกอะไรใดๆ กับเขา มันเจ็บแทบบ้าที่ต้องทำร้ายตัวเองด้วยวิธีการนี้
แม้จะดูเป็นวิธีการโง่ๆ แต่หากจำเป็นต้องทำเพื่อปกป้องตัวเอง เพื่อไม่ให้ใจของตัวเองต้องบาดเจ็บ
หักห้ามใจ ตอนก่อนที่จะถลำลึก ง่ายกว่า ที่เข้าไปแล้ว ถอยออกมานะคะ :)
รักเธอ..บ้างหรือเปล่า
เธอเฝ้าพยายามถามฉันอย่างนั้น
เธอก็เห็นสิ่งที่แสดงออกอยู่ทุกวัน
แทนคำว่ารักได้ร้อยพันเท่าทวี
ไม่รู้จะบอกอย่างไร...
แต่ในใจมีให้เธอล้นปรี่
มากมายจากใจคือความรู้สึกดีดี
แม้ไม่เคยพูดให้ได้ยินสักที..เลยก็ตาม
ความรัก ไม่ต้องพูด แต่แสดงออกก็ได้เหมือนกันนะคะ พูคำว่ารักเป็นล้านครั้ง ก็ไม่พอเท่าการกระทำหรอกค่ะ
ใครที่ยังไม่พร้อม ในรัก ลองอ่านบทกลอนนี้ดูนะคะ
รอให้เราค้นพบทางที่ค้นหาก่อน
เรียนรู้ความรักในทุกบทอย่างช้าๆ
หากเธอต้องการใจฉันจริง คงต้องให้เวลา
เพราะฉันเป็นผู้หญิงมีค่า ไม่ง่ายสำหรับใคร
เวลาเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับความรักเสมอ
วิธีดูแลเส้นผมตัวเองให้สลวย พร้อมปล่อยให้ยาวได้โดยไม่ชี้ฟู ทำได้ไม่ยาก และไม่ต้องถึงกับเข้าซาลอนทุกครั้ง ที่ต้องการสระผม
ทุกเช้า หลังตื่นนอน ใช้ปลายนิ้วมือ สางผมออกอย่างอ่อนโยน ป้องกันปัญหาผมพันกัน
ก่อนสระผม ใช้แปรงไม้แปรงผมอย่างเบามือ เพื่อให้สิ่งสกปรกที่ติดผมอยู่หลุดออก
เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผมที่เหมาะกับสภาพผมของคุณ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีแรง ๆ ซึ่งอาจทำลายสมดุลของสุขภาพผมได้
หมั่นบำรุงผมด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้น เพื่อคืนความชุ่มชื้นที่สูญเสียไปให้แก่เส้นผม หลีกเลี่ยงการใส่ครีมนวดบริเวณโคนผม
อย่าเกาหนังศีรษะหรือขยี้ผมแรง ๆ ระหว่างสระ ควรใช้ปลายนิ้วมือ นวดบำรุงหนังศีรษะอย่างอ่อนโยนเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
ผมเปียกจะอ่อนแอเป็นพิเศษ หลังสระจึงไม่ควรขยี้ผมหรือแปรงผมแรง ๆ
หากมีเวลา ควรปล่อยให้ผมแห้งเอง หลีกเลี่ยงการไดร์ หนีบ หรือม้วนผมด้วยความร้อนสูงๆ
วิธีแปรงผมที่ถูกต้อง ให้แบ่งผมเป็นส่วนๆ ค่อยๆ หวีผมทีละส่วนด้วยหวีไม้ซี่ห่าง หลีกเลี่ยงหวีพลาสติกที่จะทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต เริ่มแปรงผมจากด้านในมาด้านนอก แปรงผมอย่างอ่อนโยนจากบนลงล่าง
กินอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน วิตามินบี 6 แมกนีเซียม สังกะสี เพื่อบำรุงเส้นผม
หมั่นเล็มปลายผมทุก 8 – 10 สัปดาห์
หลีกเลี่ยงการรัดผม มัดผม หรือคาดผมจนตึงแน่น
เพียงเท่านี้ ผมของคุณก็สามารถปล่อยผมได้ทุกเวลาเลยค่ะ ลองทำดูนะคะ
ดี,โอเค: คำนี้ผู้หญิงใช้ปิดการโต้เถียงตอนที่เธอมั่นใจว่าเป็นฝ่ายถูก และคุณต้องหุบปากซะ
ห้านาทีนะ: ถ้า หล่อนกำลังแต่งตัว นี่จะหมายถึงชั่วโมงครึ่ง แต่ห้านาทีก็คือห้านาทีถ้าเธอเพิ่งยอมให้คุณดูบอลต่ออีกห้านาทีแล้วค่อยไป ช่วยเธอทำงานบ้าน
ไม่มีไร: นี่คือความสงบก่อนพายุจะเข้า มันแปลว่า”มีอะไร”แน่ ๆ ขอให้เตรียมตัวได้เลย การโต้เถียงที่เริ่มด้วย “ไม่มีไร” มักจะไปจบลงที่ “ดี,โอเค”
ก็เอาดิ,เอาเลย: นี่เป็นคำท้า ไม่ใช่คำอนุญาต อย่าทะลึ่งทำเป็นอันขาด!
ทำเสียง ชิ,ฮึ,จึ๊ ฯลฯ ออกมาดัง ๆ: มัน มีความหมายแน่นอน แต่อวจนภาษามักทำผู้ชายเข้าใจผิด เสียงพวกนี้หมายความว่าเธอกำลังคิดว่าคุณแม่งซื่อบื้อเหลือทน และไม่เข้าใจว่าจะมาเสียเวลายืนเถียงกับคุณเรื่อง”ไม่มีไร”แบบนี้ทำไม (กลับไปดู “ไม่มีไร” ที่ข้อ 3)
ไม่เป็นไร: นี่คือสถานะอันตรายสุด ๆ ที่ผู้หญิงจะมีต่อผู้ชายแล้ว “ไม่เป็นไร”แปลว่าเธอต้องคิดดูก่อนอย่างนานและอย่างหนักว่าคุณต้องชดใช้อะไร อย่างไร และเมื่อไหร่ ในความผิดที่คุณก่อไว้
ขอบคุณ: ถ้าผู้หญิงขอบคุณ อย่ามีคำถาม อย่ามัวทำเฉย ตอบรับคำเขาไปดี ๆ (แต่ขอเพิ่มหน่อยว่า ถ้าผู้หญิงพูดว่า “ขอบคุณมาก” อันนี้ประชดเต็มดอก เธอไม่ได้ขอบคุณอะไรเลย อย่าได้ทะลึ่งตอบรับ ไม่งั้นคุณจะเจอกับ “เออ เอาเหอะ”)
เออ เอาเหอะ: เป็นวิธีที่เจ้าหล่อนจะพูดกับคุณว่า บ้า!
อย่าห่วงเลย,อือ เข้าใจละ: อีกหนึ่งสถานะอันตราย หมายความว่านี่คือบางอย่างที่เธอบอกให้คุณทำมาหลายครั้งละ แต่คราวนี้เธอจะทำเอง ซึ่งเดี๋ยวคุณก็จะถามว่า “เป็นไรอะ” แล้วคุณก็จะเจอกับข้อ 3.
มารยาหญิง ร้อยเล่มเกวียน ผู้ชาย อย่าลืมตามให้ทันนะคะ *^-^*
ศัตรูของเท้าไม่ใช่ความแห้งแต่เป็นกลิ่น ดังนั้นไม่ควรหมักหมมเท้าไว้ในรองเท้าให้นานเกินไป ควรหาเวลาถอดเพื่อระบายเหงื่อ หรือใช้สเปรย์แป้งเพิ่มความสดชื่นให้แก่เท้าอยู่เสมอ
เวลาล้างเท้าควรล้างอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะบริเวณแต่ละง่ามนิ้วเท้า ควรใช้สบู่เด็กหรือผลิตภัณฑ์รักษาความสะอาดโดยเฉพาะ เพราะบริเวณนั้นเป็นแหล่งรวมของเชื้อราเลยทีเดียว จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำสะอาดให้หมดจด
ควรประณีตกับการล้างเท้า โดยการใช้ “หินลอย” (Pumice Stone) มาขัดหนังที่แข็งกระด้างออก และไม่ลืมที่จะใช้เวลาในการเช็ดเท้าให้แห้งสนิทมากที่สุดด้วย
เมื่อเท้ามีอาการปวดเมื่อยจากการเดินหรือวิ่งก็ตาม ง่ายๆ เลยเพื่อระงับความปวดเมื่อยคือการนำเท้าไปแช่น้ำอุ่น(ผสมเกลือ) สัก 10-15 นาทีแล้วยกออก ตามด้วยการจุ่มน้ำเย็นสัก 1-2 นาที ก็จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และยังทำให้ผิวเท้านุ่มขึ้นอีกด้วย
ควรนำเท้าไปนวดครีมหรือนวดน้ำมัน เพื่อรักษาผิวให้มีความชุ่มขึ้นอยู่เสมอ
ไม่ควรใส่รองเท้าที่คับจนเกินไป เพราะนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดแล้ว ยังทำให้เกิดแผลและตาปลาอีกด้วย
ไม่ควรทำเล็บที่ร้านเสริมสวยหรือใช้เครื่องมือของทางร้าน เพื่อป้องกันความสกปรกหรือโรคผิวหนัง ที่จะติดมากับเครื่องมือเหล่านั้น(ทำด้วยตัวเองดีที่สุด)
ใครที่เท้ามีกลิ่น อย่าลืมดูแลรักษา ให้เท้าสะอาดอยู่เสมอ นะคะ :)
เมื่อได้อ่านบทความนี้ทีไร น้ำตาไหลทุกที ลองอ่านดูนะคะซึ้งมาก เป็นการให้กำลังใจในการสู้ชีวิตสามคนแม่ลูก
บะหมี่น้ำหนึ่งชาม.txt