บอกเพื่อนด้วย Link:
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ เมืองเอดินบะระ ประเทศอังกฤษ เป็นพระธิดาพระองค์แรกใน สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
เมื่อแรกประสูติทรงพระนามในสูติบัตรว่า May ตามที่โรงพยาบาลตั้งถวาย ต่อมาเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตั้งพระนามว่า หม่อมเจ้าหญิงกัลยาณิวัฒนา มหิดล (คำว่า “วัฒนา” ในพระนาม ทรงตั้งตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี) ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา
ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตลอด 84 ปีที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงมีพระกรณียกิจที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อส่วนรวมในหลายแขนง ตั้งแต่เสด็จกลับเมืองไทยในปี พ.ศ.2493 ทรงเริ่มต้นเป็นอาจารย์สอนนิสิตนักศึกษาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อีกหลายแห่ง
ภาพที่ประชาชนไทยต่างคุ้นเคยและอยู่ในความทรงจำมาจนทุกวันนี้ คือ เมื่อครั้งที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนียังทรงเจริญพระชนชีพ ได้เสด็จไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรตามท้องถิ่นทุรกันดารอยู่เสมอ พร้อมกับทรงนำแพทย์อาสาไปให้การรักษาผู้เจ็บป่วย โดยมีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตามเสด็จอยู่เคียงข้าง
แม้เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว นอกจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จะทรงสืบพระปณิธานแล้ว ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ทรงอุปถัมภ์ บางองค์กรทรงก่อตั้งด้วยพระองค์เอง รวม 63 มูลนิธิ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สุขแห่งปวงราษฎรไทยสืบไปทั้งสิ้น
ประกาศสำนักพระราชวัง พระพี่นางฯ สิ้นพระชนม์แล้ว
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว เมื่อเวลา 02.54 น. ของเช้าวันพุธที่ 2 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา หลังทรงเข้ารับการรักษาพระอาการประชวรที่โรงพยาบาลศิริราชหลายสัปดาห์
ลิงก์ผู้สนับสนุน
เขียนเมื่อวันที่ 2/01/2551
เคยดูรึยัง
ตามที่ได้โม้ไว้ว่าเว็บนี้จะเปลี่ยนรูปแบบ บัดนี้เราได้ออกมาแล้ว ..รูปแบบเดิม..ครับ หน้าตาเหมือนเดิม แต่โค้ดเปลี่ยนใหม่นิดหน่อย คิดว่าระบบจะทำงานเร็วกว่าเดิมหน่อยนึง ส่วนรูปแบบ และ หน้าตาของ สะกิด ยังไม่เปลี่ยนครับ ยังเหมือนเดิม คือ
เราไม่สนใจคนอ่านว่าจะชอบอะไรนะครับ เราชอบของเราอย่างงี้
เราชอบรูปผู้หญิงครับ หุ่นดีๆ หน้าตาดี โชว์เนื้อเยอะๆ
เราชอบข่าวจากต่างชาติ เบื่อข่าวไทย มีแต่ข่าวปัญญาอ่อน กะพวกจริงจังกะชีวิตเกินไป
เราชอบด่า(อดีต)นายกทักษิณครับ เพราะว่าทั่นมันขี้โกงเกินไป (จะขึ้นราคาน้ำมันอีกแล้ว)
เราชอบรูปภาพครับ ภาพสวยๆด้วย ถ้ามี หญิงเราจะชอบมาก
และที่จะเพิ่มใหม่ก็คือ แอ่นแอ๊น:
ด่าเว็บไทยปัญญาอ่อนครับ
ขอบคุณที่มาอ่านนะครับ สุขสันสงกรานต์ย้อนหลังและขอให้ทุกคนมีความสุข เรารักคุณมากๆครับ (ถ้าคุณไม่ได้ชื่อทักษิณ)
ที่ญี่ปุ่นมี เนื้อปลาวาฬขายเกร่อ ทั้งแช่แข็ง ปลาวาฬกระป๋อง ปลาวาฬจิ้มจุ่ม ปลาวาฬเบอร์เกอร์ จนถึงปลาวาฬอาหารกลางวันของเด็กประถม
ญี่ปุ่นเพิ่มการจับปลาวาฬจาก 200 ตัว ต่อปี เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วมาเป็น 1,200 ตัวเมื่อปีที่แล้ว ทั้งๆที่โดนห้ามจับปลาวาฬเพื่อการค้า ทำได้ไง? ก็เพราะมีความสามารถในการเลี่ยงบาลี (เหมือนคนทำงานใหญ่ๆโตๆในบ้านเรา) โดยอ้างการจับปลาวาฬเพื่อการวิจัย (วิจัยว่าถ้าไม่มีปลาวาฬ ห่วงโซ่อาหารในทะเลจะเป็นยังไง เลยต้องจับมันให้มากๆ .. โอวว) แต่พอปลาวาฬตายแล้วจะเอาเนื้อทิ้งก็เสียดาย เลยเอามาบรรจุขายกันเกร่อ
เนื้อปลาวาฬเป็นพิษ การศึกษาพบว่าเนื้อปลาวาฬมีสารท็อกซิน (Toxin) หลายชนิดในปริมาณสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อ หญิงมีครรภ์ และเด็ก สงสัยว่าทำไมรัฐบาลญี่ปุ่นถึงได้ยัดเยียด ส่งเสริมให้เด็กประถมกินเนื้อปลาวาฬ ขนาดไปหมักซอสเปรี้ยวหวานให้ เพราะกลัวเด็กๆไม่กินเนื้อเหม็นๆ
เมื่อไม่นานมานี้ ญี่ปุ่นได้ประกาศเพิ่มพันธุ์ปลาวาฬที่จะจับ ซึ่งรวมปลาวาฬพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ อย่าง Fin Whale ด้วย แล้วยังไปบุกรุกจับปลาวาฬในเขตสงวนปลาวาฬโดยอ้างว่าไม่ผิดกฎเพราะจับเพื่อการ "วิจัย" กำลังโดนจวกหนักจากออสเตรเลียเพราะ 90% จับจากเขตสงวนของเค้า แถมยังถูกจับได้ว่าปลาวาฬตัวเมียที่จับมานั้น 60% เป็นปลาวาฬตั้งท้องด้วย
วันนี้ถ้ามีอะไรแปลกๆ ไม่ต้องตกใจนะคะ กำลังปรับปรุงเว็บอยู่ ขออภัยด้วยนะคะ
ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย ได้จัดพิมพ์ธนาบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวชนิราคา 60 บาท เป็นจำนวน 9,999,999 ฉบับ ซึ่งจะใหญ่กว่าธนาบัตรราคา 1000 บาทเล็กน้อย
กว้าง 81 มม. ยาว 162 มม.ซึ่ง 81 มาจาก 8+1 = 9 ,162 มาจาก 1+6+2 = 9
ธนาบัตรเป็นสีเหลืองทอง ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ เลขประจำหมวดธนาบัตรในภาษาไทย จะเป็น 9ธ และในภาษาอังกฤษ เป็น 9K ซึ่งมาจากคำว่า King ตั้งหมายเลข 0000001-9999999
ธนาบัตรที่ระลึกแลกซื้อพร้อมแผ่นพับและซองในราคาฉบับละ 100 บาท โดยส่วนต่าง 40 บาทจะนำทูลเกล้าถวายในหลวง
สามารถสั่งจองได้ที่ธนาคารพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ ในวันที่ 1-8 มิ.ย.นี้ เว้ณวันหยุดราชการ และสามารถรับได้ในวันที่ 9 มิย.ที่สาขาที่สั่งจองไว้ และถ้าหากไม่สะดวกในการสั่งจองก็สามารถแลกซื้อธนาบัตรที่ระลึก ได้ที่ ธปท.สำนักงานใหญ่ สำนักงานสุรวงศ์ สำนักงานภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น สำนักงานภาคใต้ จ.สงขลา และศูนย์จัดธนาบัตร จ.ลำปาง ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าธนาบัตรจะหมด
อาจจะพิมพ์เพิ่มเติมทีหลังได้หากยอดจองวันที่ 9 มิ.ย. มากพอ
เค้าว่า หัวเราะเป็นยาอายุวัฒนะ แต่หัวเราะผิดเวลา ผิดที่ อาจกลายเป็นยาเรียกฝ่าเท้าก็ได้
ท่านที่มักมีอาการหัวเราะพรวดพราดผิดเวลา โดนเพื่อนๆมองตาขวาง เพราะไม่มีคนอื่นขำด้วย ขอเสนอวิธีกลั้นขำผิดเวลา:
ศึกษาว่าสถานการณ์ไหนไม่ควรขำ (เช่น ไปขำต่อหน้าญาติที่มาเยี่ยมคนติดคุก)
ดูว่าคนอื่นขำ หรืออมยิ้มกันอยู่รึป่าว ถ้าไม่ เตื่อนตัวเองอย่าขำจนกว่าเค้าจะขำกัน
ถ้าเห็นคนที่มีอาการขำผิดเวลา ให้เดินออกห่างให้เร็วที่สุด
คิดถึงสิ่งที่เศร้าและหดหู่ ถ้าคิดไม่ออก ลองนึกถึงข่าวรายวัน (ระวังข่าวอุบาทว์ กลั้นขำด้วยความสมเพช ไม่อยู่ หรือข่าวฝืดๆอย่างในสะกิด เมื่อ 2-3 วันนี้ ที่ไม่อาจอดกลั้น สมเพชผู้เขียนได้)
หยิกตัวเอง กัดกระพุ้งแก้ม หรือ กัดลิ้น (เบาๆ) กลั้นหายใจ
ถ้ามันจะหลุดออกมาแล้ว ก็ทำเป็นไอทับซะ (ฮ่าๆ อะแฮ่มๆๆ) แล้วเดินหนีออกมาห่างๆ
กรณีงานศพ ถ้าหลุดขำให้เปลี่ยนเป็นร้องไห้ (ฮ่าๆ โฮๆๆๆ) แล้วเดินออกมาห่างๆคน
พ่นลมหายใจออกเยอะๆ จะทำให้หมดแรงขำ
ถ้าใช้วิธีข้างบนไม่ได้ ให้เอามือปิดปากปิดจมูก คนอื่นจะได้ไม่เห็น พยายามอย่าให้มีเสียง
ถ้ามันขำสุดทน เดินออกไปขำในที่ไม่มีคน จนกว่าจะพอใจ
คำเตือน
การกลั้นหายใจอาจทำให้ขำพรวดดังกว่าเดิม
การขำผิดกาลเทศะ เป็นประจำ อาจเป็นผลจากความผิดปกติทางประสาท หรือ สมอง ควรไปพบแพทย์
ตอนนี้ยังฟรีอยู่ แต่อีกไม่นานจะคิดตังคนละ 250 บาท เพื่อเข้าชมสวนสัตว์ไนท์ซาฟารีที่เชียงใหม่ คิวคนขอเข้าชมยังยาวตั้งแต่เย็น(กว่าจะได้ดูก็มืด) เพื่อรอเที่ยวชมพื้นที่ 800 ไร่จัดแปลกตา แต่มีสัตว์ยืนอยู่ประปรายไม่กี่ตัว อะหยังเป็นจะอี้ ก้อเพราะสัตว์ที่นายกขอไว้จากเคนย่ายังไม่มา และมีท่าทีว่าจะไม่มานะสิ อย่างที่เล่าไว้เรื่องคนประท้วงส่งสัตว์ป่ามาคราวที่แล้ว ตอนนี้ศาลที่เคนย่าสั่งยับยั้งการส่งสัตว์ป่ามาไทยแล้ว นักอนุรักษ์รอบโลกก้อประนามเคนย่าว่าส่งสัตว์มาเพื่อเงิน แต่รัฐบาลเคนย่าบอกว่าส่งมาเพื่อสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ความร้อนเรื่องนี้ก็มีในไทยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานี้ เมื่อลูกน้องของคุณปลอดประสพ เดินตรงรี่มาต่อยหน้านักอนุรักษ์สองคนที่เข้ามาถกกับคุณปลอดประสพในรายการ "ถึงลูกถึงคน" ของคุณสรยุทธิ์ หลังรายการจบ เพราะทนรับฟังเหตุผลอันแทงใจดำจากฝ่ายนักอนุรักษ์ไม่ได้ นี่แค่คนไทยพูดกันเองนะครับทั่น ยังมีรอบโลกอีกยอะ เรื่องขนสัตว์ป่าข้ามโลกมาแบบนี้ไม่ได้มีกันบ่อยๆนะครับ ไหนจะแอบเอาสัตว์สงวนมาอีก ไหนจะแอบเอามากินกันอีก เรื่องนี้กะโครงการอภิมหายักษ์ที่ว่าจะทำมาหื้อสมกับเป็นจังหวัดไทยรักไทย ยังต้องเจอเสียงคัดค้านดังทยอยมาอีกไม่ขาดสายว่าโครงการเหล่านี้จะไปทำลายวัฒนธรรมและสังคมที่มีอยู่เดิม ส่วนคนทำโครงการก้อใช้ วิธีโหมโฆษณา ลด แลก แจกฟรีไปก่อน ให้คนมาเยอะๆ (แล้วฟันทีหลัง) แบบที่คุ้นๆกันนะครับ เดิมๆ
ดูยอดมนุษย์บิลลี่ในลีลาประกอบเพลงที่ร้องว่า "อย่าลืมเรียกใช้บิลลี่ กับดิงดองยาวๆของเธอน้า" กดเพลย์เลย
เมื่อปี 20 ปีก่อน หลังจากร่วมเล่นดนตรีกับในหลวงของเรา Lionel Hampton นักดนตรีแจ๊ซแห่งตำนานคนหนึ่งเอ่ย.. "He is simply the coolest king in the land"
นักดนตรีแจ๊สชื่อก้องโลกอีกมากมายได้มีโอกาสร่วมแสดงดนตรีกับพระเจ้าอยู่หัว อาทิ Benny Goodman, Stan Getz, และ Benny Carter ผู้ซึ่งอยู่ในภาพถ่ายนี้ร่วมกับในหลวง นับเป็นครั้งที่ 2 ที่เค้าได้รับเชิญให้ไปเล่นดนตรีในวัง
นักดนตรีชั้นนำเหล่านี้รู้ดีว่าถ้าพระองค์ไม่ได้เป็นกษัตริย์ ท่านต้องเป็นนักดนตรีแนวหน้าของโลกแน่นอน
"I'm sure if he didn't have the job he has now, he'd be successful as a bandleader."
Les Brown หัวหน้าวงดังซึ่งได้เคยขอพระราชทานบรรเลงและบันทึกบทเพลงพระราชนิพนธ์ กล่าว
บทเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกคือ "Candlelight Blues" และเพลงที่เป็นที่ติดหูคอเพลงแจ๊ซต่างชาติก็คือ "Love at Sundown" และ "Falling Rain"
ดาวน์โหลดและฟังเพลงพระราชนิพนธ์ได้ที่เว็บเครื่อข่ายกาญจนาภิเษก