ใครที่เลี้งน้องหมาอยู่ อ่านสักนิดนะคะ
ขนมขบเคี้ยวเหมาะสำหรับ การฝึกสอน หรือเพื่อการแสดงความรักต่อเจ้าตูบ ซึ่งเจ้าตูบจะชื่นชอบ ที่จะแทะและขบเคี้ยว
แต่หากมองในแง่ของโภชนาการแล้ว ขนมขบเคี้ยวเหล่านี้ อาจเป็นบ่อเกิดของปัญหาทางโภชนาการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณหยิบยื่นขนมของคนให้เค้ากิน เค้าจะได้รับพลังงาน ที่เกินความต้องการของร่างกาย หากไม่ถูกเผาผลาญ โดยการออกกำลังกาย จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และกลายเป็นเจ้าตูบอ้วนๆ ที่กำลังเผชิญกับโรคร้ายต่างๆ ตามมา เช่นโรคข้อ และความเสื่อมของร่างกาย จะเกิดขึ้นเร็วขึ้น
การให้ขนมขบเคี้ยวอย่างปลอดภัย ทำได้โดย เราต้องลดปริมาณอาหารหลักลง และให้ขนมขบเคี้ยวกับสุนัข เท่าที่จำเป็น เพียงเพื่อเป็นรางวัล เมื่อทำตามสิ่งที่เราต้องการ หรือใช้เพื่อฝึกฝนสุนัขเท่านั้น และที่สำคัญ คุณควรเลือกขนมขบเคี้ยวที่มีไขมัน และไม่ลืม ลดปริมาณอาหารหลักลงด้วยทุกครั้ง ที่มีการให้ขนมกับสุนัข
ระวัง น้องหมาของคุณจะอ้วนได้นะคะ ถ้าให้กินขนมพวกนี้บ่อยๆ
ลิงก์ผู้สนับสนุน
เขียนเมื่อวันที่ 8/01/2551
เคยดูรึยัง
การ ที่มัดผมบ่อย ๆ นั้นเป็นการทำร้ายผมโดยตรง ซึ่งบางครั้งสารเคมีเหล่านี้จะสะสมในร่างกายและอาจเกิดรุมเร้าตามมาที่หลัง แม้กระทั่งการที่มัดหรือผูกผมก็เช่นกัน ผม ที่ถูกมัดจนตึง มักจะทำให้เรารู้สึกมึนหัว อึดอัด ปวดตึงบริเวณต้นคอและท้ายทอยเป็นประจำ นี่คือสิ่งที่บ่งบอกถึงความเครียดภายใต้หนังศีรษะนั่นเอง โดยที่ไม่รู้ว่ากำลังทำร้ายตัวเองอยู่
ผู้หญิงที่ ชอบมัดผม หรือคาดผมจนตึงแน่นเป็นประจำ เป็นเพราะชอบไว้ผมยาวแต่ไม่ชอบปล่อยผม ทำงานที่ไม่สะดวกต้องการความกระชับ ทำงานกลางแจ้งหรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวก จึงมีความจำเป็นต้องมัดผม อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่อาการปวดหัวเรื้อรัง และทำให้เกิดโรคเครียดตามมาอย่างคาดไม่ถึง
เนื่องจากการรัดผม คาดผมจนตึงแน่นเป็นประจำ ทำให้หนังศีรษะถูกเหนี่ยวรั้งมากขึ้น นอกจากจะทำให้หน้าผากกว้างมากขึ้น ยังทำให้เกิดปัญหาผมร่วงได้ง่าย เพราะรากผมถูกทำลายจากแรงดึงแล้ว ยังทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณศีรษะไม่สะดวก นำไปสู่อาการปวดหัวเรื้อรังและโรคเครียดได้อย่างง่ายดาย
เพราะ ปกติผู้หญิงทำงานต้องแบกรับความเครียดอย่างมากอยู่แล้วในแต่ละวัน หากหันมาปล่อยผมให้สบาย ๆ บ้าง เลือดจะได้ไหลไปเลี้ยงสมองได้ง่ายขึ้น ช่วยลดความเครียดและอาการปวดตึง บริเวณศีรษะและท้ายทอย เนื่องจากความเครียดได้ด้วย
ใครที่ชอบรวบผมบ่อยๆ อย่าลืมปล่อยผม ให้ผมพักผ่อนกันบ้างนะคะ ^-^
ก่อนอื่นลงครีมกันแดดให้ทั่วใบหน้า ตามด้วยบีบีครีม เกลี่ยให้ทั่วใบหน้า ทั้งนี้ ก็เพื่อความกระจ่างใสแบบไร้ริ้วรอยกวนใจค่ะ
จากนั้นก็ตามด้วยคอลซีลเลอร์ ปกปิดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า แต้มในจุดที่ต้องการและเกลี่ยให้เนียนเรียบอย่างเบามือที่สุดค่ะ
ต่อมาก็ตบด้วยแป้งฝุ่นเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้า ตามด้วยการปัดบรัชออนที่แก้มเบา ๆ ในแนวทแยง แก้มจะได้ดูสดใสสุขภาพดี
ปิดท้ายด้วยทาลิปกลอสสีชมพู หรือสีส้มอ่อน ๆ เกลี่ยให้ทั่ว แค่นี้ก็เรียบร้อยสวยได้แม้อยู่ในรถส่วนตัวแล้วล่ะค่ะ
ลองทำตาม คำแนะนำที่เอามาฝากดูนะคะ
ชายแก่วัยเลย 60 คนหนึ่งคุยกับลูกชายที่เพิ่งกลับมาเยี่ยม หลังจากแต่งงาน...
ชายแก่วัยเลย 60 คนหนึ่งคุยกับลูกชายที่เพิ่งกลับมาเยี่ยม หลังจากแต่งงานและย้ายครอบครัวออกไปไม่กี่ปี
ชายแก่...แจ๊ค (ชื่อลูกชาย) นั่นอะไรลูก เห็นลางๆ
แจ๊ค...อ๋อ วัวแหนะพ่อ
… ผ่านไป 2-3 นาที …
ชายแก่...แจ๊ค นั่นอะไรลูก
แจ๊ค...วัว ตัวเดิมนั่นแหละพ่อ ยังไม่ไปไหนเลย
… ผ่านไปอีก 2-3 นาที …
ชายแก่...แจ๊ค นั่นอะไรอีกละลูก
แจ๊ค...(เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิด) วัวพ่อวัว วัวตัวเดิมที่เพิ่งถามนั่นแหละ
… เวลาผ่านไปอีก 2-3 นาที …
ชายแก่...แจ๊ค นั่นอะไรลูก
แจ๊ค...เอ๊ะพ่อนี่ยังไงนะ ถามซ้ำๆซาก ผมจะบอกครั้งสุดท้ายแล้วนะว่าวัว
… ผ่านไปอีก 2-3 นาที …
ชายแก่...แจ๊ค นั่นอะไรลูก
แจ๊ค...โอ๊ย ! พ่อเลอะเลือนแล้ว คุยไม่รู้เรื่อง ผมไม่คุยกับพ่อแล้ว
… แล้วแจ๊คก็ผละจากพ่อไปอย่างอารมณ์เสียเป็นที่สุด …
… เวลาผ่านไป จวบจนตอนเย็น ได้เวลาอาหารค่ำ เมื่อไม่เห็นผู้เป็นพ่อลงมา แจ๊คจึงเดินไปตามที่ห้อง ณ ที่นั้น เขาได้พบชายแก่คนนั้นนั่งเหม่อลอย ข้างๆมีไดอะรี่เก่าๆเล่มหนึ่งที่เพิ่งเขียนบันทึกในวันนี้เสร็จ
แจ๊คถือวิสาสะเข้าไป อ่าน ความว่า...
“ครั้ง หนึ่งเมื่อ 30 ปีมาแล้ว เรามีลูกชายคนหนึ่งที่เรารักมาก เราตั้งชื่อเค้าเองว่า...แจ๊ค ในวันที่อากาศแจ่มใสวันหนึ่ง ตอนนั้น แจ๊คกำลังพูดได้เก่งทีเดียว เราพาเค้าไปนั่งที่สวนหลังบ้าน
พอดีมีวัวผ่านมา... แจ๊คถามเราว่า พ่อ นั่นอะไร...วัวไงลูก เราตอบ
เวลาผ่านไปอีกไม่ถึง 1 นาที แจ๊คก็ถามคำถามเดิมเราอีก เราก็ตอบเช่นเดิมอีก เป็นอย่างนี้อยู่ถึง 25 ครั้ง...
เราไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยที่จะ ตอบคำถามเดิมๆเหล่านั้น เรา กลับรู้สึกดีใจอย่างที่สุดที่ลูกสนใจเราอย่างไม่เบื่อหน่าย....
แต่ ในวันนี้ ณ ที่แห่งเดิม คน 2 คน ที่เคยถามคำถามเดียวกัน หากแต่ว่าเราเป็นฝ่ายถาม แจ๊คเป็นคนตอบ... เพียง 5 ครั้งเท่านั้น ลูกก็ตวาดเรา หาว่าเราเลอะเลือน รังเกียจแม้แต่จะคุยกับเรา ต่อไป
อ่านจบแล้ว .... กรุณาอย่าทำแบบนี้ กับคนที่รักเราที่สุดนะคะ ^-^
เป็นเรื่องเล่านะคะ ลองอ่านดูค่ะ
พ่อกะทิ ชายหนุ่มโผงผางผู้กำพร้าพ่อแม่ อยู่ตัวคนเดียว พูดจริงทำจริง ขยันขันแข็งเอางานเอาการ เสร็จจากงานนา ก็มารับจ้างขี่ควายส่งคนเข้าซอย ทุกคนในหมู่บ้านล้วนรักและเอ็นดู กะทิ ยกเว้นผู้ใหญ่ปลั่ง เพราะผู้ใหญ่ปลั่งมีลูกสาวสวย ที่ดันมาหลงรัก กะทิด้วยเช่นกัน แม่แป้ง ลูกสาวคนเดียวของ ผู้ใหญ่ปลั่งสาวสวยประจำหมู่บ้าน นางเจอกับ กะทิในวันลอย กระทง ทั้งคู่ขี่ควายสัญญากัน ต่อหน้าพระจันทร์ ไม่ว่าข้างหน้า จะมีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใด ทั้งคู่ก็จะขอเอาความรักแท้ที่จริงใจฝ่าฟันข้ามไป แล้ว กะทิก็รวบรวมเงินทองเท่าที่ เก็บสะสมมาได้ ไปบ้านผู้ใหญ่ปลั่งเพื่อสู่ขอแม่แป้ง ซึ่งผู้ใหญ่ก็ต้อนรับมันอย่างดี ด้วยชายฉกรรจ์ 6 นาย พร้อมอาวุธครบมือ กะ ทิไม่ว่ากระไร ได้แต่พาร่าง อันสะบักสะบอมกลับไปบ้าน นอนหยอดน้ำข้าวต้มหลายวัน ด้วยใจยังตั้งมั่นว่า วันหน้าจะมาขอใหม่ ขอไปจนกว่าผู้ใหญ่จะใจอ่อน ในที่สุดผู้ใหญ่ปลั่งก็ปิดหนทาง ความรักของกะทิ ด้วยการคลุมถุง จัดงานแต่งงานให้ลูกสาว กับปลัดหนุ่มจากบางกอก กะทิรู้ข่าวจึงรีบวิ่งทุรนทุราย หมายจะมาทำลายพิธี ซึ่งผู้ใหญ่ปลั่งก็รู้ดีว่า กะทิ ต้องกระทำแบบนี้ จึงขุดหลุมพรางดักรอเอาไว้ แม่แป้งแอบได้ยินแผนร้าย ก็แอบหนี หมายจะมาห้ามคนรัก ไม่ให้หลงกล เหตุการณ์ต่อไปนี้ ไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์ ได้แต่ปะติดปะต่อ มาจากคำบอกเล่า ของชาวบ้านแบบปากต่อ ปากว่า ... คืนนั้นเป็นคืนเดือนแรม แม่แป้งแอบวิ่งฝ่าความมืดออกมาดัก หน้ากะทิ กะทิเห็นแม่แป้งวิ่งมาก็ดีใจ รีบ วิ่งไปหา แม่แป้งเห็น กะทิรีบวิ่งมา ก็รีบ วิ่งเข้าไปหาให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก ฉับพลัน... ร่างแม่แป้ง ก็ร่วงหล่นลงไปในหลุมพราง ของผู้ใหญ่ปลั่ง ต่อหน้าต่อตา กะทิ ทันทีอารามตกใจ กะทิรีบกระโดดตามลง ไปเพื่อช่วยเหลือ อารามดีใจ สมุนชายฉกรรจ์ 6 นายของ ผู้ใหญ่ปลั่ง รีบเข้ามาโกยดินฝังกลบ เพราะคิดว่าก้นหลุมมีเพียง กะทิผู้ เดียวที่อยู่ในนั้น...รุ่ง เช้า ผู้ใหญ่ปลั่งเดินยิ้ม มาขุดหลุมเพื่อดูผล ภาพเบื้องล่างพบ กะทิตระกองกอดทับ ร่างแม่แป้งลูกสาวของตน นอนตายคู่กันอย่างมีความสุข เมื่อยิ้มถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตา ผู้ใหญ่ปลั่งสั่งลูกสมุน สร้างเจดีย์คลุมครอบปิดหลุม นั้นไว้ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจคนทั่วไปว่า อย่าคิดทำร้าย หรือทำลายความรักของใครอีกเลย
น่าสงสารในความรักของคนทั้งคู่นะคะ
z
มันยิ้มได้จริงๆด้วย น่ารักจังเลยอ่ะ ^-^
ใครอารมณ์เสีย มาดูหน้าเจ้าตัวนี้ รับรอง ได้ยิ้มกลับไปแน่นอน
คลิปวีดีโอคลายเครียด
หนูอยากร่วมกินด้วย แต่แมวไม่ให้กิน สุดท้ายมันจะได้กินรึเปล่า ลองดู
สะกิดมีบทความซึ้งๆ มาฝาก น้องๆที่ใกล้จะจบ ม.6 เวลานี่ผ่านไปเร็วจริงๆเลยเนาะ (คิดถึงตอนเรียน)
น้องๆ ม.6 ทั้งหลาย จะไม่โดดเรียนกันเลย น่ารักกันจังน๊ะ ....... ทั้งที่แต่ก่อน ไม่ยอมเข้าเลย
เกือบทุกคนรักวิชาศิลปะกันเป็นพิเศษ ละเลงแม้แต่เสื้อนักเรียน ..... ทั้งที่แต่ก่อน เปื้อนนิดหน่อยก็ไม่ได้
บางคนถึงกับยอมตัดผมเข้าห้องปกครอง ......... ไปแก้คุณลักษณะอ่ะ ....... ทั้งที่แต่ก่อน วิ่งหนีกันทั้งน้าน
ดูบอร์ดหน้าหอปะชุมอย่างตั้งใจ ........ ทั้งที่แต่ก่อน เดินผ่านเฉยๆ ไม่คิดแม้แต่จะหันไปดู
เดินรอบโรงเรียนกันไปหมด วุ่นวายจัง สงสัยอยากจดจำ รร. ไว้ ก็จะไปแล้วเนอะ .... ทั้งที่แต่ก่อน อยู่แค่หลังห้อง ไม่งั้นก็หน้าห้องน้ำ
คุยกับเพื่อนที่ไม่สนิทกันมากๆ อาทิเช่น เด็กเรียน ...... จะต่อไหนหรอ เจอกันข้างนอกอย่าลืมทักน๊ะ ...... ทั้งที่แต่ก่อนไม่ค่อยคุย หรือไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ
ทักทายอาจารย์อย่างคุ้นเคย ผมติดที่นู่น หนูติดที่นี่ คุยหมด ..... ทั้งที่แต่ก่อนไม่ชอบเลยอาจารย์คนนี้ ชอบบ่นจัง จู้จี้ให้ส่งงานอยู่ได้
วันสุดท้ายที่จะจากโรงเรียนที่เคยเรียน ก้าวสุดท้าย ที่จะออกจากประตูโรงเรียน ไปนั้นก้าวช้าที่สุด ...... ทั้งที่แต่ก่อน ต้องมายืนรอหน้าประตู เพื่อรอเวลากลับบ้าน และพยายามที่จะออก จากประตูโรงเรียนให้เร็วที่สุด
ใครเป็นแบบนี้มั่ง อยากบอกว่า เมื่อก่อนก็เป็น ยังไงก็ขอให้ได้เรียน ในสิ่งที่หวังนะคะ :)
บริษัทแห่งหนึ่งกำลังต้องการพนักงานใหม่จึงติดป้ายไว้ที่กระจกหน้าร้านว่า
“ต้องการพนักงานด่วน คุณสมบัติ ต้องสามารถพิมพ์ดีด ใช้คอมพิวเตอร์ และสามารถพูดได้หลายภาษา”
สักครู่ มีสุนัขตัวหนึ่งเดินผ่านมา หยุดอยู่ที่ป้ายสักครู่จึงมายืนเห่าอยู่หน้าประตูสำนักงาน เมื่อเลขาเปิดประตู เจ้าสุนัขรีบกระโจนเข้าไปในสำนักงานพลางเห่าไปที่ป้ายนั้น ผู้จัดการฝ่ายบุคคลออกมาพอดี เจ้าสุนัขเห็นจึงรีบกระโดดขึ้นบนเก้าอี้ ผู้จัดการเห็นจึงพูดอย่างติดตลกว่า
“เจ้าจะมาสมัครงานเหรอ ฮ่าๆๆ พิมพ์ดีดได้ไหมล่ะ”
สุนัขได้ยินดังนั้นก็กระโดดไปที่เก้าอี้หน้าเครื่องพิมพ์ดีด แล้วลงมือพิมพ์ จนเสร็จจึงคาบไปให้ผู้จัดการ ฝ่ายผู้จัดการตะลึงกับความสามารถของมัน แต่ก็ยังปฏิเสธ
“เจ้าพิมพ์ได้ถูกต้องตามแบบฟอร์มเลยนะ ดีมาก แต่ว่า เราต้องการคนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นด้วยนะ”
สุนัขรีบกระโดดไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เริ่มบูตเครื่องและเปิดโปรแกรมใช้งานให้ผู้จัดการดูอย่างคล่องแคล่ว
ถึงตอนนี้ผู้จัดการก็ยังไม่ค่อยอยากรับ..จึงพูดกับสุนัขว่า “เออ แกเป็นหมาที่เก่งมาก แต่ที่เราต้องการจริงๆ คือคนที่พูดได้หลายๆ ภาษาต่างหาก”
สุนัขมองหน้าผู้จัดการสักครู่..แล้วร้อง "เหมียว"