อย่าแสดงท่าทีใดๆ ถ้าเขาไม่มาสารภาพออกมาตรงๆ ว่ารักคุณ
ถ้าคนที่แอบรักคุณ ไม่น่าพึงใจก็อย่าสร้างโอกาส ที่จะอยู่ด้วยกันตามลำพังเด็ดขาดและควรพูดคุยกับเขาด้วยเหตุผล และมิตรภาพ
การปฏิเสธที่ดีที่สุดคือการแสดงความรู้สึกขอบคุณที่เขามีความรู้สึกที่ดีด้วย และยืนยันอย่างอ่อนโยนชัดเจนในข้อจำกัดของคุณ
ถ้าเขาเป็นลูกผู้ชายพอเขาจะยังคงปฏิบัติกับคุณด้วยดีในแบบเพื่อน แต่ถ้าเขาเอาคุณไปเผาหรือนำไปพูดลับหลังในแบบไม่ดีก็ต้องทำใจว่าซวยแท้
ถ้าคุณรำคาญที่เพื่อนๆช่วยกันเชียร์เขาจนออกนอกหน้าให้หาโอกาสคุยกันในแบบ ส่วนตัวกับเพื่อนโดยอ้างข้อจำกัดของตัวเอง ที่ไม่ใช่การติติง หรือไม่พอใจในข้อด้อยของเขา
ถ้าใครคนนั้นเป็นเจ้านายที่คุณไม่เล่นด้วย ก็ต้องพยายามปฏิบัติต่อเขาในแบบเป็นทางการและไม่นำไปบอกเพื่อนร่วมงานให้เขาเสียหน้า
ถ้าคุณยังชัดเจนและยึดมั่นในสเปคของตัวเองก็ให้ทำต่อไปโดยไม่ต้องหวั่นไหวอะไร การปรบมือข้างเดียวไม่มีวันดัง
ผู้ชายรักหน้าตาและศักดิ์ศรีดังนั้นคุณจะทำหรือตอบโต้เขาอย่างไรก็ตามให้อยู่บนพื้นฐาน ของการให้เกียรติ โดยเฉพาะต่อหน้าบุคคลที่สาม
เมื่อผู้ชายผิดหวังเขามักโทษผู้หญิงว่าเป็นคนแสดงท่าทีก่อน ดังนั้นเมื่อคุณไม่ชอบเขาในแบบนั้นก็ต้องคิดและจำกัดการแสดงพฤติกรรม ทุกอย่างให้รอบคอบ อย่าให้เป็นชนวนที่เขาจะนำมากล่าวอ้างได้ว่าคุณให้ท่า
แม้จะรำคาญการถูกตามตื๊อแต่ถ้าคุณสามารถเปลี่ยนเขาเป็นมิตรได้ย่อมดีกว่าเพิ่ม ศัตรูอีกหนึ่งคน
ลองทำตามคำแนะนำนี้ดูนะคะ โดนแอบรัก ยังดีกว่า ไม่มีใครรักนะคะ
สะกิด มีเกร็ดความรู้ เล็กๆน้อย สำหรับคนที่ เริ่มทำงานมาฝาก
ยิ้มแย้ม : สถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหน รอยยิ้มน้อยๆ ก็จะช่วยคลี่คลายอะไรๆ ไปในทางที่ดีได้เสมอ
มีน้ำใจ เรื่องน้ำใจในที่ทำงาน เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญ : หากมีใคร ต้องการความช่วยเหลือ ถ้าไม่หนักหนาอะไรนัก และเราสามารถช่วยได้ ก็ควรแสดงน้ำใจช่วยเหลือ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็สร้างความซาบซึ้งให้ผู้รับได้แล้ว
มีสัมมาคารวะ : ในฐานะที่เป็น ‘น้องใหม่’ เราก็ควรมีสัมมาคารวะ รู้จักเข้าหาผู้หลักใหญ่ อย่าไปเขินหรือทิฐิ และควรมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ต่อทุกๆ คน โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงว่า เขาจะเป็นใคร อายุน้อยหรือมากกว่าเรา
เรียนรู้เร็ว : พยายามศึกษาเรียนรู้ระบบงานให้เร็ว เปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อแนะนำจากรุ่นพี่ แล้วนำมาพัฒนางานของตัวเอง แต่นอกจากที่จะเรียนรู้เรื่องงานแล้ว ก็อย่าลืมเรียนรู้ระบบ วัฒนธรรมในที่ทำงานด้วย
มีมาดดี : การแต่งตัว เสื้อผ้า หน้าผมก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่นๆ สำหรับการเริ่มต้นในที่ทำงานใหม่ เพราะการแต่งตัวให้ถูกกาลเทศะ เหมาะกับบุคลิกของเรา และสายงานที่ทำนั้น ย่อมแสดงให้เห็น ถึงความพร้อมเสมอ
ลองเอาเกร็ดความรู้ ที่นำมาฝาก ไปใช้นะคะ
ดูรูปการ์ตูนน่ารักๆ กับเรื่องแฟนฉันใสๆของเด็กๆกัน ดูไปดูมาก็คล้ายกันเหมือนกันนะ (ที่มา E-mail)
ลองอ่านดูนะ
ก่อนแต่งงาน
เขา: ใช่เลย! ในที่สุดก็ถึงเวลาซักที ผมรอไม่ไหวแล้ว
เธอ: เธอคิดจะเลิกกับฉันไหม?
เขา: ไม่แน่นอน อย่าแม้แต่เพียงแค่คิด
เธอ: เธอยังรักฉันอยู่หรือเปล่า?
เขา: แน่นอน!
เธอ: เธอเคยคิดจะเอาเปรียบฉันบ้างหรือเปล่า?
เขา: ไม่หรอก! ทำไมเธอถามอย่างนี้ละ
เธอ: เธอจะจูบฉันไหม?
เขา: ได้ซิ!
เธอ: เธอจะทำร้ายฉันไหม?
เขา: ไม่มีทาง! ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น
เธอ: ฉันจะไว้ใจคุณได้ไหม?
ปัจจุบัน หลังจากแต่งงาน คุณแค่อ่านจากบรรทัดล่างสุด ขึ้นด้านบน.........
อ่านจบ แล้วอดยิ้มไม่ได้ :)
น้องสาวตัวดี.... คนที่เคยเดินตามพี่ ไปไหนต่อไหน
คนที่ชอบร้องไห้งอแงเอาแต่ใจ
คนที่พร้อมจะยิ้มได้ถ้าพี่ชายต้องการ
อยากบอกอะไรพี่ชายในวันนี้
ไม่รู้ว่าพี่ชายที่แสนดีจะโกรธไหม
ถ้าบอกว่าน้องสาวตัวดีคนที่ชอบเอาแต่ใจ
เกิดความรู้สึกใหม่ๆ ไม่เหมือนที่ผ่านมา
เช่นอยากเห็นหน้าพี่ชายในวันที่เหนื่อยล้า
ในวันที่ไม่มีใครก็อยากให้พี่ชายแวะมาหา
เอ ! หรือว่า โอ๊ย ! ไม่เอาดีกว่า... ให้พี่ยาคิดเองก็แล้วกัน
แหม.. มีแอบรักพี่ชายที่ชายที่แสนดีด้วย *^-^*
สามีภรรยาคู่หนึ่งที่อยู่ด้วยกันมานานกว่า 20 ปี
กำลังนั่งรถไปงานเลี้ยงด้วยกัน โดยภรรยาเป็นคนขับด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แล้วจู่ๆ สามีก็เอ่ยน้ำเสียงอย่างเย็นชาว่า " เราแต่งงานกันมายี่สิบปีแล้ว ที่ผ่านมาคุณดีกับผมก็จริง
แต่ตอนนี้ผมพบคู่ชีวิตคนใหม่แล้ว เธอคือเลขาฯ คนสวยของผมเอง"
ภรรยาขับเร็วขึ้นเป็น 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สามีพูดต่อว่า "ผมต้องการหย่ากับคุณโดยเร็วที่สุด ตลอดชีวิตการแต่งงานผมทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ส่วนคุณทำแต่งานบ้านเท่านั้น ดังนั้นหุ้นบริษัทกับบ้านหลังใหญ่ควรเป็นกรรมสิทธ์ของผม"
ภรรยาขับเร็วขึ้นเป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่งโมง "ส่วนเงินในธนาคารห้าสิบล้าน ผมจะเจียดให้คุณไปทำทุนสักห้าแสน นอกจากนี้คุณยังอยากได้อะไรอีกไหม" ??????
"ไม่ต้องหรอกค่ะ สิ่งที่ฉันอยากได้ที่สุดฉันมีแล้ว แต่คุณไม่มี" ภรรยาตอบเสียงเย็นชาเช่นกัน
พลางกดคันเร่งเร็วขึ้นเป็น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง "อะไรล่ะที่คุณมีแต่ผมไม่มีน่ะ" ???????
"ถุงลมนิรภัย"
กินผักผลไม้ให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 ส่วน โดยที่เลือกผักที่มีสีเหลืองจัดหรือสัมจัดวันละส่วน เลือกผักใบเขียวจัดวันละ 2 ส่วนเลือกผลไม้ตระกูลส้มวันละส่วน นอกนั้นเลือกผักผลไม้ที่ชอบยิ่งมีหลายสีได้ยิ่งดี
กินข้าวและธัญพืชที่ไม่ขัดสีวันละ 6 ส่วน (6 ทัพพี)ขึ้นไป
ดื่มนมพร่องไขมันหรือขาดไขมันหรือนมถั่วเหลือง เสริมแคลเซียมและวิตามินดีวันละ 3 แก้ว(แก้วละ 240 ซีซี หรืออาจจะเป็นผลิตภัณฑ์นมอย่างอื่นแทนการดื่มนม
เนื้อสัตว์ไม่ติดมันและหนัง ชนิดเนื้อล้วน (ไก่ หมู เนื้อปลา กุ้ง หอย ปู)วันละ 8-12 ช้อนโต๊ะ
เลือกกินไข่และถั่วเมล็ดแห้ง (ถั่วเขียว ถั่วแดง เต้าหู้แทนเนื้อสัตว์บางมื้อ)
ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วแทนน้ำอัดลม
ลด เลี่ยง เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา และน้ำอัดลมสีดำ
เลียง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และยาที่แพทย์ไม่ได้สั่ง
อย่าลืม เตรียมตัว เตรียมใจ ให้พร้อม ก่อนที่จะเป็นคุณแม่ นะคะ ^-^
นิยามความรัก "รัก ประกอบด้วย ร.เรือ กับ ก.ไก่…"
ร.เรือ คือ รอคอย ส่วน ก.ไก่ คือ กันและกัน ... "รอคอย"... คำ ๆ นี้คือบทพิสูจน์ชั้นยอด ความรักเป็นเรื่องของหัวใจ ไม่ใช่ความรู้สึกแรกของการสบตาแล้ว ปิ๊ง ใช้ความแน่ใจรักกัน ย่อมดีกว่าใช้ความอ่อนไหวรักกัน อย่ารีบร้อน อย่ารีบรัก เพราะถ้าคนนี้คือคนที่ใช่ ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องรอคอยได้ รอยคอยที่จะเรียนรู้นิสัยใจคอของอีกคนก่อน ทำความรู้จักก่อนรัก อย่ารักแล้วค่อยรู้จักกัน ไม่เช่นนั้น ปัญหาร้อยแปดจะตามมา
ส่วนคำว่า "กันและกัน" ควรจะเป็นคำที่นำมาใช้ หลังจากที่รักกันแล้ว ใครบางคนบอกไว้ "ข้อดีของการไม่มีความรักก็คืออิสระ" แต่ความรัก ก็ไม่ได้ทำให้อิสระของชีวิตหายไป คำว่า "ฉัน" หรือ "เธอ" มันโดดเดี่ยว แต่เมื่อรวม "ฉัน" กับ "เธอ" เป็น "เราสองคน" เป็น "กันและกัน" มันอบอุ่นดี และก็เพราะกว่าด้วย
รักที่ประกอบทั้งรอคอยและกันและกัน จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นบวกเสมอ