ใครเคยเมาถึงระดับไหนกันบ้าง
ระดับที่ 1: SMART(ฉลาด) จะรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล และมักจะชอบเผื่อแผ่ความรู้ให้ทุกๆ คนในบาร์ ไม่ว่าใครจะพูดเรื่องอะไรคุณจะกลายเป็นผู้วชาญทางด้านนั้นพอดิบพอดี
ระดับที่ 2: GOOD LOOKING(ดูดี) คุณจะเริ่มค้นพบว่าคุณมีรูปร่างหน้าตาที่ดูดีที่สุดในละแวกนั้น คุณสามารถเดินไปคุยกับทุกๆ คนได้ทุกๆ เรื่องด้วย เพราะคุณทั้งดูดี และฉลาด
ระดับที่ 3: RICH(รวย) คุณจะค้นพบว่าตัวเองนั้นมีเงินมหาศาล คุณสามารถที่จะเลี้ยงเหล้าทุกคนในบาร์ได้
ระดับที่ 4: BULLET PROOF(คงกระพัน) คุณจะมีวิชาคงกระพันแก่กล้ากว่าคนทั่วไป และพร้อมที่จะเข้าห้ำหั่นกับทุกๆ คนได้ เพราะไม่มีใครจะทำอันตรายคุณได้
ระดับที่ 5: INVISIBLE(หายตัว) ระดับ ความเมาสุดยอด คุณต้องดื่มมากจึงจะเมาถึงระดับนี้ได้ ด้วยความเมาที่ระดับนี้คุณสามารถทำอะไรก็ได้ เพราะไม่มีใครเห็นคุณ จะไปเต้นรำบนโต๊ะ, แหกปากร้องเพลงกลางถนน, ไล่ตีหัวคนอื่นก็ทำได้เพราะไม่มีใครเห็นคุณ
ไม่ว่าจะเมาระดับไหน มีแต่เสียกับเสียเท่านั้น ยังไงก็ อย่าดื่มเยอะเลยนะคะ ไม่ดีต่อสุขภาพค่ะ :)
มั่นใจว่ามือ ผ้าเช็ดหน้าสะอาด และผลิตภัณฑ์เหมาะกับสภาพผิว
น้ำต้องมีอุณภูมิพอเหมาะไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป
ควรออกแรงถูอย่างสม่ำเสมอ ไม่เบาหรือแรงเกินไป
ล้างผลิตภัณฑ์ออกโดยเร็ว และทั่วถึงทุกส่วนบนใบหน้า
เมื่อมั่นใจว่าผิวหน้าสะอาดแล้วก็ต้องซับให้แห้งสนิท
อย่าลืมล้างหน้า ก่อนนอนและหลังตื่นนอนทุกวันนะคะ :)
เช็คราคาหลายๆ ร้านเพื่อความชัวร์ : เมื่อเกิดอาการถูกใจของเข้าชิ้นหนึ่ง อย่าเพิ่งใจร้อนเอ่ยปากต่อราคาทันที เราต้องไปสำรวจร้านอื่นๆในละแวกเดียวกันก่อน เพื่อเปรียบเทียบราคา
ตั้งราคาที่พอซื้อได้ไว้ในใจ แล้วค่อยลงมือต่อราคา : เมื่อเจอร้านที่คิดว่าราคาเข้าท่าที่สุดแล้ว ต้องดูด้วยว่า คนขายท่าทางใจดี และเป็นมิตร หรือเปล่า ถ้า โอเคก็เข้าไปดูอีกรอบ งัดประโยคคลาสสิค ออกมาถามนำคนขาย ก่อนเลยว่า "ลดได้เท่าไหร่คะ" อย่าแสดงอาการว่าอยากได้จน ออกนอกหน้า เดี๋ยวคนขายรู้ไต๋
ครั้งแรกยังไม่ได้ ก็ทนใช้ลูกตื้ออีกหน่อย : ควรพูดจาออดอ้อน หวานๆ กับคนขาย เข้าไว้ (โดยเฉพาะ ถ้าคนขายเป็นผู้ชาย) ถ้าเขาหรือเธอยังมีท่าทางใจแข็ง อาจจะบอกว่ามีเงินอยู่แค่นี้ เผื่อคนขายจะเกิดอาการสงสาร
ถ้ายังไม่สำเร็จอีก คงต้องงัดไม้ตายสุดท้ายออกมา : ไม้ตายสุดท้ายที่ว่า อันนี้หลายคนใช้บ่อย คือ ไม่ซื้อก็ได้แล้วเดินออกจากร้านไป แต่ถ้ายังไงๆ คนขายก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอม ลองไตร่ตรองดูว่าจำเป็นหรืออยาก ได้มากแค่ไหน ถ้ามากเราคงต้องเป็นฝ่ายใจอ่อนเสียเอง แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ก็เก็บเงินไว้ ยังมีอีกตั้งหลายร้าน
ที่สำคัญเวลาต่อราคาของ อย่าทำเหมือนกับว่าของก็งั้นๆ ถ้าเราทำแบบนี้ คนขายก็ไม่อยากจะขายให้เราเหมือนกัน ลองทำเทคนิคที่เอามาฝากนี้ไปใช้กันดูนะคะ :)
ชายหนุ่มเลิกงานและกลับเข้าบ้านช้า ด้วยความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า และพบว่าลูกชายวัย 5 ขวบรอคุณพ่ออยู่ที่หน้าประตู
ลูก "พ่อครับ พ่อผมมีคำถามถามพ่อข้อนึง"
พ่อ "ว่ามาสิลูก,อะไรเหรอ"
ลูก "พ่อทำงานได้เงินชั่วโมงละเท่าไหร่"
พ่อ "ไม่ใช่โกงการอะไรของลูกนี่, ทำไมถามอย่างนี้ล่ะ" พ่อตอบด้วยความโมโห
ลูก "ผมอยากรู้จริง ๆ โปรดบอกผมเถอะ พ่อทำงานได้เงินชั่วโมงละเท่าไหร่"
ลูกพูดร้องขอ
พ่อ "ถ้าจำเป็นจะต้องรู้ละก็ พ่อได้ชั่วโมงละ 20 เหรียญ"
ลูก "โอ.." ลูกอุทาน แล้วคอตก พูดกับพ่ออีกครั้ง
ลูก "พ่อครับ ผมอยากขอยืมเงิน 10เหรียญ"
พ่อกล่าวด้วยอารมณ์
พ่อ "นี่เป็นเหตุผลที่แกถาม เพื่อจะขอเงิน แล้วไปซื้อของเล่นโง่ ๆ หรืออะไรที่ไม่เข้าท่าหรอกเหรอ รีบขึ้นไปนอนเลยนะ แล้วลองคิดดูว่าแกน่ะ เห็นแก่ตัวมาก ชั้นทำงานหนักหลาย ๆ ชั่วโมงทุกวัน และไม่มีเวลาสำหรับเรื่อง เด็กๆ ไร้สาระอย่างนี้หรอก"
เด็กน้อยเงียบลง เดินไปที่ห้องแล้วปิดประตู ชายหนุ่มนั่งลงและยังโกรธอยู่ กับคำถามของลูกชาย เค้ากล้าที่จะถามคำถามนั้น เพื่อจะขอเงินได้อย่างไร หลังจากนั้นเกือบชั่วโมง อารมณ์ชายหนุ่มก็เริ่มสงบลง และเริ่มคิดถึงสิ่งที่ทำ ลงไปกับลูกชายตัวน้อย บางทีเขาอาจจำเป็น ต้องใช้เงิน 10 เหรียญนั้นจริงๆ และลูกก็ไม่ได้ขอเงินเขาบ่อยนัก ชายหนุ่มจึงเดินขึ้นไปบนห้อง แล้วเปิดประตู
พ่อ "หลับหรือยังลูก"
ลูก "ยังครับ"
พ่อ "พ่อมาคิดดู เมื่อกี้พ่ออาจทำรุนแรงกับลูกเกินไป นานแล้วนะที่พ่อไม่ได้คลุกคลีกับลูก , เอ้า นี่เงิน 10 เหรียญที่ลูกขอ"
เด็กน้อยลุกขึ้นนั่ง
ลูก "ขอบคุณครับพ่อ"
ว่าแล้วก็ล้วงลงไปใต้หมอนหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมา แล้วนับช้าๆ ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็โกรธขึ้นอีกครั้ง
พ่อ "ก็มีเงินแล้วนี่ แล้วมาขออีกทำไม"
ลูก "เพราะผมมีไม่พอครับ แต่ตอนนี้ผมมีครบแล้ว
พ่อครับ ตอนนี้ผมมีเงินครบ 20 เหรียญแล้ว ผมขอซื้อเวลาพ่อชั่วโมงนึง ....พรุ่งนี้พ่อกลับบ้านเร็ว ๆ นะครับ ผมอยากกินข้าวเย็นกับพ่อ ..."
อ่านจบแล้ว ... น้ำตาแทบไหล ใกล้จะวันพ่อแล้ว อย่าลืมคิดถึงคุณพ่อนะคะ
z
ถ้าปกติเขามักจะขึ้เกียจโทรศัพท์คุยกับเพื่อนๆ แม้ว่าจะมีโปรโมชั่นมือถือราคาพิเศษก็ตาม แต่ถ้าเขาโทรศัพท์มาพูดคุยกับคุณตลอดวัน ชัดเลยว่าคุณเริ่มเป็นคนพิเศษสำหรับเขาแล้ว
หนุ่มบ้างานที่เลิกงานเกือบเที่ยงคืนทุกวัน กลับยอมละมือจากงาน และพร้อมที่จะเอางานกลับไปทำที่บ้านในวันหยุด เพียงเพื่อจะไปกินอาหารเย็นกับคุณ
หนุ่มที่ติดเพื่อนอย่างเขา ชอบที่จะไปเฮฮากับเพื่อนกลุ่มใหญ่ แต่แล้วเขากลับพบว่าตอนนี้เพื่อนฝูงกลายเป็นส่วนเกินเมื่อเขาอยู่กับคุณ
เขาทำท่าอยากจะอยู่ใกล้ชิดกับคุณตลอดเวลา เรียกได้ว่าวันๆ ตั้งตารอที่จะได้พบหน้าคุณ ไม่สนใจอะไรอื่นเลยนอกจากสองเราเท่านั้น เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้แม้ระยะทางก็ไม่เป็นอุปสรรค เขาอุตส่าห์ดั้นด้นโหนรถเมล์จากรังสิตมาสีลม เพียงเพื่อที่จะมาฟังเสียงหวานๆ ของคุณเท่านั้น
ผู้ชายที่กำลังอยู่ในความรัก ต่อให้เดินชนกับผู้หญิงสวยเซ็กซี่แค่ไหนก็ไม่เกิดอาการร้อนวูบวาบ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่แค่เห็นผู้หญิงสวยเดินผ่านหัวใจก็จะบินตามก้นเธอไป แล้ว
เรื่องของบุพเพอาละวาด ที่เพียงสบสายตากับคุณปั๊บ คลื่นแห่งความรักมันวิ่งตรงจากดวงตาไปหาหัวใจที่เดียว อาการนี้เรียกว่าสะดุดเข้ากับความรักอย่างจังทีเดียว
แม้ว่าคุณจะเป็นหญิงสาวที่แปลก หรือทำอะไรแตกต่างไปจากคนอื่นๆ (หรืออาจต๊องในสายตาคนทั่วไป) แต่สำหรับเขาแล้ว ความบ้าบอกความเป็นเสน่ห์ในตัวคุณที่กระตุ้นให้เขาลุ่มหลงอย่างถอนตัวไม่ ขึ้น
เขาใส่ใจคุณเป็นพิเศษ แม้หญิงอื่นหมื่นแสนจะเป็นใครมาจากไหน เขาก็ไม่สน แต่สำหรับคุณแล้ว เขาอยากรู้ทุกเรื่องที่เป็นคุณไม่ว่าจะเป็นอะไร จะคิดอะไร หรือมีอะไรที่จะทำให้คุณยิ้มได้เขาจะรีบทำทันที
เขาคิดถึงคุณทุกนาที คุณ เท่านั้นที่อยู่ในห้วงแห่งความคิดถึงโดยไม่มีเหตุผล บางครั้งเขาอาจจะคิดเล่นๆ ว่าคุณคิดถึงเขาสักครึ่งหนึ่งที่เขาคิดถึงคุณอยู่หรือเปล่า แม้หลับก็ยังฝันว่าได้อยู่เคียงคู่กัน พอตื่นก็เรียกหา เป็นเอามากขนาดนี้ชัวร์เลย
ตั้งแต่พบกับคุณนั้น เขาลืมความเจ็บปวดกับแฟนเก่าเสียสนิท และเริ่มมีคุณเข้ามาแทนที่ในหัวใจอันเคยบอบช้ำมาก่อน
ลองสังเกตดูนะคะ ว่าเค้าหน่ะ แอบรักเราอยู่รึเปล่า
วิธีเล่น
ใช้เมาส์คลิ๊ก ตามแถบเมนูด้านซ้าย - ด้านขวามือ เพื่อกำหนดท่าเต้นน่ารักๆ
ใครที่มีความเครียดเยอะ นอนไม่หลับ ลองทำตามนี้ดูค่ะ
เข้านอนก่อน 4 ทุ่ม และตื่น 6 โมงเช้า เพราะนี่คือช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการพักผ่อนร่างกาย
สะสาง วางแผนสิ่งที่กังวล ที่จะทำในวันต่อไปให้เรียบร้อย เพื่อลดอาการวิตกจริต และคิดซ้ำซาก
บอกกับตัวเองว่าการเครียดกังวล และใช้สมองในช่วงที่ต้องนอนหลับนั้นเปล่าประโยชน์ นอนหลับให้สนิทแล้วตื่นมาคิดอย่างแจ่มใส ย่อมให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพดีกว่า
ถ้าคุณนอนหลับยาก ควรออกกำลังกายในช่วงเย็น หรือ 4-6 ชั่วโมงก่อนนอน แต่อย่าทำใกล้เวลานอน
ปรับอุณหภูมิห้องให้เย็นระหว่าง 17-25 องศาเซลเซียส แล้วจะหลับง่าย
เสริมเครื่องฟอกอากาศในห้องนอนเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่สมดุล
ความมืดมิดและไร้เสียง คือเคล็ดลับที่จะทำให้หลับได้สนิทและยาวนาน
ดื่มหรือรับประทานอาหารที่มีองค์ประกอบของกรด อะมิโน Tryptophan จากโปรตีน อย่างธัญพืช หรือเครื่องดื่ม Whole Grains ก่อนนอน จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายปล่อยสาร Niacin จากวิตามินบี 5 ทำให้สมองและร่างกายผ่อนคลาย และง่วงนอนง่ายขึ้น
สร้างกิจวัตรใหม่ด้วยการเข้านอนและตื่นให้เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน ลองทำแค่ 1 อาทิตย์ ติดต่อกัน ร่างกายก็คุ้นเคยแล้ว
หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ และช็อกโกแลตระหว่างวัน เพราะกาเฟอีนที่ผสมอยู่จะทำให้ร่างกายตื่นตัว
ลองทำตาม คำแนะนำ ที่เอาาฝากดูนะคะ :)
ดูขาขาวๆ เล็บเขียวๆ ซะก่อน .. มาแรงที่ทาเล็บสีเขียวขายหมด อย่าหาว่าสะกิดไม่เตือน