เปลวเทียนทั้ง 4 เล่ม ค่อยๆ พลิ้วไหวไปอย่างช้าๆ บรรยากาศรอบข้าง ช่างแผ่วเบายิ่งนัก หากเราเงี่ยหูฟัง จะได้ยินเทียนทั้งสี่สนทนากัน…
- เทียนเล่มแรกเอ่ย “ฉันคือ สันติภาพ น่าเศร้าเหลือเกิน ทุกวันนี้ ไม่มีใครอยากให้ฉัน สว่างไสว” แสงของ “สันติภาพ” ค่อยๆ ริบหรี่ และ ดับไป
- เทียนเล่มที่สอง เอ่ย “ฉันคือ ศรัทธา น่าเศร้าหนักหนา ทุกวันนี้ ไม่มีใครต้องการ” แสงของ “ศรัทธา” ค่อยๆ ริบหรี่ และ ดับไป
- เสียงเอ่ยขึ้นมาอย่างเศร้าใจ เทียนเล่มที่สาม กล่าว “ฉันคือ ความรัก ฉันไม่เข้มแข็งพอ ที่จะส่องสว่างต่อไป ผู้คนเพิกเฉยและไม่เห็นค่าของฉัน แม้แต่คนใกล้ชิด พวกเขายังไม่คิดจะเติมรักให้แก่กัน” ว่าดังนั้น พลัน “ความรัก” ก็ดับไป
ไม่ช้าไม่นาน…เด็กน้อยคนหนึ่งได้เดินเข้ามา เมื่อพบเทียนสามเล่มดับไป เขาเริ่มร่ำไห้และหลั่งน้ำตา “ทำไมพวกเธอถึงดับไป พวกเธอต้องสว่างไสวตราบนิรันดร์ไม่ใช่หรือ”ทันใด
- เทียนเล่มที่สี่ กระซิบอย่างแผ่วเบา “อย่ากลัวไปเลยหนูน้อย ตัวฉันนี้คือ ความหวัง ตราบใดที่ฉันยังส่องสว่างอยู่ได้ เทียนสามเล่มนั้น จะกลับมาไม่ช้านาน”
เด็กชายตัวน้อย ตาเป็นประกายด้วยความปิติ สองมือนั้นค่อยๆ จุด “เทียนแห่งความหวัง” พร้อมกันกับเทียนอีกสามเล่ม
อย่าปล่อยให้ “แสงแห่งความหวัง” ในชีวิตเราดับไป ไม่ว่าสิ่งต่างๆ จะเลวร้ายหรือแย่สักแค่ไหน เมื่อเรามี ความหวัง แล้วไซร้… สันติภาพ ศรัทธา และ ความรัก ก็จะส่องสว่างอยู่ในตัวเราเสมอ.
ลิงก์ผู้สนับสนุน
เขียนเมื่อวันที่ 11/01/2552
เคยดูรึยัง
กลอนซึ้งๆ "จาก..ลา" ลองอ่านดูค่ะ
วันต้องจาก...จากลา...ต้องมาถึง
วันเคยซึ้ง...วันสุขใจ...ต้องไกลห่าง
วันเคยยิ้ม...ทุกข์ถมทับ...กลับร้าวบาง
วันเดินทาง...คือวันพราก...ต้องจากกัน
บนเส้นทาง...ยาวไกล...ให้ย่างก้าว
มีเรื่องราว....ร้อยหวัง...พลังฝัน
ทั้งน้ำตา...หลากปัญหา... สารพัน
เราร่วมปัน...กำลังใจ...ให้สู้ทน
อุปสรรค...โถมท้า...พาเธอฉัน
พร้อมฝ่าฟัน...ทุกเวลา...ท้าลมฝน
ทุกข์จะยิ้ม...ล้มจะยืน...คืนค่าคน
บอกตัวตน...ยังมีกัน...ไม่หวั่นเกรง
จุดทางแยก....ใช่แยกนาม...ความเป็นเพื่อน
แท้ย้ำเตือน...ความจริงใจ...ไม่ข่มเหง
ประสมศิลป์....สื่อประสาน....ผ่านบทเพลง
เพื่อบรรเลง...ไฟศรัทธา...คว้าหลักชัย
แล้วจะพบ...มิตรภาพ...อาบปลายฟ้า
เชื่อมดวงตา....เชื่อมความดี...ต่างมีให้
ณ ที่นั่น...มีเธอฉัน....มั่นหัวใจ
เราอยู่ใกล้...แม้กายห่าง...อย่างยินดี
มีพบ ก็ต้องมีจากนะคะ ยังไง เพื่อนย่อมไม่ทิ้งเพื่อนอยู่แล้วหล่ะค่ะ :)
เอากลอนเพราะๆ แต่มีความหมายมาฝากค่ะ
ถ้าจะรัก...รักคนที่มีค่า
ถ้าจะลา...ลาคนที่ไกลแสน
ถ้าจะจีบ...จีบคนไม่มีแฟน
ถ้าจะแค้น...แค้นคนที่หลายใจ
-----------------
รักแท้อย่าทิ้ง
รักจริงอย่าจาก
รักมากอย่าพราก
รักแต่ปาก...อย่ารักเลย
รักใคร ก็ดูแลเอาใจเค้า มาใส่ใจเรานะคะ :)
เริ่มจาก นำมะละกอสุกบดละเอียดประมาณ 2 ช้อนชา พอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำวันละครั้ง ผิวหน้าจะเนียนขึ้นและช่วยลดริ้วร้อย
โลชั่นน้ำผลไม้ นำน้ำแตงกวา น้ำมะเขือเทศ น้ำมะนาว และน้ำแตงโม อย่างละ 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน จากนั้นใช้สำลีแต้มส่วนผสมเช็ดเบาๆให้ทั่วใบหน้า เพื่อช่วยสมานผิวและกระชับรูขุมขนแทนการใช้โทนเนอร์
มอยส์เจอไรเซอร์น้ำผึ้ง ใช้น้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา อุ่นด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณครึ่งนาที จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็นแล้วทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงเช็ดออกแล้วล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ผิวหน้าเนียนนุ่มขึ้น วิธีนี้ยังช่วยกำจัดสิวหัวดำอีกด้วย
สุดท้าย โลชั่นน้ำนมผสมเปลือกกล้วยหอม ใช้เปลือกกล้วยหอมสุก 1 ผล ล้างให้สะอาดแล้ว หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมน้ำนมสดลงไปประมาณครึ่งถ้วย บดให้ละเอียดเข้ากัน ใช้แทน โลชั่นสำหรับผิวแห้งหรือเกรียมแดด ทั้งยังช่วยขจัดฝุ่นละออง ที่คั่งค้างอยู่ตามผิวหน้า ด้วย โลชั่นน้ำนมเปลือกกล้วยนี้สามารถเก็บใส่ขวดแช่ในตู้เย็นเก็บไว้ใช้ได้
ลองทำตามคำแนะนำดูนะคะ ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนเลยค่ะ ^-^
สะกิดเอากลอนรักแม่เพราะๆ มาฝากค่ะ
ตักอุ่นอุ่นไอละมุนแห่งความรัก
ลูกรู้จักสิ่งนั้นมาแต่ไหน
ทุกหยดหนึ่งน้ำนมคอยบ่มใจ
ให้รักแม่เกินใครได้ผูกพัน
พรุ่งนี้วันแม่แล้วนะคะ อย่าลืมบอกรักแม่นะ
ลองอ่านดูนะคะ
นั่งลงตรงนี้ดีๆ แล้วตั้งใจฟังฉัน
ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากให้เธอจำมันจะได้ไหม
จำไว้นะ ฉันจะไม่รักเธอตลอดไป
แต่จะรักเธอตราบเท่าลมหายใจที่ฉันมี
การที่จะรักใครสักคน มันง่ายนะ แต่การที่จะประครองความรักให้สม่ำเสมอ จะต้องคอยดูแลซึ่งกันและกันนะ :D
ลองอ่านดูนะคะ เผื่อมีแขกมาเยี่ยมบ้านโดยมิได้นัดหมาย
เก็บกระเป๋า ถุงพลาสติก จานอาหาร หรือของไม่จำเป็น ที่หน้าประตู โซฟา โต๊ะรับแขก ไปไว้ที่อื่น
ปัดกวาดบริเวณที่ต้องใช้รับแขกให้สะอาด โดยเฉพาะคราบสกปรกที่เห็นได้ด้วยตา สัมผัสได้ด้วยมือ
ตบหมอนอิงให้ฟูนุ่ม เปลี่ยนใบใหม่หากใบเก่าดูสกปรก แถมยังมีกลิ่นตุๆไม่ชวนดม
เช็กห้องน้ำ เก็บเศษผม ตะกร้าชุดชั้นใน ออกไป แล้วทำความสะอาดอ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์ เตรียมทิชชู สบู่ล้างมือ ผ้าเช็ดมือ และฉีดสเปรย์หอมสักหน่อยเพื่อสร้างความรู้สึกสดชื่น
จัดการเคลียร์เคาน์เตอร์ครัว
ทีสำคัญ อย่าลืมจัดการ เจ้าของบ้านให้สะอาดเรียบร้อยด้วยนะคะ :)
บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย
ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง
เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น…..
เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น …… จากนี้ไป …… ขอให้พวกเรา
อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ …… โอกาสที่พิเศษสุด…… แล้ว จงแสวงหา การหยั่งรู้ จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ….. อยาก … จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น ……. กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้
เอาคำพูดที่ว่า ……. สักวันหนึ่ง …….. ออกไปเสียจากพจนานุกรม บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง…
ชายแก่วัยเลย 60 คนหนึ่งคุยกับลูกชายที่เพิ่งกลับมาเยี่ยม หลังจากแต่งงาน...
ชายแก่วัยเลย 60 คนหนึ่งคุยกับลูกชายที่เพิ่งกลับมาเยี่ยม หลังจากแต่งงานและย้ายครอบครัวออกไปไม่กี่ปี
ชายแก่...แจ๊ค (ชื่อลูกชาย) นั่นอะไรลูก เห็นลางๆ
แจ๊ค...อ๋อ วัวแหนะพ่อ
… ผ่านไป 2-3 นาที …
ชายแก่...แจ๊ค นั่นอะไรลูก
แจ๊ค...วัว ตัวเดิมนั่นแหละพ่อ ยังไม่ไปไหนเลย
… ผ่านไปอีก 2-3 นาที …
ชายแก่...แจ๊ค นั่นอะไรอีกละลูก
แจ๊ค...(เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิด) วัวพ่อวัว วัวตัวเดิมที่เพิ่งถามนั่นแหละ
… เวลาผ่านไปอีก 2-3 นาที …
ชายแก่...แจ๊ค นั่นอะไรลูก
แจ๊ค...เอ๊ะพ่อนี่ยังไงนะ ถามซ้ำๆซาก ผมจะบอกครั้งสุดท้ายแล้วนะว่าวัว
… ผ่านไปอีก 2-3 นาที …
ชายแก่...แจ๊ค นั่นอะไรลูก
แจ๊ค...โอ๊ย ! พ่อเลอะเลือนแล้ว คุยไม่รู้เรื่อง ผมไม่คุยกับพ่อแล้ว
… แล้วแจ๊คก็ผละจากพ่อไปอย่างอารมณ์เสียเป็นที่สุด …
… เวลาผ่านไป จวบจนตอนเย็น ได้เวลาอาหารค่ำ เมื่อไม่เห็นผู้เป็นพ่อลงมา แจ๊คจึงเดินไปตามที่ห้อง ณ ที่นั้น เขาได้พบชายแก่คนนั้นนั่งเหม่อลอย ข้างๆมีไดอะรี่เก่าๆเล่มหนึ่งที่เพิ่งเขียนบันทึกในวันนี้เสร็จ
แจ๊คถือวิสาสะเข้าไป อ่าน ความว่า...
“ครั้ง หนึ่งเมื่อ 30 ปีมาแล้ว เรามีลูกชายคนหนึ่งที่เรารักมาก เราตั้งชื่อเค้าเองว่า...แจ๊ค ในวันที่อากาศแจ่มใสวันหนึ่ง ตอนนั้น แจ๊คกำลังพูดได้เก่งทีเดียว เราพาเค้าไปนั่งที่สวนหลังบ้าน
พอดีมีวัวผ่านมา... แจ๊คถามเราว่า พ่อ นั่นอะไร...วัวไงลูก เราตอบ
เวลาผ่านไปอีกไม่ถึง 1 นาที แจ๊คก็ถามคำถามเดิมเราอีก เราก็ตอบเช่นเดิมอีก เป็นอย่างนี้อยู่ถึง 25 ครั้ง...
เราไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยที่จะ ตอบคำถามเดิมๆเหล่านั้น เรา กลับรู้สึกดีใจอย่างที่สุดที่ลูกสนใจเราอย่างไม่เบื่อหน่าย....
แต่ ในวันนี้ ณ ที่แห่งเดิม คน 2 คน ที่เคยถามคำถามเดียวกัน หากแต่ว่าเราเป็นฝ่ายถาม แจ๊คเป็นคนตอบ... เพียง 5 ครั้งเท่านั้น ลูกก็ตวาดเรา หาว่าเราเลอะเลือน รังเกียจแม้แต่จะคุยกับเรา ต่อไป
อ่านจบแล้ว .... กรุณาอย่าทำแบบนี้ กับคนที่รักเราที่สุดนะคะ ^-^