กาลครั้งหนึ่ง ณ หมู่บ้านชนบทอันไกลแสนไกล มีครอบครัวเล็กๆอาศัยอยู่ริมเชิงเขา พ่อมีอาชีพเก็บฟืนไปขายที่ตลาดทุกๆเช้า แม่ทำงานบ้าน ส่วนลูกชายอยู่ในวัยหนุ่มเป็นคนเกลียดคล้านไม่ยอมช่วยการงานพ่อแม่ พอถึงเวลาอาหารก็เอะอะโวยวายโมโหหิว พาลปาข้าวของเสียหาย
แม่เคยสอนว่า ” ข้าวก็อยู่ในถัง น้ำก็อยู่ในตุ่ม หม้อก็อยู่ข้างฝา ลูกก็ช่วยแม่หุงหาบ้างสิ “ ไม่มีคำตอบจากลูก แต่ความหิวยังไม่หายไป และความโมโหก็รุนแรงขึ้น จนแม่ต้องผละจากงานมาหุงหาให้ได้ดังใจ
อยู่มาวันหนึ่งขณะที่พ่อไปเก็บฟืนถูกสัตว์ป่าทำร้ายจนเสียชีวิต แล้วแม่ก็ต้องทำงานทุกอย่างแทนพ่อ ทั้งเก็บฟืน และยังต้องทำงานบ้าน
ฝ่ายลูกชายก็ยังไม่สำนึก ยังคงเกลียดคล้าน และใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าไปวันๆ ภาระของแม่นั้นหนักหนานัก และด้วยวัยที่ชราแล้ว จึงล้มป่วย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ฝ่ายลูกชายรู้สึกเสียใจมาก เกิดความสำนึกผิด เขาตื่นแต่เช้าเดินทางไปป่าเก็บฟืนแล้วนำมากองไว้ แล้วก็เดินเข้าป่าไปเก็บฟืนกลับมากองไว้อีกทำอย่างนี้ซ้ำๆ ๆ ๆ จนกองฟืนสูงเท่าภูเขาลูกใหญ่ เพื่อหวังจะทดแทนความเกลียดคล้านที่ผ่านมา
แต่ก็ไม่ได้ทำให้แม่ฟื้นขึ้นมาได้ เขาได้แต่เสียใจ ทั้งเหนื่อย ทั้งหิว แต่วันนี้แม่มิอาจฟื้นขึ้นมาหุงข้าวให้เขากินได้อีกแล้ว..
ลิงก์ผู้สนับสนุน
» เว็บที่เราอ่านมา
เขียนเมื่อวันที่ 23/03/2552
เคยดูรึยัง
เค้าพูดถึง soul mate เอาไว้ว่า.... "soul mate" จะเป็นเพื่อน เป็นคนรัก หรือเป็นคนรู้จักก็ได้ มีคุณสมบัติ คือ
ต้องเคยใช้ชีวิตชาติปางก่อนมาด้วยกัน
ครั้งแรกที่พบกันในชาตินี้ ต้องรู้สึกทันทีว่าคุ้นมากๆๆๆๆมีอะไรบางอย่างสื่อถึงกัน รู้สึกสบายใจและไว้วางใจในทันที
เมื่อมีปัญหาแตกร้าว ก็เข้าใจกัน แก้ไขได้ด้วยกันโดยง่าย
"soul mate" มิใช่ "เนื้อคู่" แต่เพียงอย่างเดียว มีถึง 3 แบบด้วยกัน
แบบที่ 1 เรียกว่า Companion Soul Mates
คือ คนที่เป็นเพื่อนก็ได้ เป็นครูก็ได้ เป็นเจ้านายก็ได้ เป็นใครสักคนเป็นคนแปลกหน้าผ่านมาเวลารถเสียแล้วช่วยซ่อมให้ก็ไ ด้ไม่คิดตังค์ ไม่ล่อลวงไปข่มขืน หรือเป็นคนที่ได้พบปะพูดคุยด้วยไม่กี่ ครั้ง หรือเพียงครั้งเดียวแต่เป็นแรงบันดาลใจส่งให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแ ปลงไปในทางที่ดีเป็นคนที่เราจะได้พบในช่วงสั้นๆ ในชีวิต เพราะชาติที่แล้วเราเคยช่วยเหลือกันมาก่อนในระยะเวลาจำกัด…แรงบ ันดาลใจ ฉันจะเป็นเหมือนเธอ จะทำให้ได้อย่างเธอ
แบบที่ 2 เรียกว่า Twin Soul Mates
คือ คนที่เราเป็นเพื่อนกันมาหลายชาติแล้วพอชาตินี้มาเจอกัน! อีกก็ได้เป็นเพื่อนกันอีกคล้ายๆ พวกที่1 แต่จะรู้สึกถึงมิตรภาพที่ผูกพันแนบแน่นกว่าแบบว่าสื่อถึงกันได้ ทางโทรจิต คล้ายว่าเป็นฝาแฝดกันน่ะ พอได้รู้จักกันแล้วก็จะรับรู้ทุกข์สุขกันไปตลอด ชีวิตร่วมทุกข์ร ่วมสุขประมาณว่า ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนไหนในโลกก็รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าอีกคนกำลังรู้สึกอย่างไร จะเป็นคนที่ปลอบคุณเวลาที่คุณทำผิดพลาด คอยเช็ดน้ำตาให้คุณเมื่อทุกใจเพื่อนตายก็ว่าได้เลย
แบบที่ 3 เรียกว่า A Twin Flame Soul Mates
แบบ นี้มีคนเดียว หายาก และพบยาก จะพบกันก็เพราะความผูกพันธ์ที่ผูกคุณและเค้าไว้ส่วนมากจะเป็นเพ ศตรงข้าม ทั้งชีวิตนี้จะมีได้แค่คนเดียวเป็นคนที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันมาหล ายชาติภพแล้ว เป็นจิตวิญญาณของกันและกัน พอพบกันครั้งแรก จะเหมือนมีประจุไฟฟ้าแล่นเข้าหากัน ดั่งเหมือนมีมนต์จะรู้สึกถูกชะตา รู้สึกดีเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ จะรู้อยู่ลึกๆ ทันทีว่านี่คือคู่ของเราต้องเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกั บใครมาก่อน จะรู้สึกแบบนี้กับคนๆนี้คนเดียวเท่านั้น เป็นคนที่ได้ยินชื่อ พบกัน หรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกันเค้าแล้วคุณรู้สึกอย่างนี้ จะเป็นความรู้สึกที่แปลกคุณจะรู้สึกได้( สำหรับคนที่เจอแล้วนะ)ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ไม่เหมือนใคร แตกต่างจากคนที่เรารู้จัก หรือคนธรรมดาทั่วๆไปที่ได้พบ
ป.ล. แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ไม่ใช่ soul mateที่เกิดแต่ชาติปางก่อน นะจ๊ะ ห้ามมั่วนิ่ม!
พวกที่เอะอะปิ๊ง เห็นเค้าน่ารักดี ก็บอกว่าใช่
รู้สึกดีๆ กับเค้าเพราะเหมือนคนที่เรารู้จัก คนที่เรารัก หรือเป็นตัวแทนของใคร
เพราะได้ใกล้ชิดกัน กลายเป็นความผูกพันธ์ที่เกิดในชาตินี้
สงสาร(เธอจัง…มาจีบอยู่หลายปี)
** soul mate ที่จะพบกัน ไม่จำเป็นหรอกนะว่าจะเป็นคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน ขอแค่คุณให้ความรักกับคนรอบตัวคุณ คุณก็จะพบกับ soul mate ที่อยู่ในชาตินี้แล้วหละ ความผูกพันธ์อยู่ที่ตัวของคุณเองว่าจะสร้างมันขึ้นมายังไง**
คุณครูสาวคนหนึ่งเดินถือภาพป๊อบอัพขนาด ใหญ่เดินเข้าห้องเรียนมาท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่ต่ำกว่า 30 คู่ของเด็กนร.ทั้ง ชาย หญิงในชม.จริยธรรม ของ รร. คาทอลิกแห่งนี้ คุณครูสาวเห็นว่า จะเป็นการดีถ้าจะได้เล่าเรื่องซานตาครอสเพื่อแสดงให้นร. ได้เห็นถึงความรัก ความเมตตาของมนุษย์ที่มีต่อกันหนังสือต่างประเทศเล่มนั้นพิมพ์สี่สีสวยงาม มากตรงใบหน้าของซานตาครอสมีสำลีติดไว้ ตรงที่เป็นเคราดูน่าอ่านไปเสียทั้งเล่ม
ครูสาวเริ่มเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของซานตาครอสให้ นร. ฟัง
" ทุกๆปีในคืนวันคริสต์มาสอีฟ หรือ วันที่ 24 ธ.ค ซานตาครอสจะนั่งเลื่อนเทียมด้วยกวางเรนเดียร์ ไปที่บ้านของเด็กทุกคน เพื่อเอาของขวัญมาให้เด็กๆ โดยใส่ในถุงเท้าที่แขวนไว้ปลายเตียง ซานตาครอส ตัวจริงมีชื่อว่า เซนต์นิโคลาส มีชีวิตอยู่ในราว ศตวรรษที่ 4 เป็นคนใจดีมาก ได้ รับการแต่งตั้งให้เป็น สังฆราชแห่งมาราจนกระทั้งเมื่อท่านเสียชีวิตไป คนก็ยังนึกถึงท่านอยู่ซานตาครอสอ้วนพุงพลุ้ยใส่ชุดแดงขาวนี้ นักวาดการ์ตูน ชาว US คนนึงชื่อโทมัสแนส ได้วาดรูปซานตาครอสขึ้นมาจากจินตนาการของเขา ทำให้เป็นที่แพร่หลาย หลังจากนั้นคนทั้งโลกก็รู้จักซานตาครอสในรูปลักษณ์อย่างนั้น
"เด็กทุกคนนั่งฟังอย่างสนใจเรื่องราวเทพนิยายล้วนเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆทั้งสิ้นคุณ ครูมองไปที่ปฏิกิริยาของเด็กแต่ละคน สุดาทิพย์เด็กหญิงลูกนักธุรกิจใหญ่กำลังคุยอวดเพื่อนว่า เธอได้รับของขวัญจากซานตาครอสหลายชิ้นทุกปีพายัพลูกนายแพทย์ก็เช่นกัน เด็กคนนึงนั่งฟังเพื่อนด้วยดวงตาฝันแต่แล้วก็ถอนใจ
คุณครูสมจินตนา รู้จักเด็กคนนี้เป็นอย่างดี ชัยยศ เป็นเด็กช่างฝัน เขาเป็นเด็กยากจนที่ได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียน จากบาทหลวงเจ้าของ รร. ผู้ใจดี แม่ของชัยยศเป็นแม่ค้าขายน้ำอัดลม และน้ำผลไม้ใกล้ๆ รร. สามีเป็นคนขี้เมา มิหนำซ้ำ นางยังมีลูกหลายคน
ชัยยศเป็นลูกหัวปี " ครูครับ ซานตาครอสจะให้ของขวัญกับเด็กยากจนบ้างมั้ยครับ ทำไมผมไม่เคยได้ "
ชัยยศถามคำถาม " ได้ซิจ๊ะ ยิ่งเด็กที่ยิ่งจน ซานต้าก็จะยิ่งสงสาร เธอลองอธิษฐานว่าจะเป็นเด็กดี ซานตาครอสก็จะมาหาเธอเอง เอาอย่างนี้กันมั้ยล่ะ พวกเธอทุกคนเขียน จม.บอกซานตาครอส ว่าอยากได้อะไรกัน
ครูจะเป็นธุระจัดส่งให้ " เด็กทุกคนอมยิ้มถูกใจ โดยเฉพาะชัยยศ ดวงตาของเขาเป็นประกายแสดงถึงความหวัง กอง จม. สามสิบกว่าฉบับ ส่วนใหญ่เป็นการขอของขวัญตามประสาเด็ก มีเพียงจม.ของชัยยศเท่านั้น ที่ครูสมจินตนารู้สึกว่า อยากจาส่งให้ถึงมือซานตาครอสผู้บันดาลให้ได้ทุกอย่างจริงๆ
“ ลุงซานต้าคับ ผมเป็นเด็กดีมาตลอด เชื่อฟังที่ครูบอกทุกอย่างผมอยากให้ซานต้าช่วยผมบ้าง ผมอยากให้มีหน้าร้อนตลอดปี แม่จะได้ขายน้ำได้มาก ๆ แล้วไม่อารมณ์เสีย วันไหนอากาศเย็นหรือฝนตก แม่จะขายของได้น้อย ผมกับน้องจะถูกตี บางทีไม่รู้สาเหตุว่า เราทำอะไรผิด พ่อของผมไม่ทำงาน กินแต่เหล้า เมาแล้วก็ทะเลาะกับแม่ ซานต้าช่วยเอาเหล้าทิ้งไปจากโลกได้มั้ยคับ ผมอยากมีครอบครัวที่ดีเหมือนเพื่อนๆ ผมเล่าเรื่องลุงซานต้าให้แม่ฟัง แม่โกรธใหญ่หาว่าผมบ้า ด่าผมหยาบคาย ตีผมหลายที รอยด่างที่กระดาษคือน้ำตาของผมที่ส่งมาให้ลุงซานต้าดู ทำไมลุงไม่ทำให้แม่เชื่อบ้าง ผมบอกแม่ไปว่า ผมมีสิทธิ์จะฝัน ถึงแม่จะตีผมอีกร้อยครั้ง แม่ก็ไม่อาจห้ามผมได้” ผู้ไม่เคยขออะไรจากลุง
น้ำตาแห่งความเวทนารินออกมาจนได้ ทั้งที่พยายามสกัดไว้ในที่สุดก็ปล่อยให้มันไหล ครูจะก้าวก่ายเกินบทบาทของตัวเองมากไปหรือเปล่า ถ้าจะทำให้ฝันของเธอเป็นจริง อย่างน้อยที่สุดครูก็เห็นด้วยกับเธอชัยยศ ที่ว่า เธอมีสิทธิ์ที่จะฝัน ครูสมจินตนาได้ขออนุญาตบาทหลวงเจ้าของ รร. ในการจัดงานฉลองพระคริสต์สมภพ เธอแจ้งแก่ นร. ให้เป็นผู้อ่าน จม. ที่เขียนถึงซานตาครอสด้วยตัวเอง เพราะในงาน ซานตาครอสจะมาที่ รร. แม่ของชัยยศได้รับอนุญาตให้มาขายของในบริเวญงานด้วยความช่วยเหลือของครูสมจินตนาแม่เลยมีอารมณ์ดีตลอดวัน เพราะขายดีมากในวันที่ไม่มีการสอน และงานจัดขึ้นที่กลางแจ้ง มีผู้ปกครองมาร่วมสนุกด้วย ซานตาครอสอยู่ในชุดแดง ตัวอ้วนกลมใหญ่ ปิดหน้าตาด้วยเคราและคิ้วเห็นแต่ลูกนัยน์ ตา คนที่สวมชุดนี้ได้ ต้องอดทนกับอากาศร้อนได้ดีทีเดียว เด็ก ๆ เดินเข้าไปอ่าน จม. ทีละคน ซานต้าก็หยิบของขวัญขึ้นมาให้เด็ก ๆ ตามถุงที่มีชื่อ ติดเอาไว้แล้ว
จนกระทั้งถึงคิวของชัยยศ เขาเดินไปที่ซานตาครอส จับแขนในผ้านวมและกอดเสียแน่นราวกับจะตอกย้ำให้ตัวเอง แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป
ซานต้าเองก็กอดตอบเขาเช่นกัน ซานต้าหัวเราะเขาด้วย ท่าทางเขาคงมีท่าทางตลกกว่าเพื่อนคนอื่น ชัยยศอ่าน จม. ของเขาให้ซานตาครอสฟัง
เขาเห็นซานตาครอสนิ่งเงียบไป แล้วก้อตาแดง น้ำตาไหล พูดอะไรงึมงำฟังไม่ถนัด เพราะเคราที่ติดอยู่ เขาทำให้ซานตาครอสเสียใจซะแล้ว แล้วท่านจะช่วยเหลือเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่มีใครสังเกตว่า ครูสมจินตนายืนสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด เธอเห็นอากัปกิริยาของ ซานตาครอสที่ลงทุนจ้างมาทำหน้าที่นี้ถึงห้าร้อยบาท
ของขวัญมากมายในถุงที่ทำให้ความฝันของเด็กๆได้เป็นจริงมาจากความอนุเคราะห์ของผู้ปกครองที่มีฐานะดี
ครูสมจินตนาขอแบ่งปันความสุขที่เขาได้แจกจ่ายให้กับลูกให้เด็กคนอื่นได้รู้จักมันบ้าง
ที่สำคัญที่สุด ครูสมจินตนาอยากให้ชายขี้เมาที่ไร้ค่าคนนึง ได้มารับฟังความในใจจากปากลูกของเขาด้วยตัวเอง ในสิ่งที่เค้าให้กับลูกได้ ถ้ามีความตั้งใจและมีสำนึกในหน้าที่ของพ่อ เด็กที่เชื่อในความฝันอันสวยงาม จะโตเป็นคนที่อ่อนโยน และเข้าใจคนอื่นเมื่อเขาโตขึ้น เพื่อที่เค้าจะได้ทำหน้าที่สานฝันให้เด็กรุ่นใหม่ต่อไป
.... อ่านจบแล้ว น้ำตาจะไหล ...
ล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง ทาโลชั่นเพื่อให้ความชุ่มชื้น และเพื่อช่วยให้การนวดไม่ติดขัด โดยระหว่างการทาโลชั่นให้กดน้ำหนักลงไปให้ทั่วบริเวณเท้าด้วย
ใช้มือจับเท้าข้างที่ต้องการจะนวดไว้
ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของมืออีกข้างหนึ่งกดลงที่เนื้อของหัวแม่โป้งเท้า
ใช้นิ้วหัวแม่มือกดนวดที่หัวแม่เท้าขึ้นและลง ทั้งด้านหน้าและด้านข้าง
ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับที่ตาตุ่ม แล้วกดนวดเป็นวงกลม
ใช้หัวแม่มือนวดตั้งแต่ตาตุ่มโค้งลงมาจนถึงส้นเท้าทั้ง 2 ด้าน
นวดบริเวณส้นเท้าแล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมาจนถึงข้อเท้า จำไว้ว่าให้นวดไปในทิศทางเดียว คือนวดขึ้น
ปิดท้ายการนวดด้วยการนวดบริเวณข้อเท้าอีกครั้งหนึ่ง
ใครที่ปวดเท้าบ่อยๆลองทำตาม คำแนะนำนี้ดูนะคะ ไม่ยากเลยค่ะ :)
ณ.โรงพยาบาลบ้าแห่งหนึ่งมีคนบ้าเป็นจำนวนมาก ทำให้มีเนื้อที่ไม่เพียงพอแก่การอยู่อาศัยของผู้ป่วย ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดให้มีการทดสอบผู้ป่วยที่เป็นบ้าาาาาา โดยทำการสูบน้ำออกจากสระว่ายน้ำจนแห้งเหือด แล้วจึงปล่อย ผู้ป่วยให้ลงไปเล่นน้ำใน สระว่ายน้ำโดยมีอุบายอยู่ว่าถ้าผู้ป่วยคนใดไม่ลงไปเล่นน้ำในสระว่ายน้ำ ก็แสดงว่าผู้ป่วยคนนั้นหายจาก อาการบ้า (เพราะสระว่าย น้ำถูกสูบน้ำออกจนแห้ง) จากนั้นทางโรงพยาบาล ก็จะส่งตัวผู้ที่หายจากอาการบ้ากลับบ้านหลังจากที่ปล่อยคนบ้าให้ไปเล่นน้ำ คนบ้าทุกคนต่างก็ลงเป็นเล่นน้ำในสระอย่างสนุก แต่ทว่ามีผู้ป่วยรายหนึ่งนั่งอยู่ริมสระ และไม่ลงไปเล่นน้ำกะเพื่อนๆ ผู้ป่วยคนนั้นชื่อนายหิด
หมอ : อ้าว! นายหิดทำไม่ไม่ลงไปเล่นน้ำกะเพื่อนหล่ะ
นายหิด : หมอจะบ้ารึป่าว
หมอ : ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าเธอก็หายแล้ว เดี๋ยวหมอจะส่งตัวเธอกลับบ้าน
นายหิด : ก็ได้ครับ แต่ก่อนจะส่งผมกลับบ้าน หมอช่วยสอนผมว่ายน้ำก่อนซิครับ ผมจะได้ลงไปเล่นน้ำกะเพื่อนได้
หมอ : !?!?…
แม่ถามลูกว่า "โตขึ้นลูกๆ อยากเป็นอะไรจ๊ะ"
ลูกชาย 1 : ทหารครับ จะได้ป้องกันประเทศชาติ
ลูกชาย 2 : อยากเป็น คุณหมอครับแม่ จะได้รักษาคนไข้
แม่ : ดีดีดี
แล้วลูกสาวแม่ล่ะอยากเป็นอะไร
ลูกสาว : อยากเป็นคนใช้ค่ะแม่
แม่ : (เกิดอาการงงสุดขีด) ทำไมอยากเป็นคนใช้ล่ะลูก
ลูกสาว : หนูอยากให้คุณพ่อกอดหนูนานๆ บ่อยๆ ค่ะ
เอ่อ... แบบนี้ คุณพ่อควรอยู่ไกลๆ มีหวัง... แน่ ^-^
สะกิด มีเรื่องสั้น ที่เกี่ยวกับความรักของลูก กับ แม่ มาฝาก ลองอ่านดูนะคะ
ชายหนุ่มผู้กำพร้าบิดา จากบ้านไปศึกษาหาความรู้ยังต่างเมืองหลายปี เมื่อสำเร็จ การศึกษากลับมาก็พบว่า มารดากำลังป่วยหนัก ด้วยโรคที่หาสาเหตุไม่ได้ คนรับใช้รายงานว่านางกินไม่ได้ นอนไม่หลับจนซูบซีดผ่ายผอมลงทุกวัน “ลูกสัญญาจะเสาะหายาดีๆ มารักษาแม่ให้ได้ แม้ต้องลำบากอย่างไรก็ยอม” เขาบอกมารดาด้วยใจกตัญญู สั่งคนรับใช้ให้ดูแลนาง แล้วรีบเร่งเดินทางไปหาซื้อยา จากบรรดาหมอที่มีชื่อเสียง เขารีบนำยากลับมา สั่งคนรับใช้ปรุงให้มารดาดื่มกิน แต่อาการ ของหญิงชราก็ไม่ดีขึ้น เขาจึงเร่งรีบเดินทางไปเสาะหายาอีกครั้ง แต่ละครั้งที่ได้ยาตัวใหม่ เขาจะรีบกลับมา ให้คนรับใช้ต้มและป้อนนาง ส่วนตนเอง หมกมุ่นอยู่กับการทำงานหนัก เพื่อจะได้มีเงินมากๆ ไว้ซื้อยาราคาแพง และอาหารชั้นเลิศ ที่เชื่อว่าจะช่วยให้มารดาหายป่วย แต่ดูเหมือนว่ายาใดๆ ก็ไม่ได้ผล ชายหนุ่มทุกข์ใจยิ่งนัก
คืนหนึ่งเขาฝันไปว่ามีซินแส ชราที่อยู่ในกระท่อมเล็กๆ บนภูเขาสูงสามารถช่วยแม่เขาได้ .... (อ่านต่อ)
มีโต๊ะและเก้าอี้สำหรับนั่งเรียนหนังสือที่บ้าน จำไว้ว่าสิ่งแวดล้อมที่ดีจะช่วยให้เรามีสมาธิในการเรียน
ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนว่าจะอ่านแต่ละวิชา หรือทำการบ้านมากน้อยแค่ไหนและลงมือทำอย่างเต็มที่จนเสร็จ
บางวิชาที่ยากๆให้รวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ช่วยกันติว ช่วยกันเรียน ผลัดกันค้นคว้า ตั้งคำถาม จะช่วยให้เก่งกันยกกลุ่ม
มีเวลาอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนทุกๆวัน วันละนิดวันละหน่อย ฝึกจนเป็นนิสัย อย่าตั้งใจเรียนหนังสือเป็นพักๆ
ฝึกทักษะการเรียนอยู่เสมอๆ เช่น ฝึกอ่านให้เร็วขึ้น จดบันทึกเป็นระบบ จัดระเบียบความคิด และ สรุปเนื้อหาจะช่วยในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
นั่งใกล้ครูมากที่สุด จะได้ไม่มีอะไรมาดึง ความสนใจในการเรียนของเรา
ทำการบ้านหรือรายงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จทันเวลา ข้อนี้สำคัญมาก เพราะถ้าทำเสร็จเร็วเท่าไร จะมีเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น
จัดลำดับความสำคัญของวิชาที่ต้องทำ เช่น วิชาไหนด่วนที่สุด หรือหัวข้อไหนไม่เข่าใจ ต้องเรียงลำดับไว้ และ ทำ ตามให้ได้
ทำความเข้าใจว่าครูผู้สอนแต่ละวิชามีการให้คะแนนอย่างไร คะแนนเก็บเท่าไร คะแนนสอบเท่าไร วางแผนทำคะแนนให้ดีในแต่ละส่วน
สำคัญที่สุดในการเรียน ก็คือมุ่งมั่นตั้งใจเรียนไม่มีใครช่วยเราได้ ถ้าตัวเราเองไม่อยากเรียนเก่ง เพราะฉะนั้นจำไว้ว่า Work Smart , Not Hard
อย่าลืมนะคะ ว่าการเรียน สำคัญที่สุด ถ้าละทิ้งการเรียน วันข้างหน้า ถ้าคุณหันกลับมา คุณจะเสียใจ และเสียดาย ที่ไม่ตั้งใจเรียน ^-^
แฟนประเภทชอบรื้อฟื้น ชอบพูดแต่เรื่องเก่า ๆ สมัยที่ผ่านมานาน และชอบพูดถึงแฟนเก่าว่าดีอย่างโน่นอย่างนี้ พร้อมจับทั้งแฟนใหม่กับแฟนเก่ามาเปรียบเทียบกัน ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้แฟนใหม่หมดกำลังใจไปเรื่อย ๆ
แฟนชอบโกหกจนเป็นนิสัย การโกหก เป็นยาพิษที่บ่อนทำลายความรักได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด
แฟนเจ้าชู้ไม่เลือกหน้า เผลอหน่อยไม่ได้ต้องเอาตัวเข้าไปเบียดกับคนอื่น และอ้างเหตุผลเดิม ๆ ว่า เด็กเขายั่ว อย่างนี้เราก็อย่าลดตัวไปเป็นมารคอหอยเขาเลยแล้วกัน
แฟนที่ไม่สนว่า..จำเป็นต้องเอาใจคนรักอะไร..กันนักหนา หากรักกันจริงก็ควรดูแลเอาใจใส่ ไม่ใช่คิดว่าไม่เห็นจำเป็นต้องเหลียวแล ความรักคือการแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้แก่กัน
แฟนไม่เคยมีเวลาให้ รวมถึงการผิดนัด บอกปัด อ้างงานเยอะ แม้แต่วันหยุดก็ไม่รู้หายไปไหน อย่างนี้จะเป็นแฟนกันไปทำไม
แฟนไม่เคยทำตามสัญญา อย่าสัญญาเพียงลมปากอย่างเดียว แต่ต้องทำให้เป็นจริงด้วย
แฟนที่ชอบตอกย้ำซ้ำเติมปมด้อยให้น้อยเนื้อต่ำใจได้ตลอดเวลา
ใครที่กำลังคบหา กับแฟน ประเภทนี้อยู่ ระวังตัวไว้ด้วยนะคะ หลีกได้ ควรหลีกให้ไกลค่ะ :)