รอยยิ้ม รอยยิ้มก็สามารถบ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง อาทิ เป็นรอยยิ้มหวานพิมพ์ใจ แต่จริงใจหรือเปล่า ดูจงใจเกินไป เหมือนบังคับให้ตัวเองยิ้ม หรือมันอาจจะบอกได้เลยว่า มื้ออาหารก่อนหน้านี้คุณทานอะไรไป เราแนะนำว่า ให้ฝึกยิ้มบ่อยๆ จนกลายเป็นสิ่งที่คุณรู้สึกไม่ฝืนใจหรือเขินอาย และหัดพกหมากฝรั่งติดกระเป๋าไว้บ้าง เพื่อความมั่นใจ
ผมของคุณ ใช่ว่าผู้ชายจะรู้จักว่าผมแตกปลายเป็นยังไง ฉะนั้นสิ่งที่เขามองดูก็คือ 1. ผมดูนิ่มมั้ย 2. หากอยู่ใกล้ กลิ่นดีหรือไม่ ฉะนั้น จงรู้จักบำรุงผมของคุณบ้างในบางโอกาสที่คุณหาได้ และอย่าลืมว่า การสระผมให้สะอาดก็เป็นสิ่งที่ทำให้ คุณมั่นใจว่าจะไม่มีกลิ่นเหงื่อจากหนัง ศรีษะโชยไปให้ใครได้ดม
ความฉลาด ใช่แล้ว คุณเข้าใจถูกต้องที่ผู้ชายชอบมองหน้าอกผู้หญิง แต่เหนือกว่านั้นน่ะเหรอ เขายังสังเกตเห็นอีกว่า คุณปลดกระดุมมากเกินไปหรือไม่ หรือจงใจใส่เสื้อคอกว้างเพื่อให้คุณผู้ชายได้มองเห็นอย่างชัดเจน ซึ่งคุณผู้หญิงทั้งหลายไม่จำเป็นเลยที่ต้องทำอย่างนั้น เพียงแต่คุณรู้จักเลือกเสื้อผ้า ที่พอดีกับตัวแต่ไม่เน้นหน้าอกเกินงาม ก็ทำให้คุณดูดีขึ้นเป็นกอง
การแต่งหน้าของคุณ หากคุณแต่งหน้าจัดเกินไป มันยิ่งทำให้หน้าคุณดูเหมือนไปเพ้นท์มามากกว่า เขาอาจจะคิดว่าคุณกำลังอยากปกปิดอะไรภายใตเมคอัพหนาเตอะนั่น แต่งหน้าเพียงให้พอสวยงาม อย่ามากเกินไป แต่คุณก็ยังจำเป็นต้องแต่งหน้า สำหรับคนที่ไม่ชอบการแต่งหน้าเลย อาจจะต้องมีแป้งพัพและลิปกลอส หรือจะเป็นบรัชออน เพราะการแต่งหน้าทำให้คุณดูเป็นผู้หญิงมากกขึ้น
ผิวของคุณ คุณอาจจะกังวลกับเรื่องสิวที่คุณเห็นว่ามันเม็ดใหญ่ เป้งซะขนาดนี้ แต่ก็เป็นไปได้ว่าผู้ชายอาจจะไม่ได้สนใจก็ได้ เขาอาจจะมองข้ามและหันไปเห็นผิวคล้ำแดด ที่คุณไม่เคยรู้สึกอยากจะบำรุงผิวเลย ต่างหากล่ะ
กระเป๋า กระเป๋าของผู้หญิงส่วนใหญ่แล้วจะใบใหญ่ และมีของมากมาย เหมือนเป็นกระเป๋าของโดราเอม่อน ยังไงยังงั้น หากคุณไม่รู้จักจัดการกับกระเป๋า เป็นต้นว่า เศษกระดาษ เศษห่อลูกอม หรือของในกระเป๋ากว่าจะหาเจอแต่ละอย่างใช้เวลาอย่างมากมาย มันก็เป็นไปได้ว่า คุณไม่ใช่คนที่ชอบทำความสะอาดซักเท่าไร
ลองสังเกตดูตัวเองนะคะ ว่า 6 ข้อนี้ เราดูแลดี ก่อนออกไปเจอเขาแล้วหรือยัง
ใครมีอาการแบบนี้มั่งคะ แอบรักเพื่อนในห้องเดียวกัน
ความรักมักเกิดจากความชิดใกล้
ทำให้ใจของใครเริ่มสั่นไหว
ทำให้ใครบางคนแอบมีใจ
แอบมอบให้กับเพื่อนห้องเดียวกัน
ใครมีอาการแบบนี้ อย่าลืมบอกให้คนคนนั้นรู้ตัวนะคะ :)
ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เนื่องจากหน้าร้อนจะสูญเสียเหงื่อมาก ควรหลีกเลี่ยงน้ำหวาน เพราะจะยิ่งทำให้กระหายน้ำมากขึ้น อาจดื่มน้ำผลไม้ หรือน้ำสมุนไพรที่มีรสไม่หวานจัดแทน
หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะทำให้เส้นเลือดขยายตัว ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น อาจทำให้เกิดการขาดน้ำ นอกจากนี้ ในหน้าร้อนแอลกอฮอล์จะซึมเข้าสู่กระแสโลหิตได้เร็ว ทำให้เมาง่าย และอาจช็อกหมดสติได้
อาหารที่เหมาะสำหรับหน้าร้อน คือ อาหารรสขมเย็น เช่น แฟง มะระ สะเดา ช่วยลดความร้อนในร่างกาย นอกจากนี้ ควรเลือกทานอาหารที่สะอาด สด ใหม่ เพื่อป้องกันการเกิดโรคทางเดินอาหารในหน้าร้อน
อย่าออกกำลังกายหักโหม หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือแดดเปรี้ยง จะทำให้เจ็บป่วยง่ายขึ้น การออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-4 วัน ประมาณครึ่งชั่วโมง จะช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรค
สวมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ระบายความร้อนได้ง่าย และดูแลความสะอาดของร่างกายไม่ให้เกิดการอับชื้น หากเกิดผดผื่นคันควรปรึกษาแพทย์
ใช้ครีมกันแดดเมื่อออกกลางแจ้ง หรือในที่แดดแรง ๆ เพื่อป้องกันการเกิดผิวไหม้จากการได้รับแสงแดดมากเกินไป และควรสวมแว่นกันแดดเพื่อปกป้องสายตา
หน้าร้อนนี้ อย่าลืมรับประทานอาหารที่สดสะอาด นะคะ :)
ลองอ่านดูนะคะ
มีคน 2 คนเป็นเพื่อนซี้กัน..ต่างร่วมเดินทางไปในทะเลทรายด้วยกัน...
ระหว่างทาง...เกิดโต้เถียงขัดแย้งไม่เข้าใจกัน เพื่อนคนหนึ่ง...พลั้งลงมือ...ตบหน้าอีกฝ่ายคนถูกทำร้าย...เจ็บปวด...แต่ไม่เอ่ยวาจา... กลับเขียนลงบนผืน ทรายว่า "วันนี้...ฉันถูกเพื่อนรักตบหน้า"
พวกเขายังคงเดินทางต่อ...กระทั่งถึงแหล่งน้ำพวกเขาตัดสินใจอาบน้ำ...ชำระกาย...พลันคนที่ถูกตบหน้ากลับจมน้ำ...เพื่อนอีกคนไม่รั้งรอ...เ ข้าช่วยชีวิต คนรอดตาย...ยังคงไม่เอ่ยวาจา...กลับสลักลง ไปบนหินใหญ่... 'วันนี้...เพื่อนรักช่วยชีวิตฉัน ไว้'
อีกคนไม่เข้าใจ...ถาม ว่า... 'เมื่อถูกฉันตบหน้า...เธอเขียนลงทราย...แล้วทำไมเมื่อครู่...ต้องสลักบนหิน'อีกคนยิ้มพราย...กล่าว ตอบ ' เมื่อถูกเพื่อนรักทำร้าย...เราควรเขียนมันไว้บนทราย
ซึ่งสายลมแห่งการให้อภัย...จะทำหน้าที่พัดผ่าน...ลบ ล้างไม่ เหลือแต่เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมาย... บังเกิดเราควรสลักไว้บนก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจ... ซึ่งจะไม่มีสายลมแรงเพียงใด...ลบล้างทำลาย....'
บางทีสิ่งเพื่อนทำลงไป เค้าอาจจะไม่ได้ตั้งใจ พยายามคิดถึงด้านดีๆไว้นะคะ :)
z
นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
ปั่นจักรยานกลางอากาศประมาณ 100 ครั้ง
เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้ง
ใครที่ีต้นขาใหญ่ ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ลองทำตามคำแนะนำดูนะคะ (แรกๆอาจจะเมื่อยหน่อย แต่ทำบ่อยๆ ก็จะหายเองค่ะ)
ในเรือนจำคุณนอนในห้องขังประมาณ 8x10 ฟุต ในที่ทำงานคุณนั่งอยู่ในคอก 6x8ฟุต
ในเรือนจำคุณมีอาหารฟรีสามมื้อ ในที่ทำงานคุณมีเวลากินอาหารเที่ยงเพียง 30 นาที แถมต้องซื้อเอง
ในเรือนจำมีเวลาเยี่ยมและวันพบญาติอย่างใกล้ชิด ในที่ทำงานห้ามแม้ก็ทั่งโทรศัพท์คุยเรื่องส่วนตัว
ในเรือนจำค่าใช้จ่ายทั้งหมดถูกจ่ายโดยภาษีของประชาชน ในที่ทำงานเราคือประชาชนผู้เสียภาษี
ในเรือนจำหากประพฤตัวดี ขยัน คุณจะมีสิทธิพ้นโทษ ในที่ทำงานถ้าคุณขยันจะได้งานทำมากกว่าคนอื่น
ในเรือนจำ มีผู้คุมจอมโหด ในที่ทำงานเรียกคนพวกนั้นว่า ผู้จัดการ
ถ้าทำงานเป็นเครื่องจักร คุณก็ไม่ต่างอะไร กับนักโทษชั้นดี ที่ไปไหนมาไหนได้ เท่านั้นเอง อย่าลืมนะคะ หาเวลาพักผ่อนบ้าง เพื่อสุขภาพของเราเองค่ะ ^-^
อย่าล้างมือบ่อยเกินไป หลังล้างมือแล้ว เช็ดให้แห้ง เป่าลมร้อนช่วยด้วยจะยิ่งทำให้เล็บแห้งได้สนิท
ถ้าจำเป็นต้องล้างจาน ซักผ้า ถูบ้าน ควรใส่ถุงมือเป็นประจำให้เป็นนิสัย
ทาโลชั่นที่บำรุงมือและเล็บโดยเฉพาะ (Hand and nail) อย่างสม่ำเสมอ
พยายามทาสีเล็บให้น้อยลงเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เล็บได้พักผ่อน
หลีกเลี่ยงการเพ้นท์สีเล็บที่อาจจะมีสารเคมีทำลายเนื้อเล็บได้
หลีกเลี่ยงทำเล็บบ่อยๆ ที่ร้านเสริมสวย เพราะช่างมักจะแคะเล็ม ตัดจมูกเล็บให้เสียหาย
ตัดเล็บให้มีขนาดสั้นพอประมาณ เพราะการไว้เล็บยาวเกินไปอาจทำให้เล็บเกิดฉีกขาดได้ง่าย
หมั่นดูแลรักษาเล็บให้สะอาด สวยงามอยู่เสมอนะคะ :)
รู้รึเปล่าว่า ต้นกำเนิดของแปรงสีฟัน ที่เราต้องใช้แปรงฟันทั้งเช้าและเย็นนั้นมาจากไหน
คนที่คิดค้นแปรงสีฟันอันแรกของโลก คือ วิลเลียม แอดดิส ชาวเมืองเคิร์กเคนวอลล์ ซึ่งเกิดทำผิดมีอันต้องเข้าไปนอนในคุก ตอนนั้นผู้คนทั้งในและนอกคุกใช้วิธีแปรงฟันโดยใช้เศษผ้า นำมาถู ๆ ที่ฟัน รวมถึงนายแอดดิสด้วย ระหว่างนั้นแอดดิสจึงเริ่มที่จะคิดค้นเครื่องมือที่จะช่วยในการทำความสะอาดฟัน หรือที่เรารู้จักกันดีว่า "แปรงสีฟัน" นั่นเอง
อุปกรณ์ที่แอนดิสนำมาทำแปรงสีฟันคือ กระดูก เอามาเจอะเป็นรูเล็กๆขอขนแปรงจากผู้คุมมายัดลงไปในรูแล้วติดกาว
หลังจากนั้นเมื่อ แอดดิสออกจากคุก เขาก็เริ่มประดิษฐ์แปรงสีฟันออกขาย จึงเป็นต้นกำเนิดของแปรงสีฟันที่มีให้เราใช้มาจนถึงทุกวันนี้
ตอนนี้เราก็มีแปรงฟันสวยๆใช้กันแล้ว รู้ประวัติที่มาของแปรงสีฟันไว้นะคะ เป็นความรู้ค่ะ เพิ่งรู้เหมือนกันนะคะนี่ ก็เลยเอามาฝากกันค่ะ :)