ลองสังเกตที่ดวงตานะคะ ว่าคนคนนั้นของคุณ มีดวงตาเป็นยังไง
ตากลมโต : เป็นคนเปิดเผย เฉลียวฉลาด รักสนุก รักธรรมชาติ ร่าเริง ไม่ค่อยอิจฉาริษยาใคร ซื่อสัตย์..ถ้าเค้ารักเธอแล้ว เค้าไม่ไปหลีสาวอื่นแน่นอน
ตาซึ้ง : มีแววเป็นประกาย เลื่อนลอย ไม่ค่อยมีจุดหมายปลายทาง เป็นตาของพวกศิลปิน นักกวี และนักฝันทั้งหลาย ซึ่งมีอารมณ์ละเอียดอ่อน ไวต่อความรู้สึก อยู่ใกล้เค้าเมื่อไร เธอต้องอบอุ่นเมื่อนั้น
ตาพอง : หรือตาโปนเหมือนปลาทอง เค้ามีเสน่ห์ ใจบุญชอบช่วยเหลือคน ฉลาดก็ปานนั้น มั่นใจในตัวเองก็เหลือหลาย นับว่าเป็นคนที่ท่าคบทีเดียวล่ะ
ตาเรียวยาว : ปราดเปรื่อง ขี้เล่น จิตใจค่อยข้างโลเล ไม่ซีเรียสกับการบ้านที่พอกเป็นหางหมู และเอนเอียงไปในทางมองโลกในแง่ร้อย ใครได้ไปเป็นแฟนล่ะก็ต้องทนเค้าหน่อยนะ
ตาลึก : ส่วนมากจะเป็นคนที่ชอบเก็บตัวลึกลับ ไม่ชอบแสดงออกทางอารมณ์ โกรธก็เก็บ รักก็เงียบ ชอบคิดมากจนเอ๋อไปเลยก็เคย แต่ถ้าคนไหนตาลึก และแคบกว่าธรรมดา จะเป็นคนขี้อิจฉา เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว...ไม่น่าไว้ใจ
อย่าสังเกตมาก จนเค้าสงสัยนะคะ :)
ลองจินตนาการว่ามีธนาคารแห่งหนึ่งเข้าบัญชีให้คุณ ทุกเช้าเป็นเงิน 86,400 บาท ไม่มีการยกยอดคงเหลือไปวันรุ่งขึ้น ทุกตอนเย็นจะลบยอดคงเหลือทั้งหมดที่คุณไม่ได้ใช้ระหว่างวัน คุณจะทำอย่างไร?
แน่นอนที่สุดคุณต้องถอนมาใช้ทุกบาททุกสตางค์ใช่ไหม!!! เราทุกคนมีธนาคารอย่างนั้นเหมือนกัน ธนาคารแห่งนี้ชื่อว่า "เวลา" มันเข้าบัญชีให้คุณ 86,400 วินาที
ทุกคืนมันจะถูกล้างบัญชีถือว่าขาดทุนตามจำนวนที่คุณพลาดโอกาส ที่จะลงทุนในสิ่งดีๆ มันไม่สะสมยอดคงเหลือ ไม่ให้เบิกเกินบัญชี
ในแต่ละวันจะเปิดบัญชีใหม่ให้คุณ ทุกค่ำคืนจะลบยอดคงเหลือของทั้งวันออกหมด ถ้าคุณเสียโอกาสที่จะใช้ประโยชน์ในระหว่างวัน ผลขาดทุนเป็นของคุณไม่สามารถถอยหลังกลับไปได้ ไม่มีการถอนของ "วันพรุ่งนี้" มาใช้ได้
คุณต้องมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ด้วยยอดเงินฝากของวันนี้ ให้ลงทุนจากเงินฝากเหล่านี้เพื่อได้ผลตอบแทนมาสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อสุขภาพ ความสุข และความสำเร็จ!
นาฬิกากำลังเดิน ทำวันนี้ให้ดีที่สุด!!!
จะรู้ถึงคุณค่าของเวลาหนึ่งปี ให้ไปถามนักเรียนที่สอบตกต้องซ้ำชั้น
จะรู้ถึงคุณค่าของเวลาหนึ่งเดือน ให้ไปถามคุณแม่ที่คลอดลูกก่อนกำหนด
จะรู้ถึงคุณค่าของเวลาหนึ่งสัปดาห์ ให้ไปถามนักเขียนหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์
จะรู้ถึงคุณค่าของเวลาหนึ่งชั่วโมง ให้ไปถามคนรักที่กำลังรอคอยตามนัดหมาย
จะรู้ถึงคุณค่าของเวลาหนึ่งนาที ให้ไปถามคนที่เพิ่งพลาดขบวนรถไฟ
จะรู้ถึงคุณค่าของเวลาหนึ่งวินาที ให้ไปถามคนที่เพิ่งรอดหวุดหวิดจากอุบัติเหตุ
จะรู้ถึงคุณค่าของเวลาเสี้ยววินาที ให้ไปถามคนที่เพิ่งชนะได้รางวัลเหรียญทองโอลิมปิค
!!!ทำทุกขณะที่คุณมีให้มีคุณค่า!!! และทำให้มีคุณค่ามากขึ้นไปอีกเพราะคุณใช้มันร่วมกับ "คนพิเศษบางคน"
ให้พิเศษเพียงพอที่จะใช้เวลาของคุณ และจำไว้เสมอว่าเวลา ไม่คอยใครแม้สักคนเดียว
เมื่อวานเป็นอดีต พรุ่งนี้ยังยา...ที่จะอธิบาย
วันนี้เป็นของขวัญ นั่นไงทำไมมันถึงถูกเรียกว่า "Present"
อย่าลืม ใช้เวลา ของคุณในแต่ละวัน ให้มีประโยชน์ที่สุดนะคะ ถึงแม้เราจะมัพื้นฐานไม่เหมือนกัน แต่เราทุกคนมีเวลาเท่ากันค่ะ ^-^
สะกิด เอาเคล็ดลับ ขจัดความเครียดมาฝาก
ฝึกหายใจ : นั่งลงและเอนหลังกับพนักเก้าอี้ในท่าสบาย สูดหายใจเข้าลึกๆ และช้าๆ วิธีนี้ จะสามารถขจัดความเครียดออกไปได้
นวดฝ่าเท้า : ใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงบนฝ่าเท้า แล้วนวดคลึงเบาๆ เพื่อคลายเส้นที่ปวดตึง โดยไล่จาก ส้นเท้า ไปจนถึงปุ่มโคนหัวแม่เท้า แล้วจึงค่อยนวดวนออกไปด้านนอกฝ่าเท้า
น้ำช่วยได้ : แค่น้ำเปล่าเย็นๆ หรือน้ำส้มคั้นสดๆ จากตู้เย็นเพียงหนึ่งแก้ว ก็สามารถทำให้ รู้สึกผ่อนคลายในยามเครียด ได้อย่างประหลาด
กลิ่นหอมขจัดเครียด : น้ำมันหอมที่มีกลิ่นหอมสดชื่น ที่เรารู้จักคุ้นหูกันดีในนามของ Aromatherapy สามารถช่วยคลายเครียดได้ เพียงเทน้ำมันหอม ลงบนฝ่ามือ แล้วนวดคลึงเบาๆ บริเวณขมับ ก็จะทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง
ขจัดความเมื่อยขบให้ลำตัว : เมื่อความเครียดรุมเร้าจะปวดไหล่ หลังและคอ ลองเปลี่ยนอิริยาบทง่ายๆ โดยขยับตัว ออกมานั่งตรงส่วนปลายของเก้าอี้ วางเท้าลงที่พื้นในท่าสบาย จากนั้นวางมือขวาที่ต้นขาซ้าย แล้วเอื้อมมือซ้าย ไปจับที่พนักเก้าอี้เหนือไหล่ขวา บิดตัวไปทางซ้ายช้าๆ จนสุด พร้อมเป่าลมออกจากแก้ม สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับหมุนตัวกลับไปในท่าตรง แล้วค่อยๆ ปล่อยลมออกทางปาก จนกลับมาอยู่ในท่าตรง สลับทำแบบเดียวกันด้านขวาและทำหลายๆ รอบ
ลองทำดูนะคะ :)
การยืนเอาปลายนิ้วมือแตะปลายนิ้วเท้า จะทำให้ผิวหน้าดูสดใส : ให้เอาปลายนิ้วมือแตะที่ปลายนิ้วเท้า ก้มตัวต่ำๆ ค้างไว้นับ 1-30 แล้วค่อยๆ ยืนขึ้น จะส่งผลทำให้โลหิตบริเวณหนังศีรษะและใบหน้าหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลทำให้ผิวหน้าดูสดใสขึ้นด้วย
ฝึกกลั้นหายใจ สามารถชะลอหน้าไม่ให้แก่ก่อนวัย : หายใจออกทางปากอย่างช้าๆ จนสุดลม แล้วหายใจเข้าทางจมูกอย่างช้าๆ ให้เต็มปอด กลั้นไว้ระยะหนึ่ง แล้วจึงหายใจออกอย่างช้าๆ ทำแบบนี้วันละ 2 ครั้งๆ ละ 20 นาที จะช่วยชะลอผิวไม่ไห้แก่ก่อนวัยและลดรอยหมองคล้ำ
กินส้มช่วยแก้อาการเซ็ง : สาเหตุก็เพราะ การรับประทานส้มโดยปอกเปลือกเอง จะมีกลิ่นส้มที่ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และวิตามินซีที่ร่างกายได้รับในจำนวนที่เพียงพอ ช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คลายเครียดลงได้ดีออกมาด้วย
กินช็อคโกแลต ช่วยลดอาการแก้ไอ : สาเหตุก็เพราะ โกโก้ที่ใช้ทำช็อคโกแลตมีสารที่ชื่อว่า ธีโอโบรไมน์ จะออกฤทธิ์ที่เส้นประสาท ชื่อเวกัสเนอร์ที่ทำหน้าที่ที่เกี่ยวกับการไอ ทำให้สามารถหยุดอาการไอเรื้อรังอย่างได้ผล
กินบ๊วยช่วยเพิ่มกำลัง : สาเหตุก็เพราะ การที่คนเรามีอาการเหนื่อย อ่อนเพลียก็เพราะ กรดในเลือดสูงร่างกายไม่สามารถปรับดุลความเป็นด่างได้ทัน แต่บ๊วยมีความเป็นด่าง Ph 7.35 ใกล้เคียงกับเลือดของคนเรา การกินบ๊วยจึงช่วยถ่วงดุลความเป็นด่างได้
กินเนยก่อนนอน ทำให้นอนหลับสนิทขึ้น : สาเหตุก็เพราะ ในเนยมีกรดอะมิโนที่มีชื่อว่า ทริปโตพันซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และสะกดให้หลับได้สนิทดีขึ้น
ใครที่เหนื่อย หรือเครียดจากทำงาน ลองทำตามดูนะคะ :)
ลองอ่านแล้วคิดตามนะคะ ว่าคุณกำลังทำลายชีวิตคู่ของตัวเองอยู่รึเปล่า
อย่ายอมรับว่าเกลียดแม่สามี (เดี๋ยวเค้าจะคิดว่าเราไม่เคารพนับถือแม่ของเขา แม่ใครใครก็รักนะคะ)
อย่าบอกเขาเป็นอันขาดว่า เพื่อนซื้อของเขาสนใจคุณ (เดี๋ยวจะโดนทิ้งโดยไม่รู้ตัว)
อย่าบอกสามีเป็นอันขาดว่าคุณเคยนอกใจแฟน (เรื่องบางเรื่องก็ไม่ควรเล่า จริงไหมคะ)
อย่าบอกว่าเค้าไม่เจ๋งอย่างที่เคยเป็น (เป็นการดูถูกผู้ชายอย่างที่สุด)
อย่าทำให้เขารู้สึกว่าเขาไร้สมรรถภาพด้านการงาน (คุณอย่าทำให้เขาหมดกำลังใจในตัวเอง พยายามให้กำลังใจเขาเสมอ)
อย่าบอกว่าคุณจะหย่า ถ้าหากไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ (อย่าคิดนะคะว่า จะใช้เรื่องนี้เรียกร้องความสนใจจากเขาได้ )
อย่าบอกเขาเป็นอันขาดว่า ดารที่คุณหาเงินได้มากกว่าเขารบกวนใจคุณ (เขารู้ แต่พยายามไม่ใส่ใจ เพราะฉะนั้นอย่ากระตุ้น)
อย่าสารภาพกับเขาว่ากำลังแอบปิ๊งใครคนหนึ่งอยู่ (ถ้ากลับกัน เขามาบอกคุณ คุณก็จะทนไม่ได้เหมือนกัน จริงไหมคะ)
จงจำไว้ว่า "เราไม่อยากได้ยิน ได้ฟัง แบบไหน เขาก็รู้สึกแบบเดียวกับเรา"
ในห้องขัง คุณใช้เวลาทั้งหมด ในห้องขนาด 8'X10' : ในที่ทำงาน คุณใช้เวลาเกือบทั้งวันในคอก ขนาด 6'X8'
ในห้องขัง คุณมีอาหารครบ 3 มื้อฟรี : ในที่ทำงาน คุณจะมีแค่พักเที่ยง สำหรับอาหาร 1 มื้อ และจ่ายเงินด้วยตัวเอง
ในห้องขัง คุณใช้เวลาเพื่อการพัฒนาตัวเอง : ในที่ทำงาน รางวัลสำหรับคนที่ทำงานเก่ง คือ งานที่เพิ่มขึ้นกับเวลาที่ลดลง
ในห้องขัง คุณมีหนังให้ดู มีเกมส์ให้เล่น : ในที่ทำงาน ถ้าคุณถูกจับได้ว่าแอบดูหนังหรือเล่นเกมส์ คุณถูกไล่ออก
แต่ในที่ทำงานดีกว่า ตรงที่มีวันหยุด สามารถไปเที่ยวเล่นที่ไหนก็ได้ จงใช้วันหยุดให้คุ้มค่า กับการพักผ่อน ไม่งั้น คุณก็ไม่ต่างอะไรกับอยู่ในห้องขัง นะคะ :)
กลอนเพราะๆ กินใจ
เห็นชายหญิงอิงแอบชิดสนิทใกล้
ดูใส่ใจกันและกันเดินผันผ่าน
คุ้นสายตารึเป็นใครในวันวาน
เธอแฟนฉันที่เคยรักปักอุรา
เดินก้มหน้าหลบไปไม่สบพักตร์
ฝืนห้ามหักหลีกทางไปไม่พบหน้า
แอบยืนมองตามหลังหลั่งน้ำตา
ปล่อยเขาพาน้องเดินพรากจากกันไป
ในเบื้องลึกของดวงจิตคิดวุ่นว้า
ปล่อยน้ำตาครายืนมองแล้วร้องไห้
กลืนความช้ำที่ไหลพรากจากฤทัย
รินรดในใจที่ช้ำแสนกล้ำกลืน
อ่านแล้วเศร้าใจ คิดซะว่า เค้าไม่ได้เกิดมาเพื่อเรา อาจจะมีคนดีๆ รอเราอยู่ในวันข้างหน้า
สะกิดเอากลอนมาฝากจ้า
อย่ามองความรักเป็นการเรียกร้อง
อย่ามองความรักเป็นสิ่งที่คาดหวัง
อย่ามองว่าอนาคตเราจะยังคงมีกัน
อย่ามองถึงวันที่เรานั้นจะเปลี่ยนไป
มองแค่เพียงวันนี้เรามีกันและกัน
มองแค่เพียงว่าเรานั้นมีความสุขไหม
มองแค่เพียงการกระทำที่แสดงออกไป
มองแค่เพียงว่ารู้สึกอย่างไรในใจเรา
รักกัน อย่ามัวแต่คิดที่จะจับผิดกันนะคะ การไว้ใจคือสิ่งที่ดีที่สุด