เอาสูตรทำขนมไทยอร่อยๆ มาฝากจ้า
ส่วนผสม
แป้งสาลี 5 ถ้วยตวง, น้ำตาลป่น 2 1/2 ถ้วยตวง, น้ำมันพืช 1 1/2 ถ้วยตวง
วิธีทำ
ผสมแป้งสาลีกับน้ำตาลป่นเข้าด้วยกัน ควรคนให้กระจาย ตัวทั่วกันดีเสียก่อน จึงเทน้ำมันลงในแป้งนวดเบา ๆ ให้เข้า กันดี ถ้ายังแป้งมากไม่อาจเกาะกันได้ เติมน้ำมันได้อีกเล็ก น้อย
คลึงออกเป็นแท่งกลมยาว แล้วตัดเป็นท่อน ให้ท่อนหนึ่ง ๆ หนึ่ง เมื่อปั้นเป็นก้อนกลม จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางสักประมาณ 1 1/2 เซนติเมตร และปั้นเป็นก้อนกลมไว้ให้หมด
ใช้มีดคม ๆ ผ่าแต่ละก้อนออกเป็น 4 ส่วน ปั้นแต่ละส่วนให้ คล้ายกลีบดอกลำดวน แล้วจับปลายชนกันเป็น 4 กลีบ จากนั้นปั้นเป็นก้อนกลม ๆ วางลงตรงกลาง ปั้นเรียงให้เต็มถาดที่ทาน้ำมันไว้แล้ว
นำเข้าอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮท์ ประมาณ 8-10 นาที ให้ได้สีนวล ๆ เหมือนดอกลำดวนจริง ๆ จึงนำออกจากเตา พักไว้ให้เย็นสนิทเสียก่อนจึงแซะใส่ขวดโหล
อบด้วยดอกมะลิ กระดังงาหรือควันเทียน
ลองทำดูนะคะ ที่สำคัญตอนนี้อยากกินสักดอกแล้วค่ะ :)
วิธีขัดเครื่องเงิน
ให้เอามันฝรั่งมาต้มจนเละ แล้วเอาเครื่องเงินลงไปต้มด้วยราว 1 ชั่วโมง
จากนั้นยกขึ้นมาเครื่องเงินก็จะขาวแจ๋ว
เวลาเก็บเครื่องเงินให้ใช้กระดาษดำห่อ
ลองทำตามดูนะคะ รับรอง เครื่องเงินของคุณ จะสดใสเหมือนใหม่
กุหลาบแดงคือดอกไม้สุดโปรดของเธอ และเธอก็ชื่อโรส ซึ่งหมายถึงกุหลาบด้วย ทุกปีสามีของเธอจะส่งดอกกุหลาบผูกโบว์น่ารักให้ แม้กระทั่งปีที่เขาตายจากไป
เธอก็ยังได้รับดอกกุหลาบซึ่งมาส่งที่หน้าบ้าน การ์ดที่แนบมาเขียนไว้ว่า "ที่รักของผม" เหมือนกับหลาย ๆ ปีก่อนหน้านี้ แต่ละปีที่เขาส่งดอกกุหลาบให้เธอ เขาจะเขียนว่า "ปีนี้ผมรักคุณมากกว่าที่ผมเคยรักเมื่อปีก่อน เพราะความรักของผมเติบโตขึ้นทุกปีที่ผ่านไป"
เธอรู้ว่านี่คือกุหลาบช่อสุดท้ายแล้วที่เธอจะได้รับ เธอคิดว่าเขาคงสั่งดอกไม้ล่วงหน้าก่อนถึงวันวาเลนไทน์ โดยที่เขาไม่รู้ว่า เขาจะจากไป เขามักจะทำอะไรเอาไว้ล่วงหน้าเสมอ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดแม้ว่าเขาจะงานยุ่งแค่ไหนก็ตาม
เธอตัดก้านกุหลาบ แล้วจัดมันลงในแจกันสุดพิเศษ วางไว้ข้างภาพถ่ายใบหน้าเปื้อนยิ้มของสามี นั่งลงบนเก้าอี้ตัวโปรดของเขา เนิ่นนานนับชั่วโมง จ้องมองภาพถ่ายของเขา ที่มีดอกกุหลาบอยู่ด้านข้าง
หนึ่งปีผ่านไป มันยากมากสำหรับการที่ต้องอยู่คนเดียว โชคชะตาบันดาลให้เธอต้องกลายเป็นคนอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว แล้วกริ่งประตูก็ดังขึ้นเหมือนวันวาเลนไทน์ปีก่อน ๆ เมื่อเธอเปิดประตูก็พบกุหลาบแดงวางอยู่ที่หน้าประตู เธอนำมันเข้ามา ในบ้าน และรู้สึกตกใจกับสิ่งที่ได้รับ ในที่สุดเธอก็กดโทรศัพท์ไปที่ร้านดอกไม้
เมื่อเจ้าของร้านมารับสาย เธอจึงถามเขาว่า ทำไมถึงมีคนส่งดอกไม้ให้เธอ ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวด "ผมทราบว่าสามีของ คุณจากคุณไปเมื่อปีที่แล้ว" เจ้าของร้านตอบ "และผมก็รู้ว่าคุณต้องโทรมา
และอยากรู้ว่าใครส่งดอกไม้ไปให้ ดอกไม้ที่คุณ ได้รับวันนี้ชำระเงินล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วครับ สามีคุณเป็นคนสั่งดอกไม้โดยเตรียมการไว้ล่วงหน้า ผมยังมีคำสั่งซื้อดอกไม้จากเขาเก็บเอาไว้ในแฟ้มอีก
ผมได้รับคำสั่งให้ส่งดอกไม้ให้คุณทุกปี ยังมีอีกเรื่องนะครับที่ผมคิดว่าคุณควรจะทราบ เขาเขียนการ์ดพิเศษเอาไว้ให้คุณใบหนึ่งเมื่อหลายปีที่แล้ว และเขาต้องการให้ผมส่งการ์ดนี้แก่คุณ ในปีถัดจากปีที่เขาจากคุณไปแล้ว"
เธอกล่าวขอบคุณเจ้าของร้านดอกไม้แล้ววางโทรศัพท์ น้ำตาไหลอาบแก้ม นิ้วของเธอสั่นระริกขณะเอื้อมมือไปหยิบการ์ดใบนั้น บนการ์ดมีลายมือของเขาที่เขียนถึงเธอ แล้วเธอก็เริ่มอ่านมันอย่างเงียบ ๆ
ในการ์ดเขียนว่า
"หวัดดีจ้ะที่รัก ถึงตอนนี้ผมได้จากคุณไปหนึ่งปีแล้ว หวังว่ามันคงไม่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยเกินไปในการต่อสู้กับปีที่ผ่านมานะ ผมรู้ว่าคุณคงรู้สึกอ้างว้างและเจ็บปวด ถ้าเป็นผมก็คงรู้สึกไม่ต่างจากคุณ ความรักของเราสองคนทำให้ทุกสิ่งในชีวิตดูงดงามไปหมด ผมรักคุณมากเกินกว่าที่จะบรรยายได้คุณคือภรรยาที่สมบูรณ์แบบ คุณเป็นทั้งเพื่อนและคนรัก คุณเติมชีวิตผมให้เต็ม ผมรู้ว่ามันเพิ่งผ่านไปได้แค่ปีเดียวแต่ผมไม่อยากให้คุณตกอยู่ในความเศร้า ผมอยากให้คุณมีความสุข แม้กระทั่งเวลาที่คุณหลั่งน้ำตา และนี่คือเหตุผลว่าทำไมผมจะยังคงส่งดอกไม้ให้คุณต่อจากนี้อีกหลายปี เมื่อคุณได้รับดอกกุหลาบผม อยากให้คุณนึกถึงความสุขตลอดระยะเวลาที่เราได้รักกัน ผมรักคุณเสมอ และรู้ว่ามันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป
แต่ที่รัก คุณต้องต่อสู้ต่อไป ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ได้โปรดมองหาความสุข ตลอดวันเวลาที่คุณยังมีชีวิตอยู่ ผมรู้ว่ามันไม่ง่าย หากหวังว่าคุณคงไปถึงมันได้สักวัน กุหลาบจะส่งถึงคุณทุกปีและจะหยุดส่งก็ต่อเมื่อคนที่มาส่งดอกไม้เคาะประตูแล้ว ไม่มีใครมาเปิดรับ เขาจะมาส่งห้าครั้งในวันนั้นเผื่อว่าคุณจะออกไปธุระข้างนอก หากครบห้าครั้งแล้วยังมอบดอกกุกลาบให้คุณไม่ได้ เขาจะรู้เองว่าต้องนำดอกไม้ไปยังสถานที่ที่ผมสั่งเอาไว้ ดอกกุหลาบจะวางลงบนที่ที่เราจะได้อยู่ร่วมกัน อีกครั้งชั่วนิรันดร์"
ใครที่กำลังจะคบ 4 หนุ่มนี้ ต้องคิดดีๆนะคะ
1. แฟนเก่าเพื่อนซี้ : ถึงเค้าจะเลิกกันแล้วก็ไม่ควร คุณคิดว่า ถ้าคุณคบกับเค้า แล้วเพื่อนซี้คุณยังจะคบคุณเหรอ มิหนำซ้ำ อาจจะโดนมองว่า เป็นมือที่3ก็ได้ และเพื่อนๆในกลุ่ม คงไม่ปล่อยให้คุณ มีความสุขกับเค้าหรอก
2. เพื่อนซี้แฟนเก่า : เลิกกันทั้งที่ฝากรอยแค้นไว้ โดยการคบกับเพื่อนซี้สุดๆ ที่เค้าคบกันมาตั้งแต่อนุบาล ถ้าใครคิดจะทำ ล้มเลิกความคิดซะมันไม่ดีเลย อยากให้ถามตัวเองว่า นอกจากความสะใจแล้ว ยังได้อะไรอีกไหม นอกจากการที่ต้องคบกับคนที่ไม่ได้รัก แล้วคุณอาจเป็นตัวกลาง ให้เพื่อนเค้าเลิกคบกันก้อได้
3. เพื่อนชายสุดซี้ : การที่เปลี่ยนจากเพื่อนรัก มาเป็นคนรักข้อดีมันก็อยู่ตรงว่า เรารู้ใจกันและกันดี ข้อเสียมันก็มี คือ คุณ2คน ยังมีความรู้สึกแบบเดิม คือ เป็นเหมือนพี่น้อง ถ้าจะให้มาทำโรแมนติกใส่กัน มันคงเป็นไปไม่ได้ และสุดท้ายความรักของคุณ ก็จะไม่สมหวัง และถ้าเลิกกันแล้ว ก็อาจมองหน้ากันไม่ติดเช่นเดิม
4. เจ้านายตัวเอง : ถ้าคิดอยากอยู่อย่างมีความสุข ควรเอาผู้ชายคนนี้ขึ้นบัญชีดำไว้เลย แรกเริ่มคือทุกคนในที่ทำงาน เค้าจะนินทาได้ว่าจับเจ้านายเพื่อไต่เต้า แต่ถ้าปิดเงียบ ก็หาว่ามีป๋าดัน และสุดท้าย คุณก้อต้องเสียทั้งงานและคนที่คุณรักด้วย
ตอนแรกเราอาจจะคิดว่าไม่เป็นไร แต่ตอนเลิกกันนี่สิ จะมองหน้ากันติดรึเปล่า ไม่มีคนปลอบ แถมมีคนซ้ำเติมอีกต่างหาก
บทความนี้อ่านแล้วน่าสงสารคนที่ตกอยู่ในสถานะการณ์แบบนี้ คงไม่มีใครอยากตกอยู่ในสภาพอย่างนี้ คุณผู้ชายและคุณผู้หญิงที่คิดว่าจะหาคนรักมากกว่า 1 คน ขอให้อ่านข้อความนี้นะคะแล้วจะรู้ว่าคนรักของคุณจะรู้สึกอย่างไร ลองอ่านดูนะคะ (ฉันเคยคิดว่าคุณรักฉัน แต่ฉันคิดผิด)
เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะ ตั้งแต่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับสภาพผิว ถ้าเป็นคนผิวแห้งก็จะแนะนำเป็นพวกครีมน้ำนม ซึ่งเป็นการทำความสะอาดและเติมความชุ่มชื่นให้ผิวด้วย แต่ถ้าเป็นคนผิวธรรมดาหรือผิวมัน แนะนำให้เป็นผลิตภัณฑ์จากโฟมน้ำผึ้ง ซึ่งจะเหมาะกับสภาพผิว
การล้างหน้า เวลาล้างหน้าอย่าใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้ง เพราะ 2 นิ้วนี้เมื่อกดลงใบหน้าจะมีแรงกดมาก ทำให้เกิดริ้วรอย ควรใช้เพียงนิ้วกลางและนิ้วนางเท่านั้น
การลงเคล็นซิง ให้ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที-1 นาที เพื่อให้ตัวครีมนี่ทำละลายกับสิ่งสกปรก เครื่องสำอาง คราบไขมันอุดตัน
วิธีล้างออก วักน้ำขึ้นมาแล้วให้เอาน้ำแปะบนผิวหน้า ห้ามถู เพราะจะยิ่งทำให้เหมือนเป็นการกดไปบนหน้าเรา จะทำให้เกิดริ้วรอยได้
ที่สำคัญ ควรนอนอย่าน้อย วันละ 7-8 ชั่วโมง ต่อวัน
วิธีทำ
นำไข่ขาวมาผสมกับน้ำสับปะรดหรือน้ำมะนาวปริมาณเท่ากัน นวดเล็บประมาณ 2 นาที แล้วทิ้งไว้จนแห้ง
ล้างออกด้วยน้ำอุ่น เพียงเท่านี้เล็บของคุณก็จะแข็งแรงและขาวขึ้นได้แล้วค่ะ
เป็นยังไงคะ ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ อยากลืมเอาวิธีที่สะกิดเอามาฝากนี้ ไปทำลองใช้กับเล็บคุณดูนะคะ
ตอนกลับบ้านไปหาเเม่ กอดแม่ซะ อย่างน้อยการกอดก็ทำให้เรา และคนที่ถูกเรากอดอบอุ่น และเเม่รับรู้ได้ว่าเรารักแม่มากแค่ไหน และเมื่อจะกลับ อย่าขอเงินจากแม่เด็ดขาด ถ้าเเม่ถามว่าขาดเหลืออะไรไหม ให้บอกไปว่าเรามี แม่ก็มีทุกอย่างไม่ขาดอะไรแล้ว
เวลาที่อยู่กับแม่ เเม้ว่าทุกวันเราจะทะเลาะกับเเม่บ่อยๆ วันเเม่ปีนี้ ห้เลี่ยงสักวัน แม้ว่ามันเป็นกิจวัตรก็ตาม
เวลาจะนอน คืนนั้นขอนอนกับเเม่สักคืน ถ้าเขินก็บอกเเม่ว่าบังเอิญเกิดกลัวการนอนคนเดียวขึ้นมา
กินกับข้าวฝีมือเเม่ และบอกแม่ว่ากับข้าววันนี้อร่อยจัง
หอมแก้มเเม่เราสักฟอด มันอาจเป็นเรื่องที่เราเคอะเขิน เเต่มันไม่ทุกวันที่เราจะหาโอกาสทำได้
แกล้งส่งข้อความให้เเม่ ทั้งที่เราอยู่ข้างๆ แม่นั่นแหละ
พยายามช่วยทำกิจกรรมของครอบครัว ที่แม่ต้องทำให้มากๆ เช่น เข้าครัว หรือทำงานบ้าน
ในกรณีที่กลับบ้านไม่ได้ เพราะความห่างไกลในความเจริญ โทรหาเเม่ซะ และโทรคุยนานกว่าปกติ ไม่คุยเรื่องเงิน เรื่องเรียน เรื่องเครียด ยังไงซะคุยกับแฟนไว้ตอนโปรโมชั่นโบนัสก็ได้ และไม่ต้องเสียดายเงินน่ะ คุยกับเเม่เราเอง
ในวันคล้ายวันเกิดของเรา โทรขอบคุณเเม่สักคำก็ยังดี หรือให้ดีกว่านี้โทรคุยกับเเม่นานๆ
บอกรักแม่ เเละแสดงความรักได้ทุกรูปแบบที่เราถนัด ที่สำคัญจำไว้ว่าเรามีเเม่ทุกวัน ไม่ใช่มีเเค่วันเเม่วันเดียวเท่านั้น ที่เรามีเเม่ เพียงเเต่ในวันนี้เราสามารถทำให้เเม่ในสิ่งที่ไม่เคยทำได้
ถ้าทำได้ไม่หมด เลือกทำอย่างน้อย 1 ข้อนะคะ เพื่อแม่ของเราเองค่ะ ^-^