ควรนั่งเก้าอี้ที่มีพนักพิง ให้หลังชนเก้าอี้ได้ โดยเท้าสัมผัสพื้น
ไม่ควรนั่งจมลงไปในเก้าอี้ เพราะจะทำให้หลังงอได้
หากต้องอ่านหนังสือ ควรให้หนังสืออยู่ระดับเดียวกับสายตา
ไม่ควรนั่งเก้าอี้ที่ใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้ต้องเขยิบไปกลางเก้าอี้ ทำให้ขาไม่ได้รับน้ำหนักอาจทำให้ปวดหลังได้
ใครที่มีอาการปวดหลังเสมอเวลานั่งทำงาน ลองทำตามคำแนะนำนี้ดูนะคะ
ส่วนผสม
สาคูเม็ดเล็ก 1 ถ้วย, หัวกะทิ (มะพร้าวขูดขาว 100 กรัม) 1/4ถ้วย, เนื้อมะพร้าวอ่อนตักเป็นชิ้น ๆ 1 ลูก, น้ำร้อนจัด 1/2 ถ้วย
ส่วนผสมน้ำกะทิ, กะทิ (มะพร้าวขูดขาว 300 กรัม) 2 ถ้วย, แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปึก 150 กรัม, เกลือป่น 1/4 ช้อนชา, ใบเตยหั่นท่อนยาว 5 ชิ้น
วิธีทำ
(วิธีทำบัวลอย )ล้างสาคู ใส่น้ำร้อนใช้พายคนให้ทั่วทิ้งไว้สักครู่ให้อุ่น ๆ ใส่หัวกะทินวดสาคูนาน ๆ จนนุ่ม พักทิ้งไว้ 30 นาที, ปั้นสาคูเป็นก้อนกลมเล็ก จนหมด ต้มในน้ำเดือด จนสุกลอยขึ้น ตักใส่น้ำกะทิที่เตรียมไว้
(วิธีทำน้ำกะทิ) ใส่กะทิ น้ำตาล เกลือ ลงในหม้อ ตั้งไฟ พอเดือดใส่ใบเตย เมื่อมีกลิ่นหอมตักใบเตยออก,ละลายแป้งข้าวเจ้ากับน้ำ ใส่ลงหม้อน้ำกะทิ จนแป้งสุกและมีลักษณะข้นใส่สาคู คนพอเข้ากัน ยกลง
ตักใส่ถ้วยโรยเนื้อมะพร้าวอ่อนเสิร์ฟ
เคยไหม..... ที่ซักครั้งหนึ่งในชีวิต .........
เดินๆไปเจอรองเท้า คู่หนึ่ง ที่ถูกใจเรามากมาย ถูกใจ สวยงาม ใครเห็นก็พากันชื่นชม และเรามักจะใส่ไปไหนมาไหนเสมอ
แต่รองเท้าคู่นั้น กลับไม่เหมาะกับเท้าของเรา คอยกัดให้เท้าเรามีบาดแผล ......ได้รับความเจ็บปวด
และไม่ว่ายังไง.....แม้จะได้รับความเจ็บปวด จากการที่มันกัดเท้าเรา แต่เรากลับคิดเสมอว่า....
รองเท้าคู่นั้น ปกป้องเราจากเศษแก้ว จากพื้นดินที่ร้อนระอุ เปียกชื้น และหนาวเย็น
แม้ จะเจ็บซักแค่ไหน กลับยังดื้อด้าน ดึงดันที่จะใส่รองเท้าคู่นั้น เหตุผลน่ะเหรอ..........มีซะที่ไหนล่ะ ???
ความรัก คงเปรียบได้กับรองเท้า แม้จะเจ็บ ผิดหวัง แต่ก็ยังรัก
แม้จะ เหนื่อย จะท้อ จะผิดหวัง แต่ก็ยังไม่อยากปล่อยมันไป ตอนนี้ รองเท้าคู่นั้นของเรา เหมาะกับคนอื่น
แต่เรา กลับรอ และหวังว่าซักวันมันจะพอดีกับเรา ใส่ได้พอดี และเดินไปด้วยกันตลอด
... แล้ว เพื่อนๆล่ะคะ จะรอใส่รองเท้าคู่เดิมที่รักมากมาย แต่เหมาะกับคนอื่น หรือ จะหารองเท้าคู่ใหม่ ที่เหมาะสม แต่เราไม่ชอบใส่...
z
ยืนหันหน้าเข้าหาเสาหลักของคุณ วางฝ่ามือทั้งสองข้างลงไปให้มีความห่างมากกว่าช่วงไหล่ของคุณเล็กน้อย
ก้าวเท้าเดินถอยหลังออกไปพร้อมๆ กับขยับมือเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ จนตำแหน่งที่วางมืออยู่ในระดับความสูงเท่ากับช่วง
กดน้ำหนักที่มือทั้งสองข้างเล็กน้อย เหยียดแขนให้ตึง ยืดลำตัวและผลักสะโพกออกไปด้านหลัง
เปิดขาห่างกัน ความกว้างระหว่างขาทั้งสองประมาณเท่าสะโพก
ปลายเท้าชี้ตรงไปด้านหน้า ยืนให้เต็มฝ่าเท้า และพยายามเหยียดขาตรง ปล่อยศีรษะและคอสบายๆ
เหยียดแขนให้ตึง ยืดหลังตึง และยืนให้ขาตรงเป็นมุมฉากกับพื้น
ค้างไว้ในท่า ไม่ว่าจะรู้สึกตึงแค่ไหนก็ขอให้อดทนไว้
เอาสมาธิออกจากความตึงไปไว้ที่ลมหายใจ นับลมหายใจเข้าออกช้าๆ 5-10 ลมหายใจ
คลายท่า พักสักครู่แล้วทำซ้ำ 3-5 ครั้ง
ก่อนออกกำลังกายครั้งต่อไป อย่าลืมยืดเส้นนะคะ ^-^
คนที่ชอบ เล่นกีฬา ออกกำลังกาย เป็นคนร่าเริง แจ่มใส มองโลกด้วยทัศนะสุขนิยม ทำงานเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่สับสนวุ่นวาย
คนที่ชอบ อ่านหนังสือ ฟังดนตรี เป็นพวกรักความสงบ? ส่วนใหญ่เป็นคนฉลาดและมีสติปัญญาล้ำเลิศ แต่มักเสียเพราะเป็นคนช่างสะเทือนใจ
ผู้ที่ชอบงานออกแบบ วิศวกร เครื่องบิน ยานอวกาศ ส่วนใหญ่เป็นคนมีเหตุผล? มีความสมดุล รู้จักควบคุมชีวิตได้ดี
พวกที่ชอบ งานเทคนิค เป็นพวกที่มีความอยากรู้อยากเห็นสูง สุขนิยม เข้ากับคนง่าย ไม่เย่อหยิ่งกับความสำเร็จของตนเอง และมักจะมีความสุขกับผลงานเล็กๆน้อยๆ? ของตนเองเสมอ
พวกที่ชอบ วิทยาศาสตร์ ชอบ ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ มักเป็นคนมีเหตุผล มีหลักเกณฑ์ในการตัดสินปัญหา ค่อนข้าง เป็นผู้ใหญ่ สายตากว้างไกล ชอบหัวเราะให้กับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
พวกที่ชอบสะสม เช่น สะสมของเก่า สะสมแสตมป์ มักเป็นคนฉลาด ความรู้กว้าง คุยเก่ง? เพื่อนเยอะ ไม่ค่อยเหงา
พวกที่ชอบ ศิลปะ และ ดนตรี เป็นคนที่มีความรู้สึกซับซ้อน?? มีอารมณ์ศิลปิน ทำให้ชีวิตและโลกสวยงามหลากหลายรูปแบบ
พวกนัก นิยมธรรมชาติ ชื่นชอบ การท่องเที่ยว ชอบตกปลา มักไม่เพ้อฝัน เขาอาจจะเงียบขรึมบ้าง แต่จิตใจสงบมั่นคง
พวกที่ชอบ ถ่ายรูป อุปนิสัยสลับซับซ้อน ชอบเครื่องจักรกล แต่ก็รักศิลปะ? อีกทั้งนิยมสะสม เขามักจะเป็นคนเจ้าอารมณ์ พึ่งพาอาศัยได้ มีรสนิยมหลายอย่าง
พวกที่ชอบ ดูหนัง เป็นพวกที่หลีกหนีความเป็นจริง ฉลาด มีน้ำใจ แต่เพ้อฝันมากเกินไปหน่อย จึงมักจะรู้สึกเหงา
คนที่ชอบ วาดรูป ส่วนใหญ่จะเป็นเก่ง เปิดเผย ใจร้อน แต่มักหลงภาพหรือคนใหม่ๆ? ที่เข้ามาในชีวิต เสมอ ทำให้เปลี่ยน ใจบ่อยๆ เป็นพวกจินตนาการสูงมาก มักจะโอเว่อร์เกินความเป็นจริง
ชอบเกือบทุกอย่าง ก็เลือกเอาข้อที่ ชอบที่สุดนะคะ ^-^
เป็นเรื่องเล่า ที่สะกิด เก็บมาฝาก (เค้าบอกว่า เป็นเรื่องจริงนะคะ)
วันนี้เลิกงานเร็ว เลยพาพี่นุ่มไปซื้อของใช้ที่ห้างแห่งหนึ่ง รอต่อแถวจ่ายตังค์นานเลย เจ้านุ่มก็เริ่มงอแงๆ ง่วงนอน สังเกตุว่าคิวด้านหน้าเรามากันเป็นครอบครัว มีพ่อแม่ลูกสาววัยประมาณเจ้านุ่ม แล้วก็ผู้ชายสูงอายุคนหนึ่ง ที่หนูน้อยเรียกว่า"ปู่" คุยกันยิ้มแย้มแจ่มใสดี ซื้อของใช้ล้นตระกร้าเชียวค่ะ
พอแคชเชียร์คิดเงินของครอบครัวนี้จนเสร็จได้ยินคร่าวๆว่า "ทั้งหมดพัน(กว่าๆ)บาทค่ะ...." ผู้เป็น"ปู่"
เป็นคนเปิดกระเป๋าสตางค์ใบเก่าๆ จะจ่ายเงิน พร้อมทำท่าอ้ำอึ้ง มีลูกชายลูกสะใภ้จ้องตาเขม็ง หุบยิ้มทันที
ว่าไงพ่อ จ่ายเค้าไปสิ ลูกชายบอก คุณปู่ยังทำท่าอ้ำอึ้ง ไหน ดูหน่อย มีตังค์เท่าไหร คุณปู่ยื่นกระเป๋าตังค์ให้ดูข้างใน
อ้าว ไหนว่ามีตังค์เยอะไง แล้วแบบนี้จะชวนมาซื้อของทำไม ไม่มีตังค์จ่ายก็ไม่บอก อายเค้าจริงๆ ลูกชายลูกสะใภ้ พากันมองคุณปู่ด้วยสายตาที่เหมือนดูถูก... รำคาญ
ในที่สุดเค้าก็พากันทำสิ่งที่เราไม่อยากจะเชื่อสายตา คืออุ้มลูกเดินหนีไปเลย พร้อมกับโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ไม่สนใจลูกสาวที่ร้องว่า "ปู่ๆๆๆ ปู่มาด้วย"
คุณปู่ยืนคอตก หน้าเศร้าอยู่หน้าแคชเชียร์ พอเด็กถามว่าจะเอายังไง คุณปู่เปิดกระเป๋าตังค์ให้เด็กดู แล้วบอกว่าให้คิดเงินตามนี้ ได้ของเท่าไหร่เท่านั้น (เด็กนับแล้วมีแปดร้อยบาทค่ะ)
ระหว่างรอแคชเชียร์คิดเงินใหม่ ได้ยินคุณปู่เล่าว่า แกบ้านอยู่ต่างอำเภอห่างไปเป็นร้อยกิโล ลูกหลานไม่ไปหานานแล้ว แกจึงตัดสินใจ รวบรวมเงินทั้งหมดที่มี นั่งรถเข้ามาเยี่ยมลูกหลานในเมือง แล้วชวนออกมาซื้อของ ลูกแกก็ไม่ถามสักคำว่าเงินมีเท่าไหร่ หยิบของเอาๆ แกก็ไม่เคยรู้ราคาของ เพราะอยู่บ้านนอก ก็ซื้อร้านของชำทีห้าบาทสิบบาท ใครจะจะรู้ว่า ของในห้างใหญ่เค้าซื้อกันทีละเป็นพัน
เราจ่ายเสร็จเห็นคุณปู่ยังเดินเคว้งอยู่แถวๆนั้น ก็เลยถามแกว่าจะกลับยังไง แกบอกว่าพอขึ้นรถกลับเป็น (อ้าวแล้วตังค์ล่ะ เมื่อกี้เห็นจ่ายไปหมดแล้วนี่นา ) แต่ก็ยังลังเลอยู่ กลัวลูกกลับมาตามหาแล้วไม่เจอ มือถือก็ไม่รู้เบอร์
เลยตัดสินใจพาคุณปู่ ไปที่แผนกประชาสัมพันธ์ประกาศหาลูกค่ะ จากนั้นเราบอกให้รอสักพัก ถ้าลูกไม่มาจริงๆ ให้ไปขึ้นรถที่คิวรถ (ฝากเด็กที่ปชส.ค่ะ ว่าให้ย้ำคุณปู่อีกที) พร้อมกับให้เงินแกเป็นค่ารถไว้ค่ะ จริงๆอยากรอดูสักพัก แต่เจ้านุ่มไม่ไหวแล้วค่ะ งอแงเหลือเกิน
คุณปู่น้ำตาคลอบอกเราว่า "มันคงไม่ทิ้งปู่จริงๆหรอกนะ นี่ก็ได้ของไปเยอะเหมือนกัน ถึงจะซื้อได้ไม่หมดก็เถอะ นี่มันไม่เคยกลับไปหาปู่เลย ก็เพราะปู่มันจน ไม่มีสมบัติอะไรให้" เราปลอบใจแกไปบอกว่าเดี๋ยวเค้าคงกลับมาน่ะ คงเดินไปดูอย่างอื่นก่อน
เดินกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลยค่ะ หันหลังกลับไปมองเห็นคุณปู่ยังยืนคอตกที่เดิม
ในใจคิดวนเวียนตลอดเวลานี่เค้าทำแบบนี้กับพ่อตัวเองได้ยังไงนะ พ่อไม่มีตังค์พอเนี่ย มันผิดด้วยหรือ? เค้าไม่รู้หรือไงว่า เงินเท่านี้ อาจจะเป็นเงินที่คุณปู่เก็บมาทั้งชีวิตก็ได้ (คนชนบทจะไปหาเงินจากไหนล่ะ?) ...
แล้วเค้าจะสอนลูกให้กตัญญูต่อพ่อแม่ได้อย่างไร ก็ทำพฤติกรรมแบบนี้กับพ่อตัวเองให้ลูกเห็น
จริงอยู่ พื้นฐานครอบครัวนี้อาจจะมีอะไรลึกซึ้งมากกว่านี้ แต่เป็นเรา เราคงไม่มีวันทอดทิ้งพ่อ ให้ได้รับความเจ็บปวดอับอาย จากการที่ไม่มีเงินซื้อของให้ลูกหลานได้พอแบบนี้หรอก เป็นเรา เราคงบอกพ่อว่า
" ไม่เป็นไรหรอกค่ะพ่อ กลับบ้านเราเถอะ"
ได้เวลาของสวยๆงามๆ.. วันที่ 12-18 กค นี้ ที่เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล เค้าจัดสัปดาห์แฟชั่น ขนนักออกแบบชั้นนำของบราซิล อย่างคุณ Amir Slama เจ้าพ่อบิกินี่ของบราซิล และท่านอื่นอีกมากมายออกโชว์ผลงานสุดเซ็กซี่ ทั้งชุดว่ายน้ำ ชุดลำลอง ชุดราตรี กดขยายดูรูปโตๆได้นะ