คนที่กล้าหาญเท่านั้นที่จะรู้ว่า “ความรัก” คืออะไร
คนกล้าหาญที่พร้อมจะเผชิญกับความผิดหวังความรักไม่ใช่ความสำเร็จในความรัก จึงไม่ต้องการนิยามหรือเงื่อนไขใดๆ ความรู้สึกที่อยู่ในใจต่างหากที่จะเป็นสิ่งกำหนดว่าจะต้องผ่านอะไรไปให้ได้เพื่อที่จะได้รัก
ความรักจะเป็นแรงผลัก ให้สร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับโลก
ความรักจะสอนให้รู้จักความอดทนและเสียสละ จะสอนให้รู้ซึ้งกับการมีชีวิตอย่างมีค่ายิ่งกว่าบทเรียนใดๆ
ความรักจะบอกว่า การอยู่เพี่อรักใครสักคนนั้น… เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ที่สามารถทำให้ตัวตนของคนผงาดขึ้น ทัดเทียมกับทุกคนบนโลกใบนี้
ความรักเป็นเรียวแรงของชีวิตและทำให้โลกหมุน เป็นตัวสำคัญที่ทำให้ หัวใจเคลื่อนไหว มีแรงผลักดันปัญหาออกไปได้
ความรักที่แท้จริง… จะบริสุทธิ์ ไม่คาดหวังไม่ถือสา ความสุขจะเป็นละอองไอปลิวไปในอากาศ เหมือนสายลมอ่อนที่มองไม่เห็นแต่ก็เย็นสบาย
รักเถอะ…กล้าที่จะรัก เพราะรักนั้นจะเต็มคุณค่า… สำหรับคนพร้อมจะเจอกับทุกๆอย่างเท่านั้น หากไม่กล้าสูญเสีย…ก็ไม่มีวันได้รู้จักการครอบครอง
เพราะบางที… ความรักก็อาจไม่ได้เป็นเรื่องของคนสองคน เมื่อหัวใจคนอื่นบังคับไม่ได้… ก็ไม่จำเป็นต้องบังคับหัวใจตัวเอง สักนาทีที่ได้รักใครสักคนอย่างแท้จริงนั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะบอกเล่าให้กันฟังได
แม้ที่สุดแล้ว…จะไม่ได้อะไรตอบแทน… แต่อย่างน้อยวันคืนที่เล็กน้อยเหล่านั้น… ก็จะสร้างความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ตลอดไป
» เว็บที่เราอ่านมา
เขียนเมื่อวันที่ 11/12/2552
เคยดูรึยัง
เวลาที่คุณสระผมเสร็จใหม่ๆ ด้วยแชมพูหอมสดชื่น ก่อนจะเป่าผมให้แห้งก็ลองหามูสหอมๆ หรือน้ำมันหอมลูบไล้ที่ผมก่อน แล้วจึงเป่าผม
ซักเสื้อผ้าของคุณด้วยน้ำยาซักผ้าที่มีกลิ่นหอม หยดน้ำมันหอมระเหยหรือน้ำหอมกลิ่นที่คุณชอบลงบนถุงเท้า (ที่ซักแล้ว)
อบไอน้ำด้วยตัวเอง โดยหากะละมังใส่น้ำร้อน แล้วหยดน้ำมันหอมระเหย 15 หยดลงไป แล้วยื่นหน้าไปใกล้กับกะละมังห่างประมาณ 1 ฟุต แล้วสูดดมความหอมให้ชื่นใจ
ขณะที่คุณนอนหลับให้ดมยาหม่อง หรือนำมันวิกวาโปลับ ถ้าคุณชอบกลิ่นของมันเพราะจะทำให้คุณหายใจคล่องและหลับสบายขึ้น ถ้าคุณไม่ชอบก็ให้ลองใช้น้ำมันหอมระเหยหยดที่บริเวณปลอกหมอน
จุดเทียนหอมหรือเตาหอมในห้องนอน หรือห้องทำงานของคุณ
หยดน้ำมันหอมระเหย ในกระเป๋าของคุณ หรือหยดในทิชชู ผ้าเช็ดหน้าที่คุณใช้บ่อยๆ
เพียงแค่นี้ ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ความหอมรอบกายของคุณ ก็ไม่หายไปไหนค่ะ *^-^*
วิธีที่ 1: พุ่งเป้าไปที่อาชีพการงาน ใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีคุณค่า ด้วยการทำแต่งาน ๆ ๆ นั่งกำหนดเป้าหมายในชีวิตด้านการงานแล้วมุ่งมั่นกับมันไป ทดแทนความรักที่หล่นหาย ใครจะว่าประชดก็ต้องยอมรับ การทำงานจะทำให้คุณไม่มีเวลาว่าง
วิธีที่ 2 : คิดถึงแต่เรื่องแย่ ๆ ของอดีตคนรัก ฟัง ดูมองโลกในแง่ร้ายเหลือเกิน ก็คงเป็นอย่างนั้นจริง ต้องยอมรับกันไป ถ้าเราต้องหยิบฉวยช่วงเวลาแย่ ๆ มาช่วยตัวเองให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้
วิธีที่ 3 : เสแสร้งเพื่อมีแรง....ก้าวต่อไป ทำ เป็นเนียน ๆ ว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตคุณมากมาย แม้หัวใจจะร้าวราน มนุษย์ที่เข้มแข็งจะก้าวผ่านช่วงเวลาเลวร้ายแบบนี้ไปได้ด้วยทัศนคติที่ดีต่อ ชีวิต ยกหูหาเพื่อนสนิทอารมณ์ดีสักคน แล้วชวนกันออกไปทำอะไรมันส์ ๆ ด้วยกัน ดำน้ำ ดูปลา หรือเมาหัวราน้ำแบบเฮฮาอย่างไม่เคยเป็น เสียงหัวเราะอาจกลบเกลื่อนเสียงร้องไห้ในใจได้บ้าง
วิธีที่ 4 : ปิดปากเงียบ บ่อย ครั้งที่การพูดเป็นเหมือนการระบาย แต่ถ้าอยากลืมได้เร็ว ๆ ให้เลือกพูดเพียงครั้งเดียวกับเพื่อนที่คุณไว้ใจได้บนโลกใบนี้ ในไดอารี่อาจมีเพียงบทเดียว ที่บรรจุเรื่องราวของวันสุดท้ายของความรัก
วิธีที่ 5 : เปลี่ยนความ เศร้าเป็นพลัง ก็ เหมือนกับการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสนั่นแหละ หากความเศร้ามันมีพลังล้นเหลือ แปรรูปพลัง งานนั้น มาออกกำลัง เล่นกับสุนัข ซ่อมแอร์ ขัดห้องน้ำ ...
วิธีที่ 6 : ให้ธรรมชาติและเวลารักษาคุณ ฟัง ดูเหมือนโฆษณาชวนเชื่อ แต่ 2 อย่างนี้จะช่วยคุณได้จริง ๆ แทบไม่ต้องเสียสตางค์ อย่างแรกคือธรรมชาติ ถ้าอยากพบก็ต้องออกไปเดินตามหา การเดินทางจะทำให้คุณลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ชั่วขณะ แล้วได้พบเจอกับสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิตที่ต้องแก้เฉพาะหน้าแทน ความสวยงามของสายลม ต้นไม้ และแสงแดดสวย ๆ ไม่เคยทำร้ายหัวใจใคร เป็นเหตุผลว่า ทำไม คนอกหักต้องไปทะเล ก็เพื่อปลดปล่อยใจไปกับผืนทะเลอันกว้างใหญ่นั่นเอง ต่อมาคือเวลา สรรพคุณของมันคือ ช่วยเยียวยา โดยที่ไม่ต้องไปทำอะไรกับมัน ปล่อยให้เวลาเดินหน้าต่อไป ให้หัวใจคุณหมุนติ้วตามเข็มนาฬิกา อย่าริอาจเดินทวนเข็ม เราฝืนกลไกมันไม่ได้ นอกจากจะเจ็บปวดแล้ว นาฬิกาจะเสียเอาอีกด้วย
วิธีที่ 7 : ลบมันทิ้งไป เป็น ประโยคที่พูดกันง่าย ๆ แต่ทำยากเหลือเกิน สมมุติให้ตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ ก็เพียงแค่ ดีแฟรกเม้นท์ หรือลบโปรแกรมเก่าทิ้งไป ลงใหม่หรือเลิกใช้ซะ
แต่ละวิธีอาจจะยากไปหน่อย แต่รับรองว่า ถ้าคุณผ่านพ้นมันไปได้ จะทำให้คุณเข้มแข็งขึ้นอีกเยอะ
เจ็บนี้อาจต้องใช้เวลาอีกนาน
กับเรื่องราวทรมานอันขื่นขม
เจ็บครั้งนี้ต้องทั้งอดและทั้งทน
กับภาพเธอที่ต้องลืมให้พ้นจบสิ้นไป
เธอกลับมาให้ความหวังในครั้งใหม่
จนเสียใจและเจ็บไม่เคยหาย
ภาพที่เธอทำไปยังไม่คลาย
จนสุดท้ายก็รอบสองจบแบบเดิม
ไม่เคยจดเคยจำคอยซ้ำเติม
เจ็บยังเพิ่มในใจไม่หายไป
หยดน้ำตาสุดท้ายบอกหยุดใส่ใจ
อย่าไปเสียหัวใจให้เขาเลย
คำว่า "รัก" ยากที่จะเข้าใจนะคะ :)
คู่รัก เมื่อทะเลาะกัน ควรจะ
นิ่งไว้ก่อนเมื่อมีอารมณ์ : สิ่งแรกที่ต้องทำคือสงบสติอารมณ์ และความฉุนเฉียวเอาไว้ให้มิด เพราะถ้าคุณระเบิดอารมณ์สิ่งที่คุณพูดออกมา ก็จะไม่มีความหมายอื่น นอกจากยิ่งทำให้เกิดรอยแผลลึกกันเข้าไปอีก คุณจึงต้องนิ่งมีสติไว้ให้มั่น และหาโอกาสอธิบายถึงเหตุผลของคุณ ในจังหวะที่เหมาะสม
เหตุผลสำคัญที่สุด : เวลาที่คนเราเถียงกันนั้นไม่ใช่เพื่อเอาชนะกันเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อทำความเข้าใจในเหตุผลของกันและกัน การใช้เหตุผลอธิบาย ที่มาที่ไปของสิ่งที่เราจำต้องกระทำในเวลาที่เหมาะสม ทำให้เราเข้าใจกันได้ในที่สุด
เถียงให้ถูกที่-ถูกเวลา : การเถียงกันในที่สาธารณะ นอกจากจะเสียหน้าแล้วยังเสี่ยง ต่อการประจานความผิดกันต่อหน้าธารกำนัล ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาลุกลามต่อไปได้อีก
ทำผิดขอโทษ-รู้จักให้อภัย และการปรับตัว คือทางรอดของรัก : แม้ว่าจะรักกันมากเพียงใดก็ตาม แต่หลายครั้งที่ความรักล่ม เรากลับพบว่าสาเหตุสำคัญนั้นไม่ได้อยู่ไกลตัวแต่อยู่ภายในตัวของเราเอง การทำผิดแล้วขอโทษจากใจ และรู้จักให้อภัยก็เป็นทางออกที่ดี และเมื่อทะเลาะกันทุกครั้งเราก็ควรเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหากันด้วย
เมื่อเรารักกัน เราควรที่จะเอาใจใส่กันและกันนะคะ :)
นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
ปั่นจักรยานกลางอากาศประมาณ 100 ครั้ง
เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้ง
ใครที่ีต้นขาใหญ่ ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ลองทำตามคำแนะนำดูนะคะ (แรกๆอาจจะเมื่อยหน่อย แต่ทำบ่อยๆ ก็จะหายเองค่ะ)
คนโกหกมีเยอะ ดูวิธีอ่านสีหน้าคนเพื่อตรวจจับคนโกหก
ยิ้มปลอม.. คนโกหกมักใช้กล้ามเนื้อบริเวณรอบปากฝืนยิ้ม
ยิ้มของจริงจะเห็นฟันนิดนึง ตาจะย่นหยีหน่อย บางคน มีตีนกาด้วย (ระวัง ตอแหลมืออาชีพฝืนทำตาหยีได้)
ดูมือ แขน คนโกหกมักจะเกร็งๆ หลบฝ่ามือ เกาจมูก ถูหลังหู เกาหัว
คนโกหก มักเหงื่อแตก
ขี้โม้ชอบเล่ามากเกินไป ชอบยกรายละเอียดที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวมาเล่าให้ฟังมากๆ สร้างภาพให้เกิดความน่าเชื่อถือ
ดูลูกตา คนโกหกไม่สบตา กระพริบตาถี่
ถ้าเจอคำถามจี้ใจดำ คนโกหกจะอึดอัด หันตัว เบือนหน้าหนี .. คนพูดจริงจะรุกกลับอย่างดุเดือด ในขณะที่คนโกหกจะ จะปกป้องตัวเอง หรือ ตอบเลี่ยงๆ
คนโกหก ชอบเอาคำพูดของคู่สนทนามาพูดซ้ำ
พูดต่อกันยาวๆ เละเทะ ไม่เป็นประโยค ฟังไม่รู้เรื่อง นั่นแหละตอแหล
เล่นมุขตลก หลอกลวงไปเรื่อย
เทคนิกจับคนโหก
ระหว่างคุยด้วย ลองแกล้งทำเป็นเงียบ รอดูอาการ คนโหกจะอึดอัด
ลองเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรวดเร็ว คนทั่วไปจะเกิดอาการงง เหมือนเน็ตหลุด แต่จะวกกลับมาคุยเรื่องเดิม ขณะที่คนโกหก จะรู้สึกสบายใจ แล้วจะต่อเรื่องใหม่อย่างทันควัน ไม่วกกลับมาเรื่องเก่าอีก
ว่างๆ ทดลองฝึกกับนักการเมืองที่ชอบพูดออกทีวีก็ได้ ตรวจสอบง่ายด้วย คนโกหกพูดผ่านไปเป็นปีแล้วยังไม่ทำตามที่พูด ชอบหลบหน้า ไม่กล้ากลับไปเจอคนที่หลอกสัญญาเค้าไว้
โอลินย้ายเข้าโรงเรียนใหม่และได้พบกับโต้…คุณชายประจำ โรงเรียน โอลินช่วยทำให้โต้ลืมรักครั้งเก่าที่ฝังใจได้ และโต้ก็ทำให้เธอรู้จักคำว่า “รัก” เป็นครั้งแรก แต่ว่าความทิฐิของโต้ทำให้ความรักของทั้งคู่ต้องจบลง โอลินจึงต้องอยู่ตามลำพังด้วยหัวใจเหงาๆ ขาดคนดูแล แต่ฮันเพื่อนเก่าที่ได้เจอกันอีกครั้งโดยบังเอิญก็เข้ามาทำให้ชีวิตเธอมีสี สันขึ้น ในขณะที่ หัวใจของเธอกำลังเปิดรับฮัน โต้ก็กลับมาทวงสิทธิ์ของตัวเองคืน
ราคา 230 บาท
รักเธอ..บ้างหรือเปล่า
เธอเฝ้าพยายามถามฉันอย่างนั้น
เธอก็เห็นสิ่งที่แสดงออกอยู่ทุกวัน
แทนคำว่ารักได้ร้อยพันเท่าทวี
ไม่รู้จะบอกอย่างไร...
แต่ในใจมีให้เธอล้นปรี่
มากมายจากใจคือความรู้สึกดีดี
แม้ไม่เคยพูดให้ได้ยินสักที..เลยก็ตาม
ความรัก ไม่ต้องพูด แต่แสดงออกก็ได้เหมือนกันนะคะ พูคำว่ารักเป็นล้านครั้ง ก็ไม่พอเท่าการกระทำหรอกค่ะ