ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ ลองอ่านบนความนี้ดูค่ะ
"รัก" ต้องผ่าน คำว่า ชอบ, ผ่านคำว่า ประทับใจ, ผ่านคำว่า ให้, ผ่านคำว่า ได้รับ
"รัก" ต้องผ่านกาลเวลา, ผ่านการเรียนรู้,ผ่านการร่วมทุกข์, ผ่านการร่วมสุข,ผ่านการแบ่งปัน, ผ่านการเสียสละ, ผ่านความขัดแย้ง, ผ่านการยอมรับ, ผ่านความเข้าใจ ฯลฯ
ยิ่งผ่านมากเท่าไร ยิ่งเพิ่มความผูกพันและถึงวัน ที่เราขาดกันไม่ได้ ทุกข์..ก็อยากร่วมทุกข์ด้วยกัน สุข...ก็อยากร่วมสุขด้วยกัน อยากเจอหน้าทุกๆวัน มองเห็นภาพกันและกันในอนาคต ยอมลดความสุขของเรา เพื่อให้เขาสุขยิ่งกว่า
ถึงเวลาแล้ว...บอกรักเขาเถอะ
เมื่อทะเลาะกัน อย่ามัวแต่ใช้อารมณ์นะคะ ใช้เหตุผลให้มากๆค่ะ
วันนี้สะกิดเอาสูตรขนมอร่อยๆ มาให้ทำกินกัน
ส่วนผสม
แป้งเค้ก 2 ถ้วย
ผงฟู 3 ช้อนชา
เกลือ 1 /2 ช้อนชา
ไข่ไก่ฟองเล็ก 4 ฟอง (หรือ 3 ฟองใหญ่)
น้ำตาลป่น 1 ถ้วย
เนยสด 3 /4 ถ้วย
นม 1/ 2 ถ้วย
วานิลา 1 ช้อนชา
วิธีทำ
คนเนยให้นุ่ม ใส่น้ำตาลครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ คนไปทางเดียวกันจนเป็นครีม และน้ำตาลหมด (ใช้มือทดสอบดู ถ้าเนยเนียนมือ แสดงว่าใช้ได้แล้ว แต่ถ้าจับแล้วสากมือ แสดงว่าเนยกับน้ำตาลยังไม่เข้ากันดี จะทำให้ขนมมีเนื้อหยาบเมื่ออบสุกแล้ว)
ค่อย ๆ ใส่ไข่ลงไปในครีมครั้งละ 1 ฟอง คนให้เข้ากับครีมก่อน จึงจะใส่ไข่ฟองต่อไป ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนหมด
ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ เข้าด้วยกัน 2 ครั้ง ค่อย ๆ ใส่แป้งลงในครีมทีละ 2 - 3 ช้อนโต๊ะ คนตะล่อมเบา ๆ พอเข้ากัน โดยใช้วิธีพลิกจากข้างล่างขึ้นข้างบนพอแป้งเข้ากับครีม
ใส่นม 1 - 2 ช้อนโต๊ะ คนแบบเดียวกันแล้วจึงใส่แป้งลงไปอีก ใส่แป้งสลับกับนมอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนแป้งและนมหมด จึงใส่วานิลาคนพอทั่ว
ปูพิมพ์กลมขนาด 8 นิ้ว ด้วยกระดาษเฉพาะก้นพิมพ์ ทาไขมันให้ทั่วพิมพ์ เทขนมลงในพิมพ์ ใช้ด้ามส้อมคนไล่อากาศ 2 - 3 ที
นำเข้าเตาอบ อบด้วยไฟ 375 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 45 นาที หรือจนขนมสุก ซึ่งขอบขนมจะหลุดออกจากพิมพ์ เพื่อความแน่ใจ ให้ใช้ไม้จิ้มตรงกลาง ถ้าไม่ติดไม้เป็นใช้ได้ จึงเอาออกจากพิมพ์ดึงกระดาษออก
เสริฟ
ลองทำกินดูนะคะ :)
เขียนการ์ดสักใบให้ลูก ลูกคงไม่ได้คาดหวังว่าพ่อแม่จะเขียนการ์ดปลอบใจ - ให้กำลังใจเขา การทำเช่นนี้คงจะประทับใจลูกไม่น้อย บอกเขาแค่สั้น ๆ ว่าคุณรักเขามากแค่ไหน สิ่งใดที่คุณภูมิใจในตัวลูก ย้ำให้เขาเชื่อมั่นด้วยว่าไม่จำเป็นที่จะต้องผิดหวัง หรือเสียใจกับคนที่ทำร้ายความรู้สึกคนนั้น เพราะลูกยังมีพ่อแม่อยู่เสมอ
กอด การกอดเป็นการสัมผัสที่ดีที่สุดที่จะช่วยเยียวยาความรู้สึกโศกเศร้า ให้หายไปได้ อีกทั้งการกอดจากพ่อแม่ นั้นก็เพื่อบอกให้ลูกรู้ว่าลูกมีคนที่รักและอยู่กับ เขาเสมอ
อยู่รับฟัง บางครั้งที่ลูกวัยรุ่นเลือกไปหาเพื่อน ก็หวังให้เพื่อนเป็นผู้รับฟังความทุกข์ ความเสียใจของเขา แต่พ่อแม่ก็สามารถทำเช่นนั้นได้เหมือนกัน นั่นก็คือการเป็นผู้ฟังที่ดีโดยที่ไม่ต้องทำหน้าที่ตัดสินถูกผิด (ในทางตรงกันข้าม ลูกเองก็คงต้องเผื่อใจไว้บ้างว่าคุณพ่อคุณแม่อาจทำข้อนี้ไม่ได้ เพราะหลายท่านเคยชินกับการอบรมสั่งสอนลูกมาตลอด)
ให้เวลา ผู้เขียนรู้จักครอบครัว ๆ หนึ่ง เมื่อลูกชายของเขาอกหัก และมีโอกาสเสียคนสูง เขาเลือกที่จะชวนลูกไปทำกิจกรรมด้วยกัน ไปเที่ยว ไปทานข้าวนอกบ้าน ซึ่งก็เหมือนกับการดึงลูกให้ออกจากความคุ้นเคยเดิม ๆ บรรยากาศเดิม ๆ ในตอนนี้ ลูกชายคนนั้นก็ลืมสาวอดีตรักไปแล้วเรียบร้อย แถมเขายังให้ความสำคัญกับครอบครัวมาเป็นที่หนึ่งอีกด้วย
ให้กำลังใจด้วยคำพูดดี ๆ พ่อแม่ที่เลือกการต่อว่าเมื่อเห็นลูกอกหัก ขอบอกว่าการทำสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ลูกประทับใจ หรือหายเศร้าได้ การให้กำลังใจด้วยคำพูดดี ๆ คำพูดที่สร้างความเชื่อมั่น สามารถรักษาอาการอกหักได้ดีกว่าค่ะ
อย่าลืม ดูแลเอาใจใส่ลูกวัยนี้ให้มากๆนะคะ กำลังใจของพ่อกับแม่นั้น สำคัญที่สุด
อุปกรณ์
เสื้อยืดตัวเก่า ตัวใหญ่ๆ , กรรไกร , หมุดปักผ้า , จักรเย็บผ้า , ชอร์คเขียนผ้า
วิธีทำ
นำเสื้อยืด ตัวเก่า ที่ต้องการ มาตัดแขนออก
เย็บส่วนที่เหลือ จัดเก็บให้สวยงาม
ลองใส่
จากนั้นจะมีเยื้อที่ด้านข้างที่เหลือ ยึดด้วยหมุดปัก ให้เข้ารูป
ตัดส่วนที่เกินออก จากนั้นเย็บส่วนที่ตัดออกเข้าด้วยกัน
เก็บส่วนที่เหลือเล็กๆน้อยๆ ให้เรียบร้อย
คลิปสอนทำเสื้อสายเดี่ยว จากเสื้อยืดตัวเก่า
z
ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี้จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม
กินอาหารมากเกินไป การกินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น
การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุให้เป็นโรคสมองฝ่อและเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์
ทานของหวานมากเกินไป การกินของหวานมาก จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาของสมอง
มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกายการสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะ เข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อยส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง
การอดนอน การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อนการอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้
นอนคลุมโปง การนอนคลุมโปง จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง
ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานขอลสมองลดลงเหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว
ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมองการขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ
เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง
อย่าลืม หลีกเลี่ยง นิสัย 10 ข้อที่เอามาฝากนี้นะคะ ^-^
ลองอ่านดูค่ะ
ลืมฉันหมดใจแล้วใช่ไหมคนดี
เธอเห็นอะไรในผู้หญิงคนนี้ ที่ยังยืนอยู่ตรงหน้าเป็นแค่คนอื่น
เป็นคนคุ้นเคยหรือไม่สำคัญกับเธอเลยในสายตา
แต่สำหรับฉันเธอรู้ไหมว่า... ผู้ชายที่ทิ้งฉันไว้กับน้ำตายังคงสำคัญ
เจอแบบนี้แล้วเศร้าเหมือนกันเนาะ
ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ชอบให้ผู้หญิงใส่รองเท้าส้นสูงมากเ กินกว่า 2 นิ้ว เพราะเขาว่ามันดูทางการและดูไม่สบายอีกด้วย
ไม่ต้องพยายามเปลี่ยนตัวเอง พยายามเป็นตัวของตัวเองให้มากสุด
อย่าใส่เครื่องประดับอะไรที่เวอร์ ให้ใส่แต่พองามอย่างใส่ต่างหูสักคู่หรือสร้อยคอก็พอแล้ว
หลีกเลี่ยงกระเป๋าใบใหญ่เกิน เพราะจะทำให้เราเป็นพวกบ้าหอบฟาง
อย่าแต่งหน้าให้จัดมากจนเกินไป เอาเป็นแนวสีเอิร์ธโทนจะเซฟที่สุดเพราะ จะมีผู้ชายบางคนไม่ชอบให้ผู้หญิงแต่งหน้าจัด
อย่าลืมเลือกชุดน่ารักๆ ที่เข้ากับตัวเราให้มากที่สุด เช่น ชุดเดรสสีอ่อนๆน่ารักๆ รองเท้ารัดส้นสีขาว กระเป๋าใบเก่งสีอ่อน ต่างหู กับสร้อยคอน่ารักๆ และที่ขาดไม่ได้คือ รอยยิ้มหวานๆ กับสายตาจริงใจ
เป็นไงคะ ไม่ยากเลยใช่ไหม กับวันพิเศษแบบนี้ อ้อ เกือบลืมบอกไป หาของขวัญชิ้นเล็กๆ ติดมือไปด้วยนะคะ :)
วันนี้เราเอาเคล็ดลับง่ายๆสำหรับคนที่ชอบทานปลาเค็ม แต่บางทีบางเค็มนั้นมันก็เค็มเกินไป รับประทานไม่อร่อย เคล็ดลับง่ายๆของการลดความเค็มให้กับปลาเค็มก็คือ ให้นำปลาเค็มไปแช่ในน้ำเกลือ ทิ้งไว้ประมาณ 5 - 10 นาที หลังจากนั้นก็นำไปล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง โดยล้างแบบผ่านๆเท่านั้น จากนั้นก็ตากไว้ให้แห้งก่อน ที่จะนำไปทอดตามปกติ แค่นี้เราก็จะได้ทานปลาที่ไม่เค็มจนเกินไปแล้วหล่ะค่ะ