สะกิด (Sakid)

เอามาจากเว็บเค้าอีกที
บทความดีๆ รับประทานพริก รักษาโรค

บทความดีๆ รับประทานพริก รักษาโรค

หมวด: อาหารการกิน, ข้อคิด, สุขภาพ, บทความ, บทความดีๆ, เคล็ดลับ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เกร็ดน่ารู้
  • ช่วยขับเสมหะ ทำให้ทางเดินหายใจโล่ง โดยสังเกตได้จากคนที่รับประทานพริกเข้าไป จะมีอาการน้ำตา น้ำมูกไหล
  • ช่วยสลายลิ่มเลือด ลดอาการอุดตันของเส้นเลือด อันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจตีบ
  • ช่วยกระตุ้นสมองส่วนกลางให้หลั่งสารเอนดอร์ฟิน ทำให้เกิดการผ่อนคลายและยังช่วยให้ความดันโลหิตลดลง
  • ช่วยกระตุ้นให้อยากอาหาร เนื่องจากพริกจะไปทำให้ต่อมน้ำลายทำงานมากขึ้น จนไปกระตุ้นปลายประสาทให้สมองส่วนกลางรับรู้การอยากอาหาร

ทานแต่พอดี ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป

ลิงก์ผู้สนับสนุน
โหวดเลย!
4 เสียง
เคยดูรึยัง
เทคนิค การต่อราคาของ

เทคนิค การต่อราคาของ

เช็คราคาหลายๆ ร้านเพื่อความชัวร์ : เมื่อเกิดอาการถูกใจของเข้าชิ้นหนึ่ง อย่าเพิ่งใจร้อนเอ่ยปากต่อราคาทันที เราต้องไปสำรวจร้านอื่นๆในละแวกเดียวกันก่อน เพื่อเปรียบเทียบราคา ตั้งราคาที่พอซื้อได้ไว้ในใจ แล้วค่อยลงมือต่อราคา : เมื่อเจอร้านที่คิดว่าราคาเข้าท่าที่สุดแล้ว ต้องดูด้วยว่า คนขายท่าทางใจดี และเป็นมิตร หรือเปล่า ถ้า โอเคก็เข้าไปดูอีกรอบ งัดประโยคคลาสสิค ออกมาถามนำคนขาย ก่อนเลยว่า "ลดได้เท่าไหร่คะ" อย่าแสดงอาการว่าอยากได้จน ออกนอกหน้า เดี๋ยวคนขายรู้ไต๋ ครั้งแรกยังไม่ได้ ก็ทนใช้ลูกตื้ออีกหน่อย : ควรพูดจาออดอ้อน หวานๆ กับคนขาย เข้าไว้ (โดยเฉพาะ ถ้าคนขายเป็นผู้ชาย) ถ้าเขาหรือเธอยังมีท่าทางใจแข็ง อาจจะบอกว่ามีเงินอยู่แค่นี้ เผื่อคนขายจะเกิดอาการสงสาร ถ้ายังไม่สำเร็จอีก คงต้องงัดไม้ตายสุดท้ายออกมา : ไม้ตายสุดท้ายที่ว่า อันนี้หลายคนใช้บ่อย คือ ไม่ซื้อก็ได้แล้วเดินออกจากร้านไป แต่ถ้ายังไงๆ คนขายก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอม ลองไตร่ตรองดูว่าจำเป็นหรืออยาก ได้มากแค่ไหน ถ้ามากเราคงต้องเป็นฝ่ายใจอ่อนเสียเอง แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ก็เก็บเงินไว้ ยังมีอีกตั้งหลายร้าน ที่สำคัญเวลาต่อราคาของ อย่าทำเหมือนกับว่าของก็งั้นๆ ถ้าเราทำแบบนี้ คนขายก็ไม่อยากจะขายให้เราเหมือนกัน ลองทำเทคนิคที่เอามาฝากนี้ไปใช้กันดูนะคะ :)
หมวด: บทความ, ช้อปปิ้ง, เกร็ดความรู้
เกร็ดน่ารู้ วิธีลดต้นขา แบบง่ายๆ

เกร็ดน่ารู้ วิธีลดต้นขา แบบง่ายๆ

นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง ปั่นจักรยานกลางอากาศประมาณ 100 ครั้ง เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้ง ใครที่ีต้นขาใหญ่ ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ลองทำตามคำแนะนำดูนะคะ (แรกๆอาจจะเมื่อยหน่อย แต่ทำบ่อยๆ ก็จะหายเองค่ะ)
หมวด: ออกกำลังกาย, สุขภาพ, บทความ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เกร็ดน่ารู้
วิธีเลิกกับแฟนแบบถาวร

วิธีเลิกกับแฟนแบบถาวร

ถ้าเบื่อทะเลาะกับแฟนแล้วเลิกกันแล้วกลับมาดีกันแล้วเลิกกัน วนไปวนมาเป็นวงจรอุบาทว์ไม่รู้จบ อยากเอาไอ้อีนี้ออกไปจากชีวิตเสียทีให้สิ้นเรื่องจะได้มีแฟนใหม่ดีๆกับเค้ามั่ง ทำตามนี้ ถามตัวเองให้แน่ใจว่าอยากเลิกจริงๆ ถ้ายังมีความรู้สึกให้คนๆนี้อยู่ เดี๋ยวก็กลับไปเข้าวงจรอุบาทว์ใหม่ เขียนรายการสิ่งดีๆที่จะเกิดกับชีวิตถ้าเลิกกับไอ้อีคนนี้ เทียบกับถ้าต้องใช้ชีวิตที่เหลือกับมัน ตั้งเวลาเลิก อย่าเลิกเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แล้วบอกอีกฝ่ายอ้อมให้เค้าเตรียมตัว เช่น "ถ้าชั้นจ่ายค่าเช่าสิ้นเดือนนี้แล้วชั้นจะย้ายออกไปแล้วนะ" หรือ "ชั้นจะย้ายไปอยู่กับบิดามารดาของชั้น" หรือ "สิ้นเดือนนี้แกออกไปเลย" อย่าทะเลาะ เพราะเด๋วก็ต้องไปจุ๊บกันเหมือนเดิม บอกไปว่าเลิก ไม่ต้องพูดมาก ไม่ต้องถาม ไม่ต้องเถียง จบ (ทำเลือดเย็นๆไว้) เมื่ออยู่ตัวคนเดียวแล้ว ก็เอาใจตัวเองหน่อย อยากทำอะไรก็ทำ เพราะไม่งั้นจะเบื่อแล้วโทรกลับไปหาไอ้อีคนนั้นอีก หาเพื่อนใหม่ ทำสิ่งที่ไม่เคยทำตอนอยู่กับไอ้อีคนนั้น เลิกติดต่อ ทำตัวหายสาปสูญ แม้ว่าจะเป็นเพื่อนกันอยู่ก็ตาม รอไปนานๆจนมีความสุขกับชีวิตใหม่ จนลืมมันไปแล้วค่อยติดต่อได้ ไม่งั้นมันกลับมาแน่ อย่าคิดถึงความหลัง ถ้าเพื่อนพูดถึงไอ้อีคนนี้ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ตาม บอกให้มันหยุด ทิ้งรูป ของขวัญ ของกุ๊กกิ๊กทุกอย่างที่เกี่ยวกับแฟนเก่าให้หมด ใส่ชักโครก กดปุ่มล้างน้ำเลย เตรียมใจไว้ว่าแฟนเก่ามันอาจจะพูดไม่ดีเกี่ยวกับเราให้คนอื่นฟัง อย่าไปคิดมาก ถือเป็นเรื่องขำไปที่มันยังทำใจไม่ได้ที่ตอ้งเลิกกับคนสวย/หล่ออย่างเรา อย่าลืมว่าไอ้อีคนนี้มันไม่ใช่ "คนที่ใช่" ทุกคนต้องเจอเหมือนกันหมด เป็นธรรมดาชีวิต ก็แค่เข้ากันไม่ได้ แล้วอย่าลืมทำตัวให้ดีๆสำหรับคนใหม่ที่ดีกว่าน่าตื่นเต้นกว่า เสียวกว่า คำเตือน ถ้าคุณแต่งงานกับคนที่ว่านี้อย่าลืมไปทำเรื่องหย่าให้ได้ซะก่อน คนแต่งงานแล้วไม่เลิกง่ายๆ ถ้าไอ้อีคนนี้เป็นคนขี้หึงหวง ชอบบงการ หรือเจ้าเล่ห์ เตรียมตัวพบกับเรื่องอุบาทว์ๆอย่างตามสืบ คอยวุ่ยวายกับชีวิตคุณ ป้องกันตัวเองให้ดี หนีไปไกลๆ
หมวด: คิดนึก, ความรัก, บทความ
ข้อคิดดีๆ ถ้ามีเงินอยู่ 10 บาท ซื้อของ 3 บาท จะได้รับเงินทอนเท่าไร?

ข้อคิดดีๆ ถ้ามีเงินอยู่ 10 บาท ซื้อของ 3 บาท จะได้รับเงินทอนเท่าไร?

ถ้ามีเงินอยู่ 10 บาท ซื้อของ 3 บาท จะได้รับเงินทอนเท่าไร? ครูคนหนึ่งตั้งคำถามกับเด็กว่า "ถ้ามีเงินอยู่ 10 บาท ซื้อของ 3 บาท จะได้รับเงินทอนเท่าไร"เด็กส่วนใหญ่ตอบว่า "7 บาท" แต่มีเด็ก 2 คนที่ตอบไม่เหมือนกับคนอื่น คนหนึ่งตอบว่า "2 บาท" อีกคนหนึ่งตอบว่า "ไม่ต้องทอน" ครูถามเด็กคนแรกว่าทำไมถึงได้เงินทอน 2 บาท คำตอบที่ได้ก็คือภาพในใจของเขาสำหรับเงิน 10 บาท คือ เหรียญห้า 2 เหรียญ เมื่อซื้อของราคา 3 บาท เขาก็ให้เหรียญห้า 1 เหรียญ ดังนั้น จึงได้เงินทอน 2 บาท ถามเด็กคนที่สองว่าทำไมไม่เหลือเงินทอนเลย คำตอบก็คือเด็กคนนี้คิดว่าในกระเป๋ามีเหรียญบาท 10 เหรียญ เมื่อซื้อของราคา 3 บาท เขาก็ส่งเหรียญบาทให้ 3 เหรียญ เพราะฉะนั้น คนขายจึงไม่ต้องทอนเงินให้เขา โชคดีที่เป็นการถาม-ตอบในห้องเรียน ลองนึกดูสิคะว่าถ้าโจทย์นี้เป็นข้อสอบที่มีคำตอบเป็น ก-ข-ค-ง เด็ก 2 คนนี้ก็คงไม่ได้คะแนนจากคำตอบที่ผิดเพี้ยนจากคนส่วนใหญ่ คำตอบบางคำตอบ เราอาจจะคิดว่าผิด แต่ถ้าเราค้นหาเหตุผลในคำตอบนั้น มันก็อาจจถูกได้ จริงไหมคะ ^-^
หมวด: ข้อคิด, บทความ, บทความดีๆ, ไอเดีย, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เกร็ดน่ารู้
เรื่องน่ารู้ ช่วยออฟฟิศ สักนิด ยามเศรษฐกิจซบเซา

เรื่องน่ารู้ ช่วยออฟฟิศ สักนิด ยามเศรษฐกิจซบเซา

ประหยัดพลังงานให้มากที่สุด ขยันหาข้อมูลยามสั่งซื้อ จากแต่ก่อนที่คุณสั่งของและหาข้อมูลจากซัพพลายเออร์เพียงเจ้าเดียว ณ เวลา นี้คุณอาจจะต้องขยันหาข้อมูล และเลือกสินค้าที่ราคาถูกกว่าแต่คุณภาพใกล้ เคียงกันมาลองใช้ดูบ้าง รีไซเคิลเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษถ่ายเอกสารหรือกระดาษที่ใช้ในสำนักงาน คุณสามารถใช้สองหน้าได้ และเก็บกระดาษที่ใช้ทั้ง 2 หน้าแล้วขายเป็นของเก่า ทุกคนสามารถขายได้ อย่ารอให้หน้าที่ขายเป็นหน้าที่ของเซลล์ เบิกจ่ายเท่าที่จำเป็น ถ้าสิ่งไหนคุณช่วยเหลือบริษัทได้ ก็ควรช่วยเหลือบริษัท คิดซะว่า บริษัทอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ ช่วยได้ก็ช่วยกันไป อย่ามัวแต่กลัวเสียเปรียบอยู่เลยค่ะ :)
หมวด: ข้อแนะนำ, ประหยัดพลังงาน, หางาน, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เกร็ดน่ารู้
เรื่องน่ารู้ วิธีป้องกันภัยเบื้องต้น จาก Taxi

เรื่องน่ารู้ วิธีป้องกันภัยเบื้องต้น จาก Taxi

เมื่อขึ้นรถให้นั่งด้านหลังของคนขับ ชิดประตูหลังด้านขวาเท่านั้นและจดทะเบียนรถที่ประตูด้านในรถไว้ทันที อย่าใช้วิธีจำ เพราะเมื่อเกิดเหตุจะตกใจจนลืม อย่าเมา อย่าหลับ อย่าคุยเรื่องส่วนตัวกับคนขับ ทำทีโทรศัพท์คุยกับเพื่อนแล้วบอกกับปลายสายว่า " อะไรนะ ! อ๋อ รถแท๊กซี่สี.....ทะเบียน........( คันที่เรานั่ง) ตอนนี้ผ่าน ถนน.....แล้ว อีก 30 นาทีมารอรับด้วยนะบอกพ่อด้วยว่าตอนเย็นจะไปหาที่โรงพัก " เพื่อแสดงให้คนขับรู้ว่าปลายสายของเรารู้หมายเลขทะเบียนรถคันนี้แล้ว จะได้ไม่กล้าลงมือกระทำผิด หมั่นมองกระจกเงา(กระจกมองหลัง) ที่ติดที่กระจกหน้ารถว่าคนขับจ้องมองเราบ่อยๆหรือไม่ถ้าสบตากับคนขับบ่อยๆ แสดงว่าต้องระวังตัวแล้ว เตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวให้พร้อม ถ้าคนขับขับออกนอกเส้นทางให้ปฏิเสธ โดยแจ้งว่าเรายินดีจ่ายค่าโดยสารตามมิเตอร์แต่ขอให้ไปเส้นทางที่เราคุ้นเคยเท่านั้น ถ้าเห็นว่าไม่ปลอดภัยแน่แล้ว อย่ามัวนั่งนิ่ง ให้สั่งคนขับจอดในจุดที่ปลอดภัยเช่นตลาด ชุมชน ปั๊มน้ำมัน ที่มีผู้คน อย่าปล่อยให้คนขับพาเราไปในที่เปลี่ยว เพราะจะไม่มีใครได้ยินเสียงตะโกนร้องของคุณ ถ้าคนขับยังไม่จอดให้ เอื้อมมือไปเปิดประตูหลังด้านซ้ายให้เปิดออกไป ปัดไปปัดมาเพื่อให้คนสังเกตุเห็นสิ่งผิดปกติและจะตามมาช่วยคุณ แต่อย่ากระโดดลงจากรถขณะที่รถยังแล่นอยู่ ระหว่างนี้ถ้ามีโทรศัพท์ มือถือให้โทร 191 แจ้งตำรวจให้มาช่วยคุณตามเส้นทางที่ผ่านเช่นถนนอะไร ซอยที่เท่าไหร่ จะง่ายที่สุด แล้วเปิดกระจกตะโกนให้คนช่วย ถ้าคนขับ จอดรถในที่เปลี่ยว อย่าปล่อยให้เขาเข้าถึงตัวคุณระหว่างที่เขาออกจากประตูรถหรือปีมข้ามเบาะมา ด้านหลัง เราต้องรีบออกจากรถอีกด้านหนึ่งทันที แล้วใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวที่มีเช่นสเปรย์พริกไทยฉีดใส่หน้าคนร้าย แล้ววิ่งหนีให้เร็วที่สุด หากไม่มีอุปกรณ์ป้องกันตัว และยังไม่มีใครมาช่วยให้วิ่งวนรอบรถเพราะเขาไม่สามารถข้ามรถมาจับเราได้หรือ มุดไปใต้ท้องรถด้านฝากระโปรงท้ายเพราะเขาไม่สามารถลากเราออกไปได้ ให้ใช้เท้าถีบๆๆๆ แล้วตะโกนต่อเนื่อง แต่หากคนร้ายขึ้นรถจะขับออกไปให้ระวังคนร้ายขับถอยมาชนหรือทับเราด้วย หากเสียทีถูกจับตัวได้ให้เจรจาต่อรอง ยอมให้ทรัพย์สินไปเพื่อเอาชีวิตรอด หากคนร้ายจะข่มขืนให้ทำทีสมยอมไปก่อนเพื่อถ่วงเวลารอคนร้ายเผลอ อย่าปล่อยให้คนร้ายทำให้เราหมดสติ เพราะเราอาจถูกฆ่าตายได้ ตั้งสติให้ดีเมื่อคนร้ายเผลอให้โจมตีจุดอ่อนเช่น ตา ลูกกระเดือก เป้ากางเกง หักนิ้ว กัดลิ้น แล้วรีบหนีให้เร็วที่สุด พ.ต.ท.โชติวิเชียร วิเชียรโชติ ผอ.ศูนย์เตือนภัยผู้หญิง
หมวด: ป้องกันตัว, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เก็บมาฝาก
อาหารทำจากหิน น่ากิน ในงาน “ปาร์ตี้หิน”

อาหารทำจากหิน น่ากิน ในงาน “ปาร์ตี้หิน”

ภายใต้ชื่องาน “ปาร์ตี้หิน” สีว์จวินอี้ ชาวไต้หวันวัย 60 ปี ได้นำอาหาร “หิน” จานหายากและแพงสุดๆ ถึง 52 จาน มาแสดงโชว์ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์จนกระทั่งถึงวันที่ 12 สิงหาคมนี้ มีตั้งแต่อาหารตะวันออกยันตะวันตก ตั้งแต่ข้าวผัดหยางโจว ติ่มซำ จนถึงไข่ปลาคาเวียร์ โดยอาหารหินจานที่แพงที่สุดคือ คากิ+ไข่ต้ม ซึ่งมีมูลค่าเกือบ 85,000 เหรียญสหรัฐ ที่สำคัญ งานนี้ไม่มีเก็บเงิน ชมฟรี (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน)
หมวด: อาหารการกิน, ท่องเที่ยว, ของ, ของแจ๋ว, ข่าวแปลกๆ, งานอดิเรก, งานแสดงสินค้า, ต่างประเทศ, สังคม, นิทรรศการ, ไอเดีย
เกร็ดน่ารู้ ทำสปาเล็บ ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ

เกร็ดน่ารู้ ทำสปาเล็บ ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ

วิธีทำ นำไข่ขาวมาผสมกับน้ำสับปะรดหรือน้ำมะนาวปริมาณเท่ากัน นวดเล็บประมาณ 2 นาที แล้วทิ้งไว้จนแห้ง ล้างออกด้วยน้ำอุ่น เพียงเท่านี้เล็บของคุณก็จะแข็งแรงและขาวขึ้นได้แล้วค่ะ เป็นยังไงคะ ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ อยากลืมเอาวิธีที่สะกิดเอามาฝากนี้ ไปทำลองใช้กับเล็บคุณดูนะคะ
หมวด: ความงาม, สุขภาพ, ไอเดีย, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เกร็ดน่ารู้