สะกิด (Sakid)

เอามาจากเว็บเค้าอีกที
Next Page »

สุขภาพ

ข้อแนะนำ วิธีรักษาผิวแห้ง บริเวณส้นเท้า(ส้นเท้าแตก)

ข้อแนะนำ วิธีรักษาผิวแห้ง บริเวณส้นเท้า(ส้นเท้าแตก)

ควรใส่รองเท้าหรือถุงเท้าเพื่อปกปิดส้นเท้า ไม่ให้คราบสกปรกสะสมและยังช่วยลดการสูญเสียน้ำจากผิวหนังได้ ทำความสะอาดแต่พอควรการใช้น้ำอุ่น การใช้สบู่และการแช่น้ำนานๆ จะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น เมื่อทำความ สะอาดโดยการขัดหรือแปรงผิวควรทาครีมหรือขี้ผึ้งเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นทุก ครั้งและควรสวมใส่รองเท้าปิดส้นจนกว่าผิวจะปกติ ถ้าเป็นร่องลึกเจ็บอาจปิดร่องด้วยกาวตราช้างเพื่อทุเลาอาการเจ็บ กาวจะหลุดออกเองภายหลัง ใช้ยาทาผิวส้นเท้ารักษาผิวแห้ง อย่าลืมรักษาส้นเท้า อยู่เสมอนะคะ เพื่อสุขภาพเท้าที่ดี อยู่กับเราตลอดไปค่ะ ^-^
หมวด: ข้อคิด, ข้อแนะนำ, สุขภาพ, สุขภาพผิว, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดน่ารู้
บทความดีๆ รับประทานพริก รักษาโรค

บทความดีๆ รับประทานพริก รักษาโรค

ช่วยขับเสมหะ ทำให้ทางเดินหายใจโล่ง โดยสังเกตได้จากคนที่รับประทานพริกเข้าไป จะมีอาการน้ำตา น้ำมูกไหล ช่วยสลายลิ่มเลือด ลดอาการอุดตันของเส้นเลือด อันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจตีบ ช่วยกระตุ้นสมองส่วนกลางให้หลั่งสารเอนดอร์ฟิน ทำให้เกิดการผ่อนคลายและยังช่วยให้ความดันโลหิตลดลง ช่วยกระตุ้นให้อยากอาหาร เนื่องจากพริกจะไปทำให้ต่อมน้ำลายทำงานมากขึ้น จนไปกระตุ้นปลายประสาทให้สมองส่วนกลางรับรู้การอยากอาหาร ทานแต่พอดี ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: อาหารการกิน, ข้อคิด, สุขภาพ, บทความ, บทความดีๆ, เคล็ดลับ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เกร็ดน่ารู้
สูตรลดความอ้วน พระราชทานของสมเด็จพระเทพฯ

สูตรลดความอ้วน พระราชทานของสมเด็จพระเทพฯ

ลดน้ำหนัง 9 กิโล ภายในเวลา 7 วัน วันแรก มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือโยเกริต์ มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง มื้อเย็น : สลัดผัก วันที่สอง มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง มื้อเย็น : โยเกริต์ วันที่สาม มื้อเช้า : โยเกริต์หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น วันที่สี่ มื้อเช้า : ขนมปัง 1 แผ่น น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม มื้อกลางวัน : สลัดผักและไก่ย่าง 1 ชิ้น มื้อเย็น : โยเกริต์ วันที่ห้า มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม มื้อกลางวัน : ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้น มื้อเย็น : สลัดผัก วันที่หก มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม มื้อกลางวัน : ปลานึ่งหรือปลาเผา มื้อเย็น : นมสด วันที่เจ็ด มื้อเช้า : ข้าวสวย 1 ทัพพี และหมูย่าง 1 ชิ้น หรือ ข้าวสวย 1 ทัพพี และไข่ต้ม 1 ลูก มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น วันที่แปด มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น : ให้รับประทานอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่ถ้าอยากลดน้ำหนักต่อให้เริ่มทำตั้งแต่วันแรก อยากลดน้ำหนักเร็วๆ ลองทำตามเมนูอาหารด้านบน ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายนะคะ » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: อาหารการกิน, ลดน้ำหนัก, สุขภาพ, สูตรลดความอ้วน, สูตรลดน้ำหนัก, สาวๆ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้
เรื่องน่ารู้ วิธีแก้คอเคล็ดแบบง่ายๆ 4 แบบ

เรื่องน่ารู้ วิธีแก้คอเคล็ดแบบง่ายๆ 4 แบบ

อย่าพยายามเคลื่อนไหวคอและให้อยู่นิ่งๆ โดยการนอนราบชั่วคราว เพื่อให้กล้ามเนื้อคอได้พัก ประคบ ร้อน ด้วยกระเป๋าน้ำร้อนหรือผ้าชุบน้ำอุ่นบริเวณกล้ามเนื้อต้นคอที่เจ็บประมาณ 20-30 นาที และกดนวดบริเวณคอเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น ดัดยืดคอด้วยตนเอง โดยใช้มือช่วยดันศีรษะไปในทิศทางที่เกิดอาการตึงช้าๆ จนรู้สึกตึงเล็กน้อยแต่ไม่เจ็บ ดันค้างไว้ประมาณ 10-15 วินาที แล้วทำซ้ำ 5-10 ครั้ง จนเริ่มรู้สึกทุเลาลง นวดเบาๆ โดยใช้มือบีบลงบนแนวของกล้ามเนื้อที่รู้สึกปวดเมื่อย ให้แรงบีบพอประมาณที่ทำให้รู้สึกแน่นตึงและไม่เจ็บ บีบและคลายเป็นจังหวะ การประคบร้อนก่อนการนวดจะช่วยให้นวดได้ง่ายขึ้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้เร็วขึ้น ใครที่มีปัญเรื่องคอเคล็ดบ่อยๆ อย่าลืมทำตามที่บอกนะคะ » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: สุขภาพ, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เกร็ดน่ารู้
เรื่องน่ารู้ อาหาร บำรุงเส้นผมให้สวยงาม

เรื่องน่ารู้ อาหาร บำรุงเส้นผมให้สวยงาม

ผมสวยสุขภาพ ดีอาจไม่ได้เกิดจากการหมัก สระ หรือบำรุง เพียงอย่างเดียว จุดเริ่มต้นของผมสวยอย่างแท้จริงนั้นต้องเริ่มต้นจากอาหารที่เรากินเข้าไปใน แต่ละวัน ผลการวิจัยล่าสุดของสถาบัน Cosmetic dermatology – The miller School of Medicine at the University Miami พบว่า อาหารบำรุงผม 5 ชนิด คือ แซลมอน ผักสีเขียว ถั่วเปลือกแข็ง ไข่ โฮลเกรน ซึ่งอุดมด้วย อัลฟ่า-ไลโนเลนิก โอเมกา-3 ธาตุเหล็ก สังกะสี วิตามินบี 12 ช่วยให้สภาพผมของกลุ่มทดลอง 100 คนที่กินอาหารดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี มีปัญหาผมหงอก แตกปลาย และผมแห้ง น้อยกว่าคนที่ไม่ได้กินถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ในมื้ออาหารถัดไป รู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมทานอาหาร จำพวกนี้บ้างนะคะ เพื่อคุณจะได้มีผมมีสลวยสวยงาม ตลอดไป » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: ดูแลผม, ความรู้ทั่วไป, สุขภาพ, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้
เรื่องน่ารู้ บำรุงผิวหน้าด้วย ผลไม้

เรื่องน่ารู้ บำรุงผิวหน้าด้วย ผลไม้

เริ่มจาก นำมะละกอสุกบดละเอียดประมาณ 2 ช้อนชา พอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำวันละครั้ง ผิวหน้าจะเนียนขึ้นและช่วยลดริ้วร้อย โลชั่นน้ำผลไม้ นำน้ำแตงกวา น้ำมะเขือเทศ น้ำมะนาว และน้ำแตงโม อย่างละ 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน จากนั้นใช้สำลีแต้มส่วนผสมเช็ดเบาๆให้ทั่วใบหน้า เพื่อช่วยสมานผิวและกระชับรูขุมขนแทนการใช้โทนเนอร์ มอยส์เจอไรเซอร์น้ำผึ้ง ใช้น้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา อุ่นด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณครึ่งนาที จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็นแล้วทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จึงเช็ดออกแล้วล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น ผิวหน้าเนียนนุ่มขึ้น วิธีนี้ยังช่วยกำจัดสิวหัวดำอีกด้วย สุดท้าย โลชั่นน้ำนมผสมเปลือกกล้วยหอม ใช้เปลือกกล้วยหอมสุก 1 ผล ล้างให้สะอาดแล้ว หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมน้ำนมสดลงไปประมาณครึ่งถ้วย บดให้ละเอียดเข้ากัน ใช้แทน โลชั่นสำหรับผิวแห้งหรือเกรียมแดด ทั้งยังช่วยขจัดฝุ่นละออง ที่คั่งค้างอยู่ตามผิวหน้า ด้วย โลชั่นน้ำนมเปลือกกล้วยนี้สามารถเก็บใส่ขวดแช่ในตู้เย็นเก็บไว้ใช้ได้ ลองทำตามคำแนะนำดูนะคะ ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนเลยค่ะ ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: ดูแลผิว, สุขภาพ, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เกร็ดน่ารู้
เรื่องน่ารู้ นอนตื่นสาย ช่วยชาร์จพลังสมอง

เรื่องน่ารู้ นอนตื่นสาย ช่วยชาร์จพลังสมอง

วันหยุดทั้งที หลายคนก็คงอยากจะนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มจนถึงช่วง สาย แต่บางคนอาจรู้สึกว่าการตื่นสายเป็นการสื่อถึงความขี้เกียจ อ๊ะ อ๊ะ อย่าเพิ่งคิดแบบนั้น เพราะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย ลีเบร เดอ บรูแซล (The Université Libre de Bruxelles) ประเทศเบลเยี่ยม ได้ทำการ ศึกษาโดยสแกนสมองเพื่อดู ความตื่นตัวและสมาธิของสมองในกลุ่มผู้ที่ตื่นเช้า (ประมาณ ตี 5 ถึง 6 โมงเช้า) และกลุ่มผู้ที่ตื่นสายมากๆ (ประมาณเที่ยงวัน) พบว่าหลังจากที่ตื่นนอนมาเป็นระยะเวลา 10 ชั่วโมงการทำงาน ของพื้นที่สมองของกลุ่มผู้ที่นอนตื่นเช้าจะลดลง เริ่มรู้สึกง่วง นอนมากขึ้นเรื่อยๆ และความสามารถในการทำงานต่างๆ ช้าลง เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ที่นอนตื่นสาย วันหยุดก็นอนตื่นสายบ้าง ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ให้สมอง ได้พักผ่อน หลังจากทำงานหนักมาหลายวัน » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: สุขภาพ, บทความ, บทความดีๆ, เคล็ดลับ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้
เกร็ดความรู้ นิสัย 10 อย่าง ที่ทำให้สมองพัง

เกร็ดความรู้ นิสัย 10 อย่าง ที่ทำให้สมองพัง

ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี้จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม กินอาหารมากเกินไป การกินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุให้เป็นโรคสมองฝ่อและเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ ทานของหวานมากเกินไป การกินของหวานมาก จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาของสมอง มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกายการสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะ เข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อยส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง การอดนอน การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อนการอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้ นอนคลุมโปง การนอนคลุมโปง จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานขอลสมองลดลงเหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมองการขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง อย่าลืม หลีกเลี่ยง นิสัย 10 ข้อที่เอามาฝากนี้นะคะ ^-^
หมวด: สุขภาพ, บทความ, บทความดีๆ, ไอเดีย, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้
เคล็ดลับ วิธีต้านโรคหวัด แบบง่ายๆ

เคล็ดลับ วิธีต้านโรคหวัด แบบง่ายๆ

นอนหลับให้เพียงพอ มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการนอนหลับไม่เพียงพอทำให้ จำนวนเซลล์ในร่างกายที่ทำหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรคต่างๆ ลดลง จึงควรนอนหลับสนิททุกๆ วัน ออกกำลังกาย ชอบออกกำลังกายแบบไหน เลือกได้ตามความชอบและความถนัด แล้วทำอย่างต่อเนื่องวันละครึ่งชั่วโมงช่วยเพิ่มเซลล์ที่ป้องกันโรคภัยไข้ เจ็บได้มากมาย ล้างมือด้วยสบู่ โดยใส่ใจการล้างมือเป็นพิเศษก่อนรับประทานอาหาร หลังกลับนอกบ้าน หลังจากใช้ห้องน้ำสาธารณะ สัมผัสกับสัตว์ และหลังการไอหรือจาม แยกเก็บแปรงสีฟัน เมื่อมีคนในครอบครัวป่วย ให้แยกเก็บแปรงสีฟันของคนป่วยออกจากของคนอื่นๆ หลังจากหายป่วยแล้ว ให้จุ่มแปรงสีฟันในน้ำเดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค ซักผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดมือต้องสะอาดเสมอ แนะนำให้ซักในน้ำร้อนทุก 3-4 วัน โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นหวัดกันมาก ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยป้องกันอาการป่วยได้ เนื่องจากน้ำทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ ในระบบทางเดินหายใจชุ่มชื้น ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคฝังตัว และทำให้ระบบภูมิชีวิตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เปิดหน้าต่าง เพื่อให้มีอากาศถ่ายเท ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับสารจากธรรมชาติในอากาศไปพร้อมๆ กับไล่เชื้อโรคที่มีอยู่ด้วย ทำให้ระบบภูมิชีวิตแข็งแรงขึ้น ผ่อนคลาย การทำสมาธิ หลับตา หายใจลึกๆ คิดถึงความสุข ช่วยลดความเครียด ทำให้ร่างกายไม่ป่วยง่าย วิตามินซีจากธรรมชาติ แครอท กีวี ลูกเกด ถั่วเขียว ส้ม สตรอว์เบอร์รี่ บร็อคโคลี่ ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลีมีสารพฤกษเคมีอย่างวิตามินซีและแคโรทีนอยด์ ที่ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตได้ อย่าลืมดูแลสุขภาพนะคะ อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยค่ะ ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: สุขภาพ, บทความ, บทความดีๆ, เคล็ดลับ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เกร็ดน่ารู้
เกร็ดความรู้ วิธีกำจัด ความเขิน

เกร็ดความรู้ วิธีกำจัด ความเขิน

เริ่มจากการวิเคราะห์ตัวเอง วิธี ที่ถูกต้องที่สุดก็คือ การตั้งใจที่จะค้นหา ว่าอะไร เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความเขินอาย ลอง เปิดใจ วิจาร์ตนเองอย่างตรงไปตรงมา ก็จะช่วยให้คุณรู้ได้ว่า ความเขินอายเกิดขึ้นเพราะอะไร? ความกลัว? คิดไปเอง?หรือจริงๆ แล้ว ตัวคุณขาดตกบกพร่อง คุณลักษณะในข้อไหน เมื่อวิเคราะห์ตัวเอง จนได้เหตุผลออกมาเป็นข้อๆ จะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์จริงได้ ลงมือฝึกซ้อม การฝึกซ้อม เพื่อขจัดความเขินอาย เป็นวิธีที่ดีสุด ที่คุณจะใช้ในการเผชิญหน้า และรับมือกับปัญหา ลองเริ่มต้นฝึกซ้อมกับตัวเองง่าย เช่น ยืนอยู่หน้ากระจก ยกคาง จัดใบหน้าให้อยู่ในตำแหน่งที่ดูดี ฝึกการยืน – การเดิน ให้ดูสง่าผ่าเผย ฝึกการพูดให้เสียงดังฟังชัด หรือจะฝึกร้องเพลงก็ได้ หลังจากนั้น คุณจะเห็นผลลัพธ์ และรู้สึกดีมากขึ้นเรื่อยๆ ความั่นใจในที่สาธารณะก็จะเกิดขึ้นตามมา ฝึกปฏิบัติต่อไป หลัง จากฝึก การพูด การยืน การเดิน และลักษณะบุคลิกต่างๆ ไปแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือการเริ่มฝึกใช้ อวัจนภาษา เช่น การใช้สายตา เพื่อสื่อความหมาย การฝึกยิ้มให้กับผู้คนรอบข้าง การรู้จักเริ่มเปิดบทสนทนากับผู้อื่น หรือแม้กระทั่ง การเริ่มพูดคุยกับคนแปลกหน้า เช่น พูดคุยกับคนขายหนังสือ “ช่วงนี้ มีหนังสือออกใหม่แนะนำบ้างมัยครับ/ค่ะ วิธีการเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ ให้กับคุณทีละน้อย และการฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มความมั่นใจของคุณให้มากขึ้น แต่งกายดูดี มีรสนิยม การ แต่งกายคือสิ่งที่แสดงออกถึงลักษณะ และบุคลิกภาพของคุณ และการแต่งกายที่ดี จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เพิ่มมากขึ้นได้ สิ่งที่เป็นประโยชน์ตามมาในทางอ้อม สำหรับการแต่งกายให้ดูดี ก็คือ จะช่วยให้คุณมีสติสัมปชัญะ เพิ่มมากขึ้น (เป็นผลกระทบ ที่เกิดขึ้น หลังจากมีความมั่นใจ)แต่ในทางตรงกันข้าม การแต่งกายที่ โอเวอร์ - ออฟชั่น มากเกินไป จะย้อนกลับมา เป็นสิ่งที่รบกวน ความมั่นใจของคุณ เรียนรู้ และยอมรับความจริง เป็นไป ไม่ได้ ที่เราจะได้ยินแต่คำว่า ใช่เลยยย! ถูกต้อง! ใช่แล้ว อย่างนี้ล่ะ! ในทุกๆ สถานการณ์ หลายๆ ครั้ง สิ่งที่เราคาดหวัง กับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น มักไม่ได้เป็นเรื่องเดียวกัน การยอมรับความจริง และอยู่บนความเป็นจริง เปรียบเสมือนสุดยอดเคล็ดลับวิชา ที่ช่วยให้เราเข้าใจโลก เมื่อเราใช้ความจริง และความเข้าใจ เป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิต ความกลัวในเรื่องต่างๆ ก็จะหมดไป ศึกษาจาก คนรอบข้าง ลองพิจารณา คนที่ใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจ นี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่คุณจะได้ ศึกษาเรียนรู้เคล็ดลับในการขจัดความเขินอาย ได้อย่างง่ายๆ คิดในทางบวก ช่วยได้ ใน เรื่องไม่ดี มักจะมีเรื่องดีๆ แฝงเอาไว้ด้วยเสมอ มิเช่นนั้น คงไม่มีคนที่ประสบความสำเร็จ จากการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส! การคิดในทางบวก กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะช่วยให้คุณมองข้ามข้อเสีย และเห็นเป้าหมายได้ชัดเจนกว่า อย่าลืมทำตามคำแนะนำที่เอามาฝากนะคะ ^-^
หมวด: สุขภาพ, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้
เรื่องน่ารู้ นิสัยไม่ดี 7 แบบ ที่ทำให้เสียสุขภาพ

เรื่องน่ารู้ นิสัยไม่ดี 7 แบบ ที่ทำให้เสียสุขภาพ

ไม่ใช้ไหมขัดฟัน การไม่ใช้ไหมขัดฟันทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับเหงือก และส่งผลให้สุขภาพฟันไม่แข็งแรง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยมากมายที่สนับสนุนว่าท็อกซินจากแบคทีเรียบริเวณ เหงือกสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและอาจทำให้เป็นโรคหัวใจได้ นอนทั้งยังใส่คอนแทคเลนส์ มีการศึกษาพบว่าการนอนทั้งที่ยังมีคอนแทคเลนส์อยู่เพิ่มการติดเชื้อที่ดวงตาถึง 10 เท่า ไม่ได้ล้างเครื่องสำอาง การนอนทั้งที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางนั้นเป็นการเพิ่มอัตราป่วยเป็น ภูมิแพ้ได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มตัวกระตุ้นการเกิดสิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องสำอางที่มีน้ำมันเป็นพื้นฐาน ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ การสวมรองเท้าส้นสูงเป็นประจำเป็นการลงน้ำหนักตัวที่ไม่สมดุล มีผลเสียต่อกระดูกและกล้ามเนื้อขาและเท้า อาจทำให้ข้อเสื่อมก่อนวัยได้ เคี้ยวหมากฝรั่งทั้งวัน หากเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีซอร์บิทอลตลอดทั้งวัน อาจทำ ให้ท้องอืดท้องเฟ้อ หรือเกิดอาการท้องเสียได้ ทาครีมกันแดดทุกวัน การทาครีมกันแดดต่อเนื่องเป็นตัวลดจำนวนวิตามินดีที่ ร่างกายจะสร้างขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งทำให้เกิดอาการเครียดหรือเป็นโรคกระดูกพรุนตามมา โทรศัพท์ก่อนนอน ตามรายงานของนักวิทยาศาสตร์ประเทศสวีเดน รังสีที่แผ่ออก จากเครื่องโทรศัพท์มือถือ ทำให้นอนไม่หลับหรือไม่สามารถหลับลึกได้ และทำให้รู้สึกปวดหัวได้ อย่าลืมนะคะ นิสัยแบบนี้ถ้าใครทำอยู่ กรุณาหลีกเลี่ยงด้วยนะคะ เพื่อสุภาพที่ดีในอนาคตค่ะ ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: สุขภาพ, สาวๆ, บทความ, บทความดีๆ, ไอเดีย, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เกร็ดน่ารู้
เรื่องน่ารู้ ลดหน้าท้อง ด้วยการอาบน้ำ

เรื่องน่ารู้ ลดหน้าท้อง ด้วยการอาบน้ำ

ขั้นตอน ต้องเตรียมน้ำให้อยู่ในระดับ 40 องศา เซลเซียส จากนั้น ให้นั่งคุกเข่าในน้ำในท่าตัวตรงยืดอก ใช้ฝ่ามือทั้งสองแนบบริเวณหน้าท้อง แล้วค่อยๆ ลูบลงเบาๆ ประมาณ 20 ครั้ง หลังจากนั้นให้ใช้ฝ่ามือนวด บริเวณหน้าท้องในลักษณะวงกลมวนไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ประมาณ 20-30 ครั้ง เมื่อนวดเสร็จแล้ว ใช้ฝักบัวฉีดน้ำอุ่นที่ปรับอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย บริเวณหน้าท้อง ทำเป็นประจำทุกวัน ควบคู่ไปกับการออกกำลังปกตินะคะ อย่าลืมนำวิธีที่แนะนำนี้ ไปปรัับใช้กันดูนะคะ » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: ออกกำลังกาย, สุขภาพ, สาวๆ, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องน่ารู้
เคยดูรึยัง
เรื่องน่ารู้ นวดหน้าบอกลาริ้วรอย

เรื่องน่ารู้ นวดหน้าบอกลาริ้วรอย

เริ่มจากบริเวณหน้าผาก ให้ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางเริ่มจากกึ่งกลางหน้าผากนวดวนขึ้นเป็นแนวขดลวด (ขึ้นหนักลงเบา) นวดจนถึงบริเวณขมับ 6 จังหวะ ทำซ้ำ 3 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายให้กดจุดที่ขมับเพื่อความผ่อนคลาย บริเวณรอบดวงตา และยกกระชับริมฝีปาก ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางนวดเบาๆ บริเวณใต้ตา โดยเริ่มจากแนวโครงกระดูกเบ้าตาล่าง วนไปมาเบาๆ นับ 1 ครั้ง (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) จากนั้นเริ่มนวดจากบริเวณใต้โพรงจมูก ลูบออกด้านข้างในลักษณะยกผิวขึ้น ลูบไปมา 3 ครั้ง และเลื่อนนิ้วลงมาบริเวณใต้ท้องริมฝีปากล่าง ลูบออกตามแนวริมฝีปากในลักษณะยกขึ้น ทำซ้ำ 3 ครั้ง มีอีก
หมวด: ความงาม, สุขภาพ, สาวๆ, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เกร็ดน่ารู้
เกร็ดความรู้ กลเม็ดพิชิตกลิ่นปาก

เกร็ดความรู้ กลเม็ดพิชิตกลิ่นปาก

อย่าปล่อยให้ปากแห้ง เพราะเมื่อปากแห้งความเข้มข้นของแบคทีเรียในปากจะเพิ่มมาก ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ง่าย ดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยล้างแบคทีเรียออกจากน้ำลาย แปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร และอย่างลืมแปรงด้านบนของลิ้น อันเป็นที่เกิดของแบคทีเรียด้วย ถ้าไม่สะดวกจะแปรงฟัน ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาบ้วนปาก มีอีก
หมวด: อาหารการกิน, สุขภาพ, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้
ผลไม้ล้างพิษ

ผลไม้ล้างพิษ

รู้ไหมว่าผลไม้สามารถล้างพิษอาหารที่เรากินเข้าไปได้ 1. แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย สารเปกตินในแอปเปิ้ล จะช่วยนำสารพิษไปกำจัดทิ้ง ทั้งยังป้องกันไม่ให้โปรตีนในลำไส้เกิดการบูดเน่า แอปเปิ้ลยังมีเส้นใยมากจะทำหน้าที่เป็นไม้กวาด ทำความสะอาดลำไส้ช่วยให้ตับและระบบย่อยทำงานได้ดียิ่งขึ้น กระตุ้นน้ำย่อย นอกจากนี้ยังมีวิตามินและเกลือแร่ และยังเหมาะกับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักอีกด้วยค่ะ 2.องุ่น เป็นสารฟอกล้างสำหรับผิวหนัง ตับ ลำไส้และไตโดยเฉพาะ เนื่องจากองุ่นมีคุณสมบัติรักษาน้ำมูก ที่จะออกมาจากเยื่อเมือกต่างๆในร่างกาย องุ่นยังให้พลังงานสูงและนำไปใช้ได้ง่าย เกลือแร่อุดม ดังนั้นจึงช่วยบำรุงเลือดและซ่อมสร้างเซลล์ในร่างกาย 3.สับปะรด มีเอนไซม์โปรเมลินสูง เอนไซม์ตัวนี้จะช่วยการทำงานของกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะ และช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น เชื่อกันว่าสับปะรดช่วยรักษาอาการอักเสบในทางเดินอาหาร ช่วยในการซ่อมแซมส่วนต่างๆที่สึกหรอ ช่วยการทำงานของต่อมไร้ท่อและช่วยกำจัดน้ำมูก 4.มะละกอ มะม่วง แตงโม มีลักษณะคล้ายคลึงกันแต่มะม่วงมีสารสำคัญน้อยกว่ามะละกอเล็กน้อย ผลไม้ทั้งสองชนิดมีเอนไซม์ชื่อปาเปน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับน้ำย่อยเปปซินในกระเพาะอาหาร ดังนั้นมันจึงช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกับโปรเมลิน และยังมีผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอีก เช่น น้ำทับทิมยับยังเซลล์มะเร็ง,อะโวคาโด้ช่วยปกป้องผิวหน้าจากมลพิษ ผลไม้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่าลืมซื้อมาเก็บไว้ทานหลังอาหารบ้างนะคะ
หมวด: อาหารการกิน, การศึกษา, สุขภาพ, เกร็ดความรู้
วิธีที่จะช่วยให้กลิ่นน้ำหอม หอมติดตัว ตลอดทั้งวัน

วิธีที่จะช่วยให้กลิ่นน้ำหอม หอมติดตัว ตลอดทั้งวัน

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่อง ความหอมของกลิ่นตัว แต้มน้ำหอมเพียงเล็กน้อยตรงจุดชีพจรหลักๆ คือ ซอกคอหรือหลังใบหู, ข้อแขนพับทั้งสองข้าง, ข้อมือ เป็นต้น หรือเพียงแค่คุณนำสำลีก้อนเล็กๆ แต้มหรือหยดน้ำหอมลงไปเพียงเล็กน้อย แล้วใส่ไว้ในเสื้อชั้นในตรงระหว่างทรวงอก ใส่น้ำหอมลงบนผิวกายไม่ใช่บนเสื้อผ้า โดยเฉพาะผ้าไหมหรือผ้าซาติน เพราะจะทำให้ชุดเก่งของคุณเกิดคราบเหลืองได้ง่ายๆ มีอีก
หมวด: ของ, ความงาม, สุขภาพ, สาวๆ, บทความ, เกร็ดความรู้
ไปข้างบน