ความรัก
บทความความรัก ความรู้สึกดีๆ ที่ฉันมีให้…มันมากมายเกินจะเก็บเอาไว้เฉยๆ
ความรู้สึกดีๆ ที่ฉันมีให้...มันมากมายเกินจะเก็บเอาไว้เฉยๆ
เป็นความรู้สึกที่มากกว่าคนคุ้นเคย...ไม่รู้ว่าจะเอ่ยกับเธออย่างไร
ตอนแรกก็แค่ว่าทำเล่นๆ...ไม่เห็นว่ามันจะสำคัญตรงไหน
ล้อเล่น หยอกล้อ ไม่ได้คิดอะไร...คำพูดที่พูดไป ก็ไม่ได้ใส่ใจกับมัน
แต่พอมารู้ตัวเองอีกที...ก็ตอนที่รู้สึกว่ามันสุดจะเหงา
เวลาไม่เจอเธอ พูดคุยหยอกเย้า...มันเหมือนกับว่าเรา ขาดอะไรไป
มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้...มาลองคิดดูก็ไม่รู้ว่าตอนไหน
คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าทำไม...เธอเข้ามาอยู่ในหัวใจ ได้ไงกัน
ในตอนนี้รู้แต่เพียงว่า...ถ้าขาดเธอขึ้นมาแล้วจะทนไม่ไหว
ก็ไม่ว่าจะทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่...เธอต้องเข้ามากวนใจ ซะทุกที
ทำไมนะ ทำไมนะ ทำไมกัน...เธอถึงมีอิทธิพลกับฉันมากมายขนาดนี้
รู้สึกปั่นป่วนไปหมดทุกๆ นาที...ทำยังไงก็ไม่รู้สึกดีขึ้นมาเลย
ความรู้สึกดีๆ ที่ฉันมีให้...ก็แค่อยากให้เธอรับรู้เอาไว้เท่านั้น
ไม่ได้ต้องการให้เธอใส่ใจกับมัน...ขอแค่เธอเก็บมันเอาไว้บ้าง เพียงสักนิดก็พอ
แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ...ที่เธอจะเก็บเอาไว้ตรงไหนก็ได้
จะเป็นส่วนลึก ก้นบึ้งของหัวใจ...หรือว่าที่ไหนๆ ก็ตามใจเธอ
ก็ฉันไม่มีสิทธิ์ในตัวเธอสักนิด...ได้แค่คิด แต่ก็เป็นจริงไม่ได้
เพราะฉันไม่ได้เป็นคนที่เธอถูกใจ...ไม่ได้เป็นคนที่เธอจะเทใจให้ทั้งดวง
ก็ไม่ได้หวังให้เธอมาสนใจ...หรือทำอะไรให้ฉันทั้งนั้น
ขอเพียงแค่รับรู้เอาไว้ก็แล้วกัน...ว่ายังมีฉันคนนี้ที่ห่วงใยเธอ
ขอแค่เป็นส่วนหนึ่งในใจเธอ...เป็นแค่คนที่เธอนึกถึงยามอ่อนล้า
เป็นแค่คนที่เธอจะเห็นว่ามีค่า...แม้แค่ในเวลาที่เธอเหว่ว้า อ่อนแรงก็ตาม
ฉันมันก็แค่ผู้หญิงธรรมดา...ที่อาจดูไร้ค่า ไม่ค่อยจะเอาไหน
ไม่ได้สวยเลิศเลอเหมือนอย่างใครๆ...จะมีก็แค่ความจริงใจ เท่านั้นเอง
เธอเหมือนดาวที่อยู่บนฟ้า...ที่ฉันไม่อาจไขว่คว้าเธอลงมาได้
ทำได้แค่แหงนมองเธอ ทุกวันไป...แต่แค่นี้มันก็ทำให้สุขใจได้มากพอ
ก็เพียงแค่อยากให้เธอ ได้รับรู้...ว่าจะมีฉันคอยอยู่ข้างๆ เสมอ
จะสุข หรือทุกข์อย่างไร ก็จะไม่ไปไกลจากเธอ...จะคอยอยู่ข้างๆ ใจเธอเสมอ
รอเวลาที่เธอนั้นต้องการจะรับมัน....กับความรู้สึกดีๆ ที่ฉันมีให้เธอ » เว็บที่เราอ่านมา
บทความความรักน่าอ่าน… เมื่อเรารักกันแล้ว
ตั้งแต่แรกเริ่ม ครอบครัวของหญิงสาวก็กีดกั้นไม่ให้หญิงสาวคบกับชายหนุ่ม บอกว่าบ้านชายหนุ่มไม่มีฐานะเทียบเท่าบ้านเธอ ถ้าหญิงสาวไปอยู่กับชายหนุ่มก็จะต้องทนลำบากทั้งชีวิต ความกดดันจากทางบ้านทำให้หญิงสาวอารมณ์ไม่ค่อยดีเสมอ และทะเลาะกับชายหนุ่มอยู่เรื่อย หญิงสาวนั้นรักชายหนุ่มมาก เธอถามชายหนุ่มบ่อยครั้งว่า "เธอรักฉันมากขนาดไหน?" แต่ชายหนุ่มเป็นคนพูดไม่เก่ง ทำให้หญิงสาวโกรธเขาหลายครั้ง บวกกับคำพูดของพ่อแม่เธอ ยิ่งทำให้หญิงสาวอารมณ์เสียมากยิ่งขึ้น ชายหนุ่มจึงกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเธอ เขาก็ทนยอมรับอย่างเงียบๆโดยไม่ว่าหญิงสาวเลยสักคำ หลังจากนั้น ชายหนุ่มเรียนจบมหาลัยแล้ว ตัดสินใจจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ก่อนไป เขาเอ่ยปากขอแต่งงานกับหญิงสาว "ผมอาจจะเป็นคนพูดไม่เก่ง ปากไม่หวาน แต่ผมรู้ว่าผมรักคุณมาก ถ้าคุณตกลงใจยินดี ผมก็จะดูแลปกป้องคุณตลอดชีวิต สำหรับครอบครัวคุณ ผมจะพยายามทำให้พวกเขายอมรับในตัวผม แต่งงานกับผมเถอะนะ ได้ไหม?"
หญิงสาวตอบตกลงชายหนุ่ม และด้วยความพยายามของชายหนุ่ม พ่อแม่ของหญิงสาวก็ยอมรับเขา ในที่สุด ชายหนุ่มและหญิงสาวได้หมั้นกัน ก่อนที่ชายหนุ่มจะไปเมืองนอกไม่นานนัก ชายหนุ่มไปเรียนหนังสืออยู่ต่างแดนเพียงลำพัง ส่วนหญิงสาวก็คงยังอยู่ภายในประเทศ และออกมาทำงานแล้ว ชายหนุ่มไม่อาจกลับมาเยี่ยมหญิงสาวได้ เพราะเขาต้องใช้เงินอย่างประหยัด ส่วนหญิงสาวก็ไม่มีเวลาไปหาชายหนุ่มได้ ทั้งสองจึงได้แต่เพียงติดต่อกันผ่านโทรศัพท์และจดหมาย แต่ถึงกระนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็คงยังมั่นคงมิได้เปลี่ยนแปลงสักนิด วันหนึ่ง หญิงสาวออกจากบ้านไปทำงานตามปกติ ระหว่างทางที่เดินไปสู่ป้ายรถเมลล์ มีรถคันหนึ่งได้พุ่งตรงเข้าหาเธอ............ เมื่อหญิงสาวฟื้นขึ้นมา เธอเห็นพ่อแม่อยู่ข้างเตียง ถึงเพิ่งรู้ว่าเธอประสบอุบัติเหตุและบาดเจ็บสาหัส โชคยังดีที่ว่าไม่ถึงกับชีวิต หญิงสาวเห็นพ่อแม่เธอร้องไห้โศกเศร้าไม่หยุด จึงเอ่ยปากคิดจะปลอบโยนพวกเขา แต่เธอได้พบว่า... เธอพูดอะไรออกมาไม่ได้เลยสักคำ เธอพยายามที่จะเปล่งเสียงออกมาให้ได้ แต่ก็ทำได้แค่มีเสียงคล้ายเสียงหอบเท่านั้น หญิงสาวกลายเป็นใบ้ไปเสียแล้ว... หมอบอกว่าเพราะอุบัติเหตุครั้งนี้ หญิงสาวนอกจากบาดเจ็บที่ขาแล้ว สมองยังถูกกระทบกระเทือน เพราะฉะนั้นหญิงสาวจะพูดอะไรไม่ได้อีกเลยชั่วชีวิต หญิงสาวได้แต่รับฟังคำปลอบโยนของพ่อแม่เธอ แต่เธอไม่สามารถที่จะตอบอะไรได้เลย หญิงสาวสิ้นหวังแล้ว... หญิงสาวได้แต่ร้องไห้ไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน... หลังจากนั้น หญิงสาวออกจากโรงพยาบาลและพักอยู่ที่บ้าน ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังเป็นเช่นเดิม มีแต่เพียงเสียงโทรศัพท์ในห้องเธอ กลายเป็นฝันร้ายที่มาทรมานเธอ แต่ละครั้งที่เสียงโทรศัพท์ดัง เป็นเหมือนดังมีดคมทิ่มแทงเข้าไปในใจเธอ ความทรมานที่เธอต้องทนรับก็ไม่อาจจะบอกให้ชายหนุ่มรู้ได้ เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงของเขา จึงเขียนจดหมายบอกชายหนุ่มว่าเธอไม่อยากจะรอเขาอีกต่อไป เธอกับเขาจบสิ้นกันแล้ว และเธอก็ส่งแหวนหมั้นกลับไปให้เขาด้วย หญิงสาวไม่รู้จะทำอย่างไรได้ กับจดหมายและโทรศัพท์ของชายหนุ่มที่มีมาไม่ขาด เธอได้แต่น้ำตาไหลรินเต็มหน้าทุกวัน
พ่อของหญิงสาวไม่อาจทนเห็นเธอต้องทนทรมานเช่นนี้อีกต่อไป จึงตัดสินใจย้ายบ้าน หวังอยากให้หญิงสาวลืมความทุกข์นั้นและอยู่อย่างมีความสุขมากกว่านี้ เมื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมแล้ว หญิงสาวก็ดีขึ้นหน่อย เธอค่อยๆหัดเรียนใช้ภาษามือแทนคำพูด ทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มต้นใหม่ เธอบอกกับตัวเองเสมอว่าให้ลืมชายหนุ่มเสีย วันหนึ่ง เพื่อนสนิทของหญิงสาวบอกกับเธอว่า ชายหนุ่มกลับมาแล้ว และออกตามหาเธอไปทั่ว หญิงสาวขอร้องเพื่อนเธอว่า อย่าบอกเรื่องของเธอให้ชายหนุ่มรู้ เรียกให้เขาลืมเธอเสีย หลังจากนั้น เธอก็ไม่ได้รับรู้ข่าวคราวของชายหนุ่มอีกเลย เวลาผ่านไปได้ปีกว่า เพื่อนของหญิงสาวมาบอกกับเธออีกว่า ชายหนุ่มจะแต่งงานแล้วและขอร้องให้เธอเอาการ์ดแต่งงานมาให้หญิงสาว หญิงสาวได้รับฟังแล้วก็เศร้าใจมาก เธอเปิดการ์ดนั้นด้วยมือสั่น แต่กลับเห็นชื่อเธอเองบนการ์ดใบนั้น เมื่อหญิงสาวกำลังจะถามเพื่อน ชายหนุ่มก็มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเธอ ใช้ภาษามือที่แข็งกระด้างบอกกับหญิงสาวว่า
"ผมใช้เวลาปีกว่าที่ผ่านมา บังคับให้ตัวเองหัดใช้ภาษามือให้ได้ เพื่อที่จะบอกกับคุณว่า ผมไม่เคยได้ลืมสัญญาระหว่างเราสองคนเลย โปรดให้โอกาสผมได้เป็นเสียงให้แทนคุณ ผม-รัก-คุณ"
กลอนบอกรัก เธอยังจำได้ไหม…. ที่ฉันบอกรักไปในวันนั้น
เธอยังจำได้ไหม.... ที่ฉันบอกรักไปในวันนั้น
แล้วก็มองกันไม่ติดเลยสักวัน แทบจะไม่ได้คุยกันเลยสักที
อยากบอกว่าขอโทษ...
เธอจะโกรธก็ได้ในตอนนี้ แค่อยากให้รู้ในสิ่งที่บอกออกไป คนดี
มันมาจากหัวใจดวงนี้
ที่พร้อมรักเธอทุกนาที ที่หายใจ...
บางที ความรัก ก็ไม่สมหวัง ทุกครั้งไป จริงไหมคะ ^-^
วางตัวอย่างไร… เมื่อมีรักในที่ทำงาน (บทความ)
ใจร้อนระวังรักคุด หากสาวออฟฟิศคนไหนโดนหนุ่มสุดหล่อหว่านเสน่ห์เข้าใส่ อย่าหลงใจอ่อนเชียวหละ ผู้ชายสมัยนี้ไว้ใจได้เสียที่ไหน แอบเก็บกิ๊กเอาไว้เยอะ พวกนิยมไม้ป่าเดียวกันก็แยะ ดังนั้น คุณอย่าเพิ่งใจร้อนไป ใช่ว่ารักในออฟฟิศจะยั่งยืนเสมอไป ค่อย ๆ ศึกษานิสัยใจคอกันให้รอบคอบ แล้วจะคบกันก็ยังไม่สาย เพราะรักจะยาวนานหรือสั้นกุดก็ขึ้นอยู่กับความยาวนานของทั้งคู่นั่นแหละ ไม่ได้รักกันหวังควงกันเล่น ๆ เพราะขืนเป็นอย่างนั้นคงไม่รอดหรอกค่ะ
อย่าออกนอกหน้าเกินเหตุ มีคู่รักทำงานสายเดียวกันใช่ว่าจะดีเสมอไปนะคะ ถ้ามัวแต่มานั่งส่งสายตาหวานเยิ้ม เอาอกเอาใจจนออกนอกหน้า จะทำให้เพื่อนร่วมวงานหมั่นไส้ได้นะคะ ยิ่งเขามีตำแหน่งเป็นถึงผู้บังคับบัญชาแล้วด้วยละก็ รับรองได้ว่าลูกน้องคนอื่นคงพาลกันพาน้อยใจกันทั้งออฟฟิศและที่แย่ไปกว่า นั้นอาจจะขาดสมาธิในการทำงาน เพราะความใกล้ชิดมันชวนอยากให้ทำอย่างอื่นมากกว่าทำงานนี่นา
ตำแหน่งเปลี่ยน ใจเลยเปลี่ยนคบกันมาตั้งนานจากตอนแรกมีตำแหน่งหน้าที่เท่าเทียมกันนี่แหละ แต่ถ้าจู่ ๆ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลื่อนตำแหน่ง ก็หวังว่าคนที่ได้เลื่อนขั้นคงไม่วางฟอร์มว่าข้านี่เจ๋ง เหนือกว่าแฟนแล้วกันค่ะ หากไม่ขี้โอ่ หรือทำตัวเวอร์เกินเหตุความรักก็คงราบรื่น เว้นแต่เสียว่ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำตัวเปลี่ยนไปจากเดิม แล้วจะให้รักจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งได้อย่างไรล่ะค่ะ
เรื่องนี้ต้องขยาย เข้ากลุ่มเพื่อนทีไรเผลอคุยฟุ้งเรื่องแฟนตัวเองทุกที ยิ่งแอลลกอฮอล์เข้าปากด้วยแล้ว ความลับที่ว่าสุดยอดแค่ไหนก็ออกมาได้หมด หากคนที่เขาฟังไม่นำไปเล่าต่อถือว่าโชคดี แต่อย่าลืมว่าคนบางพวกชอบเรื่องซุบซิบเป็นที่สุด ขอให้นินทาลับหลังไว้ก่อน ถือว่าเป็นความสุขของเขาเลยล่ะสาว ๆ ก็ลองนึกดูนะคะว่าเรื่องส่วนตัวควรพูดมากน้อยแค่ไหนถึงจะไม่ทำให้ตัวเอง เสียหาย
เลิฟซีนผิดที่ ซวยไม่รู้ตัว เห็นคนอื่นแสดงความรักกันมันช่างน่าอิจฉาเสียจริง แต่ถ้าฉวยโอกาศเลิฟซีนไม่รู้จักกาละเทศะ ระวังเถอะ ใครจะเจอเข้าถูกเมาทไม่เลิก โดนกระหน่ำเมาท์อย่างเดียวยังพอทนได้แต่ถ้าโดนใส่สีตีไข่ด้วยนี่สิ คงวิ่งไปตลาดหาปี๊บมาคลุมหัวแทบไม่ทัน ยังไง ๆ ทางที่ดีแสดงบทรักกันสองต่อสองในที่ลับตาคนจะดีกว่าเป็นไหน ๆ นะคะ
ระวังตัวให้ดี เดี๋ยวนีเทคโนโลยีไฮเทคไปถึงไหน มีคอมพิวเตอร์ไว้ทำงานอย่างเดียวไม่พอ ต้องส่งอีเมลรักถึงกันด้วยถึงจะคุ้ม แต่ระวังข้อมูลจะรั่วเข้าสักวันนะคะ หากบริษัทไหนไม่ชอบแล้วคุณยังประดิษฐ์คำหวาน ๆ พิมพ์หากันอยู่ จนมองไม่เห็นเจ้านายที่แอบมองอยู่ข้างหลัง จนเป็นเรื่องได้
ลำเอียงมากไปไม่ดีนะ เป็นเรื่องธรรมดาที่คู่รักจะซึมซับความรู้สึกเข้าใจความคิดของกันและกัน จึงมักจะเกิดปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งงในการทำงาน แม้เขาเป้นหวานใจกันก็อดที่จะเข้าข้วงกันไม่ได้หรอก แต่ควรแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ให้มาปนกันเวลาควรตั้งหน้าตั้งตา ทำงานแบบคนเป็นมืออาชีพ อย่าให้ความสัมพันธ์มาเป็นอุปสรรคต่องาน ต้องว่ากันไปตามเหตุผลอย่างตัดสินใจลำเอียงเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นคุณจะหมดความน่าเชื่อถือไปโดยปริยาย
สานสัมพันธ์ทั้งงานทั้งความรัก ถ้าต้นรักของคุณออกดอกผลิบานสวยงาม ทั้งคู่ไปกันได้สวยทั้งการงานและความรัก ขอแนะนำให้เดินหน้าลุยไปเลยค่ะ สวรรค์สร้างมาให้เป็นคู่แท้กันแล้ว ก็อย่ากลัวที่จะขยับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ไม่ได้ทำเรื่องเสียหายนี่ค่ะ ความรักก็ดีการงานก็เยี่ยมใครจะมาว่า มีแต่อิจฉาตาร้อนผ่าว ๆ จนต้องเอาน้ำแข็งประคบตากันเป็นแถว ๆ แบ่งเวลาความรักได้ดีอย่างนี้รุ่งแน่
ที่ทำงาน...ไม่ใช่ที่บ้าน เข้าใจนะคะว่ารักกันก็อยากแสดงความรักหยอกล้อกัน แต่ยังไงก็ควรแคร์สายตาคนอื่นบ้าง ไม่ใช่ถือคติที่ว่ารักแล้วต้องแสดงออก ถ้าอยากจะแสดงออกก็ควรไปในที่ส่วนตัว ไม่ใช่มาหวานกันจนมดกัดท่ามกลางสายตาเพื่อนร่วมงาน เพราะคุณกับหวานใจก็เป็นพนักงานคนหนึ่งในบริษัท ก็ควรปฏิบัติให้เหมือนเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ในเวลางานคงไม่เหมาะที่จะเรียกหวานใจว่าที่รักอาจจะโดนเขม่นเอาได้
ของเขาไม่ใช่ของเรา แอบรักคนมีเจ้าของมันผิดศีลข้อ 3 นะคะ ยิ่งเป็นคนในที่ทำงานยิ่งแล้วใหญ่ ขืนไปยุ่งกับคนมีเจ้าของมีลูกมีเมียแล้วล่ะก็ เห็นทีอนาคตการงานริบหรี่แน่ พานแต่จะโดนเพื่อนร่วมงานรังเกียจประณามหยามเยียดว่าคุณเป็นคนไม่รู้จัก ชั่วดี ชอบแย่งของของชาวบ้าน ต่อไปคงไม่มีใครอยากจะร่วมเสวนาด้วย เสียทั้งชื่อเสียง เสียทั้งงาน คุ้มกันซะที่ไหน ทางที่ดีอยู่ห่าง ๆ คนที่มีคู่แล้วดีกว่าค่ะ
มีความรักไม่ใช่สิ่งผิด แต่ถ้ามีความรักผิดที่แล้วหล่ะก็ ... เสียทั้งงาน ทั้งคนรัก ... ไม่รู้ด้วยนะคะ ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
กำลังใจให้คนที่คิดว่า “ไม่มีหวัง… ”
เพื่อนหลายคนชอบถามผมว่า ผมชนะใจเธอได้ยังไง
"เธอ"หมายถึงภรรยาของผม
ผมเรียนหนังสือห้องเดียวกับเธอตอนชั้นมัธยม เราต่างกันราวฟ้ากับดิน
ผมไม่หล่อ เรียนหนังสือไม่เอาไหน เป็นนักฟุตบอลโรงเรียนที่ไม่มีอะไรเด่น เธอเป็นนักเรียนเรียนดี เรียบร้อย หน้าตาดูดี
ผมนั่งดูเธอรับรางวัลเรียนดีปีแล้วปีเล่า ในขณะที่ผมต้องลุ้นทุกปีว่าผมจะสอบผ่านหมดไหม
ผมรู้ว่าผมไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลย แต่เธอไม่เคยรังเกียจหรือดูหมิ่นผม
ผมคุยด้วย เธอก็คุย ถามคำ เธอตอบคำ
ผมเฝ้ามองเธออยู่เป็นปีปี จนบอกกับตัวเองและเพื่อนทีมฟุตบอลว่า ผมแน่ใจว่าชอบเธอ เพื่อนๆบอกว่า หมามองจรวด
ผมไม่สนใจ วาเลนไทน์ปีนั้น ผมให้กุหลาบและเขียนการ์ดสั้นๆว่า "ผมชอบคุณ"
หลังวาเลนไทน์คราวนั้น เธอยังทำตัวปรกติ ไม่ได้แสดงอารมณ์พิเศษกับผม
ผมคุยด้วย เธอก็คุย เรียบๆเหมือนเคย ผมไม่ท้อถอย ตอนเช้าไปรับเธอหน้าประตูโรงเรียน
ตอนเย็นไปส่งเธอขึ้นรถกลับบ้านทุกวัน โทรศัพท์ถึงเธอตรงเวลาทุกคืน
ไม่ได้คุยอะไรมากมาย เพียงจะบอกราตรีสวัสดิ์ จบมัธยม เราแยกย้ายกันไปเรียนมหาลัย
ผมยังติดต่อเธอสม่ำเสมอ เมื่อคิดถึง ผมไปหาเธอที่บ้าน ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนด้วยกัน
เธอบอกว่าไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วง ผมไม่เคยโต้แย้ง
ตลอดเวลาร่วม10ปี ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้บ่งบอกว่าเราเป็นแฟนกัน เราคุยกัน ถามทุกข์สุขกัน รู้ความเป็นไปของกันและกัน
ผมบอกจริงๆว่า ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าจะชนะใจเธอไหม ทุกอย่างที่ผมทำให้เธอ เพราะใจผมอยากทำ เธอเองไม่ได้แสดงอาการมีใจให้ผมเห็น แต่ก็ไม่เคยรังเกียจ คุยกับผมตลอด
ผมรู้ว่า จะถอย ต่อเมื่อเธอตัดสินใจกับใครไปแล้วเท่านั้น จนเมื่อจบมหาลัย ทำงานแล้ว
ผมจึงมีโอกาสชวนเธอไปกินข้าว คุยกันบ้าง ผมถามเธอว่า ความสัมพันธ์ของเรา จะมีโอกาสเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นแฟนไหม เธอตอบผมว่า เธอคุยกับผมมา10ปี ไม่ใช่เธอให้โอกาสผมมาตลอดหรือ
นับแต่วันนั้น เธอยังคงนิ่งๆ แต่ผมรู้ว่าผมมีโอกาส อีก3ปีต่อมา เราก็แต่งงานกัน
ผมถามเธอว่า ทำไมถึงเลือกผม เธอมีคนให้เลือกอีกหลายคน เราต่างกันหลายอย่าง ผมหลงใหลกีฬา เธอไม่สนใจเลย
ผมไม่อ่านหนังสือ เธออ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า ผมเฮฮากับคนหมู่มากได้ดี เธอสนุกตามมารยาท เธอตอบผมว่า นิสัยที่ต่างกัน มันปรับเข้าหากันได้ แต่ผมเป็นคนที่รักเธออย่างที่เธอเป็น จริงใจกับเธอเสมอมา ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเธอ ทำสิ่งดีดีให้เธอมาตลอด
ทุกวันนี้ ผมมีความสุขอยู่กับเธอ
ผมเล่าเรื่องนี้ เพื่อให้กำลังใจ ทุกคนที่คิดว่า "ไม่มีหวัง" จงจริงใจกับคนรักของคุณเถอะ ผมเชื่อว่า สิ่งดีดีจะเกิดกับคุณ » เว็บที่เราอ่านมา
ความรักคืออะไร … คนที่กล้าหาญเท่านั้นที่จะรู้ว่า “ความรัก” คืออะไร
คนที่กล้าหาญเท่านั้นที่จะรู้ว่า "ความรัก" คืออะไร
คนกล้าหาญที่พร้อมจะเผชิญกับความผิดหวัง ความรักไม่ใช่ความสำเร็จในความรัก จึงไม่ต้องการนิยามหรือเงื่อนไขใดๆ ความรู้สึกที่อยู่ในใจต่างหาก ที่จะเป็นสิ่งกำหนดว่าจะต้องผ่านอะไรไปให้ได้เพื่อที่จะได้รัก
ความรักจะเป็นแรงผลัก ให้สร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับโลก
ความรักจะสอนให้รู้จักความอดทนและเสียสละ
จะสอนให้รู้ซึ้งกับการมีชีวิตอย่างมีค่ายิ่งกว่าบทเรียนใดๆ
ความรักจะบอกว่า การอยู่เพี่อรักใครสักคนนั้น...
เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ที่สามารถทำให้ตัวตนของคนผงาดขึ้น ทัดเทียมกับทุกคนบนโลกใบนี้
ความรักเป็นเรียวแรงของชีวิตและทำให้โลกหมุน เป็นตัวสำคัญที่ทำให้ หัวใจเคลื่อนไหว มีแรงผลักดันปัญหาออกไปได้
ความรักที่แท้จริง... จะบริสุทธิ์ ไม่คาดหวังไม่ถือสา ความสุขจะเป็นละอองไอปลิวไปในอากาศ เหมือนสายลมอ่อนที่มองไม่เห็นแต่ก็เย็นสบาย
รักเถอะ...กล้าที่จะรัก เพราะรักนั้นจะเต็มคุณค่า... สำหรับคนพร้อมจะเจอกับทุกๆอย่างเท่านั้น หากไม่กล้าสูญเสีย...ก็ไม่มีวันได้รู้จักการครอบครอง
เพราะบางที... ความรักก็อาจไม่ได้เป็นเรื่องของคนสองคน เมื่อหัวใจคนอื่นบังคับไม่ได้...
ก็ไม่จำเป็นต้องบังคับหัวใจตัวเอง สักนาทีที่ได้รักใครสักคนอย่างแท้จริงนั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะบอกเล่าให้กันฟังได
แม้ที่สุดแล้ว...จะไม่ได้อะไรตอบแทน... แต่อย่างน้อยวันคืนที่เล็กน้อยเหล่านั้น... ก็จะสร้างความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ตลอดไป
บทความดีๆน่าอ่าน จดหมาย… ถึงความรัก
สวัสดี….ความรัก
ความจริงการเขียนจดหมายถึงเธอ ก็เปรียบเหมือนเขียนจดหมายถึงคนที่ไม่รู้จักกันดีนัก
โดยเฉพาะกับเธอด้วยแล้ว เวลาเห็นจดหมายฉบับนี้ก็คงงงมากเลย แน่นอนแหละ ก็เธอไม่เคยแม้แต่จะแวะมาทักทายกับฉันเลยนี่ ผิดกับฉัน....ที่เฝ้าวิ่งตามเธอเพื่อหวังที่จะได้ทำความรู้จักกับเธอสักครั้งหนึ่ง
ก็มีแต่เธอนั่นแหละที่เหมือนจะวิ่งหนีฉัน ไม่ยอมแม้กระทั่งหันมามามองคนอย่างฉันเลย
ฉันเหนื่อยมากนะกับการวิ่งตามเธอ เหนื่อย...จนบางครั้งอยากจะหยุด
หยุด...เพียงเพื่อหวังว่าเธอจะหันมาเห็นใจคนอย่างฉันบ้าง…......
...........แต่เปล่าเลย เธอกลับวางเฉย ไม่สนใจฉันเหมือนเคย............
ฉันจึงได้รู้จักเธอแต่เพียงฝ่ายเดียว ฉันไม่เข้าใจเธอเลย ทำไม...เธอจึงเมินเฉยกับฉันนัก
ฉันจำได้ว่า ฉันไม่เคยมองเธอในแง่ลบเลย ฉันมองเธอด้วยความชื่นชมเสมอ
เธอคือสิ่งสวยงามที่สุด ที่ใครๆ ก็อยากได้รู้จักกับเธอ มีหลายต่อหลายคนได้รู้จักกับเธอ
คนเหล่านั้นพูดถึงเธอไว้มากมาย ..... บ้างก็ว่าเธอช่างแสนดี ทำให้ชีวิตของเค้ามีค่า
.....แต่บางคนก็ว่าเธอคือสิ่งที่ทำลายชีวิตเค้าทั้งชีวิต ฉันไม่เคยเชื่อใคร.........
ฉันรอว่าสักวันหนึ่งฉันจะต้องรู้จักกับเธอด้วยตนเองให้ได้
มีบางครั้ง....ที่ฉันได้เข้าใกล้เธอ
แต่นั่น....ก็เป็นเพียงฉันคิดไปเองเท่านั้น คิดว่าเธอหยุดรอฉัน ........
เปล่าเลยเธอยังคงห่างไกลจากฉันอยู่......เหลือเกิน
บางทีฉันก็แปลกใจนะ ........ ว่าทำไมกับคนที่เห็นความสำคัญของความรักอย่างฉัน
เธอกลับทำเหมือนมองไม่เห็น มองข้ามอยู่ตลอดเวลา
แต่กับคนบางคนที่เค้าไม่อยากแม้แต่จะหยุดทักทายเธอ ทำความรู้จักกับเธอ
เธอกลับอยากรู้จักกับเค้านักหนา พยายามให้เค้าได้รู้จักในตัวตนของเธอ
ซ้ำบางครั้งเค้าเอ่ยปากไล่เธอไปให้พ้น ..... แต่เธอก็คงอยู่กับเค้า
ยังคงให้ความสนิทสนมกับเค้าครั้งแล้ว...ครั้งเล่า
….......แต่กับฉันเธอกลับวางเฉยได้อย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ เลย
ฉันมันไม่คู่ควรได้รู้จักกับเธอ…..... ฉันอยากรู้จริงๆ เลยว่าเธอใช้อะไรเป็นเครื่องวัดล่ะ
ว่าใครควรได้รู้จักกับเธอ แล้วฉันคนนี้ล่ะ....จะต้องทำอะไร....อีกสักเท่าไหร่
ฉันจะต้องวิ่งตามเธออีกนานแค่ไหน ฉันน่ะไม่หวังที่จะได้คำตอบจากเธอหรอก
เพียงแค่อยากจะบอกให้เธอรู้ไว้เท่านั้นเอง ว่า…. ยังมีคนอีกคนหนึ่งนะที่เฝ้าจะได้รู้จักกับเธอ
ก็แค่เตือนเธอเท่านั้นเอง เผื่อบางทีในบัญชีรายชื่อของเธออาจจะตกชื่อของฉันไปก็ได้นะ
อยากรู้จักกับเธอมากที่สุด
ปล.วันได้ที่ฉันหยุดวิ่งตามเธอ หวังไว้เธอคงหันมาสนใจทักทายฉันบ้าง
และวันใดที่ฉันได้รู้จักกับเธอ
วันนั้นฉันจะเขียนจดหมายพร้อมของขวัญกล่องใหญ่ไปให้นะจ๊ะ
จากคนที่เฝ้อคอย..................ความรัก
วิธีบอกรักแม่ แบบง่ายๆ 10 ข้อ
ตอนกลับบ้านไปหาเเม่ กอดแม่ซะ อย่างน้อยการกอดก็ทำให้เรา และคนที่ถูกเรากอดอบอุ่น และเเม่รับรู้ได้ว่าเรารักแม่มากแค่ไหน และเมื่อจะกลับ อย่าขอเงินจากแม่เด็ดขาด ถ้าเเม่ถามว่าขาดเหลืออะไรไหม ให้บอกไปว่าเรามี แม่ก็มีทุกอย่างไม่ขาดอะไรแล้ว
เวลาที่อยู่กับแม่ เเม้ว่าทุกวันเราจะทะเลาะกับเเม่บ่อยๆ วันเเม่ปีนี้ ห้เลี่ยงสักวัน แม้ว่ามันเป็นกิจวัตรก็ตาม
เวลาจะนอน คืนนั้นขอนอนกับเเม่สักคืน ถ้าเขินก็บอกเเม่ว่าบังเอิญเกิดกลัวการนอนคนเดียวขึ้นมา
กินกับข้าวฝีมือเเม่ และบอกแม่ว่ากับข้าววันนี้อร่อยจัง
หอมแก้มเเม่เราสักฟอด มันอาจเป็นเรื่องที่เราเคอะเขิน เเต่มันไม่ทุกวันที่เราจะหาโอกาสทำได้
แกล้งส่งข้อความให้เเม่ ทั้งที่เราอยู่ข้างๆ แม่นั่นแหละ
พยายามช่วยทำกิจกรรมของครอบครัว ที่แม่ต้องทำให้มากๆ เช่น เข้าครัว หรือทำงานบ้าน
ในกรณีที่กลับบ้านไม่ได้ เพราะความห่างไกลในความเจริญ โทรหาเเม่ซะ และโทรคุยนานกว่าปกติ ไม่คุยเรื่องเงิน เรื่องเรียน เรื่องเครียด ยังไงซะคุยกับแฟนไว้ตอนโปรโมชั่นโบนัสก็ได้ และไม่ต้องเสียดายเงินน่ะ คุยกับเเม่เราเอง
ในวันคล้ายวันเกิดของเรา โทรขอบคุณเเม่สักคำก็ยังดี หรือให้ดีกว่านี้โทรคุยกับเเม่นานๆ
บอกรักแม่ เเละแสดงความรักได้ทุกรูปแบบที่เราถนัด ที่สำคัญจำไว้ว่าเรามีเเม่ทุกวัน ไม่ใช่มีเเค่วันเเม่วันเดียวเท่านั้น ที่เรามีเเม่ เพียงเเต่ในวันนี้เราสามารถทำให้เเม่ในสิ่งที่ไม่เคยทำได้
ถ้าทำได้ไม่หมด เลือกทำอย่างน้อย 1 ข้อนะคะ เพื่อแม่ของเราเองค่ะ ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
บทความรักสอนใจ ความรักเริ่มจากความคิด…
ความรักเริ่มจากความคิด เพราะ ความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก บางที.. ความรักอาจทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงความคิดไปจากเดิม อาจทำให้คนเราต้องปรับปรุงในสิ่งที่เคยทำ เพียงเพื่อให้เข้ากับใครอีกคน
ความรักทำให้เกิดความเคารพ ศรัทธา คุณจะไม่สามารถรักใครได้ ถ้าไม่รู้สึกเชื่อมั่นเสียก่อน และคนแรกที่คุณต้องศรัทธาเชื่อมั่น ก็คือตัวเอง
ความรักคือการให้ ถ้าคุณต้องการที่จะได้ความรัก สิ่ง ที่คุณต้องทำก็คือการให้ ยิ่งให้.. คุณก็จะยิ่งได้รับสูตรลับของความสุขและทำให้มิตรภาพยืนยาวที่คุณควรจะจำเอา ไว้เสมอก็คือ อย่าถามว่าคนอื่นให้อะไรคุณบ้าง แต่ให้ถามว่าคุณทำอะไรให้คนอื่นบ้างจะดีกว่า
ในความรักมีมิตรภาพซ่อนอยู่ อยาก ได้รักแท้ ก็ต้องหาเพื่อนแท้ให้ได้เสียก่อน การจะรักกันได้ไม่ใช่แค่มองตา แต่อยู่ที่ว่า.. ต่างคนต่างมีอะไรที่ตรงกันหรือเปล่าหากจะรักใครอย่างจริงใจ คุณควรจะรักในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่แค่ภาพที่คุณเห็น มิตรภาพก็เหมือนกับปุ๋ยที่ช่วยทำให้ความรักเบ่งบานเติบโตทุก ๆ วันนั่นเอง
การสัมผัส ช่วยสานต่อความรักให้ดีขึ้น เคย รู้สึกดีใช่มั้ยเวลาที่มีใครโอบไหล่หรือกอดคุณ? การสัมผัส จึงเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีพลัง และช่วยทลายกำแพงแห่งความชิงชังไม่เข้าใจได้อีกด้วย น่าแปลกที่การสัมผัสสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์ และท่าทีที่แข็งกร้าวให้เบาบางลงได้
อยากรักต้องรู้จักปลดปล่อย ถ้า คุณรักใครจงปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้างเพราะคุณเองคงรู้สึกอึดอัด ถ้ามีใครมาล่ามโซ่คุณ ดังนั้น.. จงเรียนรู้ที่จะให้อภัยและลืมอดีตที่ไม่ดี เรียนรู้ที่จะปลดปล่อยความกลัวภายในใจเรียนรู้ที่จะยุติธรรมและลดทิฐิ รวมถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ลงบ้าง ลองบอกตัวเองว่า.. นับแต่นี้ คุณจะทิ้งความกลัวทั้งหมด แล้วอดีตจะไม่มีผลอะไรต่อตัวคุณได้.. นับจากวันนี้ไป คุณก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที
ชีวิตจะเปลี่ยนไป เมื่อ เราเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กว้างและซื่อสัตย์ต่อกัน รวมถึง คุยกับคนรักอย่างเปิดเผย และกล้าที่จะพูดถ้อยคำวิเศษว่า "ฉันรักเธอ" โดยไม่ปล่อยให้โอกาสดี ๆ หลุดลอยไป คุณควรจะบอกรักก่อนจากกันทุกครั้งเสมอ เพราะบางที นั่นอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะพบกัน!
แก่นแท้ของความรัก คือการไว้ใจกัน ถ้า คุณไม่เชื่อใจกัน ใครคนหนึ่งจะรู้สึกระแวง กังวล และหวาดหวั่น ขณะที่อีกคนรู้สึกอึดอัดใจ ที่สำคัญ.. คุณไม่อาจรักใครจริง ๆ ได้ ถ้าคุณไม่ไว้ใจเขาคนนั้นอย่างแท้จริง
ถ้าอยากมีความรักที่ดี ต้องรู้จักการให้ ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
สัญญาณอันตราย 10 ข้อ… ทำร้ายชีวิตแต่งงาน
การเงินเริ่มมีปัญหา อาจเกิดปัญหาเงินชักหน้าไม่ถึงหลังขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็น หรือรายรับรายจ่ายหายไปอย่างผิดสังเกต สาเหตุของปัญหาทางการเงินอาจมาจาก การหลงผิดไปเสี่ยงโชค-ซื้อล็อตเตอรี่-เล่นการพนัน-ติดยาเสพติด-การมีบ้าน เล็กบ้านน้อย ซึ่งสาเหตุต่างๆ เหล่านี้ล้วนอันตรายต่อชีวิตแต่งงานทั้งสิ้น
เริ่มรู้สึกว่าไม่เจอกันก็ดี ไม่ว่าจะเป็นการแยกห้องนอน แยกกันทำกิจกรรม ต่างคนต่างไป ตัวใครตัวมัน ทานข้าวไม่รอ เข้านอนไม่เรียก ส่งผลให้ระยะห่างระหว่างสามีภรรยาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ชีวิตคู่สงบขึ้นเมื่อคุณสองคน "หยุดพูดกัน" มนุษย์หากจะใช้ชีวิตร่วมกันก็ต้องมีจุดที่สามารถแบ่งปันเรื่องราว หรือทำความเข้าใจกันได้ หากคู่สามีภรรยาคู่ใดเริ่มต้นบทสนทนากันแล้วจบลงที่การเกิดสงครามกลางเมือง บ่อย ๆ มันก็ไม่แปลกที่จะทำให้ต่างฝ่ายต่างเข็ดขยาดกับการบอกเล่าเรื่องราวให้คน ข้าง ๆ ฟังในครั้งต่อไป นั่นอาจทำให้การใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเพียงการเดินอยู่ภายในบ้านเดียวกัน ดูทีวีในบ้านหลังเดียวกันก็เป็นได้
ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดบ้างานจนเกินพอดี การทำงานอย่างหนักเพื่อผลตอบแทนสูง ๆ ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมองได้ว่า ผู้ที่ทำเช่นนั้นเพราะต้องการสร้างครอบครัวให้มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง อย่างไรก็ดี ในกรณีของคนที่มีคู่ชีวิตบ้างาน จะมีสัญญาณอย่างหนึ่งที่บอกให้ทราบว่า เขาหรือเธอกำลังแสดงออกว่า "บ้านงาน" เพียงเพราะต้องการหลีกเลี่ยง ไม่อยากกลับบ้านมาเจอหน้าคุณหรือเปล่า เพราะคนเรา สถานที่ใดอยู่แล้วไม่สบายใจ คับอกคับใจ ก็มักจะอยู่ได้ยาก และใช้เวลากับสถานที่นั้น ๆ น้อยลงทุกที แล้วถ้าหากที่แห่งนั้นคือบ้านด้วยล่ะก็ ยิ่งเป็นสัญญาณไม่ดีเข้าไปใหญ่
วันเกิด-วันครบรอบไม่มีความสำคัญอีกต่อไป คนที่แต่งงานกัน การให้ความสำคัญกับวันเกิดหรือวันครบรอบต่าง ๆ เป็นสิ่งจำเป็น เพราะมันบ่งบอกว่า เรายังให้ความสำคัญกับคนข้างกายอยู่หรือไม่ การลืมวันสำคัญเหล่านี้ในบางปีอาจไม่มีปัญหา แต่ถ้ามันไม่ได้รับการหยิบยกขึ้นมาเลยตลอดชีวิตการแต่งงานก็เป็นสัญญาณว่า ชีวิตคู่ของคุณนั้นเริ่มเข้าสู่ช่วงอันตรายแล้ว
โกหกซ้ำซาก
เริ่มเห็นหญ้าบ้านอื่นเขียวกว่าหญ้าบ้านตัวเอง หรือก็คือเห็นคนอื่นดีกว่า น่าดึงดูดใจกว่าคนที่บ้าน นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณพร้อมจะเริ่มต้นสานสัมพันธ์กับคนอื่นคนนั้นเสียแล้ว
ใช้เวลากับเพื่อนมากกว่าสามีหรือภรรยา
การโต้เถียงเกิดขึ้นทุกวัน การทะเลาะกัน อีกนัยหนึ่งก็หมายถึงคุณกำลังส่งสัญญาณว่าคุณอยากเป็นฝ่ายชนะมากกว่าการจะหา ทางเดินไปด้วยกันสองคนเหมือนเช่นแต่ก่อน และยิ่งทะเลาะกันบ่อย ๆ ก็ยิ่งไม่ดีต่อความสัมพันธ์ เพราะวันหนึ่งหากอีกฝ่ายไม่ยอมคุณอีกต่อไป ชีวิตคู่ที่สร้างมาก็คงต้องจบลงที่การพ่ายแพ้ของทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหลุดคำว่า "หย่า" ออกมา เป็นคำที่ไม่ควรหลุดออกมา หากยังไม่มีการคิดอย่างถี่ถ้วน เพราะทันทีเอ่ยปากขอ "หย่า" หรือ "เลิก" ชีวิตแต่งงานหลังจากนี้ของคุณสองคนจะหาความสุขได้ยาก และอาจกลับมาดีดังเดิมไม่ได้
อย่าลืมรักกัน ให้เหมือนกับวันแรก ที่เราเจอกันนะคะ ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด:
ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความความรัก, บทความรัก, บทความสอนใจ, เรื่องสอนใจ, เรื่องน่ารู้, แม่บ้าน
บทความดีๆ คนบางคนเอา “ความรัก” เป็นเครื่องต่อรองการใช้ชีวิต…
คน บางคนเอา "ความรัก" เป็นเครื่องต่อรองการใช้ชีวิต หมดความรัก ชีวิตก็หมดความหมาย
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ใช้ชีวิตมาได้ ดิบดี ไม่มีปัญหาอะไร พอเจอความรัก ก็หน่วงเหนี่ยวมาเป็นสมบัติของตัวเอง มอบชีวิตทั้งชีวิต ให้ตกอยู่ในความดูแลของความรัก
และเมื่อวันหนึ่งที่เขา เดินจากไป ก็กลับมองเห็นว่า . . . เขาเอาความรักนั้นไปด้วย เหมือนเขาเอาชีวิตเราไปด้วย แล้วร่างกายของเราจะอยู่อย่างไร . . . เมื่อ โดนขโมยวิญญาณและชีวิตไป
เธอคงลืม ไปแล้วว่า . . . เธอได้สร้างความรักขึ้นมาด้วยตัวเธอเอง เขา ไม่ได้เป็นคนเอาความรักมา ความรักของเขาก็คือของเขา ของเธอก็คือของเธอ เมื่อ ความรักของเขาหมด แล้วเขาเดินกลับไป
ทำไมของเธอต้องหมดไปพร้อมกับ เขา มันไม่ได้เริ่มขึ้นมา พร้อมกันด้วยซ้ำ ไม่ได้สร้างขึ้นมาจาก หัวใจเดียวกันสักหน่อย หัวใจหนึ่งหายไป . . . แต่เธอก็ยังหายใจอยู่ และ ความรักของเธอ มันก็ยังอยู่กับหัวใจเธอ
ถ้า เธอใช้ "ความรัก" เป็นข้ออ้าง ทำไมเธอไม่ใช้ความรักที่อยู่ในใจเธอ ดูแลชีวิตเธอล่ะ มันยังมีความหมายต่อใครอีกหลายคน
เลิกมองตัวเองว่า . . .เป็นผู้ถูกดูแล แต่มองกลับไปว่า . . . เธอต้องมีชีวิตอยู่เพื่อดูแลอะไรบ้าง เธอจะรู้ว่า . . . ชีวิตเธอมีความหมายแค่ไหน และไม่มีใครเอาความรักของเธอไปจากใจเธอได้ ถ้าเธอโยนความหมายของชีวิตให้ความรัก เธอก็ต้องรู้ ด้วยว่า . . . ความรักแบบไหนที่จะทำให้ชีวิตเธอมีความหมาย
บทความความรัก รักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม … เติบโตด้วยการจุมพิต … และจบลงด้วยน้ำตา
รักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม ... เติบโตด้วยการจุมพิต ... และจบลงด้วยน้ำตา
อย่าเสียน้ำตาให้กับคนที่ไม่เคยเสียน้ำตาให้คุณ
เพื่อนที่ดีนั้นหายาก แต่ยากกว่าในการจะลาจากและเป็นไปไม่ได้ที่จะลืมเลือน
สิ่งที่ทำยากสุด คือ การมองดูคนที่คุณรักไปรักคน อื่น
อย่า ให้อดีตยึดคุณไว้้ คุณจะพลาดสิ่งดีๆ ที่จะผ่านมา
คนบางคนสามารถทำให้โลกนี้ี้ เป็นโลกที่แสนพิเศษ เพียงแค่มีเค้าอยู่ในโลกใบนี้เท่านั้น
อย่าขมวดคิ้วเลย เธอไม่รู้หรอกว่า... มีใครบางคนหลงรักรอยยิ้มของเธอ
ไม่ มีใครสมบูรณ์แบบ จนกระทั่งคุณตกหลุมรักเค้าแล้ว
เพื่อนที่ดีเหมือนดวงดาว คุณจะไม่ได้เห็นพวกเขาตลอดเวลา แต่คุณจะรู้ว่าเขาอยู่ที่
นั่นเสมอ
คุณจะทำอย่างไร ???
เมื่อคุณรู้ว่าเพียงคนๆ เดียวที่จะทำให้คุณหยุดร้องไห้ได้ คือคนที่ทำให้คุณร้องไห้
เพื่อนที่ดีที่สุดเหมือนใบไม้ 4 กลีบ ยากที่จะพบและโชคดีที่พบมัน
สัมพันธภาพที่แท้จริง ไม่มีวันจบสิ้น ….
» เว็บที่เราอ่านมา
เคยดูรึยัง
กลอนเพื่อน “เพื่อน…ก็เหมือนน้ำ เฉยๆแต่ขาดไม่ได้”
สะกิดเอากลอน เพราะๆ มาฝากจ้า
เพื่อน...ก็เหมือนน้ำ เฉยๆแต่ขาดไม่ได้
แฟน...ก็เหมือนข้าว บางทีก็ไม่หิว แต่ต้องกิน
ชู้...ก็เหมือนเหล้า รู้ว่าไม่ดี แต่ชอบอ่า...
กิ๊ก...ก็เหมือนน้ำหวาน..นานๆทีก็โอ...มากไปก็เลี่ยน
แฟนเพื่อน...ก็เหมือนเหล้าเถื่อน...ร้อนแรงแต่อันตราย!
เป็นไงคะ เปรียบเทียบได้ตรงกับใจไหมคะ :)
วิธีบอกรักแม่ แบบง่ายๆ 10 ข้อ
ตอนกลับบ้านไปหาเเม่ กอดแม่ซะ อย่างน้อยการกอดก็ทำให้เรา และคนที่ถูกเรากอดอบอุ่น และเเม่รับรู้ได้ว่าเรารักแม่มากแค่ไหน และเมื่อจะกลับ อย่าขอเงินจากแม่เด็ดขาด ถ้าเเม่ถามว่าขาดเหลืออะไรไหม ให้บอกไปว่าเรามี แม่ก็มีทุกอย่างไม่ขาดอะไรแล้ว
เวลาที่อยู่กับแม่ เเม้ว่าทุกวันเราจะทะเลาะกับเเม่บ่อยๆ วันเเม่ปีนี้ ห้เลี่ยงสักวัน แม้ว่ามันเป็นกิจวัตรก็ตาม
เวลาจะนอน คืนนั้นขอนอนกับเเม่สักคืน ถ้าเขินก็บอกเเม่ว่าบังเอิญเกิดกลัวการนอนคนเดียวขึ้นมา
กินกับข้าวฝีมือเเม่ และบอกแม่ว่ากับข้าววันนี้อร่อยจัง
หอมแก้มเเม่เราสักฟอด มันอาจเป็นเรื่องที่เราเคอะเขิน เเต่มันไม่ทุกวันที่เราจะหาโอกาสทำได้
แกล้งส่งข้อความให้เเม่ ทั้งที่เราอยู่ข้างๆ แม่นั่นแหละ
พยายามช่วยทำกิจกรรมของครอบครัว ที่แม่ต้องทำให้มากๆ เช่น เข้าครัว หรือทำงานบ้าน
ในกรณีที่กลับบ้านไม่ได้ เพราะความห่างไกลในความเจริญ โทรหาเเม่ซะ และโทรคุยนานกว่าปกติ ไม่คุยเรื่องเงิน เรื่องเรียน เรื่องเครียด ยังไงซะคุยกับแฟนไว้ตอนโปรโมชั่นโบนัสก็ได้ และไม่ต้องเสียดายเงินน่ะ คุยกับเเม่เราเอง
ในวันคล้ายวันเกิดของเรา โทรขอบคุณเเม่สักคำก็ยังดี หรือให้ดีกว่านี้โทรคุยกับเเม่นานๆ
บอกรักแม่ เเละแสดงความรักได้ทุกรูปแบบที่เราถนัด ที่สำคัญจำไว้ว่าเรามีเเม่ทุกวัน ไม่ใช่มีเเค่วันเเม่วันเดียวเท่านั้น ที่เรามีเเม่ เพียงเเต่ในวันนี้เราสามารถทำให้เเม่ในสิ่งที่ไม่เคยทำได้
ถ้าทำได้ไม่หมด เลือกทำอย่างน้อย 1 ข้อนะคะ เพื่อแม่ของเราเองค่ะ ^-^
แบบทดสอบ “รักหมดใจ” หรือ “ใจหมดรัก”
รักหมดใจ หรือ ใจหมดรัก คำสองคำ ที่เขียนเหมือนกัน แต่ความหมายต่างกัน ราวฟ้ากับดิน วันนี้เอาแบบทดสอบมาฝาก มาดูกันว่า เขายังรักคุณหมดใจรึเปล่า แบบทดสอบ รักหมดใจ หรือ ใจหมดรัก
ขอให้โชคดีนะคะ :)
ต๊อด ยันไม่ได้จีบ นางฟ้า ‘นาตาลี’
เมื่อนักข่าวถามต๊อดว่าเลิกกับนุ่นแล้วเหรอ เห็นนุ่นกลับไปคืนดีกับเขตต์ ต๊อดตอบว่า“จะใช้คำว่าเลิก กันได้ยังไง ไม่ได้อยู่ในฐานะคบกัน แต่ยอมรับมีการพูดคุยกันบ้าง ก็ถือว่าเพียงพอมากกว่าใช้คำว่าคบกัน"ข่าว นุ่น-เขตต์ กลับไปคืนดีกันล่ะ? “จะถามว่าผมซีเรียสใช่มั้ยก็ไม่นะ นุ่นกับเขตต์ จะรีเทิร์นหรือไม่รีเทิร์น ก็เป็นเรื่องของ “อดีตคนรักกัน” ผมเคารพสิทธิ์ตรงนี้ของเขา
ทุกวันนี้ กับ นุ่น ใช้คำว่าศึกษากันได้รึป่าว? “ถือว่าทำความรู้จักกันมากกว่า คำว่าศึกษาความหมายก็ไม่แตกต่าง ไม่ใช่คบใครก็เร่งรีบเป็นแฟน ทั้งๆที่ต่างคนยังไม่ได้รู้จักซึ่งกันและกันดีพอ” พอทำงานกับ นาตาลี เลยมีข่าวด้วยกันอีก ลำบากใจมั้ย? “ก็ไม่ แต่ถามว่าหงุดหงิดมั้ยยอมรับหงุดหงิด ผมเน้นเรื่องงานเป็นหลัก คนอื่นคิดยังไงห้ามลำบาก ถ้าผมกลัวข่าวแล้วไม่ทำตามหน้าที่ถือว่าทำงานบกพร่อง ผมเชื่อว่าสุดท้ายทุกคนจะเข้าใจว่าผมไม่ได้จีบนาตาลี คนเราคบกันไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตา มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น
อยากรู้ว่าทายาทเบียร์สิงห์คนนี้ จะจีบนาตาลีหรือจีบนุ่น ก็คอยติดตามข่าวกันต่อไปนะจ้ะ :)