นิทานสอนใจ
เรื่องเล่าน่าอ่าน “หมาขี้เรื้อน” เปลี่ยนคนใจดำ
เรื่อง มีอยู่ว่า พี่ชิตแกเป็นคนใจดำครับชอบยิงนกตกปลาไปเรื่อย แต่ที่หนักก็คงเป็นเนื้อหมา แกกินแหลกครับแต่ แม่แกบอกมันบาปนะลูก(ไม่สนโว้ย)
เมื่อราว 15 ปีก่อน มีเหตุการณ์ที่ทำให้แกเปลี่ยนไป ครั้งนั้นมีหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งครับมันมักวิ่งไปหาของกินแถวๆบ้านแกบ่อย เพราะบ้านแกติดตลาด พี่แกกินหมาอยู่บ่อยๆแต่ กรณีหมาขี้เรื้อนแกบอก 'xxxกินไม่ลงว่ะ'
แกทำอย่างเดียวคือไล่ฆ่า แต่มันรอดได้ทุกครั้ง (สงสัยมีของ) มันไปหาของกินทีบางทีก็ได้บางทีก็ไม่ได้
คราวนั้นเนื้อแห้งที่แกตากไว้หายไป พอมองไปก็เห็นแม่หมาขี้เรื้อนวิ่งหลุนๆไป แกเดือดทันทีครับวิ่งตามไป คราวนี้ทันครับเพราะหมา ขี้เรื้อนวิ่งช้ามาก
แก ทุบไปทีเดียวหมานั่นล้มลงชักทันที (แกบอกว่าหากตีตรงจุดแค่ไม้บรรทัดก็ตาย)
แกทิ้งไว้ตรงนั้นไม่อยากจับแต่ จะทำกินตรงนั้น จึงกลับบ้านไปเตรียมของ
(แค้นจัดอยากกินหมาขี้เรื้อน) ให้ผมเฝ้าไว้
ผมก็มัวแต่เก็บตะขบจนลืมดู (ในใจอยากให้มันรีบไปจะได้ไม่ตาย) มันไปจริงครับหายวับไป พี่ชิตแกโกรธมากคงอยากเตะผมเต็มแก่ แต่ลุงผม แกเป็นนักเลงใหญ่และเป็นคนสอนวิธีฆ่าหมาให้
ก็ต้องวิ่งตามอย่าง เดียวพร้อมบ่น 'ทำไมมันไม่ตายวะ'
พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงหมาเห่า
แกตามทันทีพอไปถึง ภาพที่เห็น ..............................................
หมา ขี้เรื้อนกำลังจะตายมันมีลูกที่ต้องเลี้ยง 5 ตัวครับ วัยกำลังหย่านมบางตัวยังกินนมอยู่ บางตัวก็วิ่งไปคาบเนื้อที่แม่หมาขี้เรื้อนคาบไปฝาก (เห็นกับตา) ที่มันยังไม่ยอมตายเพราะต้องกลับไปให้นมลูก แม้น้ำนมแห้งกรัง เอาอาหารไปให้ลูกมัน เรียกลูกๆเพื่อให้นม ให้อาหาร เป็นครั้งสุดท้าย แม่หมาพยายามอย่างดีที่สุด
มันมองผมกับพี่ชิตอย่างขอร้อง ขอให้มันให้นมลูกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย
ไม่อยากเชื่อนั่น คือน้ำตาของหมาขี้เรื้อน มันแค่ต้องการให้นมลูกก่อนตาย
พี่ชิตไม้ หล่นลงกับพื้น เดินเข้าไปดูแม่หมานั่น ในยามนั้นสิ่งที่แกเห็นไม่ใช่หมาขี้เรื้อน
แต่ แกเห็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ที่ทนเจ็บกลับไปหาลูก
แกไม่พูดอะไรทุกอย่างจุกอยู่ ที่ลำคอสายตาอ่อนโยนลง
ลูกหมาตัวหนึ่งวิ่งไปหาแกกระดิกหางให้ แกอุ้มลูกหมาขึ้นพร้อมพูดว่า 'ขอโทษ' พูดได้แค่นั้นแม่หมาก็ตาย เราช่วยกันฝังแม่หมา
แกรับเลี้ยงหมานั่น ไว้ ทั้ง5ตัวตั้งแต่นั้นแกกลายเป็นคนใจดีไม่ไล่ยิงนกยิงหมายิงแมวอีกแกบอก 'มันอาจมีลูกรออยู่ก็ใด้'
เมื่อ 12 สิงหา 2 ปีที่แล้ว แกเอามะลิร้อยเป็นพวงไปให้แม่ทั้งๆที่ไม่เคยทำ
พูดกับแม่ว่า 'แม่ตอนผมอายุ16 แม่สอนผมยังไงนะสอนอีกหนใด้ไหมครับ'
แม่แกน้ำตาคลอพูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อแม่หมาขี้เรื้อนตายไป1ตัว
กลับทำให้คนใจดำอย่างแกเปลี่ยนไป ขนาดนี้
รักแม่ . . .
นิทานสอนใจ “เด็กน้อย… กับสุนัขพิการ”
เจ้าของร้านตอกป้ายติดไว้เหนือประตู มีข้อความว่า มีลูกสุนัขขาย นี่เป็นวิธีดึงดูดเด็กเล็ก ๆ ได้อย่างดี เด็กผู้ชายคนหนึ่งปรากฏตัวใต้ป้ายแผ่นนั้น และถามว่า
ลูกหมาที่ขายราคาเท่าไรครับ " มีหลายราคา ตั้งแต่ 30 ไปจนถึง 50 เหรียญ " เจ้าของร้านตอบ หนูน้อยล้วงเข้าไปในกระเป๋าและควักสตางค์ออกมา ผมมีอยู่ 2 เหรียญกว่าเอง ขอผมดูพวกมันหน่อยได้ไหมครับ จ้าของร้านยิ้มแล้วผิวปาก
เจ้าเลดี้วิ่งออกมาจากเฉลียงข้างร้านพร้อมกับลูกสุนัขขนฟูอีก 5 ตัว หนึ่งในนั้นเดินตามมาช้า ๆ หนูน้อยสนใจลูกหมาตัวนี้ทันที เห็นได้ชัดว่ามันเดินลากขาเหมือนเป็นหมาพิการ " หมาตัวเล็ก ๆ นั่นเป็นอะไรครับ "
เจ้าของร้านบอกว่าสัตวแพทย์ตรวจตรวจเจ้าลูกหมาตัวนี้แล้วพบว่า มันไม่มีสะโพก มันจะต้องเดินขากะเผลก และจะพิการไปตลอดชีวิต เด็กชายตื่นเต้นขึ้นมาทันที " ผมขอซื้อลูกหมาตัวนี้ได้ไหมฮะ " เจ้าของร้านตอบว่า " อย่าเลย หนูคงไม่อยากได้ลูกหมาตัวนี้หรอกแต่ถ้าหนูอยากได้จริง ๆ ล่ะก็ ฉันจะยกให้ "
หนูน้อยเริ่มไม่พอใจ เขาจ้องหน้าเจ้าของร้านพร้อมกับชี้นิ้วพูดว่า " ผมไม่ต้องการให้คุณยกมันให้ผมฟรี ๆ หมาตัวนี้มีค่ามากเท่ากับตัวอื่น ๆ ทั้งหมดและผมก็จะจ่ายให้คุณเต็มราคาด้วย แต่ผมจะให้คุณไปก่อน 2 เหรียญและจะผ่อนให้เดือนละ 50 เซ็นต์จนกว่าจะครบ "
เจ้าของร้านยังค้านอีกว่า " หนูไม่อยากได้ลูกหมาตัวนี้หรอก มันวิ่งไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้ และเล่นกับหนูเหมือนกับลูกหมาตัวอื่น ๆ ก็ไม่ได้ "
ถึงตอนนี้ หนูน้อยจึงนั่งลงและถกขากางเกงให้เจ้าของร้านเห็น ขาข้างซ้ายที่ลีบเล็ก และมีเหล็กแท่งใหญ่พยุงเอาไว้ เขาเงยหน้ามองเจ้าของร้านและพูดนุ่ม ๆ ว่า " นี่ไงครับ ผมเองก็วิ่งไม่ได้เหมือนกันและลูกหมาตัวนี้ก็คงต้องการใครสักคนที่เข้าใจมัน" » เว็บที่เราอ่านมา
บทความดีๆ ของขวัญจาก… ซานตาครอส
คุณครูสาวคนหนึ่งเดินถือภาพป๊อบอัพขนาด ใหญ่เดินเข้าห้องเรียนมาท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่ต่ำกว่า 30 คู่ของเด็กนร.ทั้ง ชาย หญิงในชม.จริยธรรม ของ รร. คาทอลิกแห่งนี้ คุณครูสาวเห็นว่า จะเป็นการดีถ้าจะได้เล่าเรื่องซานตาครอสเพื่อแสดงให้นร. ได้เห็นถึงความรัก ความเมตตาของมนุษย์ที่มีต่อกันหนังสือต่างประเทศเล่มนั้นพิมพ์สี่สีสวยงาม มากตรงใบหน้าของซานตาครอสมีสำลีติดไว้ ตรงที่เป็นเคราดูน่าอ่านไปเสียทั้งเล่ม
ครูสาวเริ่มเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของซานตาครอสให้ นร. ฟัง
" ทุกๆปีในคืนวันคริสต์มาสอีฟ หรือ วันที่ 24 ธ.ค ซานตาครอสจะนั่งเลื่อนเทียมด้วยกวางเรนเดียร์ ไปที่บ้านของเด็กทุกคน เพื่อเอาของขวัญมาให้เด็กๆ โดยใส่ในถุงเท้าที่แขวนไว้ปลายเตียง ซานตาครอส ตัวจริงมีชื่อว่า เซนต์นิโคลาส มีชีวิตอยู่ในราว ศตวรรษที่ 4 เป็นคนใจดีมาก ได้ รับการแต่งตั้งให้เป็น สังฆราชแห่งมาราจนกระทั้งเมื่อท่านเสียชีวิตไป คนก็ยังนึกถึงท่านอยู่ซานตาครอสอ้วนพุงพลุ้ยใส่ชุดแดงขาวนี้ นักวาดการ์ตูน ชาว US คนนึงชื่อโทมัสแนส ได้วาดรูปซานตาครอสขึ้นมาจากจินตนาการของเขา ทำให้เป็นที่แพร่หลาย หลังจากนั้นคนทั้งโลกก็รู้จักซานตาครอสในรูปลักษณ์อย่างนั้น
"เด็กทุกคนนั่งฟังอย่างสนใจเรื่องราวเทพนิยายล้วนเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆทั้งสิ้นคุณ ครูมองไปที่ปฏิกิริยาของเด็กแต่ละคน สุดาทิพย์เด็กหญิงลูกนักธุรกิจใหญ่กำลังคุยอวดเพื่อนว่า เธอได้รับของขวัญจากซานตาครอสหลายชิ้นทุกปีพายัพลูกนายแพทย์ก็เช่นกัน เด็กคนนึงนั่งฟังเพื่อนด้วยดวงตาฝันแต่แล้วก็ถอนใจ
คุณครูสมจินตนา รู้จักเด็กคนนี้เป็นอย่างดี ชัยยศ เป็นเด็กช่างฝัน เขาเป็นเด็กยากจนที่ได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียน จากบาทหลวงเจ้าของ รร. ผู้ใจดี แม่ของชัยยศเป็นแม่ค้าขายน้ำอัดลม และน้ำผลไม้ใกล้ๆ รร. สามีเป็นคนขี้เมา มิหนำซ้ำ นางยังมีลูกหลายคน
ชัยยศเป็นลูกหัวปี " ครูครับ ซานตาครอสจะให้ของขวัญกับเด็กยากจนบ้างมั้ยครับ ทำไมผมไม่เคยได้ "
ชัยยศถามคำถาม " ได้ซิจ๊ะ ยิ่งเด็กที่ยิ่งจน ซานต้าก็จะยิ่งสงสาร เธอลองอธิษฐานว่าจะเป็นเด็กดี ซานตาครอสก็จะมาหาเธอเอง เอาอย่างนี้กันมั้ยล่ะ พวกเธอทุกคนเขียน จม.บอกซานตาครอส ว่าอยากได้อะไรกัน
ครูจะเป็นธุระจัดส่งให้ " เด็กทุกคนอมยิ้มถูกใจ โดยเฉพาะชัยยศ ดวงตาของเขาเป็นประกายแสดงถึงความหวัง กอง จม. สามสิบกว่าฉบับ ส่วนใหญ่เป็นการขอของขวัญตามประสาเด็ก มีเพียงจม.ของชัยยศเท่านั้น ที่ครูสมจินตนารู้สึกว่า อยากจาส่งให้ถึงมือซานตาครอสผู้บันดาลให้ได้ทุกอย่างจริงๆ
“ ลุงซานต้าคับ ผมเป็นเด็กดีมาตลอด เชื่อฟังที่ครูบอกทุกอย่างผมอยากให้ซานต้าช่วยผมบ้าง ผมอยากให้มีหน้าร้อนตลอดปี แม่จะได้ขายน้ำได้มาก ๆ แล้วไม่อารมณ์เสีย วันไหนอากาศเย็นหรือฝนตก แม่จะขายของได้น้อย ผมกับน้องจะถูกตี บางทีไม่รู้สาเหตุว่า เราทำอะไรผิด พ่อของผมไม่ทำงาน กินแต่เหล้า เมาแล้วก็ทะเลาะกับแม่ ซานต้าช่วยเอาเหล้าทิ้งไปจากโลกได้มั้ยคับ ผมอยากมีครอบครัวที่ดีเหมือนเพื่อนๆ ผมเล่าเรื่องลุงซานต้าให้แม่ฟัง แม่โกรธใหญ่หาว่าผมบ้า ด่าผมหยาบคาย ตีผมหลายที รอยด่างที่กระดาษคือน้ำตาของผมที่ส่งมาให้ลุงซานต้าดู ทำไมลุงไม่ทำให้แม่เชื่อบ้าง ผมบอกแม่ไปว่า ผมมีสิทธิ์จะฝัน ถึงแม่จะตีผมอีกร้อยครั้ง แม่ก็ไม่อาจห้ามผมได้” ผู้ไม่เคยขออะไรจากลุง
น้ำตาแห่งความเวทนารินออกมาจนได้ ทั้งที่พยายามสกัดไว้ในที่สุดก็ปล่อยให้มันไหล ครูจะก้าวก่ายเกินบทบาทของตัวเองมากไปหรือเปล่า ถ้าจะทำให้ฝันของเธอเป็นจริง อย่างน้อยที่สุดครูก็เห็นด้วยกับเธอชัยยศ ที่ว่า เธอมีสิทธิ์ที่จะฝัน ครูสมจินตนาได้ขออนุญาตบาทหลวงเจ้าของ รร. ในการจัดงานฉลองพระคริสต์สมภพ เธอแจ้งแก่ นร. ให้เป็นผู้อ่าน จม. ที่เขียนถึงซานตาครอสด้วยตัวเอง เพราะในงาน ซานตาครอสจะมาที่ รร. แม่ของชัยยศได้รับอนุญาตให้มาขายของในบริเวญงานด้วยความช่วยเหลือของครูสมจินตนาแม่เลยมีอารมณ์ดีตลอดวัน เพราะขายดีมากในวันที่ไม่มีการสอน และงานจัดขึ้นที่กลางแจ้ง มีผู้ปกครองมาร่วมสนุกด้วย ซานตาครอสอยู่ในชุดแดง ตัวอ้วนกลมใหญ่ ปิดหน้าตาด้วยเคราและคิ้วเห็นแต่ลูกนัยน์ ตา คนที่สวมชุดนี้ได้ ต้องอดทนกับอากาศร้อนได้ดีทีเดียว เด็ก ๆ เดินเข้าไปอ่าน จม. ทีละคน ซานต้าก็หยิบของขวัญขึ้นมาให้เด็ก ๆ ตามถุงที่มีชื่อ ติดเอาไว้แล้ว
จนกระทั้งถึงคิวของชัยยศ เขาเดินไปที่ซานตาครอส จับแขนในผ้านวมและกอดเสียแน่นราวกับจะตอกย้ำให้ตัวเอง แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป
ซานต้าเองก็กอดตอบเขาเช่นกัน ซานต้าหัวเราะเขาด้วย ท่าทางเขาคงมีท่าทางตลกกว่าเพื่อนคนอื่น ชัยยศอ่าน จม. ของเขาให้ซานตาครอสฟัง
เขาเห็นซานตาครอสนิ่งเงียบไป แล้วก้อตาแดง น้ำตาไหล พูดอะไรงึมงำฟังไม่ถนัด เพราะเคราที่ติดอยู่ เขาทำให้ซานตาครอสเสียใจซะแล้ว แล้วท่านจะช่วยเหลือเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่มีใครสังเกตว่า ครูสมจินตนายืนสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด เธอเห็นอากัปกิริยาของ ซานตาครอสที่ลงทุนจ้างมาทำหน้าที่นี้ถึงห้าร้อยบาท
ของขวัญมากมายในถุงที่ทำให้ความฝันของเด็กๆได้เป็นจริงมาจากความอนุเคราะห์ของผู้ปกครองที่มีฐานะดี
ครูสมจินตนาขอแบ่งปันความสุขที่เขาได้แจกจ่ายให้กับลูกให้เด็กคนอื่นได้รู้จักมันบ้าง
ที่สำคัญที่สุด ครูสมจินตนาอยากให้ชายขี้เมาที่ไร้ค่าคนนึง ได้มารับฟังความในใจจากปากลูกของเขาด้วยตัวเอง ในสิ่งที่เค้าให้กับลูกได้ ถ้ามีความตั้งใจและมีสำนึกในหน้าที่ของพ่อ เด็กที่เชื่อในความฝันอันสวยงาม จะโตเป็นคนที่อ่อนโยน และเข้าใจคนอื่นเมื่อเขาโตขึ้น เพื่อที่เค้าจะได้ทำหน้าที่สานฝันให้เด็กรุ่นใหม่ต่อไป
.... อ่านจบแล้ว น้ำตาจะไหล ... » เว็บที่เราอ่านมา
นิทานความรักซึ้งๆ “มีเมืองเล็ก ๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง….”
มีเมืองเล็ก ๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมาก ทุกวันพวกเขาจะพากันไปดู พระอาทิตย์ขึ้นที่ชายหาด และไปส่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ชายหาดตอนโพล้เพล้ ทุกคนที่เคยพบเจอพวกเขา จะมองด้วยสายตาอิจฉาในความรักของคนคู่นี้เสมอ
แต่แล้ววันหนึ่ง..
เกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้น หญิงสาวผู้โชคร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอนอนเงียบ ๆ อยู่บนเตียงของโรงพยาบาล วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า เธอก็ยังคงไม่ฟื้นคืนมา ตอนกลางวัน ชายหนุ่มจะมาเฝ้าอยู่ที่หน้าเตียง ร้องเรียกคนรักของเขาเสมอ ทั้งๆ ที่เธอไม่ตอบสนองใด ๆ เลย ตกกลางคืน ชายหนุ่มจะไปสวดภาวนาออนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าที่โบสถ์นอกเมือง เขาร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้ง ไม่มีจะไหลออกมาอีกแล้ว ผ่านไป 1 เดือน หญิงสาวยังคงหลับใหลไม่ฟื้นเหมือนเดิม ส่วนชายหนุ่มก็ดูจะซูบเซียวขึ้นทุกวัน แต่ก็ยังคงสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่เสมอไม่หยุด แต่แล้ววันหนึ่ง พระผู้เจ้าก็เกิดเห็นใจในรักของชายหนุ่มและตกลงที่[ประทาน]พรให้แก่เขา
พระผู้เป็นเจ้าได้ถามชาย หนุ่มว่า
“เจ้ายอมที่จะแลกพรนี้ด้วยชีวิตของเจ้าไหม” ชายหนุ่มตอบโดยไม่ลังเลว่า
“ ผมยอมครับ” พระผู้เป็นเจ้าพูดว่า
“งั้นดีฉันจะให้คนรักของเจ้าฟื้นขึ้นมา แต่เจ้าต้องแลกกับการกลายเป็นแมลง ปอเป็นเวลา 3 ปี เจ้าจะตกลงยอมไหม
ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้น แต่ก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิม “ผมยอมครับ” ฟ้าสางแล้ว ชายหนุ่มได้กลายเป็นแมลงปอสวยงามตัวหนึ่ง เขาบอกลาพระผู้เป็นเจ้าแล้วรีบบินกลับไปที่โรงพยาบาลหญิงสาวฟื้นขึ้นมาแล้วจริง ๆ มีนายแพทย์หนุ่มยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ คุยเรื่องอะไรกันสักอย่างหนึ่ง แต่ช่างเสียดายที่เขาไม่สามารถที่จะได้ยิน. หลายวันผ่านไป หญิงสาวแข็งแรงพอที่จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่เธอดูไม่มีความสุขเลย เธอออกตะเวณหาข่าวคราวของชายหนุ่ม แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าชายหนุ่มหายไปอยู่ที่ไหน หญิงสาวยังไม่ละ
ความพยายามที่จะตามหาชายคนรักของเธอ
ชายหนุ่มซึ่งอยู่ในร่างของเจ้าแมลงปอ ได้[แต่]บินวนเวียนอยู่รอบตัวหญิงสาวไม่ห่าง [ทว่า]เขาไม่สามารถที่ส่งเสียงไม่สามารถโอบกอด[เธอ] เขาทำได้แค่เพียงเฝ้ามองดูหญิงสาวไม่ให้คาดสายตาเท่านั้น ฤดูร้อนผ่านไปแล้ว ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดใบไม้ปลิวร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่ เจ้าแมลงปอจำต้องจากที่นี่ไปแล้ว นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้บินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาว เขาอยากใช้ปีกของเขาลูบใบหน้าของหญิงสาว อยากใช้ปากเล็ก ๆ จูบที่หน้าผาก แต่อย่างไรก็ดีร่างเล็กบอบบางในคราบของแมลงปอก็ไม่สามารถเรียกร้องความ สนใจจากหญิงสาวได้
แค่พริบตา ฤดูใบไม้ผลิก็มาเยือน เจ้าแมลงปอรีบบินกลับมาหาคนรักของเขา เพื่อจะพบว่าร่างอันคุ้นตานั้นบัดนี้ได้ยืนเคียงคู่ อยู่กับชายรูปร่างสันทัด คนหนึ่ง ภาพ ๆ นั้นทำให้เจ้าแมลงปอเกือบจะบินตกลงมาจากอากาศเลยทีเดียว ชาวบ้านต่างกล่าวขานถึงเรื่องอุบัติเหตุที่ทำให้หญิงสาวได้รับบาดเจ็บ สาหัสทำให้ได้พบกับแพทย์หนุ่มที่น่ารัก และ ใจดี คนนั้น และยังกล่าวถึงความรักของคนทั้งคู่ที่เหมือนถูกกำหนดมาอย่างไรอย่างนั้น แน่นอนพวกเขายังคงพูดถึงหญิงสาวที่สดใสร่าเริงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากมายนัก
เจ้าแมลงปอรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก หลังจากนั้นไม่กี่วัน แมลงปอเห็นแพทย์หนุ่มผู้นั้นพาคนรักของตนไปชายทะเลเพื่อดูพระอาทิยต์ขึ้น
พลบค่ำก็อยู่ที่ชายหาดเพื่อดูพระอาทิตย์ตก แต่สำหรับเขาแล้ว นอกจากบินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาวแล้ว เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย หน้าร้อนของปีนี้ช่างยาวนานนัก เจ้าแมลงปอบินต่ำลง ๆ ทุกวันด้วยความรู้สีกที่เจ็บปวด เขาไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอที่จะบินเข้าใกล้ หญิงอันเป็นที่รัก ท่าทางการพูดคุยกันอย่างสนิทสนมของคนทั้งคู่ เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของทั้งคู่ ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก ย่างเข้าฤดูร้อนของปีที่ 3 เจ้าแมลงปอไม่ค่อยไปเฝ้าดูคนรักของเขาแล้ว บ่าของเธอบัดนี้ถูกโอบกอดด้วยมือของแพทย์หนุ่ม
ใบหน้าถูกประทับจูบอย่างเบา ๆ จากเขาผู้นั้น ดูท่าทางแล้วไม่มีทางเลยที่หญิงสาวจะมีเวลาที่จะไปคิดถึงแมลงปอที่เจ็บปวดตัวหนึ่ง
ยิ่งไม่มีทางที่จะไปคิดถึงอดีตสิ่งที่ผ่านไป วันครบรอบปีที่ 3 ที่พระผู้เป็นกำหนดไว้ใกล้มาถึงแล้วคนรักของเจ้าแมลงปอกับนายแพทย์หนุ่ม ได้จัดพิธีแต่งงานขึ้นในวันสุดท้ายนั้นเอง เจ้าแมลงปอค่อย ๆ บินเข้าไปในโบสถ์ และไปเกาะที่บ่าของพระผู้เป็นเจ้าเขาได้ยินเสียงของคนรัก ที่ดังมาจากข้างล่างตอบรับคำสาบานของพระผู้เป็นเจ้าว่า “ฉันยอมรับ” เขาเห็นแพทย์หนุ่มคนนั้นสวมแหวนให้คนรักของเขา ตามด้วยจุมพิตที่แสนหวานของคนทั้งคู่. เจ้าแมลงปอปล่อยให้น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลออกมา
พระผู้เป็นเจ้าถามแมลงปอว่า “เจ้ารู้สึกเสียใจไหม” เจ้าแมลงปอเช็ดน้ำตาแล้วตอบว่า “เปล่า” พระผู้เป็นเจ้าถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า
“งั้นพรุ่งนี้เจ้าก็ได้กลับเป็นเจ้าคนเดิมแล้ว” เจ้าแมลงปอส่ายหน้าอย่างช้า ๆ ก่อนตอบว่า
“ ขอผมเป็นแมลงปออย่างนี้ไปตลอดชีวิตเถอะครับ” บางบุพเพ ชะตาถูกกำหนดมาเพื่อที่ต้องสูญเสียไป บางบุพเพ ตอนจบไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด รักคน ๆ หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องได้รับรักตอบ แต่เมื่อได้รับรักจากใครคนหนึ่งเราต้องดูแลรักษามันไว้อย่างดี บนบ่าของคุณมีแมลงปอไหม
เก็บมาฝาก เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ในนิทาน
วันหนึ่งผมได้มีโอกาสเปิดอ่านหนังสือภาพ เพื่อกล่อมหลานสาวตัวดีให้นอนกลางวัน.. มันเป็นหนังสือการ์ตูนพูห์และผองเพื่อน ผมได้เปิดอ่านให้เจ้าหญิงตัวน้อยๆ ของผมฟังจนถึงหน้าๆหนึ่ง... มีภาพและใจความดังนี้
Piglet sidled up to Pooh from behind
" Pooh! " he whispered.
" Yes, Piglet?"
" Nothing " said Piglet, talking Pooh's paw.
" I just wanted to be sure of you " มีอีก » เว็บที่เราอ่านมา
นิทานสอนใจ กองฟืนเท่าภูเขา ก็มิอาจทดแทนคุณมารดา
กาลครั้งหนึ่ง ณ หมู่บ้านชนบทอันไกลแสนไกล มีครอบครัวเล็กๆอาศัยอยู่ริมเชิงเขา พ่อมีอาชีพเก็บฟืนไปขายที่ตลาดทุกๆเช้า แม่ทำงานบ้าน ส่วนลูกชายอยู่ในวัยหนุ่มเป็นคนเกลียดคล้านไม่ยอมช่วยการงานพ่อแม่ พอถึงเวลาอาหารก็เอะอะโวยวายโมโหหิว พาลปาข้าวของเสียหาย
มีอีก » เว็บที่เราอ่านมา
เคยดูรึยัง
นิทานความรักซึ้งๆ “มีเมืองเล็ก ๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง….”
มีเมืองเล็ก ๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมาก ทุกวันพวกเขาจะพากันไปดู พระอาทิตย์ขึ้นที่ชายหาด และไปส่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ชายหาดตอนโพล้เพล้ ทุกคนที่เคยพบเจอพวกเขา จะมองด้วยสายตาอิจฉาในความรักของคนคู่นี้เสมอ
แต่แล้ววันหนึ่ง..
เกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้น หญิงสาวผู้โชคร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอนอนเงียบ ๆ อยู่บนเตียงของโรงพยาบาล วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า เธอก็ยังคงไม่ฟื้นคืนมา ตอนกลางวัน ชายหนุ่มจะมาเฝ้าอยู่ที่หน้าเตียง ร้องเรียกคนรักของเขาเสมอ ทั้งๆ ที่เธอไม่ตอบสนองใด ๆ เลย ตกกลางคืน ชายหนุ่มจะไปสวดภาวนาออนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าที่โบสถ์นอกเมือง เขาร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้ง ไม่มีจะไหลออกมาอีกแล้ว ผ่านไป 1 เดือน หญิงสาวยังคงหลับใหลไม่ฟื้นเหมือนเดิม ส่วนชายหนุ่มก็ดูจะซูบเซียวขึ้นทุกวัน แต่ก็ยังคงสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่เสมอไม่หยุด แต่แล้ววันหนึ่ง พระผู้เจ้าก็เกิดเห็นใจในรักของชายหนุ่มและตกลงที่[ประทาน]พรให้แก่เขา
พระผู้เป็นเจ้าได้ถามชาย หนุ่มว่า
“เจ้ายอมที่จะแลกพรนี้ด้วยชีวิตของเจ้าไหม” ชายหนุ่มตอบโดยไม่ลังเลว่า
“ ผมยอมครับ” พระผู้เป็นเจ้าพูดว่า
“งั้นดีฉันจะให้คนรักของเจ้าฟื้นขึ้นมา แต่เจ้าต้องแลกกับการกลายเป็นแมลง ปอเป็นเวลา 3 ปี เจ้าจะตกลงยอมไหม
ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้น แต่ก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิม “ผมยอมครับ” ฟ้าสางแล้ว ชายหนุ่มได้กลายเป็นแมลงปอสวยงามตัวหนึ่ง เขาบอกลาพระผู้เป็นเจ้าแล้วรีบบินกลับไปที่โรงพยาบาลหญิงสาวฟื้นขึ้นมาแล้วจริง ๆ มีนายแพทย์หนุ่มยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ คุยเรื่องอะไรกันสักอย่างหนึ่ง แต่ช่างเสียดายที่เขาไม่สามารถที่จะได้ยิน. หลายวันผ่านไป หญิงสาวแข็งแรงพอที่จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่เธอดูไม่มีความสุขเลย เธอออกตะเวณหาข่าวคราวของชายหนุ่ม แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าชายหนุ่มหายไปอยู่ที่ไหน หญิงสาวยังไม่ละ
ความพยายามที่จะตามหาชายคนรักของเธอ
ชายหนุ่มซึ่งอยู่ในร่างของเจ้าแมลงปอ ได้[แต่]บินวนเวียนอยู่รอบตัวหญิงสาวไม่ห่าง [ทว่า]เขาไม่สามารถที่ส่งเสียงไม่สามารถโอบกอด[เธอ] เขาทำได้แค่เพียงเฝ้ามองดูหญิงสาวไม่ให้คาดสายตาเท่านั้น ฤดูร้อนผ่านไปแล้ว ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดใบไม้ปลิวร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่ เจ้าแมลงปอจำต้องจากที่นี่ไปแล้ว นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้บินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาว เขาอยากใช้ปีกของเขาลูบใบหน้าของหญิงสาว อยากใช้ปากเล็ก ๆ จูบที่หน้าผาก แต่อย่างไรก็ดีร่างเล็กบอบบางในคราบของแมลงปอก็ไม่สามารถเรียกร้องความ สนใจจากหญิงสาวได้
แค่พริบตา ฤดูใบไม้ผลิก็มาเยือน เจ้าแมลงปอรีบบินกลับมาหาคนรักของเขา เพื่อจะพบว่าร่างอันคุ้นตานั้นบัดนี้ได้ยืนเคียงคู่ อยู่กับชายรูปร่างสันทัด คนหนึ่ง ภาพ ๆ นั้นทำให้เจ้าแมลงปอเกือบจะบินตกลงมาจากอากาศเลยทีเดียว ชาวบ้านต่างกล่าวขานถึงเรื่องอุบัติเหตุที่ทำให้หญิงสาวได้รับบาดเจ็บ สาหัสทำให้ได้พบกับแพทย์หนุ่มที่น่ารัก และ ใจดี คนนั้น และยังกล่าวถึงความรักของคนทั้งคู่ที่เหมือนถูกกำหนดมาอย่างไรอย่างนั้น แน่นอนพวกเขายังคงพูดถึงหญิงสาวที่สดใสร่าเริงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากมายนัก
เจ้าแมลงปอรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก หลังจากนั้นไม่กี่วัน แมลงปอเห็นแพทย์หนุ่มผู้นั้นพาคนรักของตนไปชายทะเลเพื่อดูพระอาทิยต์ขึ้น
พลบค่ำก็อยู่ที่ชายหาดเพื่อดูพระอาทิตย์ตก แต่สำหรับเขาแล้ว นอกจากบินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาวแล้ว เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย หน้าร้อนของปีนี้ช่างยาวนานนัก เจ้าแมลงปอบินต่ำลง ๆ ทุกวันด้วยความรู้สีกที่เจ็บปวด เขาไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอที่จะบินเข้าใกล้ หญิงอันเป็นที่รัก ท่าทางการพูดคุยกันอย่างสนิทสนมของคนทั้งคู่ เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของทั้งคู่ ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก ย่างเข้าฤดูร้อนของปีที่ 3 เจ้าแมลงปอไม่ค่อยไปเฝ้าดูคนรักของเขาแล้ว บ่าของเธอบัดนี้ถูกโอบกอดด้วยมือของแพทย์หนุ่ม
ใบหน้าถูกประทับจูบอย่างเบา ๆ จากเขาผู้นั้น ดูท่าทางแล้วไม่มีทางเลยที่หญิงสาวจะมีเวลาที่จะไปคิดถึงแมลงปอที่เจ็บปวดตัวหนึ่ง
ยิ่งไม่มีทางที่จะไปคิดถึงอดีตสิ่งที่ผ่านไป วันครบรอบปีที่ 3 ที่พระผู้เป็นกำหนดไว้ใกล้มาถึงแล้วคนรักของเจ้าแมลงปอกับนายแพทย์หนุ่ม ได้จัดพิธีแต่งงานขึ้นในวันสุดท้ายนั้นเอง เจ้าแมลงปอค่อย ๆ บินเข้าไปในโบสถ์ และไปเกาะที่บ่าของพระผู้เป็นเจ้าเขาได้ยินเสียงของคนรัก ที่ดังมาจากข้างล่างตอบรับคำสาบานของพระผู้เป็นเจ้าว่า “ฉันยอมรับ” เขาเห็นแพทย์หนุ่มคนนั้นสวมแหวนให้คนรักของเขา ตามด้วยจุมพิตที่แสนหวานของคนทั้งคู่. เจ้าแมลงปอปล่อยให้น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลออกมา
พระผู้เป็นเจ้าถามแมลงปอว่า “เจ้ารู้สึกเสียใจไหม” เจ้าแมลงปอเช็ดน้ำตาแล้วตอบว่า “เปล่า” พระผู้เป็นเจ้าถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า
“งั้นพรุ่งนี้เจ้าก็ได้กลับเป็นเจ้าคนเดิมแล้ว” เจ้าแมลงปอส่ายหน้าอย่างช้า ๆ ก่อนตอบว่า
“ ขอผมเป็นแมลงปออย่างนี้ไปตลอดชีวิตเถอะครับ” บางบุพเพ ชะตาถูกกำหนดมาเพื่อที่ต้องสูญเสียไป บางบุพเพ ตอนจบไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด รักคน ๆ หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องได้รับรักตอบ แต่เมื่อได้รับรักจากใครคนหนึ่งเราต้องดูแลรักษามันไว้อย่างดี บนบ่าของคุณมีแมลงปอไหม
เก็บมาฝาก เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ในนิทาน
วันหนึ่งผมได้มีโอกาสเปิดอ่านหนังสือภาพ เพื่อกล่อมหลานสาวตัวดีให้นอนกลางวัน.. มันเป็นหนังสือการ์ตูนพูห์และผองเพื่อน ผมได้เปิดอ่านให้เจ้าหญิงตัวน้อยๆ ของผมฟังจนถึงหน้าๆหนึ่ง... มีภาพและใจความดังนี้
Piglet sidled up to Pooh from behind
" Pooh! " he whispered.
" Yes, Piglet?"
" Nothing " said Piglet, talking Pooh's paw.
" I just wanted to be sure of you " มีอีก
นิทานสอนใจ “เด็กน้อย… กับสุนัขพิการ”
เจ้าของร้านตอกป้ายติดไว้เหนือประตู มีข้อความว่า มีลูกสุนัขขาย นี่เป็นวิธีดึงดูดเด็กเล็ก ๆ ได้อย่างดี เด็กผู้ชายคนหนึ่งปรากฏตัวใต้ป้ายแผ่นนั้น และถามว่า
ลูกหมาที่ขายราคาเท่าไรครับ " มีหลายราคา ตั้งแต่ 30 ไปจนถึง 50 เหรียญ " เจ้าของร้านตอบ หนูน้อยล้วงเข้าไปในกระเป๋าและควักสตางค์ออกมา ผมมีอยู่ 2 เหรียญกว่าเอง ขอผมดูพวกมันหน่อยได้ไหมครับ จ้าของร้านยิ้มแล้วผิวปาก
เจ้าเลดี้วิ่งออกมาจากเฉลียงข้างร้านพร้อมกับลูกสุนัขขนฟูอีก 5 ตัว หนึ่งในนั้นเดินตามมาช้า ๆ หนูน้อยสนใจลูกหมาตัวนี้ทันที เห็นได้ชัดว่ามันเดินลากขาเหมือนเป็นหมาพิการ " หมาตัวเล็ก ๆ นั่นเป็นอะไรครับ "
เจ้าของร้านบอกว่าสัตวแพทย์ตรวจตรวจเจ้าลูกหมาตัวนี้แล้วพบว่า มันไม่มีสะโพก มันจะต้องเดินขากะเผลก และจะพิการไปตลอดชีวิต เด็กชายตื่นเต้นขึ้นมาทันที " ผมขอซื้อลูกหมาตัวนี้ได้ไหมฮะ " เจ้าของร้านตอบว่า " อย่าเลย หนูคงไม่อยากได้ลูกหมาตัวนี้หรอกแต่ถ้าหนูอยากได้จริง ๆ ล่ะก็ ฉันจะยกให้ "
หนูน้อยเริ่มไม่พอใจ เขาจ้องหน้าเจ้าของร้านพร้อมกับชี้นิ้วพูดว่า " ผมไม่ต้องการให้คุณยกมันให้ผมฟรี ๆ หมาตัวนี้มีค่ามากเท่ากับตัวอื่น ๆ ทั้งหมดและผมก็จะจ่ายให้คุณเต็มราคาด้วย แต่ผมจะให้คุณไปก่อน 2 เหรียญและจะผ่อนให้เดือนละ 50 เซ็นต์จนกว่าจะครบ "
เจ้าของร้านยังค้านอีกว่า " หนูไม่อยากได้ลูกหมาตัวนี้หรอก มันวิ่งไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้ และเล่นกับหนูเหมือนกับลูกหมาตัวอื่น ๆ ก็ไม่ได้ "
ถึงตอนนี้ หนูน้อยจึงนั่งลงและถกขากางเกงให้เจ้าของร้านเห็น ขาข้างซ้ายที่ลีบเล็ก และมีเหล็กแท่งใหญ่พยุงเอาไว้ เขาเงยหน้ามองเจ้าของร้านและพูดนุ่ม ๆ ว่า " นี่ไงครับ ผมเองก็วิ่งไม่ได้เหมือนกันและลูกหมาตัวนี้ก็คงต้องการใครสักคนที่เข้าใจมัน"
นิทานสอนใจ กองฟืนเท่าภูเขา ก็มิอาจทดแทนคุณมารดา
กาลครั้งหนึ่ง ณ หมู่บ้านชนบทอันไกลแสนไกล มีครอบครัวเล็กๆอาศัยอยู่ริมเชิงเขา พ่อมีอาชีพเก็บฟืนไปขายที่ตลาดทุกๆเช้า แม่ทำงานบ้าน ส่วนลูกชายอยู่ในวัยหนุ่มเป็นคนเกลียดคล้านไม่ยอมช่วยการงานพ่อแม่ พอถึงเวลาอาหารก็เอะอะโวยวายโมโหหิว พาลปาข้าวของเสียหาย
มีอีก