นิทาน
นิทาน…เรื่อง เด็กหลงทางในโลกของเวลา
กาลครั้งหนึ่งผ่านมาอย่างน่ารัก ท้องฟ้าผลิดอกออกเป็นเมฆหลากสี ฝนโปรยลงมาเป็นดอกไม้หอม สายลมพัดพลิ้วใบไม้และละอองสีทองของแสงแดด แผ่นดินหวานเหมือนน้ำตาลก้อน แม่น้ำไหลรินโอบกอดเวิ้งสีเงินระยิบระยับ ในโลกของเวลาที่กระโดดเริงร่าโลกแล่นความสุข
ดินแดนที่ความสดชื่นบานสะพรั่ง ยังมีเด็กหลงทางซุกอยู่ในหมู่แมกไม้ของชีวิต ด้วยดวงใจเปลี่ยวเหงาเศร้าสร้อย ถวิลหาบางสิ่งซึ่งรู้ดีว่า...ไม่มีโอกาสได้สมหวัง เด็กหลงทางคือบาดแผลเรื้อรังของตนเอง เรื่อระบายบางเบาแต่ติดสนิทไม่มีวันลบเลือน
"เธออยู่ที่นี่ทำไมจ๊ะ" เวลาเห็นเด็กหลงทางหน้าตาหงอยๆ ในทุ่งดอกไม้เริงระบำ
"..." เด็กหลงทางส่ายหน้าน้อยๆ ไม่ตอบว่ากระไร
"ไม่สนุกรึ" หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่เวลาถามขึ้นอีกเพราะสงสัยในท่าที
"จ๊ะ" เด็กหลงทางรับคำ ไม่กล้าตอบในตอนแรกก็เพราะมัวแต่กังวลว่าเวลาจะจากไป เขาจะหลงทางโดดเดี่ยวยิ่งขึ้น
"เช้าๆ อย่างนี้สดชื่นดี" เวลาบอกด้วยรอยยิ้ม
"จ๊ะ" เด็กหลงทางก้มหน้า เวลาช่างไม่รู้หรือไรว่าเขาเหว่ว้าทุกตะวันรุ่ง ความโศกเศร้าบินพรูออกมาดังฝูงนกแตกตื่นจากรัง
"มาซิ" เวลายื่นมือสัมผัสเร่งเรียกขึ้นอีก เด็กหลงทางใจหายวูบ ก้มหน้างุด ย่ำเท้าอยู่กับที่ดอกไม้บอบช้ำไปหมด
"เธอหยุดนิ่งได้ไหม" เด็กหลงทางเอ่ยปากกับเวลา พูดในสิ่งที่เขาต้องการ
"..." เวลาไม่ตอบ จ้องมองเด็กหลงทางนิ่ง
"ในโลกเวลาของเธอ ฉัน...รู้สึกไม่ดีเลย" เด็กหลงทางอ้ำอึ้งเหมือนจะร้องไห้ มองทุ่งดอกไม้ไหวกลีบอ่อนบางกลางสายลมกู่
"เฮ้อ" เวลาถอนหายใจยาว บอกเด็กหลงทางด้วยความสงสารว่า "ฉันทำไม่ได้หรอกจ๊ะ"
รุ่งอรุณของความเบิกบานถูกแตะแต้ม ฤดูกาลเริงรื่นในสายลมผลัดเปลี่ยนฤดู เวลายังไหลเนื่องไม่ขาดสาย
เด็กหลงทางรู้สึกเวทนาตัวเอง ม้วนเก็บส่วนที่บอบช้ำเปราะบางไว้ โบกมือให้เอื้อนเอ่ยกับเวลาว่า "ฉันจะเข้มแข็งจ๊ะ"
... เวลาของทุกคน มีเท่ากัน อยู่ที่ว่า ใครจะใช้เวลานั้นๆ ได้คุ้มค่ากว่ากัน และที่สำคัญ เวลา ไม่เคยคอยใคร และไม่มีทาง หยุดเดิน อยู่กับที่ ... » เว็บที่เราอ่านมา
นิทานสอนใจ “เด็กน้อย… กับสุนัขพิการ”
เจ้าของร้านตอกป้ายติดไว้เหนือประตู มีข้อความว่า มีลูกสุนัขขาย นี่เป็นวิธีดึงดูดเด็กเล็ก ๆ ได้อย่างดี เด็กผู้ชายคนหนึ่งปรากฏตัวใต้ป้ายแผ่นนั้น และถามว่า
ลูกหมาที่ขายราคาเท่าไรครับ " มีหลายราคา ตั้งแต่ 30 ไปจนถึง 50 เหรียญ " เจ้าของร้านตอบ หนูน้อยล้วงเข้าไปในกระเป๋าและควักสตางค์ออกมา ผมมีอยู่ 2 เหรียญกว่าเอง ขอผมดูพวกมันหน่อยได้ไหมครับ จ้าของร้านยิ้มแล้วผิวปาก
เจ้าเลดี้วิ่งออกมาจากเฉลียงข้างร้านพร้อมกับลูกสุนัขขนฟูอีก 5 ตัว หนึ่งในนั้นเดินตามมาช้า ๆ หนูน้อยสนใจลูกหมาตัวนี้ทันที เห็นได้ชัดว่ามันเดินลากขาเหมือนเป็นหมาพิการ " หมาตัวเล็ก ๆ นั่นเป็นอะไรครับ "
เจ้าของร้านบอกว่าสัตวแพทย์ตรวจตรวจเจ้าลูกหมาตัวนี้แล้วพบว่า มันไม่มีสะโพก มันจะต้องเดินขากะเผลก และจะพิการไปตลอดชีวิต เด็กชายตื่นเต้นขึ้นมาทันที " ผมขอซื้อลูกหมาตัวนี้ได้ไหมฮะ " เจ้าของร้านตอบว่า " อย่าเลย หนูคงไม่อยากได้ลูกหมาตัวนี้หรอกแต่ถ้าหนูอยากได้จริง ๆ ล่ะก็ ฉันจะยกให้ "
หนูน้อยเริ่มไม่พอใจ เขาจ้องหน้าเจ้าของร้านพร้อมกับชี้นิ้วพูดว่า " ผมไม่ต้องการให้คุณยกมันให้ผมฟรี ๆ หมาตัวนี้มีค่ามากเท่ากับตัวอื่น ๆ ทั้งหมดและผมก็จะจ่ายให้คุณเต็มราคาด้วย แต่ผมจะให้คุณไปก่อน 2 เหรียญและจะผ่อนให้เดือนละ 50 เซ็นต์จนกว่าจะครบ "
เจ้าของร้านยังค้านอีกว่า " หนูไม่อยากได้ลูกหมาตัวนี้หรอก มันวิ่งไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้ และเล่นกับหนูเหมือนกับลูกหมาตัวอื่น ๆ ก็ไม่ได้ "
ถึงตอนนี้ หนูน้อยจึงนั่งลงและถกขากางเกงให้เจ้าของร้านเห็น ขาข้างซ้ายที่ลีบเล็ก และมีเหล็กแท่งใหญ่พยุงเอาไว้ เขาเงยหน้ามองเจ้าของร้านและพูดนุ่ม ๆ ว่า " นี่ไงครับ ผมเองก็วิ่งไม่ได้เหมือนกันและลูกหมาตัวนี้ก็คงต้องการใครสักคนที่เข้าใจมัน" » เว็บที่เราอ่านมา
นิทานความรักซึ้งๆ “มีเมืองเล็ก ๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง….”
มีเมืองเล็ก ๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมาก ทุกวันพวกเขาจะพากันไปดู พระอาทิตย์ขึ้นที่ชายหาด และไปส่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ชายหาดตอนโพล้เพล้ ทุกคนที่เคยพบเจอพวกเขา จะมองด้วยสายตาอิจฉาในความรักของคนคู่นี้เสมอ
แต่แล้ววันหนึ่ง..
เกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้น หญิงสาวผู้โชคร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอนอนเงียบ ๆ อยู่บนเตียงของโรงพยาบาล วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า เธอก็ยังคงไม่ฟื้นคืนมา ตอนกลางวัน ชายหนุ่มจะมาเฝ้าอยู่ที่หน้าเตียง ร้องเรียกคนรักของเขาเสมอ ทั้งๆ ที่เธอไม่ตอบสนองใด ๆ เลย ตกกลางคืน ชายหนุ่มจะไปสวดภาวนาออนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าที่โบสถ์นอกเมือง เขาร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้ง ไม่มีจะไหลออกมาอีกแล้ว ผ่านไป 1 เดือน หญิงสาวยังคงหลับใหลไม่ฟื้นเหมือนเดิม ส่วนชายหนุ่มก็ดูจะซูบเซียวขึ้นทุกวัน แต่ก็ยังคงสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่เสมอไม่หยุด แต่แล้ววันหนึ่ง พระผู้เจ้าก็เกิดเห็นใจในรักของชายหนุ่มและตกลงที่[ประทาน]พรให้แก่เขา
พระผู้เป็นเจ้าได้ถามชาย หนุ่มว่า
“เจ้ายอมที่จะแลกพรนี้ด้วยชีวิตของเจ้าไหม” ชายหนุ่มตอบโดยไม่ลังเลว่า
“ ผมยอมครับ” พระผู้เป็นเจ้าพูดว่า
“งั้นดีฉันจะให้คนรักของเจ้าฟื้นขึ้นมา แต่เจ้าต้องแลกกับการกลายเป็นแมลง ปอเป็นเวลา 3 ปี เจ้าจะตกลงยอมไหม
ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้น แต่ก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิม “ผมยอมครับ” ฟ้าสางแล้ว ชายหนุ่มได้กลายเป็นแมลงปอสวยงามตัวหนึ่ง เขาบอกลาพระผู้เป็นเจ้าแล้วรีบบินกลับไปที่โรงพยาบาลหญิงสาวฟื้นขึ้นมาแล้วจริง ๆ มีนายแพทย์หนุ่มยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ คุยเรื่องอะไรกันสักอย่างหนึ่ง แต่ช่างเสียดายที่เขาไม่สามารถที่จะได้ยิน. หลายวันผ่านไป หญิงสาวแข็งแรงพอที่จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่เธอดูไม่มีความสุขเลย เธอออกตะเวณหาข่าวคราวของชายหนุ่ม แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าชายหนุ่มหายไปอยู่ที่ไหน หญิงสาวยังไม่ละ
ความพยายามที่จะตามหาชายคนรักของเธอ
ชายหนุ่มซึ่งอยู่ในร่างของเจ้าแมลงปอ ได้[แต่]บินวนเวียนอยู่รอบตัวหญิงสาวไม่ห่าง [ทว่า]เขาไม่สามารถที่ส่งเสียงไม่สามารถโอบกอด[เธอ] เขาทำได้แค่เพียงเฝ้ามองดูหญิงสาวไม่ให้คาดสายตาเท่านั้น ฤดูร้อนผ่านไปแล้ว ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดใบไม้ปลิวร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่ เจ้าแมลงปอจำต้องจากที่นี่ไปแล้ว นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้บินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาว เขาอยากใช้ปีกของเขาลูบใบหน้าของหญิงสาว อยากใช้ปากเล็ก ๆ จูบที่หน้าผาก แต่อย่างไรก็ดีร่างเล็กบอบบางในคราบของแมลงปอก็ไม่สามารถเรียกร้องความ สนใจจากหญิงสาวได้
แค่พริบตา ฤดูใบไม้ผลิก็มาเยือน เจ้าแมลงปอรีบบินกลับมาหาคนรักของเขา เพื่อจะพบว่าร่างอันคุ้นตานั้นบัดนี้ได้ยืนเคียงคู่ อยู่กับชายรูปร่างสันทัด คนหนึ่ง ภาพ ๆ นั้นทำให้เจ้าแมลงปอเกือบจะบินตกลงมาจากอากาศเลยทีเดียว ชาวบ้านต่างกล่าวขานถึงเรื่องอุบัติเหตุที่ทำให้หญิงสาวได้รับบาดเจ็บ สาหัสทำให้ได้พบกับแพทย์หนุ่มที่น่ารัก และ ใจดี คนนั้น และยังกล่าวถึงความรักของคนทั้งคู่ที่เหมือนถูกกำหนดมาอย่างไรอย่างนั้น แน่นอนพวกเขายังคงพูดถึงหญิงสาวที่สดใสร่าเริงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากมายนัก
เจ้าแมลงปอรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก หลังจากนั้นไม่กี่วัน แมลงปอเห็นแพทย์หนุ่มผู้นั้นพาคนรักของตนไปชายทะเลเพื่อดูพระอาทิยต์ขึ้น
พลบค่ำก็อยู่ที่ชายหาดเพื่อดูพระอาทิตย์ตก แต่สำหรับเขาแล้ว นอกจากบินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาวแล้ว เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย หน้าร้อนของปีนี้ช่างยาวนานนัก เจ้าแมลงปอบินต่ำลง ๆ ทุกวันด้วยความรู้สีกที่เจ็บปวด เขาไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอที่จะบินเข้าใกล้ หญิงอันเป็นที่รัก ท่าทางการพูดคุยกันอย่างสนิทสนมของคนทั้งคู่ เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของทั้งคู่ ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก ย่างเข้าฤดูร้อนของปีที่ 3 เจ้าแมลงปอไม่ค่อยไปเฝ้าดูคนรักของเขาแล้ว บ่าของเธอบัดนี้ถูกโอบกอดด้วยมือของแพทย์หนุ่ม
ใบหน้าถูกประทับจูบอย่างเบา ๆ จากเขาผู้นั้น ดูท่าทางแล้วไม่มีทางเลยที่หญิงสาวจะมีเวลาที่จะไปคิดถึงแมลงปอที่เจ็บปวดตัวหนึ่ง
ยิ่งไม่มีทางที่จะไปคิดถึงอดีตสิ่งที่ผ่านไป วันครบรอบปีที่ 3 ที่พระผู้เป็นกำหนดไว้ใกล้มาถึงแล้วคนรักของเจ้าแมลงปอกับนายแพทย์หนุ่ม ได้จัดพิธีแต่งงานขึ้นในวันสุดท้ายนั้นเอง เจ้าแมลงปอค่อย ๆ บินเข้าไปในโบสถ์ และไปเกาะที่บ่าของพระผู้เป็นเจ้าเขาได้ยินเสียงของคนรัก ที่ดังมาจากข้างล่างตอบรับคำสาบานของพระผู้เป็นเจ้าว่า “ฉันยอมรับ” เขาเห็นแพทย์หนุ่มคนนั้นสวมแหวนให้คนรักของเขา ตามด้วยจุมพิตที่แสนหวานของคนทั้งคู่. เจ้าแมลงปอปล่อยให้น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลออกมา
พระผู้เป็นเจ้าถามแมลงปอว่า “เจ้ารู้สึกเสียใจไหม” เจ้าแมลงปอเช็ดน้ำตาแล้วตอบว่า “เปล่า” พระผู้เป็นเจ้าถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า
“งั้นพรุ่งนี้เจ้าก็ได้กลับเป็นเจ้าคนเดิมแล้ว” เจ้าแมลงปอส่ายหน้าอย่างช้า ๆ ก่อนตอบว่า
“ ขอผมเป็นแมลงปออย่างนี้ไปตลอดชีวิตเถอะครับ” บางบุพเพ ชะตาถูกกำหนดมาเพื่อที่ต้องสูญเสียไป บางบุพเพ ตอนจบไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด รักคน ๆ หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องได้รับรักตอบ แต่เมื่อได้รับรักจากใครคนหนึ่งเราต้องดูแลรักษามันไว้อย่างดี บนบ่าของคุณมีแมลงปอไหม
เก็บมาฝาก เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ในนิทาน
วันหนึ่งผมได้มีโอกาสเปิดอ่านหนังสือภาพ เพื่อกล่อมหลานสาวตัวดีให้นอนกลางวัน.. มันเป็นหนังสือการ์ตูนพูห์และผองเพื่อน ผมได้เปิดอ่านให้เจ้าหญิงตัวน้อยๆ ของผมฟังจนถึงหน้าๆหนึ่ง... มีภาพและใจความดังนี้
Piglet sidled up to Pooh from behind
" Pooh! " he whispered.
" Yes, Piglet?"
" Nothing " said Piglet, talking Pooh's paw.
" I just wanted to be sure of you " มีอีก » เว็บที่เราอ่านมา
นิทานสอนใจ กองฟืนเท่าภูเขา ก็มิอาจทดแทนคุณมารดา
กาลครั้งหนึ่ง ณ หมู่บ้านชนบทอันไกลแสนไกล มีครอบครัวเล็กๆอาศัยอยู่ริมเชิงเขา พ่อมีอาชีพเก็บฟืนไปขายที่ตลาดทุกๆเช้า แม่ทำงานบ้าน ส่วนลูกชายอยู่ในวัยหนุ่มเป็นคนเกลียดคล้านไม่ยอมช่วยการงานพ่อแม่ พอถึงเวลาอาหารก็เอะอะโวยวายโมโหหิว พาลปาข้าวของเสียหาย
มีอีก » เว็บที่เราอ่านมา
เรื่องขำขำ ผู้ชายไม่กินเหล้า ไม่เที่ยว เป็นไง
ชายคนหนึ่งเดินออกจากผับ มีขอทานคนหนึ่งหน้าตามอมแมม ตามตัวสกปรกนั่งอยู่ข้างทาง
' พี่ขอเงินสัก 20 ซิผมยังไม่กินข้าวเลย ' ขอทานเอ่ยปาก
ชายหนึ่งหยุดกึ่ก........ แล้วบอกว่า ' เอาอย่างนี้ ไปกินเหล้ากับพี่ พี่เลี้ยงเอง '
ขอทานบอก ' ไม่เป็นไรครับพี่ ผมไม่กินเหล้า ' มีอีก
เรื่องขำขัน ประกาศรับสมัคร พนักงานใหม่
บริษัทแห่งหนึ่งกำลังต้องการพนักงานใหม่จึงติดป้ายไว้ที่กระจกหน้าร้านว่า
“ต้องการพนักงานด่วน คุณสมบัติ ต้องสามารถพิมพ์ดีด ใช้คอมพิวเตอร์ และสามารถพูดได้หลายภาษา” มีอีก
เรื่องเล่าขำขำ คลายเครียด “สอนว่ายน้ำก่อนสิ”
ณ.โรงพยาบาลบ้าแห่งหนึ่งมีคนบ้าเป็นจำนวนมาก ทำให้มีเนื้อที่ไม่เพียงพอแก่การอยู่อาศัยของผู้ป่วย ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดให้มีการทดสอบผู้ป่วยที่เป็นบ้าาาาาา โดยทำการสูบน้ำออกจากสระว่ายน้ำจนแห้งเหือด มีอีก
เรื่องสั้น ขำขำ ยายขายขนมไทย
ยายคนหนึ่ง มีอาชีพขายขนมไทย แต่ขายได้ไม่ดีนัก เพราะขนมไทย ไม่เป็นที่นิยมมากเท่าใด
แต่ทุกเช้า จะมีชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง มาซื้อขนมกับแกทุกวัน โดยชายหนุ่มจะยื่นเงินให้ยายคนนั้น 20 บาท โดยที่ไม่ได้รับขนมไปเลย แต่ชายหนุ่มคนนั้น ก้อทำเช่นนี้มาตลอด ไม่มีขาด
ยายก็ได้แต่พูดขอบใจทุกครั้ง
อยุ่มาวันหนึ่ง ชายหนุ่มก้อทำเช่นเดิม ยื่นเงินให้ยาย 20 บาท แล้วกำลังจะเดินจากไป แต่คราวนี้ ยายจับแขนชายหนุ่มไว้ แล้วเอ่ยปากว่า
"พ่อหนุ่ม"
ชายหนุ่มรีบตอบกลับว่า "ยายครับ ยายไม่ต้องสงสัยหรือเอ่ยถามหรอกครับ ผมทำแบบนี้ทุกวัน เพราะผมอยากช่วยยายครับ" ชายหนุ่มตอบพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน
ยายตอบกลับว่า "เปล่า.. ยายจะบอกว่า ขนมยายขึ้นราคาเป็น 25 บาทแล้ว
นิทานเรื่องสั้น ขำขำ คลายเครียด ก่อนทำงาน
เจ้านายหน้าขรึม พา ผจก.ฝ่ายบุคคล และเลขานุการ ไปทานข้าวเที่ยงในร้านอาหารที่ตกแต่งแบบโบราณ
ในช่วงขณะที่รออาหารอยู่นั้น………… มีอีก
บทความสอนใจ “เหรียญ 5 บาท ของพ่อ”
ในค่ำคืนนึง... หลังจากกราบพระกับคุณพ่อ คุณแม่แล้ว คุณพ่อเรียกลูกเข้าไปพบ แล้วบอกลูกว่าพ่อมีอะไรให้ดูซึ่งสำคัญมาก ว่าแล้วคุณพ่อก็หยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อเอามือกำไว้ ถึงคุณพ่อของแพง และพ่อที่มีลูกสาวทุกท่านข้างล่างนี้เอาไว้ใช้สอนลูกหลานได้ มีอีก
นิทานของบีเดิลยอดกวี ชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ วางขาย จำนวนจำกัด
รวบรวม เทพนิยายแสนสนุก 5 เรื่อง 5 รส ที่รู้จักกันดีในโลกพ่อมดแม่มด ได้แก่ พ่อมดกับหม้อกระโดดได้, น้ำพุแห่งโชคดีทีเดียว, หัวใจขึ้นขนของผู้วิเศษแบ๊บบิตตี้ แร็บบิตตี้กับตอไม้หัวเราะได้ และนิทานสามพี่น้อง
เป็นหนังสือที่เกี่ยวเนื่องกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ เพราะเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยแฮร์รี่ ไขปริศนาเครื่องรางยมทูต ในเล่ม 7
ในแฮร์รี่ พอตเตอร์ บอกไว้ว่า นิทานของบีเดิลยอดกวีเป็นหนังสือที่รวบรวมเทพนิยายคลาสสิกของโลกพ่อมดแม่มด เด็กๆ พ่อมดทุกคนจะต้องโตมากับนิทานเหล่านี้ เหมือนที่เด็กๆ มักเกิ้ลโตมากับซินเดอเรลลาหรือสโนว์ไวต์
» เว็บที่เราอ่านมา
เคยดูรึยัง
คลิปวีดีโอ การ์ตูน ไก่ตีเทนนิส น่ารักๆ
แอนนิเมชั่นน่ารักๆ ไก่ตีเทนนิส สังเกตลูกเทนนิสแม่ไก่ดีๆ มันเป็นลูกไก่หรือลูกเทนนิสกันแน่
ตัวอย่างหนัง โดเรมอน ตอน โนบีตะ ท่องอาณาจักรโฮ่งเหมียว
ภาคนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ โดเรมอนและเพื่อนๆ ได้พาอิจิ,เจ้าแฉะ พร้อมด้วยสุนัขและแมวจรจัดมากมายหลายตัว ไปปล่อยยังยุคดึกดำบรรพ์เมื่อกว่า 300 ล้านปีก่อน พร้อมทั้งใช้ปืนเร่งวิวัฒนาการเพื่อให้สุนัขและแมว สามารถพัฒนาดินแดนนี้ ให้เป็นเมืองของสัตว์ทั้งสองมีชีวิตรอดอยู่ได้ แต่ต่อมาโนบิตะและเพื่อนๆ พบว่า ตัวเองพลาดที่ทิ้งปืนวิวัฒนาการไว้ที่นั่น โดราเอม่อน จึงจำเป็นต้องย้อนเวลามาสำรวจอีกครั้ง พบว่าเมืองสุนัขแมวนั้นมีวิวัฒนาการที่เหนือกว่ามนุษย์มาก และมีเหมียวนิล แมวจอมโลบที่พยายามจะครอบครองเมืองนี้ ทั้งโนบิตะ โดเรมอน และเพื่อนๆจึงต้องช่วยเหลือเมืองนี้ ให้พ้นจากเงื้อมมือของ เหมียวนิล
โดเรมอน โนบิตะ และเพื่อนๆจะทำได้สำเร็จหรือไม่ ต้องไปดูกัน เข้าโรง วันที่ 19 ตุลาคม 2549 แฟนๆโดเรมอนห้ามพลาด :)
นิทานเรื่องสั้น ขำขำ คลายเครียด ก่อนทำงาน
เจ้านายหน้าขรึม พา ผจก.ฝ่ายบุคคล และเลขานุการ ไปทานข้าวเที่ยงในร้านอาหารที่ตกแต่งแบบโบราณ
ในช่วงขณะที่รออาหารอยู่นั้น………… มีอีก
เรื่องขำขัน ประกาศรับสมัคร พนักงานใหม่
บริษัทแห่งหนึ่งกำลังต้องการพนักงานใหม่จึงติดป้ายไว้ที่กระจกหน้าร้านว่า
“ต้องการพนักงานด่วน คุณสมบัติ ต้องสามารถพิมพ์ดีด ใช้คอมพิวเตอร์ และสามารถพูดได้หลายภาษา” มีอีก