สะกิด (Sakid)

เอามาจากเว็บเค้าอีกที
Next Page »

บทความสอนใจ

บทความ ผู้ชายรัก…ไม่รัก ดูได้จากตรงไหน

บทความ ผู้ชายรัก…ไม่รัก ดูได้จากตรงไหน

เริ่มต้นขอนัดเดต การที่ผู้ชายขอเดต อย่าพึ่งด่วนสรุปว่าเขาชอบคุณเข้าอย่างจังแล้ว แต่การนัดครั้งต่อไปของเขาต่างหาก ที่เป็นคำตอบว่า เขาอยากรู้จักและใช้ชีวิตอยู่กับคุณมากขึ้น ดังนั้นหากคุณออกเดตกับเขาครั้งแรก และเขาเอ่ยปากนัดคุณอีกครั้ง คำว่า รัก คงอยู่ไม่ไกลแล้วล่ะ รสชาติและวิธีการจูบของเขา เมื่อตกลงปลงใจยอมรักชายสักคน การสังเกตวิธีการจูบของเขาว่ามีความโรแมนติกที่มาพร้อมกับคำว่าเซ็กซ์ด้วย ไหม ถ้าเขาสักแต่จูบคุณเพื่อปลุกอารมณ์ความไคร่ โดยหาความรักและโรแมนติกไม่มีเลยนั้น เขาคิดกับคุณเป็นเพียงคู่นอนแล้วล่ะ ความใส่ใจ หนุ่มที่คุณคิดว่าเขารักจะใส่ใจคุณมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะการที่เขาจำรายละเอียดในเรื่องที่คุณบอกไปทุกเรื่อง อย่างเช่นปัญหาในการทำงานของคุณวันนี้ แล้วเขายังถามถึงปัญหาเหล่านี้จากคุณในอีกวันรุ่งขึ้น ความรู้สึกปลอดภัยที่เขาหยิบยื่นให้คุณ อะไรจะสร้างความมั่นใจให้กับคุณสาวๆ เท่ากับการสร้างความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ๆ เขา อีกทั้งการที่เขาไม่ปล่อยให้คุณโดดเดี่ยว ด้วยการผิดนัด มาช้า หรือ ไม่ติดต่อหาคุณเลยจนคุณต้องโทรเช็ค เรียกได้เลยว่า เขาเริ่มห่วงใยและสนใจคุณ ความโรแมนติกที่มีให้กับคุณ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการโทรหรืออีเมลล์มาบอกคุณ ถึงความประทับใจในการออกเดตกับคุณแต่ละครั้ง ก็เป็นสิ่งที่คุณควรรับรู้ว่า เขารักคุณเข้าแล้ว เปิดเผยชีวิตส่วนตัว ครอบครัว และเพื่อนฝูง การที่เขายอมเล่าเรื่องชีวิตการทำงาน การใช้ชีวิต พาคุณไปแนะนำให้เพื่อนๆ ในก๊วนของเขาให้รู้จัก และสุดท้ายถ้าเขาพาไปพบพ่อแม่ของเขา ก็หมายความว่า เขารักคุณหมดทั้งใจแล้ว เขากล้าเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคุณ แม้หลายคนจะปฏิเสธว่าการเปลี่ยนแปลงเพื่อคนรักเป็นสิ่งที่ไม่จีรัง ยั่งยืน แต่การที่เขากล้าเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างการแต่งตัว เปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ ก็โปรดยืนยันกับตัวเองไว้ได้เลยว่า คุณทำให้ชายหนุ่มคนนี้ยอมรับและรักผู้หญิงอย่างคุณแล้ว ผู้ชายแบบนี้หายาก ถ้าใครเจอแล้ว อย่าลืมรักษาไว้ด้วยนะคะ ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: บทความ, บทความดีๆ, บทความรัก, บทความสอนใจ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เกร็ดน่ารู้
บทความสอนใจ สุดแล้ว… ทุกชีวิตต้องอยู่ลำพัง

บทความสอนใจ สุดแล้ว… ทุกชีวิตต้องอยู่ลำพัง

มนุษย์จะทนอยู่กับความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาได้มากหรือนานสักแค่ไหนกัน มนุษย์ทนดื่มกินความฝันและร่องรอยของความทรงจำได้จริงหรือ ความเจ็บปวดรวดร้าวนั้นทรมานก็จริง แต่บางคนก็ยอมร่วมหัวจมท้ายและมีความสุขกับมันอย่างยอมจำนน หรืออย่างรื่นเริงชื่นใจในที่สุด คนบางคนยอมโดดเดี่ยว หรือเลือกจะอยู่เพียงลำพัง คนบางคนขลาดกลัวความโดดเดี่ยว และเลือกที่จะไม่อยู่คนเดียว แต่สุดท้ายก็ต้องอยู่เพียงลำพัง คนสองคนอยู่ด้วยกัน แต่คนหนึ่งคนใด ก็ยังโดดเดี่ยวอยู่ดี คนบางคนดื่มกินความโดดเดี่ยวจนสาสม สาแก่ใจ และชาชิน......... บ่อยครั้งที่ความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา แปลงร่างพรางพร่า เป็นหยาดย้ำตาหยดร้อน ตอนที่ความเคว้งคว้างมันลุกคืบกระทืบเต้นอยู่กลางใจ แล้วพากันบดเนื้อชีวิตจนหมองไหม้แหลกยับไปกับตา โมงยามที่คอยเฆี่ยนตี และตักเตือน....ชีวิตนี้สั้นนัก! เพียงชั่วกระพริบลมหายใจ และใบไม้ปลิดขั้ว..... เราก็จะไม่ได้เห็นหน้ากันอีก...ไม่ได้พบกันอีก....กับใครบางคน เราเฝ้าถามตัวเองในมุมความปวดร้าวอยู่เสมอว่า...... เราจากกันชั่วชีวิตแล้วจริงๆ หรือนี่...เราไม่ได้พบกันอีกแล้วชั่วชีวิตใช่ไหม มันเป็นความรู้สึกที่ปวดร้าวเกินทน ถ้าต้องอยู่ไป...อย่างโดดเดี่ยวตลอดชีวิต...กับชีวิตที่ไม่มีวันจะมีใครได้เลย เราจะทุกข์ทรมานไปไม่รู้สิ้นสุด หรือเราจะยอมรับและมีความสุขกับมัน เราจะจำนนเอาอย่างหน้า....หรือจำยอมเอาอย่างหลัง บางคนเลือกที่จะมีใคร และให้ใครบางคนเดินเข้ามาในชีวิต ทดแทนและชดเชย ต่อเติมและตักตวง ความรัก หรือที่สุดแล้วอาจแค่ความใคร่ เพื่อแลกเอากับอะไรที่คิดว่าใช่ กราดเกี้ยวกับอารมณ์ปรารถนาที่ไม่รู้อดรู้อิ่ม ฉกฉวยความเป็นคนและอิสระภาพของเขาไปวันแล้ววันเล่า และหลอกตัวเองว่านั้น และ มัน คือ “ความรัก” ท้ายที่สุดแล้วเปลี่ยวเหงาและว่างเปล่าสิ้นดี เมื่อโมงยามแห่งความอดทนของใครคนหนึ่งคนใดสิ้นสุดลง และโมงยามแห่งการจากพรากเริ่มออกเดินทาง ผ่านคน ผ่านใคร่ ผ่านใคร ผ่านครั้ง....กี่ร้อย กี่หน กี่คน กี่ครั้ง ที่สุดแล้ว....ทุกชีวิตล้วนต้องอยู่เพียงลำพัง » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: ข้อคิดดีๆ, คิดนึก, บทความ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, เรื่องน่าอ่าน
บทความดีๆ ที่อยากให้อ่าน วิธีทำใจหลังถูกทิ้ง

บทความดีๆ ที่อยากให้อ่าน วิธีทำใจหลังถูกทิ้ง

วิธีที่ 1: พุ่งเป้าไปที่อาชีพการงาน ใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีคุณค่า ด้วยการทำแต่งาน ๆ ๆ นั่งกำหนดเป้าหมายในชีวิตด้านการงานแล้วมุ่งมั่นกับมันไป ทดแทนความรักที่หล่นหาย ใครจะว่าประชดก็ต้องยอมรับ การทำงานจะทำให้คุณไม่มีเวลาว่าง วิธีที่ 2 : คิดถึงแต่เรื่องแย่ ๆ ของอดีตคนรัก ฟัง ดูมองโลกในแง่ร้ายเหลือเกิน ก็คงเป็นอย่างนั้นจริง ต้องยอมรับกันไป ถ้าเราต้องหยิบฉวยช่วงเวลาแย่ ๆ มาช่วยตัวเองให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ วิธีที่ 3 : เสแสร้งเพื่อมีแรง....ก้าวต่อไป ทำ เป็นเนียน ๆ ว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตคุณมากมาย แม้หัวใจจะร้าวราน มนุษย์ที่เข้มแข็งจะก้าวผ่านช่วงเวลาเลวร้ายแบบนี้ไปได้ด้วยทัศนคติที่ดีต่อ ชีวิต ยกหูหาเพื่อนสนิทอารมณ์ดีสักคน แล้วชวนกันออกไปทำอะไรมันส์ ๆ ด้วยกัน ดำน้ำ ดูปลา หรือเมาหัวราน้ำแบบเฮฮาอย่างไม่เคยเป็น เสียงหัวเราะอาจกลบเกลื่อนเสียงร้องไห้ในใจได้บ้าง วิธีที่ 4 : ปิดปากเงียบ บ่อย ครั้งที่การพูดเป็นเหมือนการระบาย แต่ถ้าอยากลืมได้เร็ว ๆ ให้เลือกพูดเพียงครั้งเดียวกับเพื่อนที่คุณไว้ใจได้บนโลกใบนี้ ในไดอารี่อาจมีเพียงบทเดียว ที่บรรจุเรื่องราวของวันสุดท้ายของความรัก วิธีที่ 5 : เปลี่ยนความ เศร้าเป็นพลัง ก็ เหมือนกับการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสนั่นแหละ หากความเศร้ามันมีพลังล้นเหลือ แปรรูปพลัง งานนั้น มาออกกำลัง เล่นกับสุนัข ซ่อมแอร์ ขัดห้องน้ำ ... วิธีที่ 6 : ให้ธรรมชาติและเวลารักษาคุณ ฟัง ดูเหมือนโฆษณาชวนเชื่อ แต่ 2 อย่างนี้จะช่วยคุณได้จริง ๆ แทบไม่ต้องเสียสตางค์ อย่างแรกคือธรรมชาติ ถ้าอยากพบก็ต้องออกไปเดินตามหา การเดินทางจะทำให้คุณลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ชั่วขณะ แล้วได้พบเจอกับสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิตที่ต้องแก้เฉพาะหน้าแทน ความสวยงามของสายลม ต้นไม้ และแสงแดดสวย ๆ ไม่เคยทำร้ายหัวใจใคร เป็นเหตุผลว่า ทำไม คนอกหักต้องไปทะเล ก็เพื่อปลดปล่อยใจไปกับผืนทะเลอันกว้างใหญ่นั่นเอง ต่อมาคือเวลา สรรพคุณของมันคือ ช่วยเยียวยา โดยที่ไม่ต้องไปทำอะไรกับมัน ปล่อยให้เวลาเดินหน้าต่อไป ให้หัวใจคุณหมุนติ้วตามเข็มนาฬิกา อย่าริอาจเดินทวนเข็ม เราฝืนกลไกมันไม่ได้ นอกจากจะเจ็บปวดแล้ว นาฬิกาจะเสียเอาอีกด้วย วิธีที่ 7 : ลบมันทิ้งไป เป็น ประโยคที่พูดกันง่าย ๆ แต่ทำยากเหลือเกิน สมมุติให้ตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ ก็เพียงแค่ ดีแฟรกเม้นท์ หรือลบโปรแกรมเก่าทิ้งไป ลงใหม่หรือเลิกใช้ซะ แต่ละวิธีอาจจะยากไปหน่อย แต่รับรองว่า ถ้าคุณผ่านพ้นมันไปได้ จะทำให้คุณเข้มแข็งขึ้นอีกเยอะ » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้
เรื่องดีๆ ที่อยากให้อ่าน … มูลค่าพ่อราคา 3.5แสน .. อ่านแล้วน้ำตาคลอ‏

เรื่องดีๆ ที่อยากให้อ่าน … มูลค่าพ่อราคา 3.5แสน .. อ่านแล้วน้ำตาคลอ‏

//// :::นึกถึงวันที่เอาเงิน 1 แสนบาท ไปคืน... ขอบคุณมากครับ คุณลุง..อย่าเสียใจไปเลยครับ /// .....................ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้หลายปี เพื่อนบ้านก็ดี มีน้ำใจ ข้างบ้านรั้วติด กัน มีคุณลุงคนหนึ่ง เป็นข้าราชการบำนาญ เกษียณมาหลายปีแล้ว ภรรยาเสีย ตั้งแต่เรายังไม่ย้ายเข้ามา ลูกๆ ทั้ง 3 คน ต่างก็แต่งงาน มีครอบครับ ไปอยู่ที่จังหวัดอื่นๆ กันหมด ..ลุงแกก็อยู่บ้านคนเดียว มาเกือบ 10 ปี ..........เราได้รู้จักลุง ก็ได้เห็นในน้ำใจไมตรี เป็นคนใจดี อบอุ่น น่ารัก ..มีโรคประจำตัวตาม ประสาคนแก่ คือเบาหวาน ความดัน และเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ไปตามปกติ... ด้วยความที่อยู่บ้านคนเดียว บางครั้งเจ็บป่วย ก็ลำบากหน่อย เพราะไม่มีลูกหลาน คอยช่วย เหลือ ช่วงเวลาหลายปี ที่ผ่านมา เราก็ได้มีโอกาสได้ช่วยเหลือ พาไปหาหมอ พาไปทำธุรต่างๆ และถ้า ป่วยหนัก ถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ก็จะช่วยโทรตามลูกๆ ของแกให้.. ..............................ลูกๆ ก็จะมาเยี่ยมบ้าง ไม่มาบ้าง แล้วแต่โอกาส แต่ !!! เรารู้ว่า คุณลุงเหงา !!!!..... บ่อยครั้งที่คุณลุงจะบ่นถึงคุณป้า ซึ่งเราไม่เคยเจอตัวจริง ได้เห็นแต่ในรูป เพราะ ท่านเสียไป หลายปีแล้ว ก่อนที่เราจะได้ย้ายมาอยู่ที่นี่... ..........ช่วงเทศกาล ปีใหม่ สงกรานต์ เมื่อบ้านอื่นๆ เขามีลูกๆ มาเยี่ยม เราเห็นคุณลุงนั่งเหงาเพียงลำพัง เราก็ซื้อของขวัญ ของกิน ของใช้ บางครั้งก็เป็นพวก ผลไม้บ้าง เครื่องดื่มบ้าง ไปไหว้ ...ลุงก็ดีใจ ให้ศิลให้พร กันยกใหญ่ ... แล้ว!!!................. ท่านก็ได้แต่ รำพึง รำพัน ถึงลูกๆ ......จนน้ำตาไหล ท่านได้แต่เฝ้ารอ นั่งมองแต่ ประตูหน้าบ้าน รอว่าเมื่อไร จะมีรถของลูกๆ กลับมาเยี่ยมบ้างในช่วงเทศกาล ................................... หลายปีมานี้ คุณลุงก็ได้แต่รอ...เจอเพียงแต่ความว่างเปล่า ไร้แม้แต่เงาข้างกายของคนที่เรียกลุงว่าพ่อ ..........เราก็ได้แค่ ปลอบ ว่าลูกๆ เขาคงติดธุระ วันไหนเขาว่าง ก็คงมาเยี่ยม ไม่ต้องคิดมาก เสียสุขภาพไปเปล่าๆ... ............ที่หลังบ้านคุณลุง มีต้นมะม่วงพันธุ์ดีอยู่หลายต้น มีต้นหนึ่งที่ลูกโต หวานอร่อย เป็นพิเศษ เราไปช่วยลุงเก็บเป็นประจำ และ คุณลุงก็จะแบ่งมาให้ทุกครั้ง.......ลุงจะคัดลูกสวยๆ เก็บใส่กล่อง ดูแลเป็นพิเศษ...เก็บไว้รอลูกๆ อยากให้ลูกได้กินของดีๆ .......หลายครั้งหลายหน เราเห็นคุณลุง รอลูกๆ จนมะม่วงเน่าเสียไป ไม่รู้กี่หน ต่อกี่หน หลายปี ????? มานี้ ก็ไม่เคยเห็นลูกๆ กลับมากินมะม่วงที่พ่อบ่มไว้ด้วยใจรัก แม้แต่ครั้งเดียว ........คุณลุงมีที่แปลงหนึ่ง ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ คุณลุงบอกว่าอยากขาย ให้เราช่วยดำเนินการให้หน่อย เราก็เขียนป้ายไปติด แล้วลงประกาศให้ ...5 เดือน เศษๆ หลังจากประกาศขาย ในที่ สุดก็มีผู้สนใจ และก็ขายได้ในที่สุด ในราคา 1 ล้านบาท ... ........เมื่อได้เงินมา สิ่งแรกที่คุณลุงพูดถึงคือ...คิดถึงลูกๆ ถ้ารู้ว่าพ่อขายที่ได้คงดีใจ ลุงบอกว่า จะแบ่งเงินให้ลูกทั้ง 3 คน เท่าๆ กัน ... ..........วันรุ่งขึ้น ลุงก็มาหาเราแต่เช้า บอกว่าวันนี้ ขอแรงหน่อย ช่วยพาลุงไปธนาคารที จะไป โอนเงินให้ลูก เราก็พาไป วันนั้นเป็นลูกค้ารายแรกของธนาคาร...คุณลุงโอนเงิน ให้ลูกคนละ 3 แสนบาท ... ..........เมื่อกลับมา...จอดรถส่งลุง หน้าบ้าน...ก่อนลงจากรถ คุณลุงหยิบเงิน ในกระเป๋า 1 แสนบาท ยื่นส่งให้ บอกว่า..เอานี่ "ลุงให้" เรารีบปฏิเสธ บอกว่า ไม่เป็นไรหรอกครับลุง ไม่ต้องให้ผม ลุงเก็บไว้ใช้เถอะ ให้ลูกๆ ไปเกือบหมดแล้ว ลุงบอกว่า "เอาไปเถอะ" !!!! ...........ลุงได้รับบำนาญทุกเดือน ไม่ได้เดือดร้อนอะไรที่แปลงนี้ที่ขายได้ ก็เพราะเรา ต้องรับโทรศัพท์ และพาคนไปดูที่ หลายเดือนมานี้ ไม่รู้ขับ รถไป-กลับกี่รอบแล้ว และอีกอย่าง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลุงก็ได้แต่รบกวน ไม่เคยได้ให้อะไร ตอบ แทนบ้างเลย พ่อหนุ่ม ไม่ใช่ลูก ไม่ใช่หลาน แต่ก็ยังอุตส่าห์ เสียเวลา เป็นธุระจัดการเรื่องราวให้ สารพัด............ รับไว้เถอะ ลุงอยากให้จริงๆ ถ้าไม่รับลุงจะเสียใจนะ......เราก็ไหว้ ขอบคุณครับลุง ..........กลับมานอนคิด ไตร่ตรอง รู้สึกไม่สบายใจ ดึกๆ จึงหยิบเงินไปหาลุงอีกรอบ...แต่ลุงไม่รับคืน และยืนยันว่า ตั้งใจจะให้เราจริงๆ.... ...........อีก 2 วันถัดมา มีรถยนต์ มาจอดที่บ้านลุง ลูกสองคน คนเล็ก และคนกลางมาเยี่ยม และทวงถามเราถึงเงิน 1 แสนบาท พูดจาประมาณว่า...เราไปหลอกเอาเงินคนแก่ เรา รีบเข้าไปในบ้าน หยิบเงิน 1 แสน เดินไปที่บ้านลุง แล้วคืนเงินให้ลุง... ..........ลุงปฏิเสธ และพยายามอธิบายให้ลูกๆ ฟัง แต่ทั้งสองคนไม่ยอม เราจึงวางเงินไว้แล้วเดินออกมา ก่อนตะวันตกดิน ได้ยินเสียงรถขับออกไป ...................สักพักลุงก็มาหา เล่าว่าสองคนนั้นแบ่งเงินกันคนละ 5 หมื่นแล้วก็ลากลับไปแล้ว คุณลุงกล่าวคำขอโทษอย่างที่สุด ..ลุงน้ำตาไหล บอกว่าเสียใจ ไม่คิดว่าลูกๆ จะเป็นไปถึงขนาดนี้... ลุงบอกว่าจะเอาเงินบำนาญที่ได้รับทุกเดือน มาทยอยคืนให้ จนกว่าจะครบ 1 แสนบาท... ..........เราบอก ว่าไม่เป็นไรหรอกครับลุง ไม่ต้องทำอย่างนั้น.. ..........อีก 3 วัน เกือบๆ เที่ยงคืน ลุงมาที่บ้าน พร้อมกับลูกชายคนโตเมื่อ 3 วันที่แล้ว พ่อโทรฯไปเล่าเรื่องให้ฟัง พี่ก็ไม่สบายใจ.. พอดีที่ทำงานส่งไปสัมมนา หลายวันออกมาไม่ได้ พอเสร็จธุระ ก็รีบขับรถมาเลย มาถึงซะดึก.. ..........พี่ต้องขอโทษ แทนน้องๆ สองคนด้วย เสียมารยาทจริงๆ เดี๋ยวต้องคุยกันเป็นเรื่อง เป็นราวสักครั้ง อายุก็มากแล้ว แต่ก็ไม่รู้จักโต แย่จริงๆ...เอาอย่างนี้ ขอเลขบัญชีธนาคารให้พี่ได้ไหมเดี๋ยวกลับไป พี่จะรีบโอนเงินมาคืนให้.............. ไม่ต้องหรอกครับ ไม่เป็นไร ..........เราปฏิเสธไป.......... ..........วันถัดมาเมื่อลูกชายคนโตกลับไป ลุงเล่าให้ฟังด้วยความดีใจ เจ้าใหญ่มันบอกว่า วาง แผนไว้แล้ว อีก 5 ปี จะย้ายมาทำงานที่บ้าน จะพาลูกมาเมียมาอยู่ที่นี่...เราสังเกตุเห็นแววตาอันสดใสของคุณลุง บ่งบอกถึงความ ปิติ ยินดี อย่างที่สุด.......ดีใจด้วยครับลุง ต่อไปลุงจะได้ไม่เหงาแล้ว... ..........ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ เกือบ 4 ปี แล้วซินะ ที่ลุงนับวันรอ ว่าจะมีลูกๆ กลับมาอยู่ด้วย เราเห็นปฏิทิน ที่คุณลุงขีดฆ่า วันแล้ววันเล่า ...เดือนแล้วเดือนเล่า..ปีแล้วปีเล่า และ สุดท้าย........ ลุง ..... ลุง..... ลุง..... ลุง น่าจะอดทนรออีกนิด ..อีกนิดเดียวเองครับลุง ความสุขที่ลุงเฝ้าฝันใฝ่หามาตลิดจากลูกชายที่ลุงรักสุดหัวใจ.. ............ในห้อง ไอซียู เรากับพี่ใหญ่ นั่งอยู่คนละข้างเตียงคนไข้.......ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต คุณลุงขยับนิ้วมือ เรากับพี่ใหญ่เอื้อมมือไปจับมือลุง ...ดวงตาค่อยๆ ปิดลงช้าๆ .................................................................................................................................. .....................ชายชราที่เกิดมาเพื่อรอคอย ความอบอุ่นจากบุตร จากไปแล้ว อย่างไม่มีวันหวนกลับมา....................... *** หลังงานศพ เสร็จสิ้น..........................ค่ำคืนนั้น พี่ใหญ่มาหาเราที่บ้าน ยื่นถุงกระดาษส่งให้ บอกว่า -- พ่อฝากไว้ให้ พ่อกำชับไว้ตั้งแต่ก่อนตาย ว่าต้องให้เรารับไว้ ไม่งั้นพ่อจะนอนตายตาไม่หลับ เราแกะถุงเปิดดูข้างใน มีซองจดหมายทั้งหมด 10 ซอง................................................ จ่าหน้าว่า... คืนเงิน เดือนที่ 1-2-3...ไปจนถึง คืนเงินเดือนที่ 10 ในแต่ละซอง ข้างในมีธนบัตรใบละ 1,000 บาท สิบใบ .....................ซอง สุดท้าย มีข้อความ...ว่า ------------------------------------------------------------------------------------------- ถึง... ......หลานที่ไม่ใช่สายเลือด แต่ก็เป็นหลานที่ดีกับลุงเหลือเกิน ...ลุงคืนเงินให้ตามที่เคยสัญญา ..... ...ขอบคุณที่ช่วยเหลือ เป็นธุระให้ ในทุกๆเรื่อง และเป็นเพื่อนคนแก่มาตลอด... ................................................................. ...................ป้ามารอลุงแล้ว...ลุงต้องไปก่อน. ------------------------------------------------------------------------------------------- .............อีก 2 วันถัดมาที่บ้านคุณลุง มีคนเข้ามาทำความสะอาด...เราสังเกตุเห็นปฏิทิน ที่คุณลุงใช้ขีดฆ่า เพื่อนับวันรอลูกๆ ...ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะหน้าบ้าน .... -------- เดินไปที่ถังขยะหน้าบ้านลุง มองไปที่ประตู มีป้ายประกาศติดไว้.....ขายบ้านด่วน !!!!! -------- .................เราไปเก็บปฏิทินมาทำความสะอาด ..นึกถึงภาพคนแก่ที่หยิบดินสอขีดฆ่าตัวเลข บนปฏิทินด้วยอาการมือสั่นเทา ... แต่ใจแอบยิ้มเฝ้าฝันวันลูกชายที่รักกลับมาใกล้กาย..... .................ลูกๆ คงไม่รู้หรอกว่า ภายใต้ปฏิทินเก่าๆ ไร้ค่าใบนี้มันซ่อนความห่วงหาอาลัย ซ่อนความเงียบเหงา ว้าเหว่ ..ซ่อนความเจ็บปวด ร้าวลึก ของคนแก่คนหนึ่ง ที่ต้องใช้ ชีวิต อยู่อย่างโดดเดียว เพียงลำพัง มานานกว่า 10 ปี ... .................ความรู้สึกทั้งหมด คงซึมซับอยู่ในปลายปากกาที่ขีดเขียน ลงไปในแต่ละครั้ง ในบางครั้งเรารอคนที่เรารักเพียง 1 วัน 1 ชั่วโมง 1 นาที ยังทนแทบไม่ได้ อยากเจอ ใจจะขาด ส่วนลุงที่รอมาจาก 365 วัน เป็น 730 วัน เป็น 1095 วัน เป็น 1460 วัน จนวันสุดท้ายของลมหายใจ สภาพจิตใจคงย่ำแย่ เกินกว่าใครคนใดจะรู้ได้ แต่ทำไมทุกครั้งที่เราเจอลุงยังยิ้มได้ตลอดเวลา .................เราตั้งใจจะเก็บปฏิทินนี้ไว้ เพื่อเป็นที่ระลึก...ตลอดไป... *** .............ขอให้บุญกุศล และคุณงามความดี ทั้งหลายทั้งปวง ที่คุณลุงได้สั่งสมมาตลอดชั่วชีวิต จงนำพาดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์ของคุณลุง ไปสู่สุคติ..ในดินแดน อันสงบ ร่มเย็น ........ ชั่วนิรันดร์....... ...............รักคุณลุงครับ .... อ่านแล้ว น้ำตาไหล คิดถึงพ่อ ... » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: บทความ, บทความซึ้งๆ, บทความดีๆ, บทความรัก, บทความสอนใจ, บทความน่าอ่าน
บทความดีๆ น่าอ่าน ของขวัญที่ทุกๆคนอยากได้ …

บทความดีๆ น่าอ่าน ของขวัญที่ทุกๆคนอยากได้ …

ของขวัญจาก "การฟัง" จงตั้งใจฟังผู้อื่นให้มาก อย่าขัดจังหวะการพูด หรือขัดคอคนอื่น พูดให้น้อย ฟังให้มาก ของขวัญจาก "ภาษากาย " อย่าอายที่จะแสดงความรักแก่ครอบครัว หรือเพื่อนของคุณ การแสดงออกเล็กๆ น้อยๆ ที่บอกให้พวกเขารู้ถึงความสนิทสนมที่คุณมีให้ จับมือ โอบไหล่ สวมกอด หอมแก้ม ฯลฯ ของขวัญจาก "ความเบิกบาน" แบ่งปันเสียงหัวเราะ และความสนุกสนานให้คนรอบข้าง มีเรื่องสนุก อย่าแอบหัวเราะคนเดียว ของขวัญจาก "การเขียน" กระดาษโน้ตที่เขียนด้วยลายมือของคุณเอง เช่น ฉันรักคุณจังเลย ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ จะสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับคนอ่านได้ไม่น้อย ของขวัญจาก "คำชม" ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ ไม่ว่าใครก็อยากจะได้รับคำชม เช่น ผมทรงนี้ดูดีจัง กับข้าวอร่อยมากเลยนะ ของขวัญจาก "ความมีน้ำใจ" ความจริงพวกเราทุกคนล้วนมีน้ำใจ สภาพสังคมที่ต้องแก่งแย่งแข่งขันอยู่ตลอด ทำให้น้ำใจของหลายคนเกิดอาการหลับใน การแบ่งปันให้กัน จะทำให้โลกเราน่าอยู่ขึ้น ของขวัญจาก "เวลาส่วนตัว" บางเวลาคนเราก็อาจอยากอยู่เงียบๆ ตามลำพัง อย่าลืมเคารพสิทธิผู้อื่นด้วย ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว เมื่อเขาต้องการ ของขวัญจากการ "ให้กำลังใจ" คนเรายามที่จิตใจท้อแท้ ก็เหมือนรถน้ำมันหมด ช่วยเติมกำลังใจให้คนอื่นทุกครั้งที่มีโอกาส ใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวก็มีทางแก้ ยากกว่านี้ เธอยังทำได้เลย สักวันรถคุณเองก็อาจจะขาดน้ำมันเหมือนกันก็ได้ ของขวัญจาก "มธุรสวาจา" คำพูดดีๆ ทำให้เกิดความประทับใจต่อกันได้ดี อย่าลืมคำพื้นฐานอย่าง ขอบคุณ ขอโทษ คุณอยากฟังคำพูดดีๆ คนอื่นเขาก็เหมือนกัน ของขวัญดีๆแบบนี้ อยากได้ไหมคะ ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: บทความ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เกร็ดน่ารู้
บทความดีๆ น่าอ่าน … เกือบจะได้เป็นภารโลง

บทความดีๆ น่าอ่าน … เกือบจะได้เป็นภารโลง

หนุ่มบ้านนอกยากจนคนหนึ่ง เสี่ยงโชคเข้ามาหางานทำในกรุงเทพทั้งที่มิได้มีความรู้อะไรเลย เนื่องจากได้ทราบข่าวที่เพื่อนเล่าให้ฟังว่ามีโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กำลังรับสมัครนักการภารโรง ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา จึงนั่งรถมากรุงเทพ และเดินกางแผนที่ (ที่เพื่อนเขียนให้) สุ่มถามชาวบ้านถึงที่ตั้งของโรงเรียนนั้น ซึ่งกว่าจะเจอก็เหงื่อตกไปหลายปี๊บทีเดียวแหละ เมื่อเข้าไปแจ้งความจำนงที่แผนกธุรการ จึงมีเจ้าหน้าที่มาเรียกให้นั่งและยื่นใบสมัครมาให้กรอกข้อความ นายหนุ่มนั้นก็ยิ้มแหย ๆยกมือไหว้แล้วบอกอ่อย ๆ กับเจ้าหน้าที่ว่า "...ขอโทษครับพี่ ผม...คือว่า.. ผม...อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ครับ..." เจ้าหน้าที่ ที่นั่งรับสมัครอยู่นั้น ชักสีหน้าทันที "...อะไรกัน คิดจะมาสมัครงานที่โรงเรียน ถึงจะตำแหน่งแค่ นักการภารโรง ถึงจะไม่ได้ใช้วุฒิการศึกษา แต่อย่างน้อยก็น่าจะ อ่านออก เขียนได้ บ้างแหละ" หนุ่มบ้านนอกหน้าซีด ยกมือไหว้เจ้าหน้าที่ประหลก ๆ "...ผมไม่รู้หนังสือจริง ๆ ครับ แต่ช่วยรับผมไว้หน่อยเถิดครับพี่ ให้ผมแบกหามกวาดถูอะไรก็ได้ทุกอย่างครับ" "งั้นก็คงจะไม่ได้หรอก. .." เจ้าหน้าที่เก็บใบสมัคร กับปากกาที่วางไว้ให้ คืนที่อย่างไม่มีเยื่อใย "...เรามาสมัครงานกับโรงเรียนนะ อย่างน้อยก็ต้องมีพื้นรู้หนังสือบ้างสิ ถ้าไม่รู้อะไรเลยอย่างนี้ ก็เสียใจด้วยนะกลับไปเถอะ" หนุ่มบ้านนอกก็ได้แต่เดินออกจากโรงเรียน ที่ตั้งความหวังว่าจะได้งานทำนั้นอย่างเงื่องหงอย และเมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ในกรุงเทพ ก็จึงต้องจำใจ กำเงินจำนวนสุดท้าย นั่งรถ ซมซานกลับบ้าน อย่างนกปีกหัก ..… แต่เมื่อกลับถึงบ้าน จึงนึกขึ้นได้ว่า ตนเองนั้นเพิ่งได้รับมรดก เป็นที่ดินสวนรกร้างเท่าแมวดิ้นตาย มาจากพ่อผู้ล่วงลับไปแล้ว ด้วยความเจ็บใจ จึงเกิดเป็นแรงมานะ ให้จับจอบเสียม หักร้างถางพง ที่ดินสวนเก่าที่รกร้างนั้น ค่อย ๆ พลิกฟื้นลงร่องผลไม้ไปทีละเล็กละน้อย อย่างฮึดสู้ชะตาชีวิต ด้วยความอดทน … อาจเป็นบุญในปางบรรพ์ ของพ่อหนุ่มคนนี้ก็ได้ ที่ปรากฎว่า หลายปีต่อมา สวนผลไม้ที่ลงแรงไว้นั้น ออกผลอย่างงดงามและสร้างผลกำไรมากทบทวีขึ้นทุกปี กระทั่งสามารถเก็บเงินซื้อที่ดินในแปลงข้างเคียง ขยายอาณาเขตสวนของตนเอง จนกว้างขึ้น และกว้างขึ้น . . . หลายสิบปีต่อมา จากความขยันขันแข็ง มานะอดทนและประสบการณ์ที่เพิ่มพูน บัดนี้หนุ่มบ้านนอกคนนั้น ก็กลายเป็นชายชราที่คนทั้งเมืองรู้จักในนามของ พ่อเลี้ยงสวนผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดและภูมิภาคนั้น … อยู่มาปีหนึ่ง เมื่อเก็บเกี่ยวผลไม้มากมายมหาศาล พ่อเลี้ยงชราก็หอบเงินเป็นฟ่อน นั่งรถเข้ามาในตัวอำเภอ เพื่อขอเปิดบัญชีกับธนาคารเป็นครั้งแรก เมื่อแจ้งนาม และความจำนงกับธนาคารแล้ว พนักงานถึงกับตื่นเต้นกันยกใหญ่ ผู้จัดการสาขาถึงกับเดินมาต้อนรับด้วยตัวเองเลยทีเดียว เมื่อพนมมือไหว้ลูกค้าใหญ่ รายใหม่ อย่างนอบน้อมแล้ว ผู้จัดการก็แตะข้อศอก ยื่นใบเปิดบัญชีพร้อมปากกาปลอกทอง ให้กับพ่อเลี้ยงชราอย่างพินอบพิเทา "ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ ทางเรารู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสบริการพ่อเลี้ยงในครั้งนี้รบกวนกรอกใบเปิดบัญชีด้วยครับ" พ่อเลี้ยงชราส่ายหน้าช้าๆ ยื่นปากกาปลอกทองคืนให้กับผู้จัดการ พร้อมกับยิ้มให้ พลางกล่าวเนิบๆ "พ่อหนุ่มช่วยกรอกรายการให้ลุงทีเถิด ลุงอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้หรอก..." ผู้จัดการรับปากกาคืนมาโดยอัตโนมัติแบบงงสุดขีด พลางค่อยๆอ้อมแอ้มถามลูกค้ารายใหญ่ (มาก ) อย่างเกรงใจสุดๆ "... เอ่อ...ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยครับ ...เอ่อ...ขออนุญาตเรียนถามพ่อเลี้ยงด้วยความเคารพนิดหนึ่งเถิด ครับ คือ...พวกเราในจังหวัดนี้ก็ทราบกันดีอยู่ถึงชื่อเสียงของพ่อเลี้ยง ในกิจการสวนผลไม้ที่ใหญ่โตและเจริญก้าวหน้าที่สุดในภูมิภาคนี้ แต่..." ผู้จัดการ ชะงัก ด้วยความเกรงใจ และในที่สุดก็หลุดปากถามออกมา "...แต่ พ่อเลี้ยงอ่านหนังสือไม่ออก และเขียนหนังสือไม่ได้ หรือครับ..." "...พ่อหนุ่ม" พ่อเลี้ยงชรายิ้มให้ผู้จัดการสาขาของธนาคารอย่างใจดี "...ถ้าลุงอ่านหนังสือออก และเขียนหนังสือได้น่ะนะ..." ชายชราถอนหายใจยาว ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ผู้จัดการถึงกับอึ้งไปนานเลยว่า "...ป่านนี้ ลุงก็คงได้เป็นภารโรงไปแล้วแหละ..." ไม่ว่าเราจะเรียนเก่ง เรียนอ่อน หรือเรียนไม่ได้ ของให้เราเป็็นคนดี มีความมานะอดทน สักวัน เราก็อาจจะได้เป็น เหมือนพ่อเลี้ยง สวนผลไม้นี้ก็เป็นได้นะคะ
หมวด: บทความ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, บทความน่าอ่าน, เรื่องน่ารู้
เรื่องน่าอ่าน เหตุผลของคนที่ถูกเรียกว่า คนหลายใจ

เรื่องน่าอ่าน เหตุผลของคนที่ถูกเรียกว่า คนหลายใจ

คุณเคยไหม : ที่อยากอยู่กับคนๆนี้แต่คนนี้ๆก็ไม่อยู่ แต่อีกคนที่อยู่ข้างๆเรากลับเขาเป็นคนที่ไม่คิดว่าจะมาอยู่ด้วย คุณเคยไหม : ที่อยากคุยกับคนๆนั้นแต่คนๆนั้นก็กลับไม่มีเวลาจะคุยกับคุณ แต่อีกคนที่คุยกับคุณในตอนนั้นกลับเป็นเขาที่อยู่ด้วยเสมอมา คุณเคยไหม : ที่อยากเล่นอยากหยอกอยากแกล้งกับคนๆนั้น แต่อีกคนที่มาคอยแกล้งคุณนั้นกลับเป็นเขาคนที่เราคิดว่าเป็นเพื่อนที่ดีของเรา คุณเคยไหม : ที่อยากร้องไห้เพราะเขาคนนั้นไม่มาสนใจเราเลย แต่อีกคนที่คอยเช็ดน้ำตาให้เขาคือเพื่อนคนหนึ่งที่เรามองข้ามไป แล้วคุณเคยไหม : ที่อยากบอกว่าคำว่าเลิกกันให้เขาคนนั้น คนที่เรียกว่าแฟน แต่ไม่เคยเลยที่จะมาสนใจ ใส่ใจรักเราจริงจัง แล้วคุณเคยไหมที่อยากบอกว่าคำว่ารักให้กับเขาคนนี้ที่เป็นเพื่อนของเราฟัง คนที่เรียกว่าเพื่อน แต่ทำให้เราทุกอย่างยิ่งกว่าแฟนคุณเองซะอีก ถ้าหากคุณเคยเป็นคุณคงเข้าใจไม่มากก็น้อยใช่ไหมหละ!!! ว่าเหตุผลของคนๆหนึ่งที่ถูกเรียกว่า คนหลายใจ มันมาจากสาเหตุอะไร เป็นคุณ คุณจะเลือกใครกัน!!! ระหว่างคนที่คุณรักแต่เขากลับมองข้ามเรา กับคนที่อยู่ข้างเรา ดูแลเราและทำให้เราทุกอย่าง » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: ข้อคิด, ข้อคิดดีๆ, ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, เรื่องน่าอ่าน, เรื่องน่ารู้
บทความดีๆน่าอ่าน ทางเลือกที่ 1 หรือ ทางเลือกที่ 2

บทความดีๆน่าอ่าน ทางเลือกที่ 1 หรือ ทางเลือกที่ 2

ถ้าคุณกำลังรักใครสักคน...แต่ว่าเขาคนนั้นไม่ได้มีใจให้คุณ คุณจะเลือกอะไร... ระหว่าง...ทางแรกทางที่คุณจะยอมถอยออกมาจากเขา หรือ ทางที่สอง ที่คุณจะมุ่งมั่นรักเขาต่อไป... ถ้า เป็นฉัน สิ่งที่ฉันจะเลือก ก็คือ ทางที่สอง ฉันจะมุ่งมั่นรักเขาต่อไป อาจจะดูงี่เง่า อาจจะไม่ได้ความรักกลับมา อาจจะเป็นทุ่มเทฝ่ายเดียว อาจจะเสี่ยงที่ต้องเจ็บ อาจจะต้องท้อกับท่าทีที่เขาชาเฉย...แต่ฉันว่ามันก็คุ้ม... เขาคงจะไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร เขาคงจะคิดว่าฉันงี่เง่า ไม่ว่ารักที่ฉันให้เขา จะไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมา ...แต่ฉันก็...รอ...แล้วก็...รอ ทุกๆ วัน ฉันก็ดำเนินชีวิตตามปกติ ทำทุกอย่างแบบเดิมๆ ส่งข้อความให้เขาตอนเช้า และก่อนนอน ข้อความที่ส่งไปให้ก็เป็นข้อความสั้นๆ บอกให้เขารู้ว่า ฉันห่วงใย เป็นกำลังใจให้และคอยดูเขาอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา..ส่งการ์ด ของขวัญบ้าง ในวันพิเศษ... เป็นเวลาเกือบ 3 ปี ที่ฉันทำแบบนี้ ฉันคอยดูแลเขาตลอด และตลอด 3 ปี ที่เขาไม่รู้ว่าฉันคือใคร ฉันอยู่ในมุมเล็กๆ คอยส่งความปรารถนาดีให้เขา ฉันไม่รู้ว่าเขาจะเห็นคุณค่าสิ่งดีๆที่ฉันมอบให้เขาหรือไม่... และแล้วก็มาถึงวันนี้...สิ่งต่างๆที่ฉันคอยทำ ดูเหมือนว่าจะมีกลับมามีความหมาย... ในวันที่ฝนพรำ ฉันเปียก... หนาวสั่น... แล้วผู้ชายที่ฉันแอบมอง แอบห่วงใย แอบดูแลมาโดยตลอด มายืนอยู่ข้างๆฉัน ผู้ชายคนนั้นยื่นร่มสีขาวให้ฉัน... และบอกกับฉันว่า...ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา... ฉัน ยื่นนิ่งท่ามกลางฝนที่ตกหนัก มองหน้าผู้ชายคนนั้นอย่างไม่เข้าใจ ผู้ชายคนนั้นมีหน้าตาจริงจัง มุ่งมั่น และตอนนี้ฉันก็เพิ่งจะรู้ว่า ผู้ชายคนนั้นรู้มาโดยตลอด ว่าฉันเป็นคนที่คอยดูเเลเขา...ประทับใจเขา ฉันมองหน้าเขาอย่างตาไม่กระพริบ เหมือนเวลาจะหยุดเดิน ดูเหมือนว่าฉันจะหยุดหายใจ ไปชั่วครู่... ฉันยังยืนนิ่ง และเขาก็ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ท่ามกลางฝนที่ตกหนัก ฉันไม่เข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้น ความ รักของฉันที่ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีทางเป็นไปได้ กลับมีผู้ชายที่ฉันรัก มายืนอยู่ข้างหน้าตอนนี้ ฉันไม่เคยได้ยืนอยู่ใกล้เขาแบบนี้มาก่อน และเหมือนว่าความฝันของฉัน ที่ฉันก็คิดมาตลอด มามันเป็นได้เพียงแค่ฝัน...แต่ว่าวันนี้ มันกลับเกิดขึ้นจริง เขามองหน้าฉันอีกครั้ง พร้อมกับพูดว่า "ต่อไปนี้ผมจะดูแลคุณเอง" ฉัน ไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้จะเกิดกับชีวิตของฉัน สิ่งที่ฝันมาตลอดจะเกิดขึ้นจริง ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นได้แค่รักฝ่ายเดียว วันนี้มันเปลี่ยนไป สิ่งที่ฉันทำไม่ได้สูญเปล่า เขาคนนั้นกลับมองเห็นมันมาโดยตลอด ---ฉัน ไม่รู้ว่าจะมีใครอีกกี่คน ที่กำลังมีความรัก แบบที่ยังไม่ได้รับรักตอบ แต่ฉันอยากให้คุณรักต่อไป ลองทำให้เขามีความสุข ดูเเลเขา คอยอยู่ใกล้ๆ เป็นกำลังใจให้เขา บางที...คุณอาจจะโชคดีเหมือนฉัน... ฉัน เพิ่งรู้ว่าทางเลือกทางที่สอง...ทางเลือกที่จะรักต่อไป...มันอาจไม่ใช่ทาง ตัน แต่มันอาจจะเป็นทางที่จะทำให้หัวใจของคุณทั้งสองได้เจอกันก็ได้... » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความรัก, บทความสอนใจ, บทความน่าอ่าน
บทความสอนใจ มุมมองที่แตกต่าง ของความคิด

บทความสอนใจ มุมมองที่แตกต่าง ของความคิด

ไม่ว่าวันนี้จะเลวร้ายแค่ไหน จงยิ้มเข้าไว้ .... เพราะพรุ่งนี้อาจจะเลวร้ายยิ่งกว่า คำว่า 'พรุ่งนี้รวย' ของคนขายลอตเตอรี่ ไม่ใช่คำมั่นสัญญา แต่เป็นปรัชญาที่ต้องตีความ .... เช่นเดียวกับคำพูดของนักการเมือง สิ่งที่คนเมาพูด คือ สิ่งที่คนปกติคิด ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ แต่ไม่ว่าคุณจะแก้ดียังไง มันก็จะนำไปสู่ปัญหาใหม่ ที่ต้องให้คุณคิดหาทางแก้ไขต่อไป .... เป็นเช่นนี้เรื่อยไป ทุกปัญหาย่อมมีวิธีแก้ที่ง่ายที่สุด .... แต่วิธีแก้ที่ง่ายที่สุด จะพบหลังจากใช้วิธียากที่สุดไปแล้ว อะไรก็ตามที่คุณอยากจะถาม .... เป็นไปได้มากว่า มันคือสิ่งที่คุณไม่ควรจะรู้ คนเรามีแนวโน้มที่จะพูดในเรื่องที่ไม่ควรพูด ในเวลาที่ไม่เหมาะสมที่สุด และกับคนที่ไม่น่าจะพูดด้วยที่สุด สินค้าที่ประสบความสำเร็จทางการตลาดที่สุด คือ สินค้าที่คนโง่ที่สุดใช้เป็น และอยากจะใช้ แม้จะไม่มีประโยชน์อะไรเลยก็ตาม เมื่อคุณมาประชุมสาย ประธานจะมาตรงเวลา และเมื่อคุณมาตรงเวลา การประชุมจะเลื่อนไป .... ไม่มีกำหนด อะไรก็ตามที่คุณคิดได้และรู้สึกว่ามันสุดยอดจริงๆคุณก็จะพบว่ามีคนอื่นที่ไหนสักแห่งคิดมาแล้ว .... ความต่างที่ไม่ต่างของคนที่มองมุมเดียวกัน
หมวด: ข้อคิด, บทความ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, เรื่องน่ารู้, แนวคิด
บทความน่าอ่าน อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน..แล้วนะ

บทความน่าอ่าน อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน..แล้วนะ

บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ คุณแน่ ผมแน่ งอนการกุศล ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....นายบ้า และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม "ฆ่าเวลา" ชีวิตมันว่างจัด ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน..แล้วนะ ลองคิดแบบนี้บ้าง ใช่แล้ว....เราจะเกิดความเสียดาย เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ... ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้ และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ... มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง...ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี ส่วนจะรักหรือไม่รักผม ไม่สนว้อย...เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ) ตายแล้ว ใช้เวลา (ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้ กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล ....... คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้นแม่เลยต้องมาแจกการ์ดเองเมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน......... หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ...... แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน ....แล้วนะ อ้าว....รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ เดี๋ยวตายซะก่อน....เสียดายแย่
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, เรื่องน่าอ่าน
นิทานความรักซึ้งๆ “มีเมืองเล็ก ๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง….”

นิทานความรักซึ้งๆ “มีเมืองเล็ก ๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง….”

มีเมืองเล็ก ๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมาก ทุกวันพวกเขาจะพากันไปดู พระอาทิตย์ขึ้นที่ชายหาด และไปส่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ชายหาดตอนโพล้เพล้ ทุกคนที่เคยพบเจอพวกเขา จะมองด้วยสายตาอิจฉาในความรักของคนคู่นี้เสมอ แต่แล้ววันหนึ่ง.. เกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้น หญิงสาวผู้โชคร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอนอนเงียบ ๆ อยู่บนเตียงของโรงพยาบาล วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า เธอก็ยังคงไม่ฟื้นคืนมา ตอนกลางวัน ชายหนุ่มจะมาเฝ้าอยู่ที่หน้าเตียง ร้องเรียกคนรักของเขาเสมอ ทั้งๆ ที่เธอไม่ตอบสนองใด ๆ เลย ตกกลางคืน ชายหนุ่มจะไปสวดภาวนาออนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าที่โบสถ์นอกเมือง เขาร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้ง ไม่มีจะไหลออกมาอีกแล้ว ผ่านไป 1 เดือน หญิงสาวยังคงหลับใหลไม่ฟื้นเหมือนเดิม ส่วนชายหนุ่มก็ดูจะซูบเซียวขึ้นทุกวัน แต่ก็ยังคงสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่เสมอไม่หยุด แต่แล้ววันหนึ่ง พระผู้เจ้าก็เกิดเห็นใจในรักของชายหนุ่มและตกลงที่[ประทาน]พรให้แก่เขา พระผู้เป็นเจ้าได้ถามชาย หนุ่มว่า “เจ้ายอมที่จะแลกพรนี้ด้วยชีวิตของเจ้าไหม” ชายหนุ่มตอบโดยไม่ลังเลว่า “ ผมยอมครับ” พระผู้เป็นเจ้าพูดว่า “งั้นดีฉันจะให้คนรักของเจ้าฟื้นขึ้นมา แต่เจ้าต้องแลกกับการกลายเป็นแมลง ปอเป็นเวลา 3 ปี เจ้าจะตกลงยอมไหม ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้น แต่ก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิม “ผมยอมครับ” ฟ้าสางแล้ว ชายหนุ่มได้กลายเป็นแมลงปอสวยงามตัวหนึ่ง เขาบอกลาพระผู้เป็นเจ้าแล้วรีบบินกลับไปที่โรงพยาบาลหญิงสาวฟื้นขึ้นมาแล้วจริง ๆ มีนายแพทย์หนุ่มยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ คุยเรื่องอะไรกันสักอย่างหนึ่ง แต่ช่างเสียดายที่เขาไม่สามารถที่จะได้ยิน. หลายวันผ่านไป หญิงสาวแข็งแรงพอที่จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่เธอดูไม่มีความสุขเลย เธอออกตะเวณหาข่าวคราวของชายหนุ่ม แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าชายหนุ่มหายไปอยู่ที่ไหน หญิงสาวยังไม่ละ ความพยายามที่จะตามหาชายคนรักของเธอ ชายหนุ่มซึ่งอยู่ในร่างของเจ้าแมลงปอ ได้[แต่]บินวนเวียนอยู่รอบตัวหญิงสาวไม่ห่าง [ทว่า]เขาไม่สามารถที่ส่งเสียงไม่สามารถโอบกอด[เธอ] เขาทำได้แค่เพียงเฝ้ามองดูหญิงสาวไม่ให้คาดสายตาเท่านั้น ฤดูร้อนผ่านไปแล้ว ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดใบไม้ปลิวร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่ เจ้าแมลงปอจำต้องจากที่นี่ไปแล้ว นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้บินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาว เขาอยากใช้ปีกของเขาลูบใบหน้าของหญิงสาว อยากใช้ปากเล็ก ๆ จูบที่หน้าผาก แต่อย่างไรก็ดีร่างเล็กบอบบางในคราบของแมลงปอก็ไม่สามารถเรียกร้องความ สนใจจากหญิงสาวได้ แค่พริบตา ฤดูใบไม้ผลิก็มาเยือน เจ้าแมลงปอรีบบินกลับมาหาคนรักของเขา เพื่อจะพบว่าร่างอันคุ้นตานั้นบัดนี้ได้ยืนเคียงคู่ อยู่กับชายรูปร่างสันทัด คนหนึ่ง ภาพ ๆ นั้นทำให้เจ้าแมลงปอเกือบจะบินตกลงมาจากอากาศเลยทีเดียว ชาวบ้านต่างกล่าวขานถึงเรื่องอุบัติเหตุที่ทำให้หญิงสาวได้รับบาดเจ็บ สาหัสทำให้ได้พบกับแพทย์หนุ่มที่น่ารัก และ ใจดี คนนั้น และยังกล่าวถึงความรักของคนทั้งคู่ที่เหมือนถูกกำหนดมาอย่างไรอย่างนั้น แน่นอนพวกเขายังคงพูดถึงหญิงสาวที่สดใสร่าเริงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากมายนัก เจ้าแมลงปอรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก หลังจากนั้นไม่กี่วัน แมลงปอเห็นแพทย์หนุ่มผู้นั้นพาคนรักของตนไปชายทะเลเพื่อดูพระอาทิยต์ขึ้น พลบค่ำก็อยู่ที่ชายหาดเพื่อดูพระอาทิตย์ตก แต่สำหรับเขาแล้ว นอกจากบินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาวแล้ว เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย หน้าร้อนของปีนี้ช่างยาวนานนัก เจ้าแมลงปอบินต่ำลง ๆ ทุกวันด้วยความรู้สีกที่เจ็บปวด เขาไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอที่จะบินเข้าใกล้ หญิงอันเป็นที่รัก ท่าทางการพูดคุยกันอย่างสนิทสนมของคนทั้งคู่ เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของทั้งคู่ ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก ย่างเข้าฤดูร้อนของปีที่ 3 เจ้าแมลงปอไม่ค่อยไปเฝ้าดูคนรักของเขาแล้ว บ่าของเธอบัดนี้ถูกโอบกอดด้วยมือของแพทย์หนุ่ม ใบหน้าถูกประทับจูบอย่างเบา ๆ จากเขาผู้นั้น ดูท่าทางแล้วไม่มีทางเลยที่หญิงสาวจะมีเวลาที่จะไปคิดถึงแมลงปอที่เจ็บปวดตัวหนึ่ง ยิ่งไม่มีทางที่จะไปคิดถึงอดีตสิ่งที่ผ่านไป วันครบรอบปีที่ 3 ที่พระผู้เป็นกำหนดไว้ใกล้มาถึงแล้วคนรักของเจ้าแมลงปอกับนายแพทย์หนุ่ม ได้จัดพิธีแต่งงานขึ้นในวันสุดท้ายนั้นเอง เจ้าแมลงปอค่อย ๆ บินเข้าไปในโบสถ์ และไปเกาะที่บ่าของพระผู้เป็นเจ้าเขาได้ยินเสียงของคนรัก ที่ดังมาจากข้างล่างตอบรับคำสาบานของพระผู้เป็นเจ้าว่า “ฉันยอมรับ” เขาเห็นแพทย์หนุ่มคนนั้นสวมแหวนให้คนรักของเขา ตามด้วยจุมพิตที่แสนหวานของคนทั้งคู่. เจ้าแมลงปอปล่อยให้น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลออกมา พระผู้เป็นเจ้าถามแมลงปอว่า “เจ้ารู้สึกเสียใจไหม” เจ้าแมลงปอเช็ดน้ำตาแล้วตอบว่า “เปล่า” พระผู้เป็นเจ้าถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “งั้นพรุ่งนี้เจ้าก็ได้กลับเป็นเจ้าคนเดิมแล้ว” เจ้าแมลงปอส่ายหน้าอย่างช้า ๆ ก่อนตอบว่า “ ขอผมเป็นแมลงปออย่างนี้ไปตลอดชีวิตเถอะครับ” บางบุพเพ ชะตาถูกกำหนดมาเพื่อที่ต้องสูญเสียไป บางบุพเพ ตอนจบไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด รักคน ๆ หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องได้รับรักตอบ แต่เมื่อได้รับรักจากใครคนหนึ่งเราต้องดูแลรักษามันไว้อย่างดี บนบ่าของคุณมีแมลงปอไหม
หมวด: บทความ, บทความซึ้งๆ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, นิทาน, นิทานสอนใจ
บทความดีๆ คนที่กล้าหาญเท่านั้นที่จะรู้ว่า “ความรัก” คืออะไร

บทความดีๆ คนที่กล้าหาญเท่านั้นที่จะรู้ว่า “ความรัก” คืออะไร

คนที่กล้าหาญเท่านั้นที่จะรู้ว่า "ความรัก" คืออะไร คนกล้าหาญที่พร้อมจะเผชิญกับความผิดหวังความรักไม่ใช่ความสำเร็จในความรัก จึงไม่ต้องการนิยามหรือเงื่อนไขใดๆ ความรู้สึกที่อยู่ในใจต่างหากที่จะเป็นสิ่งกำหนดว่าจะต้องผ่านอะไรไปให้ได้เพื่อที่จะได้รัก ความรักจะเป็นแรงผลัก ให้สร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับโลก ความรักจะสอนให้รู้จักความอดทนและเสียสละ จะสอนให้รู้ซึ้งกับการมีชีวิตอย่างมีค่ายิ่งกว่าบทเรียนใดๆ ความรักจะบอกว่า การอยู่เพี่อรักใครสักคนนั้น... เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ที่สามารถทำให้ตัวตนของคนผงาดขึ้น ทัดเทียมกับทุกคนบนโลกใบนี้ ความรักเป็นเรียวแรงของชีวิตและทำให้โลกหมุน เป็นตัวสำคัญที่ทำให้ หัวใจเคลื่อนไหว มีแรงผลักดันปัญหาออกไปได้ ความรักที่แท้จริง... จะบริสุทธิ์ ไม่คาดหวังไม่ถือสา ความสุขจะเป็นละอองไอปลิวไปในอากาศ เหมือนสายลมอ่อนที่มองไม่เห็นแต่ก็เย็นสบาย รักเถอะ...กล้าที่จะรัก เพราะรักนั้นจะเต็มคุณค่า... สำหรับคนพร้อมจะเจอกับทุกๆอย่างเท่านั้น หากไม่กล้าสูญเสีย...ก็ไม่มีวันได้รู้จักการครอบครอง เพราะบางที... ความรักก็อาจไม่ได้เป็นเรื่องของคนสองคน เมื่อหัวใจคนอื่นบังคับไม่ได้... ก็ไม่จำเป็นต้องบังคับหัวใจตัวเอง สักนาทีที่ได้รักใครสักคนอย่างแท้จริงนั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะบอกเล่าให้กันฟังได แม้ที่สุดแล้ว...จะไม่ได้อะไรตอบแทน... แต่อย่างน้อยวันคืนที่เล็กน้อยเหล่านั้น... ก็จะสร้างความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ตลอดไป » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความรัก, บทความสอนใจ, บทความเพราะๆ
เคยดูรึยัง
บทความดีๆ อย่าถามหาเหตุผล… ของความรัก

บทความดีๆ อย่าถามหาเหตุผล… ของความรัก

ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะตั้งคำถามกับคนรักว่า ทำไมเธอถึงรักฉัน หรือ เธอรักฉันที่ตรงไหน ผู้หญิงคนนี้ก็เหมือนกัน เธอเพียรถามคนรักของเธอว่า "ทำไมเธอถึงรักฉัน"คนรักของเธอบอกว่า "ตอบไม่ได้ " เธอจึงถามว่า ทำไมตอบไม่ได้ คนรักของเพื่อนของเธอยังตอบได้เลยว่ารักเพื่อนของเธอเพราะเหตุผลอะไร ที่ตอบไม่ได้เพราะไม่รักเธอจริงใช่ไหม คนรักของเธอจึงตอบไปว่า เขาหาเหตุผลไม่ได้ เธอเสียใจและต่อว่าเขาไปว่าไม่ได้รักเธอจริง ชายคนรักจึงตอบไปว่า ที่เขารักเธอ เพราะเธอมีหน้าตาที่สวยงาม ที่เขารักเธอ เพราะเธอมีเสียงที่ไพเราะ ที่เขารักเธอ เพราะเธอมีน้ำใจโอบอ้อมอารีต่อคนรอบข้าง และเขารักเธอ ที่ทุกๆ movement ของเธอ ฝ่ายหญิงก็สบายใจที่ทราบเหตุผลและยุติการคุยเรื่องนี้ไป ต่อมา ฝ่ายหญิงเกิดอุบัติเหตุขึ้น บนโต๊ะหัวเตียงของเธอมีจดหมายฉบับหนึ่งวางไว้ เธอเปิดอ่านดู ในจดหมายมีใจความว่า "สุดที่รักของผม คุณเคยถามผมว่าผมรักคุณเพราะอะไร ผมตอบคุณว่า ที่ผมรักคุณเพราะคุณมีหน้าตาที่สวยงาม แต่ตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ผมคงรักคุณต่อไปไม่ได้ ที่ผมรักคุณ เพราะคุณมีเสียงที่ไพเราะ แต่ตอนนี้คุณไม่สามารถจะเอ่ยเอื้อนเสียงที่ไพเราะเช่นเดิมได้ ผมคงรักคุณต่อไปไม่ได้ ที่ผมรักคุณ เพราะคุณมีน้ำใจโอบอ้อมอารีต่อคนรอบข้าง แต่ตอนนี้คุณไม่สามารถจะแสดงน้ำใจต่อใครได้อีก ผมคงรักคุณต่อไปไม่ได้ และที่ผมรักคุณ เพราะทุกๆ movement ของคุณ ก็คงไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว เพราะคุณไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้ และผมคงไม่รักคุณ นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้คุณรับรู้มาตลอด สิ่งที่คุณเพียรถามเกี่ยวกับเหตุผลในความรักของผม ถ้าเหตุผลทั้งหมดนั้น หมายถึงความรัก ตอนนี้ผมจึงไม่รักคุณแล้ว........แต่ความรักไม่ต้องการเหตุผล เหตุผลทั้งหมดไม่ใช่ความรัก ผมรักคุณที่ทั้งหมดของความเป็นคุณ รักที่หัวใจและความคิดของคุณ อย่าเพียรพยายามถามเหตุผลของความรักของผมอีกเลย เพราะผมรักคุณด้วยทั้งหมดของหัวใจของผม"
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความรัก, บทความสอนใจ, เรื่องน่ารู้
เรื่องน่าอ่าน เหตุผลของคนที่ถูกเรียกว่า คนหลายใจ

เรื่องน่าอ่าน เหตุผลของคนที่ถูกเรียกว่า คนหลายใจ

คุณเคยไหม : ที่อยากอยู่กับคนๆนี้แต่คนนี้ๆก็ไม่อยู่ แต่อีกคนที่อยู่ข้างๆเรากลับเขาเป็นคนที่ไม่คิดว่าจะมาอยู่ด้วย คุณเคยไหม : ที่อยากคุยกับคนๆนั้นแต่คนๆนั้นก็กลับไม่มีเวลาจะคุยกับคุณ แต่อีกคนที่คุยกับคุณในตอนนั้นกลับเป็นเขาที่อยู่ด้วยเสมอมา คุณเคยไหม : ที่อยากเล่นอยากหยอกอยากแกล้งกับคนๆนั้น แต่อีกคนที่มาคอยแกล้งคุณนั้นกลับเป็นเขาคนที่เราคิดว่าเป็นเพื่อนที่ดีของเรา คุณเคยไหม : ที่อยากร้องไห้เพราะเขาคนนั้นไม่มาสนใจเราเลย แต่อีกคนที่คอยเช็ดน้ำตาให้เขาคือเพื่อนคนหนึ่งที่เรามองข้ามไป แล้วคุณเคยไหม : ที่อยากบอกว่าคำว่าเลิกกันให้เขาคนนั้น คนที่เรียกว่าแฟน แต่ไม่เคยเลยที่จะมาสนใจ ใส่ใจรักเราจริงจัง แล้วคุณเคยไหมที่อยากบอกว่าคำว่ารักให้กับเขาคนนี้ที่เป็นเพื่อนของเราฟัง คนที่เรียกว่าเพื่อน แต่ทำให้เราทุกอย่างยิ่งกว่าแฟนคุณเองซะอีก ถ้าหากคุณเคยเป็นคุณคงเข้าใจไม่มากก็น้อยใช่ไหมหละ!!! ว่าเหตุผลของคนๆหนึ่งที่ถูกเรียกว่า คนหลายใจ มันมาจากสาเหตุอะไร เป็นคุณ คุณจะเลือกใครกัน!!! ระหว่างคนที่คุณรักแต่เขากลับมองข้ามเรา กับคนที่อยู่ข้างเรา ดูแลเราและทำให้เราทุกอย่าง
หมวด: ข้อคิด, ข้อคิดดีๆ, ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, เรื่องน่าอ่าน, เรื่องน่ารู้
บทความน่าอ่าน อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน..แล้วนะ

บทความน่าอ่าน อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน..แล้วนะ

บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ คุณแน่ ผมแน่ งอนการกุศล ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....นายบ้า และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม "ฆ่าเวลา" ชีวิตมันว่างจัด ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน..แล้วนะ ลองคิดแบบนี้บ้าง ใช่แล้ว....เราจะเกิดความเสียดาย เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ... ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้ และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ... มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง...ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี ส่วนจะรักหรือไม่รักผม ไม่สนว้อย...เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ) ตายแล้ว ใช้เวลา (ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้ กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล ....... คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้นแม่เลยต้องมาแจกการ์ดเองเมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน......... หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ...... แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน ....แล้วนะ อ้าว....รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ เดี๋ยวตายซะก่อน....เสียดายแย่
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, เรื่องน่าอ่าน
นิทานความรักซึ้งๆ “มีเมืองเล็ก ๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง….”

นิทานความรักซึ้งๆ “มีเมืองเล็ก ๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง….”

มีเมืองเล็ก ๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมาก ทุกวันพวกเขาจะพากันไปดู พระอาทิตย์ขึ้นที่ชายหาด และไปส่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ชายหาดตอนโพล้เพล้ ทุกคนที่เคยพบเจอพวกเขา จะมองด้วยสายตาอิจฉาในความรักของคนคู่นี้เสมอ แต่แล้ววันหนึ่ง.. เกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้น หญิงสาวผู้โชคร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอนอนเงียบ ๆ อยู่บนเตียงของโรงพยาบาล วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า เธอก็ยังคงไม่ฟื้นคืนมา ตอนกลางวัน ชายหนุ่มจะมาเฝ้าอยู่ที่หน้าเตียง ร้องเรียกคนรักของเขาเสมอ ทั้งๆ ที่เธอไม่ตอบสนองใด ๆ เลย ตกกลางคืน ชายหนุ่มจะไปสวดภาวนาออนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าที่โบสถ์นอกเมือง เขาร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้ง ไม่มีจะไหลออกมาอีกแล้ว ผ่านไป 1 เดือน หญิงสาวยังคงหลับใหลไม่ฟื้นเหมือนเดิม ส่วนชายหนุ่มก็ดูจะซูบเซียวขึ้นทุกวัน แต่ก็ยังคงสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่เสมอไม่หยุด แต่แล้ววันหนึ่ง พระผู้เจ้าก็เกิดเห็นใจในรักของชายหนุ่มและตกลงที่[ประทาน]พรให้แก่เขา พระผู้เป็นเจ้าได้ถามชาย หนุ่มว่า “เจ้ายอมที่จะแลกพรนี้ด้วยชีวิตของเจ้าไหม” ชายหนุ่มตอบโดยไม่ลังเลว่า “ ผมยอมครับ” พระผู้เป็นเจ้าพูดว่า “งั้นดีฉันจะให้คนรักของเจ้าฟื้นขึ้นมา แต่เจ้าต้องแลกกับการกลายเป็นแมลง ปอเป็นเวลา 3 ปี เจ้าจะตกลงยอมไหม ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้น แต่ก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิม “ผมยอมครับ” ฟ้าสางแล้ว ชายหนุ่มได้กลายเป็นแมลงปอสวยงามตัวหนึ่ง เขาบอกลาพระผู้เป็นเจ้าแล้วรีบบินกลับไปที่โรงพยาบาลหญิงสาวฟื้นขึ้นมาแล้วจริง ๆ มีนายแพทย์หนุ่มยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ คุยเรื่องอะไรกันสักอย่างหนึ่ง แต่ช่างเสียดายที่เขาไม่สามารถที่จะได้ยิน. หลายวันผ่านไป หญิงสาวแข็งแรงพอที่จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่เธอดูไม่มีความสุขเลย เธอออกตะเวณหาข่าวคราวของชายหนุ่ม แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าชายหนุ่มหายไปอยู่ที่ไหน หญิงสาวยังไม่ละ ความพยายามที่จะตามหาชายคนรักของเธอ ชายหนุ่มซึ่งอยู่ในร่างของเจ้าแมลงปอ ได้[แต่]บินวนเวียนอยู่รอบตัวหญิงสาวไม่ห่าง [ทว่า]เขาไม่สามารถที่ส่งเสียงไม่สามารถโอบกอด[เธอ] เขาทำได้แค่เพียงเฝ้ามองดูหญิงสาวไม่ให้คาดสายตาเท่านั้น ฤดูร้อนผ่านไปแล้ว ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดใบไม้ปลิวร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่ เจ้าแมลงปอจำต้องจากที่นี่ไปแล้ว นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้บินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาว เขาอยากใช้ปีกของเขาลูบใบหน้าของหญิงสาว อยากใช้ปากเล็ก ๆ จูบที่หน้าผาก แต่อย่างไรก็ดีร่างเล็กบอบบางในคราบของแมลงปอก็ไม่สามารถเรียกร้องความ สนใจจากหญิงสาวได้ แค่พริบตา ฤดูใบไม้ผลิก็มาเยือน เจ้าแมลงปอรีบบินกลับมาหาคนรักของเขา เพื่อจะพบว่าร่างอันคุ้นตานั้นบัดนี้ได้ยืนเคียงคู่ อยู่กับชายรูปร่างสันทัด คนหนึ่ง ภาพ ๆ นั้นทำให้เจ้าแมลงปอเกือบจะบินตกลงมาจากอากาศเลยทีเดียว ชาวบ้านต่างกล่าวขานถึงเรื่องอุบัติเหตุที่ทำให้หญิงสาวได้รับบาดเจ็บ สาหัสทำให้ได้พบกับแพทย์หนุ่มที่น่ารัก และ ใจดี คนนั้น และยังกล่าวถึงความรักของคนทั้งคู่ที่เหมือนถูกกำหนดมาอย่างไรอย่างนั้น แน่นอนพวกเขายังคงพูดถึงหญิงสาวที่สดใสร่าเริงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากมายนัก เจ้าแมลงปอรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก หลังจากนั้นไม่กี่วัน แมลงปอเห็นแพทย์หนุ่มผู้นั้นพาคนรักของตนไปชายทะเลเพื่อดูพระอาทิยต์ขึ้น พลบค่ำก็อยู่ที่ชายหาดเพื่อดูพระอาทิตย์ตก แต่สำหรับเขาแล้ว นอกจากบินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาวแล้ว เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย หน้าร้อนของปีนี้ช่างยาวนานนัก เจ้าแมลงปอบินต่ำลง ๆ ทุกวันด้วยความรู้สีกที่เจ็บปวด เขาไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอที่จะบินเข้าใกล้ หญิงอันเป็นที่รัก ท่าทางการพูดคุยกันอย่างสนิทสนมของคนทั้งคู่ เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของทั้งคู่ ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก ย่างเข้าฤดูร้อนของปีที่ 3 เจ้าแมลงปอไม่ค่อยไปเฝ้าดูคนรักของเขาแล้ว บ่าของเธอบัดนี้ถูกโอบกอดด้วยมือของแพทย์หนุ่ม ใบหน้าถูกประทับจูบอย่างเบา ๆ จากเขาผู้นั้น ดูท่าทางแล้วไม่มีทางเลยที่หญิงสาวจะมีเวลาที่จะไปคิดถึงแมลงปอที่เจ็บปวดตัวหนึ่ง ยิ่งไม่มีทางที่จะไปคิดถึงอดีตสิ่งที่ผ่านไป วันครบรอบปีที่ 3 ที่พระผู้เป็นกำหนดไว้ใกล้มาถึงแล้วคนรักของเจ้าแมลงปอกับนายแพทย์หนุ่ม ได้จัดพิธีแต่งงานขึ้นในวันสุดท้ายนั้นเอง เจ้าแมลงปอค่อย ๆ บินเข้าไปในโบสถ์ และไปเกาะที่บ่าของพระผู้เป็นเจ้าเขาได้ยินเสียงของคนรัก ที่ดังมาจากข้างล่างตอบรับคำสาบานของพระผู้เป็นเจ้าว่า “ฉันยอมรับ” เขาเห็นแพทย์หนุ่มคนนั้นสวมแหวนให้คนรักของเขา ตามด้วยจุมพิตที่แสนหวานของคนทั้งคู่. เจ้าแมลงปอปล่อยให้น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลออกมา พระผู้เป็นเจ้าถามแมลงปอว่า “เจ้ารู้สึกเสียใจไหม” เจ้าแมลงปอเช็ดน้ำตาแล้วตอบว่า “เปล่า” พระผู้เป็นเจ้าถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “งั้นพรุ่งนี้เจ้าก็ได้กลับเป็นเจ้าคนเดิมแล้ว” เจ้าแมลงปอส่ายหน้าอย่างช้า ๆ ก่อนตอบว่า “ ขอผมเป็นแมลงปออย่างนี้ไปตลอดชีวิตเถอะครับ” บางบุพเพ ชะตาถูกกำหนดมาเพื่อที่ต้องสูญเสียไป บางบุพเพ ตอนจบไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด รักคน ๆ หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องได้รับรักตอบ แต่เมื่อได้รับรักจากใครคนหนึ่งเราต้องดูแลรักษามันไว้อย่างดี บนบ่าของคุณมีแมลงปอไหม
หมวด: บทความ, บทความซึ้งๆ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, นิทาน, นิทานสอนใจ
ไปข้างบน