บทความ
เทคนิคง่ายๆ ลดริ้วรอยผิวแตกลาย แบบธรรมชาติ
ริ้วรอย และผิวแตกลาย อาจเกิดขึ้นมาจากการคลอดบุตรหรือการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว และโดยเฉพาะกับสาวๆ ที่อายุยังน้อยแล้วเกิดปัญหาหน้าท้อง น่อง สะโพกลาย ทั้งนี้ วิธีทำง่ายๆ คือ
ให้ใช้วุ้นสีขาวจากว่านหางจระเข้ ซึ่งล้างยางออกแล้วมาทาบริเวณรอยแตกลายเป็นประจำทุกเช้า- เย็น ผิวที่แตกลาย หรือริ้วรอยต่างๆ ก็จะค่อยๆ จางลง
หาก ไม่มีว่านหางจระเข้ เราก็สามารถใช้ใบบัวบกแทน โดยการนำมาตำคั้นเอาแต่น้ำ นำมาทาบริเวณรอยแตกลายเป็นประจำทุกเช้า- เย็น ผิวที่แตกลายจะค่อยๆ จางลงได้เช่นกัน
ลองทำตามคำแนะนำดูนะคะ สมุนไพรพื้นบ้าน ปราศจากเชื้อโรคแน่นอน ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
บทความความรัก ความรู้สึกดีๆ ที่ฉันมีให้…มันมากมายเกินจะเก็บเอาไว้เฉยๆ
ความรู้สึกดีๆ ที่ฉันมีให้...มันมากมายเกินจะเก็บเอาไว้เฉยๆ
เป็นความรู้สึกที่มากกว่าคนคุ้นเคย...ไม่รู้ว่าจะเอ่ยกับเธออย่างไร
ตอนแรกก็แค่ว่าทำเล่นๆ...ไม่เห็นว่ามันจะสำคัญตรงไหน
ล้อเล่น หยอกล้อ ไม่ได้คิดอะไร...คำพูดที่พูดไป ก็ไม่ได้ใส่ใจกับมัน
แต่พอมารู้ตัวเองอีกที...ก็ตอนที่รู้สึกว่ามันสุดจะเหงา
เวลาไม่เจอเธอ พูดคุยหยอกเย้า...มันเหมือนกับว่าเรา ขาดอะไรไป
มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้...มาลองคิดดูก็ไม่รู้ว่าตอนไหน
คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าทำไม...เธอเข้ามาอยู่ในหัวใจ ได้ไงกัน
ในตอนนี้รู้แต่เพียงว่า...ถ้าขาดเธอขึ้นมาแล้วจะทนไม่ไหว
ก็ไม่ว่าจะทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่...เธอต้องเข้ามากวนใจ ซะทุกที
ทำไมนะ ทำไมนะ ทำไมกัน...เธอถึงมีอิทธิพลกับฉันมากมายขนาดนี้
รู้สึกปั่นป่วนไปหมดทุกๆ นาที...ทำยังไงก็ไม่รู้สึกดีขึ้นมาเลย
ความรู้สึกดีๆ ที่ฉันมีให้...ก็แค่อยากให้เธอรับรู้เอาไว้เท่านั้น
ไม่ได้ต้องการให้เธอใส่ใจกับมัน...ขอแค่เธอเก็บมันเอาไว้บ้าง เพียงสักนิดก็พอ
แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ...ที่เธอจะเก็บเอาไว้ตรงไหนก็ได้
จะเป็นส่วนลึก ก้นบึ้งของหัวใจ...หรือว่าที่ไหนๆ ก็ตามใจเธอ
ก็ฉันไม่มีสิทธิ์ในตัวเธอสักนิด...ได้แค่คิด แต่ก็เป็นจริงไม่ได้
เพราะฉันไม่ได้เป็นคนที่เธอถูกใจ...ไม่ได้เป็นคนที่เธอจะเทใจให้ทั้งดวง
ก็ไม่ได้หวังให้เธอมาสนใจ...หรือทำอะไรให้ฉันทั้งนั้น
ขอเพียงแค่รับรู้เอาไว้ก็แล้วกัน...ว่ายังมีฉันคนนี้ที่ห่วงใยเธอ
ขอแค่เป็นส่วนหนึ่งในใจเธอ...เป็นแค่คนที่เธอนึกถึงยามอ่อนล้า
เป็นแค่คนที่เธอจะเห็นว่ามีค่า...แม้แค่ในเวลาที่เธอเหว่ว้า อ่อนแรงก็ตาม
ฉันมันก็แค่ผู้หญิงธรรมดา...ที่อาจดูไร้ค่า ไม่ค่อยจะเอาไหน
ไม่ได้สวยเลิศเลอเหมือนอย่างใครๆ...จะมีก็แค่ความจริงใจ เท่านั้นเอง
เธอเหมือนดาวที่อยู่บนฟ้า...ที่ฉันไม่อาจไขว่คว้าเธอลงมาได้
ทำได้แค่แหงนมองเธอ ทุกวันไป...แต่แค่นี้มันก็ทำให้สุขใจได้มากพอ
ก็เพียงแค่อยากให้เธอ ได้รับรู้...ว่าจะมีฉันคอยอยู่ข้างๆ เสมอ
จะสุข หรือทุกข์อย่างไร ก็จะไม่ไปไกลจากเธอ...จะคอยอยู่ข้างๆ ใจเธอเสมอ
รอเวลาที่เธอนั้นต้องการจะรับมัน....กับความรู้สึกดีๆ ที่ฉันมีให้เธอ » เว็บที่เราอ่านมา
บทความความรักน่าอ่าน… เมื่อเรารักกันแล้ว
ตั้งแต่แรกเริ่ม ครอบครัวของหญิงสาวก็กีดกั้นไม่ให้หญิงสาวคบกับชายหนุ่ม บอกว่าบ้านชายหนุ่มไม่มีฐานะเทียบเท่าบ้านเธอ ถ้าหญิงสาวไปอยู่กับชายหนุ่มก็จะต้องทนลำบากทั้งชีวิต ความกดดันจากทางบ้านทำให้หญิงสาวอารมณ์ไม่ค่อยดีเสมอ และทะเลาะกับชายหนุ่มอยู่เรื่อย หญิงสาวนั้นรักชายหนุ่มมาก เธอถามชายหนุ่มบ่อยครั้งว่า "เธอรักฉันมากขนาดไหน?" แต่ชายหนุ่มเป็นคนพูดไม่เก่ง ทำให้หญิงสาวโกรธเขาหลายครั้ง บวกกับคำพูดของพ่อแม่เธอ ยิ่งทำให้หญิงสาวอารมณ์เสียมากยิ่งขึ้น ชายหนุ่มจึงกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเธอ เขาก็ทนยอมรับอย่างเงียบๆโดยไม่ว่าหญิงสาวเลยสักคำ หลังจากนั้น ชายหนุ่มเรียนจบมหาลัยแล้ว ตัดสินใจจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ก่อนไป เขาเอ่ยปากขอแต่งงานกับหญิงสาว "ผมอาจจะเป็นคนพูดไม่เก่ง ปากไม่หวาน แต่ผมรู้ว่าผมรักคุณมาก ถ้าคุณตกลงใจยินดี ผมก็จะดูแลปกป้องคุณตลอดชีวิต สำหรับครอบครัวคุณ ผมจะพยายามทำให้พวกเขายอมรับในตัวผม แต่งงานกับผมเถอะนะ ได้ไหม?"
หญิงสาวตอบตกลงชายหนุ่ม และด้วยความพยายามของชายหนุ่ม พ่อแม่ของหญิงสาวก็ยอมรับเขา ในที่สุด ชายหนุ่มและหญิงสาวได้หมั้นกัน ก่อนที่ชายหนุ่มจะไปเมืองนอกไม่นานนัก ชายหนุ่มไปเรียนหนังสืออยู่ต่างแดนเพียงลำพัง ส่วนหญิงสาวก็คงยังอยู่ภายในประเทศ และออกมาทำงานแล้ว ชายหนุ่มไม่อาจกลับมาเยี่ยมหญิงสาวได้ เพราะเขาต้องใช้เงินอย่างประหยัด ส่วนหญิงสาวก็ไม่มีเวลาไปหาชายหนุ่มได้ ทั้งสองจึงได้แต่เพียงติดต่อกันผ่านโทรศัพท์และจดหมาย แต่ถึงกระนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็คงยังมั่นคงมิได้เปลี่ยนแปลงสักนิด วันหนึ่ง หญิงสาวออกจากบ้านไปทำงานตามปกติ ระหว่างทางที่เดินไปสู่ป้ายรถเมลล์ มีรถคันหนึ่งได้พุ่งตรงเข้าหาเธอ............ เมื่อหญิงสาวฟื้นขึ้นมา เธอเห็นพ่อแม่อยู่ข้างเตียง ถึงเพิ่งรู้ว่าเธอประสบอุบัติเหตุและบาดเจ็บสาหัส โชคยังดีที่ว่าไม่ถึงกับชีวิต หญิงสาวเห็นพ่อแม่เธอร้องไห้โศกเศร้าไม่หยุด จึงเอ่ยปากคิดจะปลอบโยนพวกเขา แต่เธอได้พบว่า... เธอพูดอะไรออกมาไม่ได้เลยสักคำ เธอพยายามที่จะเปล่งเสียงออกมาให้ได้ แต่ก็ทำได้แค่มีเสียงคล้ายเสียงหอบเท่านั้น หญิงสาวกลายเป็นใบ้ไปเสียแล้ว... หมอบอกว่าเพราะอุบัติเหตุครั้งนี้ หญิงสาวนอกจากบาดเจ็บที่ขาแล้ว สมองยังถูกกระทบกระเทือน เพราะฉะนั้นหญิงสาวจะพูดอะไรไม่ได้อีกเลยชั่วชีวิต หญิงสาวได้แต่รับฟังคำปลอบโยนของพ่อแม่เธอ แต่เธอไม่สามารถที่จะตอบอะไรได้เลย หญิงสาวสิ้นหวังแล้ว... หญิงสาวได้แต่ร้องไห้ไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน... หลังจากนั้น หญิงสาวออกจากโรงพยาบาลและพักอยู่ที่บ้าน ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังเป็นเช่นเดิม มีแต่เพียงเสียงโทรศัพท์ในห้องเธอ กลายเป็นฝันร้ายที่มาทรมานเธอ แต่ละครั้งที่เสียงโทรศัพท์ดัง เป็นเหมือนดังมีดคมทิ่มแทงเข้าไปในใจเธอ ความทรมานที่เธอต้องทนรับก็ไม่อาจจะบอกให้ชายหนุ่มรู้ได้ เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงของเขา จึงเขียนจดหมายบอกชายหนุ่มว่าเธอไม่อยากจะรอเขาอีกต่อไป เธอกับเขาจบสิ้นกันแล้ว และเธอก็ส่งแหวนหมั้นกลับไปให้เขาด้วย หญิงสาวไม่รู้จะทำอย่างไรได้ กับจดหมายและโทรศัพท์ของชายหนุ่มที่มีมาไม่ขาด เธอได้แต่น้ำตาไหลรินเต็มหน้าทุกวัน
พ่อของหญิงสาวไม่อาจทนเห็นเธอต้องทนทรมานเช่นนี้อีกต่อไป จึงตัดสินใจย้ายบ้าน หวังอยากให้หญิงสาวลืมความทุกข์นั้นและอยู่อย่างมีความสุขมากกว่านี้ เมื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมแล้ว หญิงสาวก็ดีขึ้นหน่อย เธอค่อยๆหัดเรียนใช้ภาษามือแทนคำพูด ทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มต้นใหม่ เธอบอกกับตัวเองเสมอว่าให้ลืมชายหนุ่มเสีย วันหนึ่ง เพื่อนสนิทของหญิงสาวบอกกับเธอว่า ชายหนุ่มกลับมาแล้ว และออกตามหาเธอไปทั่ว หญิงสาวขอร้องเพื่อนเธอว่า อย่าบอกเรื่องของเธอให้ชายหนุ่มรู้ เรียกให้เขาลืมเธอเสีย หลังจากนั้น เธอก็ไม่ได้รับรู้ข่าวคราวของชายหนุ่มอีกเลย เวลาผ่านไปได้ปีกว่า เพื่อนของหญิงสาวมาบอกกับเธออีกว่า ชายหนุ่มจะแต่งงานแล้วและขอร้องให้เธอเอาการ์ดแต่งงานมาให้หญิงสาว หญิงสาวได้รับฟังแล้วก็เศร้าใจมาก เธอเปิดการ์ดนั้นด้วยมือสั่น แต่กลับเห็นชื่อเธอเองบนการ์ดใบนั้น เมื่อหญิงสาวกำลังจะถามเพื่อน ชายหนุ่มก็มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเธอ ใช้ภาษามือที่แข็งกระด้างบอกกับหญิงสาวว่า
"ผมใช้เวลาปีกว่าที่ผ่านมา บังคับให้ตัวเองหัดใช้ภาษามือให้ได้ เพื่อที่จะบอกกับคุณว่า ผมไม่เคยได้ลืมสัญญาระหว่างเราสองคนเลย โปรดให้โอกาสผมได้เป็นเสียงให้แทนคุณ ผม-รัก-คุณ"
เรื่องน่ารู้ มะนาวแก้ผิวลอก
วิธีทำ
โดยเริ่มจากนำมะนาว 4-5 ผล มาฝานออกเป็นชิ้น ๆ
จากนั้นนำมะนาวที่ฝานไว้มาขัดถูกผิวให้ทั่วขณะอาบน้ำ
จากนั้นทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำเปล่า แล้วเช็ดตัวให้แห้ง และทาผิวด้วยโลชั่นหรือมอยส์เจอไรเซอร์
ทำอย่างนี้เป็นประจำจะช่วยแก้ผิวแตกลอกได้ดียิ่งขึ้น
แฟนแบบนี้ ควรหลีกไกล ก่อนที่จะถลำลึก
แฟนประเภทชอบรื้อฟื้น เช่น คบกันอยู่ดีๆ แต่วันร้ายคืนสยองเขากลับ มักพูดถึงแต่แฟนเก่า ว่าเป็นคนอย่างงั้น อย่างโน้น นัยว่าหล่อน เป็นแม่พิมพ์ประจำใจเขานั่นแหละ แถมเล่าแล้วไม่เล่าเปล่าเสียด้วยนะ มีการจับทั้งแฟน ปัจจุบันกับอดีตหวานใจมาเปรียบเทียบซะกระเจิด กระเจิง แล้วไอ้ที่ เขาพูดๆ พล่ามๆ เรื่องรักเก่าสมัย ม.3 อะไรเนี่ย มันเป็นสิ่งสร้างสรรค์ หรือทำให้รักปัจจุบัน เหนียวแน่นหรือก็เปล่าเลย ยิ่งเห่า เอ้ย ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้แฟนคนล่าสุดหมดกำลังใจไปเรื่อยๆ แถมดีไม่ดี เขาอาจเก็บภาพสมัยที่เคยระเริงรักกับแฟนเก่า ซึ่งซุกไว้ในเอ็กซ์ไฟล์ ส่วนตัวมาเปิดดูบ่อยๆ โดยที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ แล้วอย่างนี้จะให้รักกันไหวไหมล่ะ
แฟนชอบโกหกจนเป็นสันดาน ข้อนี้คงไม่ต้องอาศัยคำอธิบายอะไรให้มาก เพราะ ใครบ้าง ที่ไม่รู้อยู่แก่ใจว่า การโกหก คือยาพิษที่ บ่อนทำลายความรักได้ง่ายและฉับไวที่สุดบ้างนะ เหตุนี้ ถ้ามีแฟนจัดเข้าข่ายเป็นพวกโก-Six หรือมุสาวาจา เป็นกิจวัตร หรือพวกชอบโชว์มาด “มือถือสาก ปากถือศีล” ล่ะก็ ถ้าไม่เลิกกันวันนี้ พรุ่งนี้ ก็คงมะรืนนี้แหละ สักวันนึงย่อมทนกันไม่ได้อยู่ดี
แฟนเจ้าชู้ไม่เลือกหน้า แบบ ว่าเผลอเป็นไม่ได้ ต้องสะเหร่อแบ่งกายไปเบียด คนอื่นอยู่เรื่อย แต่ใช้ข้ออ้างเดิมๆ ว่า เพราะเด็กมันยั่ว เลยหลวมตัวนอตหลุด งั้นเชิญไปไขก๊อกกันทุกคืนเลยแล้วกัน เราอย่าลดตัว เป็นมารคอหอยเขาหน่อยเลย
แฟนที่ไม่สนว่า จำเป็นต้องเอาใจคนรักอะไร กันนักหนา .ถ้าไม่รู้จักเอาใจสวีตฮาร์ท แล้วจะให้อีกฝ่ายคอย แต่เอาใจใส่เขาหรือยังไง หากรักกันจริงก็ควรเทกแคร์กันสิเพ่ เท กแคร์น่ะแปลว่า ดูแลเอาใจใส่ไม่ ใช่ไม่เห็นจำเป็นต้องไปเหลียวแล เค้าว่า ความรักคือการแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้แก่กันไม่ใช่หรือ? แล้วเคยให้กันบ้างไหม?
แฟนไม่เคยมีเวลาให้ รวมไปถึงชอบผิดนัด นิยมบอกปัด อ้างงานเยอะ แม้แต่วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ไม่รู้หายหัวไปไหน ขืน เป็นงี้ แล้วจะเป็นแฟนกันไปทำไม? จะเป็นเพื่อนหรือเป็นแฟนก็แปะเอี้ย (เหมือนกัน) ไม่เห็นมีอะไรต่าง นอกจากอยากเป็นแฟนเฉพาะทางโทรศัพท์ก็ว่าไปอย่าง
แฟนไม่เคยทำตามสัญญา ให้ความหวังด้วยลมปากเป็นอย่างเดียว แต่ทำให้หวังเป็นจริง ไม่ได้ก็แย่
แฟนที่ชอบตอกย้ำซ้ำเติมปมด้อยให้น้อยเนื้อต่ำใจได้ตลอดเวลา เอ๊ะ ถ้าไม่เห็นเรามีดีแล้วตกลงมารักกันให้เจ็บๆคันๆ ทำไมเหรอ ถ้ารักแล้ว พูดจาภาษาดอกไม้ หาเรื่องดีๆ เป็นสิริมงคลมาคุยกันไม่ได้ งั้นหันมาเป็นศัตรูกันยังเก๋ซะกว่า นี่ล่ะหนา ถึงอยากถามใครต่อใคร ว่าก่อนจะรัก หล่อนพร้อมจะเจ็บกระดองใจหรือยังจ๊ะ
ใครที่มีแฟนแบบนี้ ห่างๆบ้างก็ดีนะคะ » เว็บที่เราอ่านมา
เกร็ดความรู้ ประโยชน์จากงาขาวและงาดำ
งาดำและงาขาวมีฤทธิ์เป็นกลาง รสหวาน ส่วนน้ำมันงามีฤทธิ์เย็น แก้อาการท้องผูก ทำให้ลำไส้ชุ่มชื้น ลดกรดในกระเพาะอาหาร ลดการอักเสบของทางเดินอาหารและกระเพาะปัสสาวะ บำรุงตับและไต
เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
รักษาอาการเคล็ดขัดยอก บำรุงรากผมและผิว ช่วยให้หลับได้ดี
รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกและแผลเปื่อยติดเชื้อ
ประโยชน์ดีๆแบบนี้ อย่าลืมกินงากันบ้างนะคะ ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
เรื่องน่ารู้ เทคนิคการปฏิเสธ เพื่อไม่ให้หักหาญน้ำใจ
ตอบปฏิเสธออกไปตรงๆ โดยพูดเน้นคำว่า “ไม่” สัก 2 ครั้ง เพื่อให้คู่สนทนารู้ว่า คุณไม่ต้องการ หรือทำในสิ่งที่เขาขอร้องไม่ได้จริงๆ ก่อนปิดท้ายด้วยคำว่า “ขอบคุณ” ให้ดูดีมีมารยาท ตัวอย่าง เหตุการณ์ที่ หลายคนต้องพบเจออยู่เป็นประจำ เช่น หากมีใครมาชวนไปทานข้าวกลางวัน แต่คุณไม่อยากไป หรือไปไม่ได้ให้ตอบว่า “ไม่ค่ะ ฉันไปไม่ได้จริงๆ ขอบคุณค่ะที่ชวน”
การสะท้อนถึงคำว่า “ไม่” สำหรับเทคนิคนี้มีหลักการคือ ก่อนคุณจะปฏิเสธนั้น ให้คุณขึ้นต้นด้วยประโยคที่สื่อได้ว่า คุณรู้ในสิ่งที่คนชวนต้องการ แต่คุณก็ไปด้วยไม่ได้จริงๆ (สะท้อนให้เขารู้ ว่าคุณเข้าใจความต้องการหรือเจตนาเขา ก่อนจะตอบปฏิเสธ) ตัวอย่าง “ฉันทราบค่ะว่าคุณอยากคุยกับฉัน เกี่ยวกับแผนงานประจำปีในมื้อกลางวันนี้ แต่ฉันไปด้วยไม่ได้จริงๆ ค่ะ”
บอกเหตุผลในการปฏิเสธ สำหรับเทคนิคนี้ ต้องเน้นนะคะว่า ให้บอกเหตุผลในการปฏิเสธเพียงสั้นๆ เท่านั้น เอาแบบ สั้น ง่าย ได้ใจความ อย่าเยิ่นเย้อ หรือชักแม่น้ำทั้ง 5 มาสาธยาย เพราะนั่นจะยิ่งทำให้ดูน่ารำคาญ และไม่จริงใจ เหมือนพยายามหาข้ออ้างมาปฏิเสธมากกว่า ตัวอย่าง “ฉันคงไปทานข้าวเย็นกับคุณไม่ได้ เพราะมีงานที่ต้องทำให้เสร็จภายในค่ำนี้”
ปฏิเสธแบบต่อรอง อัน นี้เป็นมุมมองการปฏิเสธแบบนักธุรกิจสักหน่อย หลักการอยู่ที่ว่า หากคุณทำในสิ่งที่เขาขอร้อง หรือชักชวนในครั้งนี้ไม่ได้ ก็ให้ยื่นข้อเสนอไปว่า เอาไว้คราวหน้าได้ไหม? ตัวอย่าง “ฉันไปทานข้าวกับคุณวันนี้ไม่ได้จริงๆ เอาไว้เป็นโอกาสหน้าก็ได้ไหมคะ”
การปฏิเสธแล้วถามกลับ เทคนิคข้อนี้มีหลักการคือ เมื่อพูดปฏิเสธไปแล้ว ให้ยิงคำถามกลับไปทันที ตัวอย่าง (ขอยกตัวอย่างประโยคการปฏิเสธที่แอบหยอดคนชวนไว้เล็กๆ) “เราคงไปทานข้าวมือกลางวันในวันนี้ไม่ได้จริงๆ แต่มันจะมีโอกาสหน้าอีกไหมคะ ที่เราจะได้ไปทานด้วยกัน”
ทวนคำปฎิเสธ เทคนิคสุดท้ายนี้ ถือว่าได้รับความนิยมที่สุด เพราะเป็นเทคนิคการพูดที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่า เราใส่ใจเขา และในความจริงแล้ว เราเองก็ไม่ปฏิเสธเขาแต่มันจำเป็นต้องปฏิเสธจริงๆ นั่นคือ เทคนิคการทวนคำปฏิเสธหลายๆ รอบ ด้วยประโยคต่อๆ กัน ตัวอย่าง “เราคงไปทานข้าวกับเธอไม่ได้จริงๆ อยากไปด้วยนะแต่ไปไม่ได้ จริงๆ นะ ถ้าไปได้วันนี้คิดว่าจะเลี้ยงเธอเลย แต่มันไปไม่ได้จริงๆ” (แอบขำทำเป็นเนียนว่าจะเลี้ยงเขาซะด้วย)
ใครที่เจอคนตื้อบ่อยๆ ลองทำตามคำแนะนำดูนะคะ ไม่แน่น้า เค้าอาจจะถอยทับไปเองก็ได้ ถ้าเจอคำปฏิเสธบ่อยๆ » เว็บที่เราอ่านมา
วางตัวอย่างไร… เมื่อมีรักในที่ทำงาน (บทความ)
ใจร้อนระวังรักคุด หากสาวออฟฟิศคนไหนโดนหนุ่มสุดหล่อหว่านเสน่ห์เข้าใส่ อย่าหลงใจอ่อนเชียวหละ ผู้ชายสมัยนี้ไว้ใจได้เสียที่ไหน แอบเก็บกิ๊กเอาไว้เยอะ พวกนิยมไม้ป่าเดียวกันก็แยะ ดังนั้น คุณอย่าเพิ่งใจร้อนไป ใช่ว่ารักในออฟฟิศจะยั่งยืนเสมอไป ค่อย ๆ ศึกษานิสัยใจคอกันให้รอบคอบ แล้วจะคบกันก็ยังไม่สาย เพราะรักจะยาวนานหรือสั้นกุดก็ขึ้นอยู่กับความยาวนานของทั้งคู่นั่นแหละ ไม่ได้รักกันหวังควงกันเล่น ๆ เพราะขืนเป็นอย่างนั้นคงไม่รอดหรอกค่ะ
อย่าออกนอกหน้าเกินเหตุ มีคู่รักทำงานสายเดียวกันใช่ว่าจะดีเสมอไปนะคะ ถ้ามัวแต่มานั่งส่งสายตาหวานเยิ้ม เอาอกเอาใจจนออกนอกหน้า จะทำให้เพื่อนร่วมวงานหมั่นไส้ได้นะคะ ยิ่งเขามีตำแหน่งเป็นถึงผู้บังคับบัญชาแล้วด้วยละก็ รับรองได้ว่าลูกน้องคนอื่นคงพาลกันพาน้อยใจกันทั้งออฟฟิศและที่แย่ไปกว่า นั้นอาจจะขาดสมาธิในการทำงาน เพราะความใกล้ชิดมันชวนอยากให้ทำอย่างอื่นมากกว่าทำงานนี่นา
ตำแหน่งเปลี่ยน ใจเลยเปลี่ยนคบกันมาตั้งนานจากตอนแรกมีตำแหน่งหน้าที่เท่าเทียมกันนี่แหละ แต่ถ้าจู่ ๆ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลื่อนตำแหน่ง ก็หวังว่าคนที่ได้เลื่อนขั้นคงไม่วางฟอร์มว่าข้านี่เจ๋ง เหนือกว่าแฟนแล้วกันค่ะ หากไม่ขี้โอ่ หรือทำตัวเวอร์เกินเหตุความรักก็คงราบรื่น เว้นแต่เสียว่ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำตัวเปลี่ยนไปจากเดิม แล้วจะให้รักจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งได้อย่างไรล่ะค่ะ
เรื่องนี้ต้องขยาย เข้ากลุ่มเพื่อนทีไรเผลอคุยฟุ้งเรื่องแฟนตัวเองทุกที ยิ่งแอลลกอฮอล์เข้าปากด้วยแล้ว ความลับที่ว่าสุดยอดแค่ไหนก็ออกมาได้หมด หากคนที่เขาฟังไม่นำไปเล่าต่อถือว่าโชคดี แต่อย่าลืมว่าคนบางพวกชอบเรื่องซุบซิบเป็นที่สุด ขอให้นินทาลับหลังไว้ก่อน ถือว่าเป็นความสุขของเขาเลยล่ะสาว ๆ ก็ลองนึกดูนะคะว่าเรื่องส่วนตัวควรพูดมากน้อยแค่ไหนถึงจะไม่ทำให้ตัวเอง เสียหาย
เลิฟซีนผิดที่ ซวยไม่รู้ตัว เห็นคนอื่นแสดงความรักกันมันช่างน่าอิจฉาเสียจริง แต่ถ้าฉวยโอกาศเลิฟซีนไม่รู้จักกาละเทศะ ระวังเถอะ ใครจะเจอเข้าถูกเมาทไม่เลิก โดนกระหน่ำเมาท์อย่างเดียวยังพอทนได้แต่ถ้าโดนใส่สีตีไข่ด้วยนี่สิ คงวิ่งไปตลาดหาปี๊บมาคลุมหัวแทบไม่ทัน ยังไง ๆ ทางที่ดีแสดงบทรักกันสองต่อสองในที่ลับตาคนจะดีกว่าเป็นไหน ๆ นะคะ
ระวังตัวให้ดี เดี๋ยวนีเทคโนโลยีไฮเทคไปถึงไหน มีคอมพิวเตอร์ไว้ทำงานอย่างเดียวไม่พอ ต้องส่งอีเมลรักถึงกันด้วยถึงจะคุ้ม แต่ระวังข้อมูลจะรั่วเข้าสักวันนะคะ หากบริษัทไหนไม่ชอบแล้วคุณยังประดิษฐ์คำหวาน ๆ พิมพ์หากันอยู่ จนมองไม่เห็นเจ้านายที่แอบมองอยู่ข้างหลัง จนเป็นเรื่องได้
ลำเอียงมากไปไม่ดีนะ เป็นเรื่องธรรมดาที่คู่รักจะซึมซับความรู้สึกเข้าใจความคิดของกันและกัน จึงมักจะเกิดปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งงในการทำงาน แม้เขาเป้นหวานใจกันก็อดที่จะเข้าข้วงกันไม่ได้หรอก แต่ควรแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ให้มาปนกันเวลาควรตั้งหน้าตั้งตา ทำงานแบบคนเป็นมืออาชีพ อย่าให้ความสัมพันธ์มาเป็นอุปสรรคต่องาน ต้องว่ากันไปตามเหตุผลอย่างตัดสินใจลำเอียงเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นคุณจะหมดความน่าเชื่อถือไปโดยปริยาย
สานสัมพันธ์ทั้งงานทั้งความรัก ถ้าต้นรักของคุณออกดอกผลิบานสวยงาม ทั้งคู่ไปกันได้สวยทั้งการงานและความรัก ขอแนะนำให้เดินหน้าลุยไปเลยค่ะ สวรรค์สร้างมาให้เป็นคู่แท้กันแล้ว ก็อย่ากลัวที่จะขยับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ไม่ได้ทำเรื่องเสียหายนี่ค่ะ ความรักก็ดีการงานก็เยี่ยมใครจะมาว่า มีแต่อิจฉาตาร้อนผ่าว ๆ จนต้องเอาน้ำแข็งประคบตากันเป็นแถว ๆ แบ่งเวลาความรักได้ดีอย่างนี้รุ่งแน่
ที่ทำงาน...ไม่ใช่ที่บ้าน เข้าใจนะคะว่ารักกันก็อยากแสดงความรักหยอกล้อกัน แต่ยังไงก็ควรแคร์สายตาคนอื่นบ้าง ไม่ใช่ถือคติที่ว่ารักแล้วต้องแสดงออก ถ้าอยากจะแสดงออกก็ควรไปในที่ส่วนตัว ไม่ใช่มาหวานกันจนมดกัดท่ามกลางสายตาเพื่อนร่วมงาน เพราะคุณกับหวานใจก็เป็นพนักงานคนหนึ่งในบริษัท ก็ควรปฏิบัติให้เหมือนเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ในเวลางานคงไม่เหมาะที่จะเรียกหวานใจว่าที่รักอาจจะโดนเขม่นเอาได้
ของเขาไม่ใช่ของเรา แอบรักคนมีเจ้าของมันผิดศีลข้อ 3 นะคะ ยิ่งเป็นคนในที่ทำงานยิ่งแล้วใหญ่ ขืนไปยุ่งกับคนมีเจ้าของมีลูกมีเมียแล้วล่ะก็ เห็นทีอนาคตการงานริบหรี่แน่ พานแต่จะโดนเพื่อนร่วมงานรังเกียจประณามหยามเยียดว่าคุณเป็นคนไม่รู้จัก ชั่วดี ชอบแย่งของของชาวบ้าน ต่อไปคงไม่มีใครอยากจะร่วมเสวนาด้วย เสียทั้งชื่อเสียง เสียทั้งงาน คุ้มกันซะที่ไหน ทางที่ดีอยู่ห่าง ๆ คนที่มีคู่แล้วดีกว่าค่ะ
มีความรักไม่ใช่สิ่งผิด แต่ถ้ามีความรักผิดที่แล้วหล่ะก็ ... เสียทั้งงาน ทั้งคนรัก ... ไม่รู้ด้วยนะคะ ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
วิธี ทำความสะอาดเครื่องประดับ ด้วยตัวเอง
วิธีทำความสะอาดเครื่องเงิน
บีบยาสีฟันบนผ้าสะอาด ก่อนเช็ดเบาๆบน เครื่องประดับ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีก่อนเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด
ใช้น้ำยาล้างจานเล็กน้อยผสมกับน้ำอุ่นล้างเครื่องประดับ
ใช้ผ้าชามัวส์เช็ดเครื่องประดับ
แพลทินัม เพชร ทอง
คราบมันบน เครื่องประดับ เช็ดออกเบาๆ ด้วยผ้านุ่มๆ ชุบแอลกอฮอร์ หรือ เหล้าวอดก้า
ใส่เม็ดฟู่ลงในน้ำ (อีโน อัลก้า-เซลเซอร์ หรือเม็ดฟู่ทำความสะอาดฟันปลอม) แช่เครื่องประดับ ทิ้งไว้ประมาณ 2-3นาที นำขึ้น ล้างซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจาน
ใช้ผ้าชามัวส์สะอาดเช็ดเบาๆ
ใช้แปรงขนอ่อนๆ ขัดเบาๆ บนเครื่องประดับ
การทำความสะอาดมุก พลอย พลอยเนื้ออ่อน
ถ้าเครื่องประดับชิ้นสวยเลอะคราบเครื่องสำอาง รีบใช้ทิชชู่นุ่มๆเช็ดคราบเครื่องสำอางเหล่านั้นออกให้หมด
แช่เครื่องประดับในน้ำอุ่นผสมสบู่อ่อนๆสักครู่ (ห้ามทิ้งไว้นานจนเกินไป อาจทำใหผิวเคลือบของ เนื้อมุกเป็นรอยได้) ก่อนล้างซ้ำด้วยน้ำสะอาด
ลองทำตามคำแนะนำที่เอามาฝากกันดูนะคะ ไม่ยากเลยค่ะ ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
กำลังใจให้คนที่คิดว่า “ไม่มีหวัง… ”
เพื่อนหลายคนชอบถามผมว่า ผมชนะใจเธอได้ยังไง
"เธอ"หมายถึงภรรยาของผม
ผมเรียนหนังสือห้องเดียวกับเธอตอนชั้นมัธยม เราต่างกันราวฟ้ากับดิน
ผมไม่หล่อ เรียนหนังสือไม่เอาไหน เป็นนักฟุตบอลโรงเรียนที่ไม่มีอะไรเด่น เธอเป็นนักเรียนเรียนดี เรียบร้อย หน้าตาดูดี
ผมนั่งดูเธอรับรางวัลเรียนดีปีแล้วปีเล่า ในขณะที่ผมต้องลุ้นทุกปีว่าผมจะสอบผ่านหมดไหม
ผมรู้ว่าผมไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลย แต่เธอไม่เคยรังเกียจหรือดูหมิ่นผม
ผมคุยด้วย เธอก็คุย ถามคำ เธอตอบคำ
ผมเฝ้ามองเธออยู่เป็นปีปี จนบอกกับตัวเองและเพื่อนทีมฟุตบอลว่า ผมแน่ใจว่าชอบเธอ เพื่อนๆบอกว่า หมามองจรวด
ผมไม่สนใจ วาเลนไทน์ปีนั้น ผมให้กุหลาบและเขียนการ์ดสั้นๆว่า "ผมชอบคุณ"
หลังวาเลนไทน์คราวนั้น เธอยังทำตัวปรกติ ไม่ได้แสดงอารมณ์พิเศษกับผม
ผมคุยด้วย เธอก็คุย เรียบๆเหมือนเคย ผมไม่ท้อถอย ตอนเช้าไปรับเธอหน้าประตูโรงเรียน
ตอนเย็นไปส่งเธอขึ้นรถกลับบ้านทุกวัน โทรศัพท์ถึงเธอตรงเวลาทุกคืน
ไม่ได้คุยอะไรมากมาย เพียงจะบอกราตรีสวัสดิ์ จบมัธยม เราแยกย้ายกันไปเรียนมหาลัย
ผมยังติดต่อเธอสม่ำเสมอ เมื่อคิดถึง ผมไปหาเธอที่บ้าน ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนด้วยกัน
เธอบอกว่าไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วง ผมไม่เคยโต้แย้ง
ตลอดเวลาร่วม10ปี ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้บ่งบอกว่าเราเป็นแฟนกัน เราคุยกัน ถามทุกข์สุขกัน รู้ความเป็นไปของกันและกัน
ผมบอกจริงๆว่า ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าจะชนะใจเธอไหม ทุกอย่างที่ผมทำให้เธอ เพราะใจผมอยากทำ เธอเองไม่ได้แสดงอาการมีใจให้ผมเห็น แต่ก็ไม่เคยรังเกียจ คุยกับผมตลอด
ผมรู้ว่า จะถอย ต่อเมื่อเธอตัดสินใจกับใครไปแล้วเท่านั้น จนเมื่อจบมหาลัย ทำงานแล้ว
ผมจึงมีโอกาสชวนเธอไปกินข้าว คุยกันบ้าง ผมถามเธอว่า ความสัมพันธ์ของเรา จะมีโอกาสเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นแฟนไหม เธอตอบผมว่า เธอคุยกับผมมา10ปี ไม่ใช่เธอให้โอกาสผมมาตลอดหรือ
นับแต่วันนั้น เธอยังคงนิ่งๆ แต่ผมรู้ว่าผมมีโอกาส อีก3ปีต่อมา เราก็แต่งงานกัน
ผมถามเธอว่า ทำไมถึงเลือกผม เธอมีคนให้เลือกอีกหลายคน เราต่างกันหลายอย่าง ผมหลงใหลกีฬา เธอไม่สนใจเลย
ผมไม่อ่านหนังสือ เธออ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า ผมเฮฮากับคนหมู่มากได้ดี เธอสนุกตามมารยาท เธอตอบผมว่า นิสัยที่ต่างกัน มันปรับเข้าหากันได้ แต่ผมเป็นคนที่รักเธออย่างที่เธอเป็น จริงใจกับเธอเสมอมา ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเธอ ทำสิ่งดีดีให้เธอมาตลอด
ทุกวันนี้ ผมมีความสุขอยู่กับเธอ
ผมเล่าเรื่องนี้ เพื่อให้กำลังใจ ทุกคนที่คิดว่า "ไม่มีหวัง" จงจริงใจกับคนรักของคุณเถอะ ผมเชื่อว่า สิ่งดีดีจะเกิดกับคุณ » เว็บที่เราอ่านมา
บทความดีๆน่าอ่าน คิดดีๆ ก่อนคิดจะผ่าตัดเสริมจมูก
การผ่าตัดเสริมจมูกมีทั้งผลดีและผลเสีย
โดยผลเสียมักเกิดจากภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากการเสริมจมูกเป็นการนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ผู้ที่รับการผ่าตัดต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเลือดออกง่าย เพราะการผ่าตัดจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด ผู้เป็นโรคภูมิแพ้โพรงจมูก เพราะการเสริมจมูก ร่างกายอาจมีปฏิกิริยารุนแรงต่อสิ่งแปลกปลอม รวมทั้งผู้ป่วยภูมิต้านทานบกพร่อง ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ ผู้ที่มีประวัติใช้ยากดภูมิต้านทาน เช่น ยาสเตียรอยด์ และผู้ป่วยที่แพ้ยา
การผ่าตัดเสริมจมูกถือเป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เวลาเพียง 30-45 นาทีเท่านั้นโดยแพทย์ฉีดยาชาและให้ยานอนหลับชนิดทำให้หลับเร็ว ภายหลังการผ่าตัด ผู้รับการผ่าตัดสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1-6 สัปดาห์ ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ในช่วงแรกหลังผ่าตัดจะมีอาการบวมแดงบ้าง และต้องระมัดระวังโรคแทรกซ้อน การกระแทกอย่างรุนแรง ที่อาจทำให้จมูกบิดเบี้ยวรวมถึงดูแลในเรื่องสะอาดของ ใบหน้าเพื่อไม่ให้เกิดติดเชื้อได้ นอกจากนี้ ผู้ที่เสริมจมูกในลักษณะที่โด่งเกินไปจะส่งผลต่อผิวหนังปลายจมูก ทำให้เนื้อบาง เมื่อเกิดการติดเชื้ออาจทำให้ปลายจมูกเน่าและทะลุได้
การเสริมจมูกนั้น ควรทำในผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป และผู้ปกครองรับรู้ ทั้งนี้ ในเรื่องความสวยความงามนั้น ในช่วงที่อายุยังน้อย อาจรู้สึกว่าตนเองยังไม่สวยพอ แต่เมื่อร่างกายเติบโตมากขึ้นจะมีการเปลี่ยนแปลงอีก และอาจทำให้ดูดีมากขึ้นกว่าเดิม โดยไม่จำเป็นต้องไปทำอะไร ดังนั้น อย่าด่วนตัดสินใจไปทำศัลยกรรม ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่ไปทำศัลยกรรม ในขณะที่อายุยังน้อยแล้วเกิดผลเสียตามมา ภายหลังมากกว่า
ศัลยกรรมมีทั้งผลดีและผลเสีย ดังนั้น คิดดีๆก่อนตัดสินใจทำนะคะ เพราะทำไปแล้ว ไม่มีทางที่จะกลับมาเหมือนเดิมได้อีก » เว็บที่เราอ่านมา
เกร็ดความรู้ วิธีทำความสะอาดผิวหน้า ด้วยตัวเอง
ควรจะใช้ครีมทำความสะอาดคราบเครื่องสำอาง ออกก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ใช้อยู่เป็นประจำ
จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด เมื่อล้างเสร็จ ให้ใช้ครีมทาหน้า (วิธีเลือกใช้ครีมนั้นสังเกต ง่ายๆ คือ ทดลองทาบริเวณหลังมือ ถ้าครีมมีการซึมซับเร็วคือว่ามี คุณสมบัติที่ดี ส่วนวิธีการใช้ แต้มเนื้อครีมบนใบหน้า 5 จุด คือหน้าผาก แก้มทั้งสองข้าง จมูกและคาง)
อย่าลืมดูแลรักษาหน้าให้สะอาดอยู่เสมอนะคะ และที่สำคัญ อย่าลืมล้างเครื่องสำอางออกให้หมดก่อนนอนทุกวัน
เคยดูรึยัง
เรื่องน่ารู้ สูตรสวยหน้าใส ด้วย สตรอว์เบอร์รี่
ส่วนประกอบ
สตรอว์เบอร์รี่ 3 ผล,โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
วิธีทำ
บดสตรอว์เบอร์รีให้ละเอียด นำมาผสมกับส่วนผสมที่เหลือให้เข้ากัน
พอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำเย็น
อย่าลืมทำเป็นประจำนะคะ จะได้มีผิวหน้าใส สวยๆ ^-^
บทความสอนใจ สุดแล้ว… ทุกชีวิตต้องอยู่ลำพัง
มนุษย์จะทนอยู่กับความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาได้มากหรือนานสักแค่ไหนกัน มนุษย์ทนดื่มกินความฝันและร่องรอยของความทรงจำได้จริงหรือ
ความเจ็บปวดรวดร้าวนั้นทรมานก็จริง แต่บางคนก็ยอมร่วมหัวจมท้ายและมีความสุขกับมันอย่างยอมจำนน หรืออย่างรื่นเริงชื่นใจในที่สุด คนบางคนยอมโดดเดี่ยว หรือเลือกจะอยู่เพียงลำพัง
คนบางคนขลาดกลัวความโดดเดี่ยว และเลือกที่จะไม่อยู่คนเดียว แต่สุดท้ายก็ต้องอยู่เพียงลำพัง
คนสองคนอยู่ด้วยกัน แต่คนหนึ่งคนใด ก็ยังโดดเดี่ยวอยู่ดี คนบางคนดื่มกินความโดดเดี่ยวจนสาสม สาแก่ใจ และชาชิน.........
บ่อยครั้งที่ความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา แปลงร่างพรางพร่า เป็นหยาดย้ำตาหยดร้อน ตอนที่ความเคว้งคว้างมันลุกคืบกระทืบเต้นอยู่กลางใจ แล้วพากันบดเนื้อชีวิตจนหมองไหม้แหลกยับไปกับตา โมงยามที่คอยเฆี่ยนตี และตักเตือน....ชีวิตนี้สั้นนัก! เพียงชั่วกระพริบลมหายใจ และใบไม้ปลิดขั้ว..... เราก็จะไม่ได้เห็นหน้ากันอีก...ไม่ได้พบกันอีก....กับใครบางคน
เราเฝ้าถามตัวเองในมุมความปวดร้าวอยู่เสมอว่า...... เราจากกันชั่วชีวิตแล้วจริงๆ หรือนี่...เราไม่ได้พบกันอีกแล้วชั่วชีวิตใช่ไหม มันเป็นความรู้สึกที่ปวดร้าวเกินทน ถ้าต้องอยู่ไป...อย่างโดดเดี่ยวตลอดชีวิต...กับชีวิตที่ไม่มีวันจะมีใครได้เลย เราจะทุกข์ทรมานไปไม่รู้สิ้นสุด หรือเราจะยอมรับและมีความสุขกับมัน
เราจะจำนนเอาอย่างหน้า....หรือจำยอมเอาอย่างหลัง บางคนเลือกที่จะมีใคร และให้ใครบางคนเดินเข้ามาในชีวิต ทดแทนและชดเชย ต่อเติมและตักตวง ความรัก หรือที่สุดแล้วอาจแค่ความใคร่ เพื่อแลกเอากับอะไรที่คิดว่าใช่ กราดเกี้ยวกับอารมณ์ปรารถนาที่ไม่รู้อดรู้อิ่ม ฉกฉวยความเป็นคนและอิสระภาพของเขาไปวันแล้ววันเล่า และหลอกตัวเองว่านั้น และ มัน คือ “ความรัก”
ท้ายที่สุดแล้วเปลี่ยวเหงาและว่างเปล่าสิ้นดี เมื่อโมงยามแห่งความอดทนของใครคนหนึ่งคนใดสิ้นสุดลง และโมงยามแห่งการจากพรากเริ่มออกเดินทาง ผ่านคน ผ่านใคร่ ผ่านใคร ผ่านครั้ง....กี่ร้อย กี่หน กี่คน กี่ครั้ง
ที่สุดแล้ว....ทุกชีวิตล้วนต้องอยู่เพียงลำพัง
บทความดีๆ คนบางคนเอา “ความรัก” เป็นเครื่องต่อรองการใช้ชีวิต…
คน บางคนเอา "ความรัก" เป็นเครื่องต่อรองการใช้ชีวิต หมดความรัก ชีวิตก็หมดความหมาย
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ใช้ชีวิตมาได้ ดิบดี ไม่มีปัญหาอะไร พอเจอความรัก ก็หน่วงเหนี่ยวมาเป็นสมบัติของตัวเอง มอบชีวิตทั้งชีวิต ให้ตกอยู่ในความดูแลของความรัก
และเมื่อวันหนึ่งที่เขา เดินจากไป ก็กลับมองเห็นว่า . . . เขาเอาความรักนั้นไปด้วย เหมือนเขาเอาชีวิตเราไปด้วย แล้วร่างกายของเราจะอยู่อย่างไร . . . เมื่อ โดนขโมยวิญญาณและชีวิตไป
เธอคงลืม ไปแล้วว่า . . . เธอได้สร้างความรักขึ้นมาด้วยตัวเธอเอง เขา ไม่ได้เป็นคนเอาความรักมา ความรักของเขาก็คือของเขา ของเธอก็คือของเธอ เมื่อ ความรักของเขาหมด แล้วเขาเดินกลับไป
ทำไมของเธอต้องหมดไปพร้อมกับ เขา มันไม่ได้เริ่มขึ้นมา พร้อมกันด้วยซ้ำ ไม่ได้สร้างขึ้นมาจาก หัวใจเดียวกันสักหน่อย หัวใจหนึ่งหายไป . . . แต่เธอก็ยังหายใจอยู่ และ ความรักของเธอ มันก็ยังอยู่กับหัวใจเธอ
ถ้า เธอใช้ "ความรัก" เป็นข้ออ้าง ทำไมเธอไม่ใช้ความรักที่อยู่ในใจเธอ ดูแลชีวิตเธอล่ะ มันยังมีความหมายต่อใครอีกหลายคน
เลิกมองตัวเองว่า . . .เป็นผู้ถูกดูแล แต่มองกลับไปว่า . . . เธอต้องมีชีวิตอยู่เพื่อดูแลอะไรบ้าง เธอจะรู้ว่า . . . ชีวิตเธอมีความหมายแค่ไหน และไม่มีใครเอาความรักของเธอไปจากใจเธอได้ ถ้าเธอโยนความหมายของชีวิตให้ความรัก เธอก็ต้องรู้ ด้วยว่า . . . ความรักแบบไหนที่จะทำให้ชีวิตเธอมีความหมาย
เรื่องดีๆ ที่ควรทำ ก่อนที่จะสายเกินไป…
ถ้าคุณโกรธใครขึ้นมา แล้วไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยแก้สถานการณ์ จงไปคุยกับเค้าซะ บางทีใครคนนั้นอาจจะยังคงอยากเป็นเพื่อนกับคุณอยู่ และ ถ้าคุณไม่ทำ พรุ่งนี้อาจสายเกินไป
ถ้าคุณตกหลุมรักใครสักคน แต่คนๆ นั้นไม่รู้ จงบอกเค้าไป บางทีคนๆ นั้นอาจจะกำลังรักคุณอยู่ด้วยเช่นกัน และถ้าคุณไม่บอกเค้า บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณอยากจะจูบใครสักคนหนึ่งเหลือเกิน ทำเสียสิ บางทีเค้าคนนั้นอาจจะกำลังต้องการจูบของคุณอยู่ก็ได้ และถ้าคุณไม่ได้ทำ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณยังคงรักใครสักคนที่คุณคิดว่าป่านนี้เค้าคงลืมคุณไปแล้ว จงบอกเค้าวันนี้ บางทีเค้าอาจจะยังคงรักคุณอยู่เช่นกัน ถ้าคุณไม่บอกเค้าวันนี้ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณต้องการการกอดจากเพื่อนสักคนหนึ่ง บอกเค้าสิ บางทีพวกเค้าอาจกำลังอยากให้คุณกอดมากกว่าที่คุณเป็นเสียอีก และถ้าคุณไม่ทำวันนี้ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณรู้สึกว่าเพื่อนคุณแสนดีเหลือเกิน จงบอกพวกเค้าด้วย เพราะเค้าเองก็อาจจกำลังรู้สึกอย่างเดียวกับคุณเช่นกัน ถ้าคุณไม่ทำแล้วเค้าต้องจากไปเสียแล้ว บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณรักพ่อแม่ของคุณ และยังไม่มีโอกาสแสดงออกมา ทำซะเถอะ ท่านยังอยู่ตรงนั้น เพื่อให้คุณได้มีโอกาสแสดงให้ท่านรู้ หากท่านจากไปวันนี้ พรุ่งนี้ก็สายเกินไปเสียแล้ว
เรื่องง่ายๆ ที่ทำได้ง่ายๆคือ บอกรักพ่อกับแม่ หรือคนรักของคุณให้เค้ารู้ตัวด้วยนะคะ ^-^