เกร็ดน่ารู้
เรื่องน่ารู้ เทคนิคการปฏิเสธ เพื่อไม่ให้หักหาญน้ำใจ
ตอบปฏิเสธออกไปตรงๆ โดยพูดเน้นคำว่า “ไม่” สัก 2 ครั้ง เพื่อให้คู่สนทนารู้ว่า คุณไม่ต้องการ หรือทำในสิ่งที่เขาขอร้องไม่ได้จริงๆ ก่อนปิดท้ายด้วยคำว่า “ขอบคุณ” ให้ดูดีมีมารยาท ตัวอย่าง เหตุการณ์ที่ หลายคนต้องพบเจออยู่เป็นประจำ เช่น หากมีใครมาชวนไปทานข้าวกลางวัน แต่คุณไม่อยากไป หรือไปไม่ได้ให้ตอบว่า “ไม่ค่ะ ฉันไปไม่ได้จริงๆ ขอบคุณค่ะที่ชวน”
การสะท้อนถึงคำว่า “ไม่” สำหรับเทคนิคนี้มีหลักการคือ ก่อนคุณจะปฏิเสธนั้น ให้คุณขึ้นต้นด้วยประโยคที่สื่อได้ว่า คุณรู้ในสิ่งที่คนชวนต้องการ แต่คุณก็ไปด้วยไม่ได้จริงๆ (สะท้อนให้เขารู้ ว่าคุณเข้าใจความต้องการหรือเจตนาเขา ก่อนจะตอบปฏิเสธ) ตัวอย่าง “ฉันทราบค่ะว่าคุณอยากคุยกับฉัน เกี่ยวกับแผนงานประจำปีในมื้อกลางวันนี้ แต่ฉันไปด้วยไม่ได้จริงๆ ค่ะ”
บอกเหตุผลในการปฏิเสธ สำหรับเทคนิคนี้ ต้องเน้นนะคะว่า ให้บอกเหตุผลในการปฏิเสธเพียงสั้นๆ เท่านั้น เอาแบบ สั้น ง่าย ได้ใจความ อย่าเยิ่นเย้อ หรือชักแม่น้ำทั้ง 5 มาสาธยาย เพราะนั่นจะยิ่งทำให้ดูน่ารำคาญ และไม่จริงใจ เหมือนพยายามหาข้ออ้างมาปฏิเสธมากกว่า ตัวอย่าง “ฉันคงไปทานข้าวเย็นกับคุณไม่ได้ เพราะมีงานที่ต้องทำให้เสร็จภายในค่ำนี้”
ปฏิเสธแบบต่อรอง อัน นี้เป็นมุมมองการปฏิเสธแบบนักธุรกิจสักหน่อย หลักการอยู่ที่ว่า หากคุณทำในสิ่งที่เขาขอร้อง หรือชักชวนในครั้งนี้ไม่ได้ ก็ให้ยื่นข้อเสนอไปว่า เอาไว้คราวหน้าได้ไหม? ตัวอย่าง “ฉันไปทานข้าวกับคุณวันนี้ไม่ได้จริงๆ เอาไว้เป็นโอกาสหน้าก็ได้ไหมคะ”
การปฏิเสธแล้วถามกลับ เทคนิคข้อนี้มีหลักการคือ เมื่อพูดปฏิเสธไปแล้ว ให้ยิงคำถามกลับไปทันที ตัวอย่าง (ขอยกตัวอย่างประโยคการปฏิเสธที่แอบหยอดคนชวนไว้เล็กๆ) “เราคงไปทานข้าวมือกลางวันในวันนี้ไม่ได้จริงๆ แต่มันจะมีโอกาสหน้าอีกไหมคะ ที่เราจะได้ไปทานด้วยกัน”
ทวนคำปฎิเสธ เทคนิคสุดท้ายนี้ ถือว่าได้รับความนิยมที่สุด เพราะเป็นเทคนิคการพูดที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่า เราใส่ใจเขา และในความจริงแล้ว เราเองก็ไม่ปฏิเสธเขาแต่มันจำเป็นต้องปฏิเสธจริงๆ นั่นคือ เทคนิคการทวนคำปฏิเสธหลายๆ รอบ ด้วยประโยคต่อๆ กัน ตัวอย่าง “เราคงไปทานข้าวกับเธอไม่ได้จริงๆ อยากไปด้วยนะแต่ไปไม่ได้ จริงๆ นะ ถ้าไปได้วันนี้คิดว่าจะเลี้ยงเธอเลย แต่มันไปไม่ได้จริงๆ” (แอบขำทำเป็นเนียนว่าจะเลี้ยงเขาซะด้วย)
ใครที่เจอคนตื้อบ่อยๆ ลองทำตามคำแนะนำดูนะคะ ไม่แน่น้า เค้าอาจจะถอยทับไปเองก็ได้ ถ้าเจอคำปฏิเสธบ่อยๆ » เว็บที่เราอ่านมา
บทความดีๆน่าอ่าน คุยอย่างไร ไม่ให้ทะเลาะกัน
ให้หรือรับข้อมูล จงเปิดใจต่อสิ่งที่ได้รับจากคู่ของคุณ คุณต้องยินดีที่จะทดสอบหรือถูกทดสอบคุณไม่ต้องพูดทุกอย่างที่คุณคิด แต่ทุกอย่างที่คุณพูดออกไปต้องเที่ยวตรง ถ้าคู่ของคุณถามว่าคุณไม่สบายใจหรือเปล่า และถ้าคุณไม่สบายใจหรือโกรธ ก็ต้องพูดออกไปว่า "ใช่" มันสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องพูดความจริง
ชี้ชัดข้อมูลและอารมณ์ หลังจากได้รับข้อมูลจากคู่ของคุณแล้ว แยกแยะว่าสิ่งที่คุณกำลังได้ยิน คือสิ่งที่คู่ของคุณพูดออกมาจริงหรือเปล่า คุณต้องทวนว่า "สิ่งที่ฉันได้ยินจากคุณก็คือ..." จากนั้น เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจในความรู้สึกของเขาหรือเธอ คุณก็อาจพูดบางอย่าง เช่น "ความรู้สึกที่ฉันได้จากคุณก็คือความขุ่นข้องใจ ความโกรธ และเจ็บปวด" เพื่อให้อีกฝ่ายตอบรับ หรือปฏิเสธในสิ่งที่ตรงกับความรู้สึกของตัวเอง
อยู่กับปัจจุบัน จดจ่อกับเรื่องที่กำลังพูดกันอยู่อย่าได้ขุดคุ้ยเรื่องในอดีตขึ้นมา ซึ่งจะทำให้ประเด็นทั้งหมดเบี่ยงบนไป
อย่าเดินหนี อย่าได้เดินหนีไปก่อนที่การพูดคุยจะจบสิ้นลง เพื่อไม่ให้มันยืดเยื้อมากนัก คุณสามารถต่อรองจำกัดเวลาก่อนหน้าได้ เพื่อที่ทั้งสองจะได้รู้ว่าการสนทนาจะยาวนานแค่ไหน
เวลาทะเลาะกันเรื่องงาน อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกันนะคะ » เว็บที่เราอ่านมา
บทความดีๆ อานุภาพแห่งรอยยิ้ม
ยิ้มเปรียบเสมือนภาษาสากล ไม่ ว่าคนเราจะเดินทางไปไหน ณ มุมไหนของโลก หรืออยู่ในสถานที่ที่มีข้อกีดขวางทางวัฒนธรรมและภาษา ยิ้มสามารถใช้เป็นภาษาที่สื่อสารและเข้าใจง่ายมากที่สุด เป็นภาษาที่ไม่ต้องการคำอธิบาย ไม่ต้องอาศัยเวลาเล่าเรียน ฝึกฝน เพราะทุกคนต่างเข้าใจความหมายแง่บวกที่สื่อออกไปแน่นอน
ยิ้มคือแม่เหล็กดูดมิตร ธรรมดา แม่เหล็กดูดสิ่งของที่มีประจุต่างกันและผลักสิ่งที่มีประจุต่างกัน ยิ้มก็เช่นกันเป็นตัวดูดคนดีให้เข้ามาใกล้ ยามที่เราต้องการจะเริ่มบทสนทนา หรืออยากรู้จักเพื่อนใหม่สักคนเพียงส่งยิ้ม แห่งมิตรภาพไป ไม่ถึงเสี้ยววินาทีคุณก็จะได้รับรอยยิ้มแบบเดียวกันกลับมา อานุภาพแห่งยิ้มชั่วพริบตานี้อาจนำมาซึ่งมิตรแท้ ที่จะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต
ยิ้มเป็นยาชูกำลัง เมื่อ คนเราเกิดความเศร้า ท้อแท้เป็นอาการป่วยทางจิต ยาปฏิชีวนะขนาดใดๆก็ไม่สามารถรักษาเยียวยาได้ ทว่าหากมีใครสักคนเดินเข้ามา ด้วยความจริงใจพร้อมมอบรอยยิ้มเห็นอกเห็นใจให้ แม้ไม่มีคำปลอบประโลมใดแต่ทำให้ใจที่มืดมนเกิดหนทางสว่างขึ้นได้ ประหนึ่งยาชูกำลังจิตใจคนเศร้าหมองให้มีพลัง กลับมายืนหยัดสู้กับปัญหาอีกครั้ง
ยิ้มยังเป็นยาอายุวัฒนะ ใคร ก็ตามที่มีอารมณ์ดีเป็นนิสัย มองไปคราใดก็พบใบหน้าเปื้นยิ้มอยู่เป็นนิจ จะเป็นผู้ที่สภาพจิตดีและอายุยืน เขาว่า “ใจเป็นนายกายเป็ยบ่าว” เมื่อใจซึ่งเป็นนายของกายดี ก็พลอยทำให้บ่าวอย่างกายมีพลานามัยแข็งแรง ส่งผลให้มีอายุยืนยาวตามไปด้วย
ในทางจิตวิทยากล่าวไว่ว่า ไม่มีใครสามารถโกรธได้จริงในขณะที่พูดคำว่า “ยิ้ม” แบบทดสอบง่ายๆให้ลองทำหน้าให้บึ้งที่สุด เครียดที่สุด แล้วพูดคำว่า “ยิ้ม” สักสี่ห้าครั้งดูไม่มีทางเลยว่า คุณจะไม่เผลอหลุดยิ้มออกมาจริงๆในที่สุด » เว็บที่เราอ่านมา
เกร็ดความรู้ ทำอย่างไร เมื่อลูกวัยรุ่น อกหัก
เขียนการ์ดสักใบให้ลูก ลูกคงไม่ได้คาดหวังว่าพ่อแม่จะเขียนการ์ดปลอบใจ - ให้กำลังใจเขา การทำเช่นนี้คงจะประทับใจลูกไม่น้อย บอกเขาแค่สั้น ๆ ว่าคุณรักเขามากแค่ไหน สิ่งใดที่คุณภูมิใจในตัวลูก ย้ำให้เขาเชื่อมั่นด้วยว่าไม่จำเป็นที่จะต้องผิดหวัง หรือเสียใจกับคนที่ทำร้ายความรู้สึกคนนั้น เพราะลูกยังมีพ่อแม่อยู่เสมอ
กอด การกอดเป็นการสัมผัสที่ดีที่สุดที่จะช่วยเยียวยาความรู้สึกโศกเศร้า ให้หายไปได้ อีกทั้งการกอดจากพ่อแม่ นั้นก็เพื่อบอกให้ลูกรู้ว่าลูกมีคนที่รักและอยู่กับ เขาเสมอ
อยู่รับฟัง บางครั้งที่ลูกวัยรุ่นเลือกไปหาเพื่อน ก็หวังให้เพื่อนเป็นผู้รับฟังความทุกข์ ความเสียใจของเขา แต่พ่อแม่ก็สามารถทำเช่นนั้นได้เหมือนกัน นั่นก็คือการเป็นผู้ฟังที่ดีโดยที่ไม่ต้องทำหน้าที่ตัดสินถูกผิด (ในทางตรงกันข้าม ลูกเองก็คงต้องเผื่อใจไว้บ้างว่าคุณพ่อคุณแม่อาจทำข้อนี้ไม่ได้ เพราะหลายท่านเคยชินกับการอบรมสั่งสอนลูกมาตลอด)
ให้เวลา ผู้เขียนรู้จักครอบครัว ๆ หนึ่ง เมื่อลูกชายของเขาอกหัก และมีโอกาสเสียคนสูง เขาเลือกที่จะชวนลูกไปทำกิจกรรมด้วยกัน ไปเที่ยว ไปทานข้าวนอกบ้าน ซึ่งก็เหมือนกับการดึงลูกให้ออกจากความคุ้นเคยเดิม ๆ บรรยากาศเดิม ๆ ในตอนนี้ ลูกชายคนนั้นก็ลืมสาวอดีตรักไปแล้วเรียบร้อย แถมเขายังให้ความสำคัญกับครอบครัวมาเป็นที่หนึ่งอีกด้วย
ให้กำลังใจด้วยคำพูดดี ๆ พ่อแม่ที่เลือกการต่อว่าเมื่อเห็นลูกอกหัก ขอบอกว่าการทำสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ลูกประทับใจ หรือหายเศร้าได้ การให้กำลังใจด้วยคำพูดดี ๆ คำพูดที่สร้างความเชื่อมั่น สามารถรักษาอาการอกหักได้ดีกว่าค่ะ
อย่าลืม ดูแลเอาใจใส่ลูกวัยนี้ให้มากๆนะคะ กำลังใจของพ่อกับแม่นั้น สำคัญที่สุด » เว็บที่เราอ่านมา
กิจกรรมดีๆ ที่ทำให้ลูก รักและหวงแหน ธรรมชาติ
สอนให้รู้จักธรรมชาติ เช่น สอนให้ปลูกต้นไม้ คอยรดน้ำ พรวนดิน อยู่เสมอ ให้ลูก สังเกต ต้นไม้ขณะที่เจริญเติบโต บอกเค้าว่า ต้นไม้ มีประโยชน์อย่างไร ทำไมเราถึง ต้องดูแล รักษา และคอยปลูก ต้นใหม่ทดแทนอยู่เสมอ
ให้ลูกรู้ว่า ถ้าไม่ดูแลเอาใจใส่ ต้นไม้จะเหี่ยวเฉา และตายลงในที่สุด
หาหนังสือดีๆ เกี่ยวกับธรรมชาติ ต้นไม้ สัตว์ป่า สอนให้ลูกรู้จักสัตว์ อาจจะพาไปเที่ยวสวนสัตว์ หรือเที่ยวน้ำตก พยายามพาลูกไปสัมผัส กับธรรมชาติ ให้มากที่สุด
บอกให้เค้ารู้ว่า น้ำที่เน่าเสีย ต้นไม้ ปลา ที่ตาย เกิดจากอะไร บอกที่มา ที่ไป ให้เค้ารู้
สอนให้เด็กรู้ว่า อากาศที่เราหายใจ เกิดจากอะไร พาเค้าไปสัมผัส เช่น ถ้าไปห้างสรรพสินค้า ให้เค้าลองหายใจ ว่าสดชื่น เทียบเท่า กับตอนไปสัมผัสธรรมชาติ จริงๆ หรือไม่
อย่าลืมนะคะ เด็กคือผ้าขาว อยู่ที่ว่าเราจะเติมสีอะไรให้เค้า ถ้าเราปลูกฝังให้เค้ารักธรรมชาติ ตั้งแต่ยังเล็กๆ ต่อไปในอนาคต เมื่อเค้าโตขึ้น รับรองว่า เค้าจะเป็น คนอ่อนโยน รักสัตว์ รักธรรมชาติ อย่างแน่นอนค่ะ ^-^
เรื่องน่าคิด ณ เวลานี้ เงินในกระเป๋าของคุณ เพียงพอหรือไม่
ค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้
ยอดหนี้ในบัตรเครดิตสูงขึ้นเรื่อยๆ
ชำระบัตรเครดิตได้แต่ขั้นต่ำ
ไม่มีเงินเก็บ
ยอดเงินในแต่ละเดือน แทบจะไม่พอ
ไม่สามารถซื้ออาหาร ที่ต้องการได้
... ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่สามารถจะจ่ายได้
ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องเงิน ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่บอกไป คุณควรแก้ ทีละข้อ
เช่น ค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ พยายาม ลดค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย ในแต่ละเดือน ตัดการใช้เงินในบางเรื่องที่ไม่จำเป็น หรือจำเป็นน้อยที่สุด ออกก่อน
เมื่อคุณ มีรายได้ เพียงพอ ต่อรายจ่ายแล้ว หันมาเก็บเงิน ทีละเล็ก ทีละน้อย อย่างน้อย คุณควรจะมีเงินเก็บ เดือนละ 500 บาท
ค่อยๆจ่ายหนี้ที่มีอยู่ อย่างสร้างหนี้เพิ่มขึ้น เพราะ ถ้าหนี้เพิ่ม คุณต้องกลับไปทำข้อ 1 ใหม่ คือ ลดค่าใช้จ่าย ...
ซ้ำไปมา คุณก็จะอยู่ ในวังวนของความเป็นหนี้ ฉะนั้น อย่างสร้างหนี้เพิ่ม ดีที่สุดค่ะ
อย่าลืมนะคะ การบริหารเงินให้เป็น นั้นไม่ยากเลย ถ้าคุณพยายาม ไม่มีความอยาก มากจนเกินไป จริงไหมคะ ^-^
หมวด:
ข้อคิด, ข้อคิดดีๆ, ข้อแนะนำ, บทความ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, เรื่องน่ารู้, เกร็ดความรู้, เกร็ดน่ารู้
เคล็ดลับความสุข หาได้ง่ายๆ ไม่เกินไขว่คว้า
รู้ว่า "สิ่งใดควรอยากได้" ไม่ควรอยากได้อะไรที่เกินกำลังของตัวเอง
ลงทุนกับประสบการณ์...มิใช่สิ่งของ สิ่งของสามารถกาซื้อได้ด้วยเงิน แต่ประสบการณ์ หาซื้อได้เงินไม่
ลงมือสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าอะไรก็ตาม จะมีค่ามากขึ้น เมื่อเราลงมือทำเอง เช่น การ์ดทำมือ กับการ์ดซื้อ รับรองว่า คนรับจะดีใจที่ได้รับการ์ด ทำมือ มากกว่าแน่นอน
เก็บเซอร์ไพรส์ให้ตัวเองบ้าง
ปล่อยใจให้ล่องลอย มีฝันกลางวันบ้าง ก็ไม่ผิดใช่ไหมคะ
เปลี่ยนชีวิตทีละเล็กทีละน้อย
ดีพอ...ดีแล้ว มีความพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมือความสุข ในแต่ละวัน
รู้จัก "วาง" รู้จักปล่อยวางบ้าง ชีวิตเราก็มีแค่นี้ อย่ายึดตึดมากนักเลยค่ะ
ความสุขหาได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
เกร็ดความรู้ ประโยชน์ดีๆ…. ของมะขามป้อม
แก้หวัด เนื่องมาจากวิตามินซีหรือสาร ในกลุ่มแทนนิน อาการเป็นหวัด ไอ เจ็บคอ ปากคอแห้ง ให้ใช้ผลสด ๑๕-๓๐ ผล คั้นเอาน้ำ มาจากผล หรือต้มทั้งผลแล้วดื่ม แทนน้ำเป็นครั้งคราว
บำรุงผม วิธีทำก็ง่ายๆ ตามที่เขียนไว้ในสูตร น้ำแช่ลูกมะขามป้อมแห้งสามารถบำรุง ผมได้ ขั้นตอนก็คือ นำลูกมะขามป้อมแห้ง ๑ กำมือ แช่ในน้ำ ๑ ขัน แช่ไว้ตลอดคืน เมื่อเวลาสระผมเสร็จแล้ว ให้เอาน้ำแช่มะขามป้อมนี้ล้างเป็นน้ำสุดท้าย มีการศึกษาพบว่าสารใน มะขามป้อมช่วยกระตุ้นการงอกของผม และมีการจดสิทธิบัตรส่วนผสมที่มีมะขามป้อมที่ใช้กับเส้นผม
บำรุงร่างกายให้แข็งแรง มะขามป้อมบำรุงอวัยวะแทบทุกส่วนของร่างกาย คือ บำรุงผม สมอง ดวงตา คอ หลอดลม ปอด หัวใจ กระเพาะ ลำไส้ ตับ ไต ตับอ่อน ผิวหนัง แก้น้ำเหลืองเสีย ปรับประจำเดือนให้มาปกติ บำรุงเลือด บำรุงกำลัง ช่วยลดความดันเลือดสูง ปัจจุบันมีการศึกษาพบประโยชน์มากมายของมะขามป้อมในการลดความดัน ลดน้ำตาลและลดไขมันในเลือด
ลักปิดลักเปิด มะขามป้อมที่ผ่านการต้ม หรือตากแห้ง ทำให้วิตา-มินซีลดลง แต่ก็ยังเพียงพอที่จะใช้รักษาโรคลักปิดลักเปิดได้ ถ้าเก็บไว้ไม่เกิน ๑ ปี
กระหายน้ำ ถ้าได้อมมะขามป้อมก่อน อาการกระหายน้ำและคอแห้งอย่างแรงจะรู้สึกดีขึ้นทันที ไม่ทำให้ ดื่มน้ำมากไป เหมาะแก่การเดินทางไกล วิ่งมาราธอน เวลาอมก็ใช้ ฟันกัดลูกมะขามป้อมให้พอมีน้ำซึมออก มา แล้วดูดลงคอไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมด
ท้องผูก คนที่ท้องผูกประจำ ไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตาม ถ้าได้กินมะขามป้อมแล้วอาการท้องผูกจะหายไป
คันจากเชื้อรา ใช้รากมะขามป้อมสับเป็นชิ้นเล็กๆ พอประมาณ ต้มให้เดือดนาน ๑๕ นาที นำมาทาบริเวณที่มีเชื้อรา วันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น หลังจากทาแล้วประ-มา ณ ๒-๓ ชั่วโมงอาการคันจะค่อยๆ ลดลง และจะค่อยๆ หายไปภายใน ๑ สัปดาห์
แก้ปวดฟัน ใช้ปมกิ่งก้านต้มกับน้ำ ใช้อมและบ้วนปาก บ่อยๆ จะบรรเทาอาการปวดฟัน
ประโยชน์ดีๆ ของมะขามป้อมยังมีอีกเยอะ อย่าลืม ถ้าเจอมะข้ามป้อมสดๆ หรือ แบบแปรรูปแล้ว ซื้อมารับประทาน จะดีต่อสุขภาพ นะคะ » เว็บที่เราอ่านมา
การทำความสะอาด บาดแผล ด้วยตัวเอง
การทำแผลสะอาด ทำในแผลสะอาดไม่มีการอักเสบติดเชื้อ เช่น แผลผ่าตัดที่มีการเย็บผิวหนังมีวิธีการทำโดยใช้ แอลกอฮอลล์ 70% ทำความสะอาดผิวหนังรอบๆ บริเวณบาดแผล ไม่ใช้น้ำยาใดๆ ทาบนผิวหน้าของบาดแผล แต่ถ้ามีก้อนเลือดค้างอยู่หน้าแผลให้ใช้สำลีชุบน้ำต้มสุก หรือชุบน้ำเกลือเช็ดออก หลังจากนั้นจึงใช้ก็อซที่สะอาดปราศจากเชื้อปิดลงบนบาดแผล และติด พลาสเตอร์
การทำแผลที่มีการติดเชื้อ มีวิธีการทำเช่นเดียวกับแผลสะอาด แต่ภายหลังเช็ดทำความสะอาดรอบๆ บาดแผลแล้วให้ใช้สำลีชุบน้ำต้มสุก หรือน้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดภายในแผล และใช้ ผ้าก๊อซชุบน้ำเกลือปราศจากเชื้อ หรือน้ำยาอื่นๆ ตามแพทย์สั่งวางบนแผล และปิดแผลด้วยผ้าก็อซที่แห้งปราศจากเชื้อ
อย่าลืม ดูแลแผลให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ » เว็บที่เราอ่านมา
วิธีสังเกต อาการปวดไมเกรน ด้วยตัวเอง
อาการที่ทำให้เกิดการปวด ไมเกรน
นอนหลับมากหรือน้อยเกินไป นอนไม่เป็นเวลา รับประทานอาหารผิดเวลา อดอาหารนานจนระดับน้ำตาลต่ำ ดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของสารกันบูด ผงชูรส หรือรับประทานเนยแข็ง ช็อกโกแลต
ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมก็มีส่วน เช่น กลิ่นฉุน ๆ ของน้ำหอม กลิ่นเหม็นจากควันบุหรี่ หรือควันจากท่อไอเสีย ทั้งยังรวมถึงอากาศที่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของฮอร์โมนเพศหญิง ที่สูงในช่วงก่อนมีประจำเดือน และอายุครรภ์ในช่วงแรก ๆ รวมถึงการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลายาวนานต่อเนื่องกัน ย่อมกระตุ้นให้อาการปวดศีรษะไมเกรนเกิดขึ้นได้
ถ้าใครปวดหัว หรือเป็นไมเกรน ควรหลีกเลี่ยง เหตุการณ์พวกนี้นะคะ เสี่ยงต่อสุขภาพค่ะ » เว็บที่เราอ่านมา
เกร็ดน่ารู้ เตือนพ่อแม่ระวังภัย เรื่อง… ทำร้ายสมองลูก
ระวัง! การเขย่าตัวเด็ก การจับลูกทารกมาเขย่าอย่างแรง โดยเฉพาะพ่อแม่ หรือผู้ดูแลที่มีอารมณ์โกรธ หรือหงุดหงิดกับการร้องไห้ของลูก และต้องเขย่าเพื่อให้เด็กเงียบ การกระทำโดยรู้ไม่เท่าทันนี้ หารู้ไม่ว่า อาจส่งผลให้เกิดเลือดออกในสมอง และประสาทตาของเด็ก ทำให้เด็กพิการทางสมอง ตาบอด หรือ เสียชีวิตได้ ดังนั้น ห้ามจับทารกเขย่า! เป็นอันขาด
ระวัง! จมน้ำ การจมน้ำเป็นอุบัติเหตุอันตรายที่ทำให้เด็กพิการ หรือเสียชีวิตสูงเป็นอันดับหนึ่ง และมักเกิดขึ้นกับเด็กที่เริ่มเคลื่อนตัวได้ ซึ่งมักเกิดเหตุในแหล่งน้ำใกล้บ้าน หรือสระว่ายน้ำที่เด็กๆ ไปเล่น
ระวัง! สิ่งอุดตันทางเดินหายใจ เด็กทารกอายุ 3-6 เดือนขึ้นไป จะเรียนรู้สิ่งแวดล้อมด้วยการเอาทุกสิ่งที่สนใจเข้าปาก ส่วนเด็กวัยเตาะแตะที่ฟันเริ่มขึ้น และเคลื่อนไหวอยู่ไม่นิ่ง มักจะถือของไว้ในมือ พร้อมกับกินไปพลาง ซุกซนไปพลาง ซึ่งอาจทำให้อาหาร หรือสิ่งแปลกปลอมสำลักอุดตันทางเดินหายใจ ส่งผลให้สมองพิการ หรือเสียชีวิตได้เพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้น ดังนั้น อย่าให้เด็กอยู่กับสิ่งของชิ้นเล็กเพียงลำพัง เช่น ของใช้ ของเล่น หรือของกินบางอย่าง อาทิ ผลไม้ที่เป็นลูกๆ อย่าง ลำไย น้อยหน่า ลิ้นจี่ เป็นต้น
ระวัง! ลูกพลัดตกจากที่สูง เด็กทารกแม้ยังเดินไม่ได้ แต่ก็สามารถพลิกหงาย และถีบตัวเองขึ้นได้ การวางลูกน้อยวัยแรกเกิดไว้บนเตียง โซฟา โต๊ะ หรือแม้เพียงชั่วขณะเพื่อไปทำธุระ อาจเป็นเหตุให้ลูกพลัดตกได้
ระวัง! เฟอร์นิเจอร์...อันตราย เมื่อลูกเข้าสู่วัยเตาะแตะ จะเป็นเด็กช่างสำรวจ และชอบปีนป่ายซุกซน จุดต่างๆ ในบ้าน หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ที่เคยดูปกติดี ก็อาจกลายเป็นจุดอันตรายสำหรับลูกได้ ดังนั้น การจัดบ้าน ควรเลือกโต๊ะที่เป็นรูปทรงกลม หรือรูปไข่ ไม่มีกระจก เพื่อจะได้ไม่มีขอบหรือมุมแหลมคมที่ลูกอาจเดินหรือวิ่งเข้ามาชน ควรซื้ออุปกรณ์กันกระแทกมุมขอบโต๊ะใส่ทั้ง 4 มุม ตู้เก็บของ หรือชั้นวางของทั้งที่มีหรือไม่มีลิ้นชักต้องแข็งแรง วางบนพื้นราบ มีอุปกรณ์ยึดติดกับกำแพงที่มั่นคง ไม่ล้มง่ายเมื่อเด็กเข็น ดัน โหน หรือปีนป่าย เพราะไม่เช่นนั้น เด็กอาจถูกเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นล้มทับจนเป็นอันตรายต่อศีรษะและสมองได้
มีเด็กเล็กๆอยู่ในบ้าน อย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาดนะคะ เพราะเรื่องอันตรายบางอย่าง เราอาจมองข้ามไป » เว็บที่เราอ่านมา
เรื่องน่ารู้ ประโยชน์ดีๆ ของน้ำมะพร้าว
น้ำมะพร้าวเป็นอาหารบริสุทธิ์ และเต็มไปด้วยกลูโคสที่ร่างกายดูดซึมเข้าไปใช้ได้ง่า ย นอกจากนั้นมะพร้าวยังเป็นผลไม้ที่มีความเป็นด่างสูง สามารถรักษาโรคที่เกิดจากร่างกายมีความเป็นกรดมากเกินไป
น้ำมะพร้าวมีปริมาณเกลือแร่ที่จำเป็นสูง รวมทั้งมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาความอ่อนเพลียเนื่องจาก อาการท้องเสียหรือท้องร่วงได้
น้ำมะพร้าวสามารถช่วยเสริมสร้างความสวยใสของผิวพรรณ ทำให้เปล่งปลั่งและขาวนวลขึ้นจากภายในสู่ภายนอก เพราะในน้ำมะพร้าวมีเอสโตรเจนอยู่ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้
น้ำมะพร้าวดื่มได้ทุกวัน ทุกเพศทุกวัย เพราะเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติ ทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่เป็นอันตรายเหมือนน้ำอัดลม น้ำหวาน หรือน้ำที่ผ่านการปรุงแต่ง เพราะไม่ทำให้เกิดพิษหรือทัอกซินขึ้นในร่างกาย แต่สำหรับคนที่เป็นโรคไตและโรคเบาหวานไม่ควรดื่ม เพราะน้ำมะพร้าวมีความหวาน ไม่เหมาะกับโรคดังกล่าว
น้ำมะพร้าวเปิดลูกแล้วควรดื่มเลย ไม่ควรทิ้งไว้นาน ถ้าเราตัดหรือหั่นผลไม้ อย่าทิ้งไว้เกินครึ่งชั่วโมง เพราะคุณค่าของผลไม้จะลดต่ำลงเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เก็บ
อย่าลืมดื่มน้ำมะพร้าวสดจากต้นเป็นประจำเสมอนะคะ
เคยดูรึยัง
เกร็ดน่ารู้ ของแต่งบ้านให้โชค
ส้ม – ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพหรือผลไม้เหมือนจริง ควรนำมาใส่ตะกร้าวางบนโต๊ะในห้องรับแขกจะให้โชคให้ลาภ
ทับทิม – ควรปลูกไว้ที่หน้าบ้าน จะได้ลูกหลานที่ดีและไม่มีภัย มีอีก
เคล็ดลับ อบไอน้ำอย่างไร ให้หน้าสวย
เตรียมน้ำเดือดจัดใส่ชาม ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที เพื่อให้อุณหภูมิลดลงเหลือประมาณ 80 องศาเซลเซียส ใส่น้ำมะนาวครึ่งผลหรือชาคาโมมายล์ครึ่งถ้วย อาจใส่เอสเซนเชียลออยล์กลิ่นที่ชอบประมาณ 2 หยด เพื่อความผ่อนคลาย มีอีก
เกร็ดน่ารู้ อาการ ของคนขาดวิตามินซี
อาการ ของคนขาดวิตามินซี
มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร มีเลือดออกตามไรฟัน โดยเฉพาะเวลาแปรงฟัน เป็นหวัดง่าย และเป็นบ่อยๆ หายแล้วก็เป็นอีก เพราะภูมิต้านทานต่ำ เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารอาหารในการเสริมภูมิต้านทานของร่างกาย มีอีก
เกร็ดน่ารู้ การขัดเครื่องเงิน แบบง่ายๆ
วิธีขัดเครื่องเงิน
ให้เอามันฝรั่งมาต้มจนเละ แล้วเอาเครื่องเงินลงไปต้มด้วยราว 1 ชั่วโมง
จากนั้นยกขึ้นมาเครื่องเงินก็จะขาวแจ๋ว มีอีก