เพ้อ-บ่น
กลอนเพราะๆ “หนึ่งวัน… ที่อยู่ได้โดยไม่มีเธอ”
หนึ่งวัน...ที่อยู่ได้โดยไม่มีเธอ
หนึ่งวัน...ที่ต้องเจอกับหลายปัญหา
หนึ่งวัน...ที่ต้องร้องไห้โดยไม่มีใครมาคอยเช็ดน้ำตา
หนึ่งวัน...ที่ต้องรับรู้ว่า การไม่มีเธอ คือเรื่องจริง
วันหนึ่ง...ฉันต้องแข็มแข็งพอ
วันหนึ่ง...จะหยุดท้อให้ได้จากทุกสิ่ง
วันหนึ่ง...ฉันจะยิ้มให้ได้ว่าการไม่มีเธอคือเรื่องจริง
วันหนึ่ง...ฉันจะกล้าทิ้งทุกสิ่ง เพื่อลืมเธอ
ถ้าเราผ่านวันเจ็บช้ำนี้มาได้ สักวันหนึ่ง เมื่อเราหันกลับไปมอง จะรู้ว่า เราเข้มแข็งแค่ไหน » เว็บที่เราอ่านมา
บทความรักเพราะๆ “มันมีเหตุผลหลายอย่าง ที่เราจำเป็นต้องหักห้ามใจไม่ให้รักใครสักคน”
มันมีเหตุผลหลายอย่าง ที่เราจำเป็นต้องหักห้ามใจไม่ให้รักใครสักคน
เหตุผลของคนเราย่อมไม่เหมือนกัน บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะรู้ตัวว่ามันคงเป็นไปไม่ได้
บางคนอาจต้องห้ามใจ เพราะกลัวใจตัวเองจะถลำลึกและเจ็บปวดมากไปกว่านี้
บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะมีคนที่รักคนที่เรารักมาก่อน และคนคนนั้นก็คือคนที่เรารู้จัก
และเราก็ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของคนคนนั้น บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะเขาอาจไม่ได้คิดและรู้สึกเหมือนกับเรา มีอีก
บทความรัก สำหรับเธอ นิยามที่ตีค่าฉัน คือ..
สำหรับเธอ..
นิยามที่ตีค่าฉัน คือ..คนเคยรัก
แตกต่างกันยิ่งนักกับความหมายของฉัน
ถ้าถามว่าเธอคือใคร.. ฉันจะตอบว่าคือคนสำคัญ
ที่จะยิ่งมีค่าขึ้นทุกวัน..ในวินาทีถัดไป มีอีก
บทความรัก อย่ารัก… เพราะสงสาร
อย่ารักเพราะสงสาร .... เขารู้คงทรมานใจ
อย่ารักเพียงคิดว่าลองๆ คบไป ..... แต่จงเชื่อใจในตัวเขา
อย่ารักเพราะเพื่อนว่าดี ..... เพราะคนคนนี้อาจไม่ได้รักเรา มีอีก
กลอนปฏิเสธรัก “ขอโทษนะ.. ที่ฉันทำได้เพียงแค่นี้”
ขอโทษนะ.. ที่ฉันทำได้เพียงแค่นี้
ปฏิเสธความรู้สึกดี-ดี ที่เธอนั้นมีให้กับฉัน
ขอโทษนะ..ที่ไม่อาจรับความรู้สึกนั้น มีอีก
กลอนเพราะๆ เริ่มต้นวันใหม่ กับ หัวใจดวงเก่า
เริ่มต้นวันใหม่กับหัวใจดวงเก่า
ซึ่งฉันจะใช้ชีวิตอยู่กับความเหงานั้นให้ได้
ก็ต่อจากนั้จะไม่มีเธอเคียงข้างกาย มีอีก
บทความกินใจ สันติภาพ ศรัทธา ความรัก และความหวัง
เปลวเทียนทั้ง 4 เล่ม ค่อยๆ พลิ้วไหวไปอย่างช้าๆ บรรยากาศรอบข้าง ช่างแผ่วเบายิ่งนัก หากเราเงี่ยหูฟัง จะได้ยินเทียนทั้งสี่สนทนากัน…
เทียนเล่มแรกเอ่ย “ฉันคือ สันติภาพ น่าเศร้าเหลือเกิน ทุกวันนี้ ไม่มีใครอยากให้ฉัน สว่างไสว” แสงของ “สันติภาพ” ค่อยๆ ริบหรี่ และ ดับไป
เทียนเล่มที่สอง เอ่ย “ฉันคือ ศรัทธา น่าเศร้าหนักหนา ทุกวันนี้ ไม่มีใครต้องการ” แสงของ “ศรัทธา” ค่อยๆ ริบหรี่ และ ดับไป
เสียงเอ่ยขึ้นมาอย่างเศร้าใจ เทียนเล่มที่สาม กล่าว “ฉันคือ ความรัก ฉันไม่เข้มแข็งพอ ที่จะส่องสว่างต่อไป ผู้คนเพิกเฉยและไม่เห็นค่าของฉัน แม้แต่คนใกล้ชิด พวกเขายังไม่คิดจะเติมรักให้แก่กัน” ว่าดังนั้น พลัน “ความรัก” ก็ดับไป
ไม่ช้าไม่นาน…เด็กน้อยคนหนึ่งได้เดินเข้ามา เมื่อพบเทียนสามเล่มดับไป เขาเริ่มร่ำไห้และหลั่งน้ำตา “ทำไมพวกเธอถึงดับไป พวกเธอต้องสว่างไสวตราบนิรันดร์ไม่ใช่หรือ”ทันใด
เทียนเล่มที่สี่ กระซิบอย่างแผ่วเบา “อย่ากลัวไปเลยหนูน้อย ตัวฉันนี้คือ ความหวัง ตราบใดที่ฉันยังส่องสว่างอยู่ได้ เทียนสามเล่มนั้น จะกลับมาไม่ช้านาน”
เด็กชายตัวน้อย ตาเป็นประกายด้วยความปิติ สองมือนั้นค่อยๆ จุด “เทียนแห่งความหวัง” พร้อมกันกับเทียนอีกสามเล่ม
อย่าปล่อยให้ “แสงแห่งความหวัง” ในชีวิตเราดับไป ไม่ว่าสิ่งต่างๆ จะเลวร้ายหรือแย่สักแค่ไหน เมื่อเรามี ความหวัง แล้วไซร้… สันติภาพ ศรัทธา และ ความรัก ก็จะส่องสว่างอยู่ในตัวเราเสมอ.
วิธีเป็นผู้หญิงที่น่ารัก ในสายตาหนุ่มๆ (เกร็ดความรู้)
ลองอ่าน แล้วคิดตามด้วยนะคะ ว่าคุณเป็นแบบนี้บ้างรึเปล่า
ช่างมัน ฉันไม่แคร์ ไม่ใช่ว่าจะไม่แคร์ไปเสียทุกเรื่อง แต่ต้องการให้เลิกแคร์กับเรื่องไม่เป็นเรื่องต่างหาก เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอจะมองข้ามได้ก็ปล่อยไปบ้าง มีอีก
บทความซึ้ง “ไม่มีคำสัญญาจะให้… แต่มีอยู่อย่างที่อยากให้รู้”
ไม่มีคำสัญญาจะให้
เพราะรู้ว่าทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปในวันหน้า มีอีก
กลอนเหงาๆ “อยากมีใคร ในยาม ที่ใจเศร้า”
สะกิดเอากลอนเหงาๆ มาฝากค่ะ
อยากมีใครในยามที่ใจเศร้า
ช่วยคอยเฝ้าปลอบประโลมในยามเหงา มีอีก
กลอนเพื่อน “แม้บางครั้ง บางคน ทำให้เธออ่อนแรง”
สะกิดเอากลอน เพื่อน มาฝากจ้า
สัญญาได้ไหม
ไม่ว่าจะเจออะไร ขอให้เธอเข้มแข็ง มีอีก
คำ อวยพรปีใหม่ 2552 “ขอให้สำลักความสุข …”
สำกิดเอาคำอวยพรปีใหม่ มาฝากจ้า
ขอให้สำลักความสุข... ขอให้ทุกข์กระเด็น
ขอให้เห็นรอยยิ้ม... ขอให้อิ่มความรัก
ขอให้หนักเงินทอง... ขอให้มองฟ้าสวย
ขอให้รวยความฝัน... ขอให้มั่นความดี
ขอให้มีแรงใจ... ในปีใหม่ นี้เทอญ
ขอให้ปีใหม่นี้ มีความสุขกันมากๆนะคะ :)
เคยดูรึยัง
ท่าทีสาวๆ ที่หนุ่มๆ ต้องหยุดตื๊อ
1. เธอบอกว่า “ยังไม่พร้อมที่จะคบกับใคร” ประโยคนี้คลาสสิกที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มหรือหญิงสาว ก็ใช้ปฏิเสธคนได้ทั้งนั้น
2. โทรศัพท์ที่ไม่เคยรับสาย และไม่เคยโทรกลับ หากเพียงแค่ครั้งหรือสองครั้ง หนุ่มๆ ก็ยังมีลุ้น มากกว่านั้นก็แย่แล้ว
3. เธอหลบตายามคุณพยายามจ้อง เพราะธรรมชาติของผู้หญิง ยามตกหลุมรักใคร พวกเธอจะพยายามสบตา
4. เธอชอบพูดถึงชายหนุ่มคนอื่น
5. มุกขำๆ ก็ยังเมินเฉย งานนี้เป็นคำตอบที่ดีว่าเธอไม่สนแม้แต่จะแคร์ความรู้สึกของคุณ ในการพยายามทำให้เธอมีความสุข
6. มีแต่คำปฏิเสธ ไม่ว่าจะเป็นแผนการนัดทานข้าวเที่ยง ดูหนัง ฟังเพลง ยังไง เธอก็ตอบกลับมาว่างานยุ่งหรือไม่ว่าง นั่นก็แสดงว่า เธอไม่สนใจคุณเลยล่ะ
7. หนุ่มในฝันที่ไม่ใช่คุณ หากคุณได้ยินเธอพร่ำเพ้อ ถึงหนุ่มในฝัน ที่ตรงกันข้ามคุณทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทรงผมสกินเฮด ขณะที่คุณเป็นหนุ่มผมยาว เธอชอบวิศวกรขณะที่คุณเป็นนายแพทย์
ศึกษาไว้นะคะ ไม่อย่างนั้นคุณจะเสียใจ ถ้าคุณตื้อมากจนเธอต้องเผยว่า "ฉันไม่ชอบผู้ชายอย่างคุณ"
ทายนิสัยจากการเดิน
แต่ละคน ก็มีท่าเดินที่แตกต่างกันไป วันนี้เรามาทายนิสัย จากการเดินกันค่ะ
เดินเร็ว : เป็นคนไฟแรงลงตั้งใจทำอะไร แล้วไม่มีวันท้อถอยเป็นอันขาด ชอบทำอะไรหลายๆอย่าง ชอบทำตัวยุ่ง แต่ก็สำเร็จด้วยดีซะด้วยสิ มีข้อเสียตรงที่ไม่ค่อยละเอียดรอบคอบ สนใจแต่เรื่องใหญ่ๆ จึงมองข้ามเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไป
เดินส่ายสะโพก : เป็นคนเปิดเผยมาก ไม่ค่อยมีอะไรเก็บไว้ในใจ ไม่ชอบคนปิดบัง เรื่องลับไม่ค่อยมี เป็นคนใช้ชีวิตสนุกสนาน และชอบได้เป็นจุดเด่นในหมู่คน มีเสน่ห์มากตรงการพูดจา
เดินช้า : เป็นคนค่อนข้างจริงจังกับทุกเรื่อง ให้ความสำคัญกับคนเท่าๆ กัน ใจดีชอบอยู่ตามลำพัง ทำตัวลึกลับบางครั้ง จึงไม่ค่อยมีเพื่อนมาก เพราะไม่มีใครรู้จักเขาดีพอ
เดินแบบทหาร : เป็นคนที่จริงจังมากมักมีเหตุ มีผลมีระเบียบในตัวเอง การดำเนินชีวิต เป็นไปอย่างมีแบบแผน มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
เดินลงส้นเท้า : เป็นคนเจ้าอารมณ์ซักหน่อยเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ยอมใคร ชอบแสดงกึ๋นของตัวเองให้คนอื่นเห็น ชอบเรียกร้องความสนใจและเป็นพวกบ้ายอ
เดินเชิดหน้า : เป็นคนขยัน ฝักใฝ่ในการงาน รักความก้าวหน้า แต่เป็นคนขี้อายมีความคิดมากมายในสมอง คิดการใหญ่อยู่หลายอย่าง เป็นนักวางแผนตัวยง
เดินเอนตัวไปข้างหน้า : คือเดินส่วนบนไปก่อนส่วนล่างเล็กน้อย นิสัยเรียบง่าย สบายๆ ไม่ค่อยชอบยุ่งวุ่นวายกับใคร ไม่หลงผิดไปกับอะไรง่ายๆ ไม่ชอบพูดชอบฟังมากกว่า
เดินย่อง : ใช้ปลายเท้าเดิน ชอบความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเองสูง ไม่แคร์สายตาชาวบ้าน ชอบทำอะไรแปลกๆ เสมอ ไม่ค่อยชอบคบหาสมาคมกับใคร ชอบอยู่กับตัวเอง
เดินหลังงอ : เป็นคนขี้อายมากๆ มีอะไรเก็บไว้ในใจหมด ไม่บอกใครง่ายๆ ชอบเก็บตัวเงียบ
เดินก้มหน้า : เป็นคนซีเรียสเกินเหตุ ไม่มีอารมณ์ขันซะเลย มักวิตกกังวล ครุ่นคิดตลอดเวลา มีปัญหาในชีวิตเยอะ เพราะอย่างนี้จึงเป็นคนเข้มแข็งพอสมควร
ตรงไหมคะ หรือถ้าไปแน่ใจว่าเราเดินแบบไหน ลองเดินให้คนที่บ้านดูนะคะ :)
6 คำถามเช็คระดับความสุข
คุณมีความสุขกับตัวเอง มีความสุขกับสิ่งรอบข้างรึเปล่า
ลองทำ แบบทดสอบนี้ดูนะคะ 6 คำถามเช็คระดับความสุข
ขอให้คิดไว้เสมอว่า ไม่มีอะไรทำให้คุณมีความสุข เท่ากับความสุขจากในจิตใจนะคะ :)
กฎ 10 ข้อ ของการเป็นกิ๊ก (กิ๊กนะไม่ใช่แฟน)
สะกิดเอากฎของกิ๊กมาฝาก
ห้ามหึงหวงแต่ห่วงกันได้ (ก้อชั้นไม่ได้รักแกนี่)
มีอะไรกันได้แต่ไม่ใช่ของกันและกัน (ก็ชั้นมีตัวจริงอยู่แล้วนี่หว่า)
ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องมากเกินเหตุ (ก็แกไม่ใช่แฟนชั้นนี่หว่า กะแฟนยังเรียกร้องไม่ได้เลย)
กิ๊กอาจเปลี่ยนสถานะได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็ห้ามเศร้า (จะไปเศร้าทำไมวะ ก็รู้แต่แรกแล้วว่าเค้ามีแฟนแล้ว)
ห้ามใช้กิ๊กร่วมกันกับเพื่อน (ก็ยังอยากได้ไว้เป็นของส่วนตัวอ่ะน่า)
ถ้ากิ๊กคิดจะไปมีแฟน เป็นตัวตนโดยไม่ใช่เรา ห้ามฟูมฟาย แต่ต้องพยายามยอมรับ และยินดีด้วย แล้วค่อยตกลงกันอีกทีว่า จะยังกิ๊กกันต่อรึเปล่า (ก็เรารักคนนั้นนิ)
ไม่จำเป็นต้อง take care กันเกินเหตุเพราะเป็นแค่กิ๊ก (เออเด่ะ)
กิ๊กมีได้ไม่จำกัดจำนวนเป็น infinity ไม่จำกัดเพศ วัย และ สถานภาพ (ถ้าไม่กลัวตายเพราะเอดส์ แถมยังต้องปีนต้นงิ้วอีกก็เอา)
กิ๊กสำคัญรองจากแฟน (ก็ไม่ใช่แฟนนี่หว่า)
กิ๊กยังไงก็เป็นกิ๊กต้องเจียมตัว (เฮ้อ........ )
คำเตือน คิดให้ดีก่อนมีกิ๊กนะ