สะกิด (Sakid)

เอามาจากเว็บเค้าอีกที

เรื่องสอนใจ

สัญญาณอันตราย 10 ข้อ… ทำร้ายชีวิตแต่งงาน

สัญญาณอันตราย 10 ข้อ… ทำร้ายชีวิตแต่งงาน

การเงินเริ่มมีปัญหา อาจเกิดปัญหาเงินชักหน้าไม่ถึงหลังขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็น หรือรายรับรายจ่ายหายไปอย่างผิดสังเกต สาเหตุของปัญหาทางการเงินอาจมาจาก การหลงผิดไปเสี่ยงโชค-ซื้อล็อตเตอรี่-เล่นการพนัน-ติดยาเสพติด-การมีบ้าน เล็กบ้านน้อย ซึ่งสาเหตุต่างๆ เหล่านี้ล้วนอันตรายต่อชีวิตแต่งงานทั้งสิ้น เริ่มรู้สึกว่าไม่เจอกันก็ดี ไม่ว่าจะเป็นการแยกห้องนอน แยกกันทำกิจกรรม ต่างคนต่างไป ตัวใครตัวมัน ทานข้าวไม่รอ เข้านอนไม่เรียก ส่งผลให้ระยะห่างระหว่างสามีภรรยาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ชีวิตคู่สงบขึ้นเมื่อคุณสองคน "หยุดพูดกัน" มนุษย์หากจะใช้ชีวิตร่วมกันก็ต้องมีจุดที่สามารถแบ่งปันเรื่องราว หรือทำความเข้าใจกันได้ หากคู่สามีภรรยาคู่ใดเริ่มต้นบทสนทนากันแล้วจบลงที่การเกิดสงครามกลางเมือง บ่อย ๆ มันก็ไม่แปลกที่จะทำให้ต่างฝ่ายต่างเข็ดขยาดกับการบอกเล่าเรื่องราวให้คน ข้าง ๆ ฟังในครั้งต่อไป นั่นอาจทำให้การใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเพียงการเดินอยู่ภายในบ้านเดียวกัน ดูทีวีในบ้านหลังเดียวกันก็เป็นได้ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดบ้างานจนเกินพอดี การทำงานอย่างหนักเพื่อผลตอบแทนสูง ๆ ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมองได้ว่า ผู้ที่ทำเช่นนั้นเพราะต้องการสร้างครอบครัวให้มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง อย่างไรก็ดี ในกรณีของคนที่มีคู่ชีวิตบ้างาน จะมีสัญญาณอย่างหนึ่งที่บอกให้ทราบว่า เขาหรือเธอกำลังแสดงออกว่า "บ้านงาน" เพียงเพราะต้องการหลีกเลี่ยง ไม่อยากกลับบ้านมาเจอหน้าคุณหรือเปล่า เพราะคนเรา สถานที่ใดอยู่แล้วไม่สบายใจ คับอกคับใจ ก็มักจะอยู่ได้ยาก และใช้เวลากับสถานที่นั้น ๆ น้อยลงทุกที แล้วถ้าหากที่แห่งนั้นคือบ้านด้วยล่ะก็ ยิ่งเป็นสัญญาณไม่ดีเข้าไปใหญ่ วันเกิด-วันครบรอบไม่มีความสำคัญอีกต่อไป คนที่แต่งงานกัน การให้ความสำคัญกับวันเกิดหรือวันครบรอบต่าง ๆ เป็นสิ่งจำเป็น เพราะมันบ่งบอกว่า เรายังให้ความสำคัญกับคนข้างกายอยู่หรือไม่ การลืมวันสำคัญเหล่านี้ในบางปีอาจไม่มีปัญหา แต่ถ้ามันไม่ได้รับการหยิบยกขึ้นมาเลยตลอดชีวิตการแต่งงานก็เป็นสัญญาณว่า ชีวิตคู่ของคุณนั้นเริ่มเข้าสู่ช่วงอันตรายแล้ว โกหกซ้ำซาก เริ่มเห็นหญ้าบ้านอื่นเขียวกว่าหญ้าบ้านตัวเอง หรือก็คือเห็นคนอื่นดีกว่า น่าดึงดูดใจกว่าคนที่บ้าน นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณพร้อมจะเริ่มต้นสานสัมพันธ์กับคนอื่นคนนั้นเสียแล้ว ใช้เวลากับเพื่อนมากกว่าสามีหรือภรรยา การโต้เถียงเกิดขึ้นทุกวัน การทะเลาะกัน อีกนัยหนึ่งก็หมายถึงคุณกำลังส่งสัญญาณว่าคุณอยากเป็นฝ่ายชนะมากกว่าการจะหา ทางเดินไปด้วยกันสองคนเหมือนเช่นแต่ก่อน และยิ่งทะเลาะกันบ่อย ๆ ก็ยิ่งไม่ดีต่อความสัมพันธ์ เพราะวันหนึ่งหากอีกฝ่ายไม่ยอมคุณอีกต่อไป ชีวิตคู่ที่สร้างมาก็คงต้องจบลงที่การพ่ายแพ้ของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหลุดคำว่า "หย่า" ออกมา เป็นคำที่ไม่ควรหลุดออกมา หากยังไม่มีการคิดอย่างถี่ถ้วน เพราะทันทีเอ่ยปากขอ "หย่า" หรือ "เลิก" ชีวิตแต่งงานหลังจากนี้ของคุณสองคนจะหาความสุขได้ยาก และอาจกลับมาดีดังเดิมไม่ได้ อย่าลืมรักกัน ให้เหมือนกับวันแรก ที่เราเจอกันนะคะ ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความความรัก, บทความรัก, บทความสอนใจ, เรื่องสอนใจ, เรื่องน่ารู้, แม่บ้าน
เรื่องน่าอ่าน อยู่คนเดียวบ้าง… ก็ดีเหมือนกันนะ

เรื่องน่าอ่าน อยู่คนเดียวบ้าง… ก็ดีเหมือนกันนะ

เพื่อค้นพบตัวเอง การ ใช้เวลาอยู่กับตัวเองทำให้คุณมีเวลาพอที่จะค้นหาตัวตน และเข้าใจความเป็นตัวคุณมากที่สุด บางครั้งคนเรามัวแต่ชื่นชมกับศาสตร์ที่พยายามจะเข้าใจคนอื่น แต่ลืมไปว่าสิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ การเข้าใจตัวเองต่างหาก รู้ว่าจริงๆ แล้วเราชอบหรือไม่ชอบอะไร โดยปราศจากอิทธิพลจากภายนอกมาเกี่ยวข้อง เพิ่มความนับถือในตัวเอง การ อยู่คนเดียวเป็นการเพิ่มอิสระให้กับตัวคุณ รวมทั้งยิ่ง ถ้าคุณได้ใช้ความเป็นตัวคุณเลือกและตัดสินใจอะไรด้วยแล้ว จะยิ่งเป็นการเพิ่มความมั่นใจในตัวคุณไปอีก ซึ่งมันจะค่อยแทรกซึมไปสู่การใช้ชีวิตด้านอื่นๆของคุณด้วย โดยเฉพาะเวลาที่คุณต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น บางครั้งก็ไม่ จำเป็นต้องใช้การประนีประนอม บ่อย ครั้งที่คนเราพยายามใช้ความประนีประนอม เมื่อต้องอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น เรามักจะอดทนทำงานร่วมกับคนอื่น เพื่อให้บรรลุข้อตกลงหรือเป้าหมายใดๆ แทนการใช้เวลานั่งกินอาหารค่ำพร้อมดูรายการทีวีสุดโปรด เพราะบางครั้ง การใช้เวลากับตัวเองก็เหมือนการปล่อยให้เราได้ตามใจตัวเอง ทำในสิ่งที่ต้องการ หรือสิ่งที่เรารักโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทำให้ตัวเอง กลับไปเป็นเด็กวัยรุ่นอีกครั้ง จะ มีซักวัยมั้ยที่คุณเลือกหลบหนีจากผู้คน เพื่อปลดปล่อยความเป็นตัวุณ ทิ้งความเครียดไว้เบื้องหลัง แล้วพักผ่อนอย่างเต็มที่ ซึ่งช่วงเวลานั้นเหมือนเป็นการ รีสตาร์ท เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวคุณได้เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง ซึ่งบางครั้งอาจเป็นสิ่งที่คนอื่นต่อต้าน มีมุมมองที่สดใส การ อยู่กับตัวเองทำให้คุณมีเวลาที่จะชำระล้างจิตใจ สลัดความคิดทั้งปวง และเป็นการเปิดให้เห็นความรู้สึกที่มาจากใจของคุณ โดยปราศจากอิทธิพลของคนอื่น เป็นช่วงเวลา ที่คุณจะได้สะท้อนดูว่าอะไรรคือสิ่งที่สำคัญในชีวิตของคุณ และจริงๆ แล้วคุณรู้สึกอย่างไร กับสถานการณ์ในชีวิตประวันที่คุณต้องเผชิญเป็นประจำ เห็นคุณค่าในสิ่งที่คุณรักมากขึ้น การ อยู่คนเดียวเป็นการปลดปล่อยตัวคุณให้มีช่วงเวลาที่จะได้ซาบซึ้งกับช่วงเวลา ที่ได้อยู่กับคนอื่น ยิ่งถ้าคุณไม่เคยมีเวลาที่อยู่กับตัวเอง คุณย่อมปรารถนามัน ซึ่งมันเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องหาสมดุลระหว่างมันให้ได้ เพราะหากคุณสามารถทำได้ คุณจะมีความสุขกับการมีความสัมพันธ์กับคนอื่นมากขึ้น การอยู่คนเดียว ใช่ว่าจะอ้างว้าง เปล่าเปลี่ยวเสมอไป บางทีมันก็มีอะไรๆ แอบซ่อนอยู่ก็เป็นได้ จริงไหมคะ ^-^ » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: บทความ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, เรื่องสอนใจ, เรื่องน่าอ่าน
ทำอย่างไร เมื่อมีคนรักแล้ว แต่เห็นคนอื่นแล้วห้ามใจไม่ไหว

ทำอย่างไร เมื่อมีคนรักแล้ว แต่เห็นคนอื่นแล้วห้ามใจไม่ไหว

อันดับแรกเลย คือ มองแล้วอย่างพยายามสานความสัมพันธ์ต่อ เช่น แลกเบอร์ พูดคุย ... ถ้าคิดว่าใจเราไม่หนักแน่นพอ ที่เพียงแค่จะเป็นเพื่อน ก็อย่ารู้จักกันเลยดีกว่าค่ะ ถ้าความสัมพันธ์ เริ่มได้พูดคุยกันบ้างแล้ว พยายามอย่าหลงคารม พยายามนึกไว้ในใจเสมอว่า เรามีคนดีๆอยู่กับตัวอยู่แล้ว ถ้าใจมันหวั่นไหวไปแล้ว กลับคืนไม่ได้ วิธีง่ายๆเลยคือ แนะนำให้รู้จักคนอื่นต่อ อาจเป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก คิดไว้เสมอว่า เรามีแฟนอยู่แล้ว อย่าสนใจคนอื่นอีกเลย ไม่งั้น เราอาจจะสูญเสียคนที่อยู่ใกล้ๆไป อย่าลืมนะคะ ความรัก มีแค่ 2 คนเท่านั้น เมื่อไหร่ที่มีคนที่ 3,4,5 ... มันจะมีปัญหาตามมาเสมอ อย่าคิดเพียงแค่ว่า ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เอง ...
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความความรัก, บทความสอนใจ, เรื่องสอนใจ
บทความสอนใจ รองเท้า กับ ความรัก

บทความสอนใจ รองเท้า กับ ความรัก

เคยไหม..... ที่ซักครั้งหนึ่งในชีวิต ......... เดินๆไปเจอรองเท้า คู่หนึ่ง ที่ถูกใจเรามากมาย ถูกใจ สวยงาม ใครเห็นก็พากันชื่นชม และเรามักจะใส่ไปไหนมาไหนเสมอ แต่รองเท้าคู่นั้น กลับไม่เหมาะกับเท้าของเรา คอยกัดให้เท้าเรามีบาดแผล ......ได้รับความเจ็บปวด และไม่ว่ายังไง.....แม้จะได้รับความเจ็บปวด จากการที่มันกัดเท้าเรา แต่เรากลับคิดเสมอว่า.... รองเท้าคู่นั้น ปกป้องเราจากเศษแก้ว จากพื้นดินที่ร้อนระอุ เปียกชื้น และหนาวเย็น แม้ จะเจ็บซักแค่ไหน กลับยังดื้อด้าน ดึงดันที่จะใส่รองเท้าคู่นั้น เหตุผลน่ะเหรอ..........มีซะที่ไหนล่ะ ??? ความรัก คงเปรียบได้กับรองเท้า แม้จะเจ็บ ผิดหวัง แต่ก็ยังรัก แม้จะ เหนื่อย จะท้อ จะผิดหวัง แต่ก็ยังไม่อยากปล่อยมันไป ตอนนี้ รองเท้าคู่นั้นของเรา เหมาะกับคนอื่น แต่เรา กลับรอ และหวังว่าซักวันมันจะพอดีกับเรา ใส่ได้พอดี และเดินไปด้วยกันตลอด ... แล้ว เพื่อนๆล่ะคะ จะรอใส่รองเท้าคู่เดิมที่รักมากมาย แต่เหมาะกับคนอื่น หรือ จะหารองเท้าคู่ใหม่ ที่เหมาะสม แต่เราไม่ชอบใส่... » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความความรัก, บทความรัก, บทความสอนใจ, เรื่องสอนใจ
z
บทความดีๆ ของขวัญจาก… ซานตาครอส

บทความดีๆ ของขวัญจาก… ซานตาครอส

คุณครูสาวคนหนึ่งเดินถือภาพป๊อบอัพขนาด ใหญ่เดินเข้าห้องเรียนมาท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่ต่ำกว่า 30 คู่ของเด็กนร.ทั้ง ชาย หญิงในชม.จริยธรรม ของ รร. คาทอลิกแห่งนี้ คุณครูสาวเห็นว่า จะเป็นการดีถ้าจะได้เล่าเรื่องซานตาครอสเพื่อแสดงให้นร. ได้เห็นถึงความรัก ความเมตตาของมนุษย์ที่มีต่อกันหนังสือต่างประเทศเล่มนั้นพิมพ์สี่สีสวยงาม มากตรงใบหน้าของซานตาครอสมีสำลีติดไว้ ตรงที่เป็นเคราดูน่าอ่านไปเสียทั้งเล่ม ครูสาวเริ่มเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของซานตาครอสให้ นร. ฟัง " ทุกๆปีในคืนวันคริสต์มาสอีฟ หรือ วันที่ 24 ธ.ค ซานตาครอสจะนั่งเลื่อนเทียมด้วยกวางเรนเดียร์ ไปที่บ้านของเด็กทุกคน เพื่อเอาของขวัญมาให้เด็กๆ โดยใส่ในถุงเท้าที่แขวนไว้ปลายเตียง ซานตาครอส ตัวจริงมีชื่อว่า เซนต์นิโคลาส มีชีวิตอยู่ในราว ศตวรรษที่ 4 เป็นคนใจดีมาก ได้ รับการแต่งตั้งให้เป็น สังฆราชแห่งมาราจนกระทั้งเมื่อท่านเสียชีวิตไป คนก็ยังนึกถึงท่านอยู่ซานตาครอสอ้วนพุงพลุ้ยใส่ชุดแดงขาวนี้ นักวาดการ์ตูน ชาว US คนนึงชื่อโทมัสแนส ได้วาดรูปซานตาครอสขึ้นมาจากจินตนาการของเขา ทำให้เป็นที่แพร่หลาย หลังจากนั้นคนทั้งโลกก็รู้จักซานตาครอสในรูปลักษณ์อย่างนั้น "เด็กทุกคนนั่งฟังอย่างสนใจเรื่องราวเทพนิยายล้วนเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆทั้งสิ้นคุณ ครูมองไปที่ปฏิกิริยาของเด็กแต่ละคน สุดาทิพย์เด็กหญิงลูกนักธุรกิจใหญ่กำลังคุยอวดเพื่อนว่า เธอได้รับของขวัญจากซานตาครอสหลายชิ้นทุกปีพายัพลูกนายแพทย์ก็เช่นกัน เด็กคนนึงนั่งฟังเพื่อนด้วยดวงตาฝันแต่แล้วก็ถอนใจ คุณครูสมจินตนา รู้จักเด็กคนนี้เป็นอย่างดี ชัยยศ เป็นเด็กช่างฝัน เขาเป็นเด็กยากจนที่ได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียน จากบาทหลวงเจ้าของ รร. ผู้ใจดี แม่ของชัยยศเป็นแม่ค้าขายน้ำอัดลม และน้ำผลไม้ใกล้ๆ รร. สามีเป็นคนขี้เมา มิหนำซ้ำ นางยังมีลูกหลายคน ชัยยศเป็นลูกหัวปี " ครูครับ ซานตาครอสจะให้ของขวัญกับเด็กยากจนบ้างมั้ยครับ ทำไมผมไม่เคยได้ " ชัยยศถามคำถาม " ได้ซิจ๊ะ ยิ่งเด็กที่ยิ่งจน ซานต้าก็จะยิ่งสงสาร เธอลองอธิษฐานว่าจะเป็นเด็กดี ซานตาครอสก็จะมาหาเธอเอง เอาอย่างนี้กันมั้ยล่ะ พวกเธอทุกคนเขียน จม.บอกซานตาครอส ว่าอยากได้อะไรกัน ครูจะเป็นธุระจัดส่งให้ " เด็กทุกคนอมยิ้มถูกใจ โดยเฉพาะชัยยศ ดวงตาของเขาเป็นประกายแสดงถึงความหวัง กอง จม. สามสิบกว่าฉบับ ส่วนใหญ่เป็นการขอของขวัญตามประสาเด็ก มีเพียงจม.ของชัยยศเท่านั้น ที่ครูสมจินตนารู้สึกว่า อยากจาส่งให้ถึงมือซานตาครอสผู้บันดาลให้ได้ทุกอย่างจริงๆ “ ลุงซานต้าคับ ผมเป็นเด็กดีมาตลอด เชื่อฟังที่ครูบอกทุกอย่างผมอยากให้ซานต้าช่วยผมบ้าง ผมอยากให้มีหน้าร้อนตลอดปี แม่จะได้ขายน้ำได้มาก ๆ แล้วไม่อารมณ์เสีย วันไหนอากาศเย็นหรือฝนตก แม่จะขายของได้น้อย ผมกับน้องจะถูกตี บางทีไม่รู้สาเหตุว่า เราทำอะไรผิด พ่อของผมไม่ทำงาน กินแต่เหล้า เมาแล้วก็ทะเลาะกับแม่ ซานต้าช่วยเอาเหล้าทิ้งไปจากโลกได้มั้ยคับ ผมอยากมีครอบครัวที่ดีเหมือนเพื่อนๆ ผมเล่าเรื่องลุงซานต้าให้แม่ฟัง แม่โกรธใหญ่หาว่าผมบ้า ด่าผมหยาบคาย ตีผมหลายที รอยด่างที่กระดาษคือน้ำตาของผมที่ส่งมาให้ลุงซานต้าดู ทำไมลุงไม่ทำให้แม่เชื่อบ้าง ผมบอกแม่ไปว่า ผมมีสิทธิ์จะฝัน ถึงแม่จะตีผมอีกร้อยครั้ง แม่ก็ไม่อาจห้ามผมได้” ผู้ไม่เคยขออะไรจากลุง น้ำตาแห่งความเวทนารินออกมาจนได้ ทั้งที่พยายามสกัดไว้ในที่สุดก็ปล่อยให้มันไหล ครูจะก้าวก่ายเกินบทบาทของตัวเองมากไปหรือเปล่า ถ้าจะทำให้ฝันของเธอเป็นจริง อย่างน้อยที่สุดครูก็เห็นด้วยกับเธอชัยยศ ที่ว่า เธอมีสิทธิ์ที่จะฝัน ครูสมจินตนาได้ขออนุญาตบาทหลวงเจ้าของ รร. ในการจัดงานฉลองพระคริสต์สมภพ เธอแจ้งแก่ นร. ให้เป็นผู้อ่าน จม. ที่เขียนถึงซานตาครอสด้วยตัวเอง เพราะในงาน ซานตาครอสจะมาที่ รร. แม่ของชัยยศได้รับอนุญาตให้มาขายของในบริเวญงานด้วยความช่วยเหลือของครูสมจินตนาแม่เลยมีอารมณ์ดีตลอดวัน เพราะขายดีมากในวันที่ไม่มีการสอน และงานจัดขึ้นที่กลางแจ้ง มีผู้ปกครองมาร่วมสนุกด้วย ซานตาครอสอยู่ในชุดแดง ตัวอ้วนกลมใหญ่ ปิดหน้าตาด้วยเคราและคิ้วเห็นแต่ลูกนัยน์ ตา คนที่สวมชุดนี้ได้ ต้องอดทนกับอากาศร้อนได้ดีทีเดียว เด็ก ๆ เดินเข้าไปอ่าน จม. ทีละคน ซานต้าก็หยิบของขวัญขึ้นมาให้เด็ก ๆ ตามถุงที่มีชื่อ ติดเอาไว้แล้ว จนกระทั้งถึงคิวของชัยยศ เขาเดินไปที่ซานตาครอส จับแขนในผ้านวมและกอดเสียแน่นราวกับจะตอกย้ำให้ตัวเอง แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป ซานต้าเองก็กอดตอบเขาเช่นกัน ซานต้าหัวเราะเขาด้วย ท่าทางเขาคงมีท่าทางตลกกว่าเพื่อนคนอื่น ชัยยศอ่าน จม. ของเขาให้ซานตาครอสฟัง เขาเห็นซานตาครอสนิ่งเงียบไป แล้วก้อตาแดง น้ำตาไหล พูดอะไรงึมงำฟังไม่ถนัด เพราะเคราที่ติดอยู่ เขาทำให้ซานตาครอสเสียใจซะแล้ว แล้วท่านจะช่วยเหลือเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่มีใครสังเกตว่า ครูสมจินตนายืนสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด เธอเห็นอากัปกิริยาของ ซานตาครอสที่ลงทุนจ้างมาทำหน้าที่นี้ถึงห้าร้อยบาท ของขวัญมากมายในถุงที่ทำให้ความฝันของเด็กๆได้เป็นจริงมาจากความอนุเคราะห์ของผู้ปกครองที่มีฐานะดี ครูสมจินตนาขอแบ่งปันความสุขที่เขาได้แจกจ่ายให้กับลูกให้เด็กคนอื่นได้รู้จักมันบ้าง ที่สำคัญที่สุด ครูสมจินตนาอยากให้ชายขี้เมาที่ไร้ค่าคนนึง ได้มารับฟังความในใจจากปากลูกของเขาด้วยตัวเอง ในสิ่งที่เค้าให้กับลูกได้ ถ้ามีความตั้งใจและมีสำนึกในหน้าที่ของพ่อ เด็กที่เชื่อในความฝันอันสวยงาม จะโตเป็นคนที่อ่อนโยน และเข้าใจคนอื่นเมื่อเขาโตขึ้น เพื่อที่เค้าจะได้ทำหน้าที่สานฝันให้เด็กรุ่นใหม่ต่อไป .... อ่านจบแล้ว น้ำตาจะไหล ... » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: บทความ, บทความดีๆ, นิทานสอนใจ, เรื่องสอนใจ
บทความดีๆ สอนใจ ห้ามใช้ยางลบ… นะ

บทความดีๆ สอนใจ ห้ามใช้ยางลบ… นะ

สมัยเด็กๆ ครูสอนศิลปะท่านหนึ่งสอนฉันเสมอว่า เวลาเราใช้ดินสอวาดภาพ เราห้ามใช้ยางลบ ตอนนั้น ฉันไม่เข้าใจจุดประสงค์ของครูสักเท่าไหร่ รู้เพียงแต่ว่าเวลาฉันวาดภาพแล้วเส้นมันบิดเบี้ยว ฉันก็อยากแก้ให้มันตรง สวย แต่ทุกครั้งที่ฉันหยิบยางลบขึ้นมาเพื่อจะลบภาพนั้น ครูของฉันก็จะเตือนถึงกติกานั้นเสมอ สุดท้ายฉันจึงเลือกใช้วิธีต่อเติมภาพๆ นั้นไปตามจินตนาการเช่นถ้าฉันตั้งใจวาดรูปหน้าคน แต่ฉันเผลอวาดดวงตากลมโตเกินไป ฉันก็จะใช้วิธีเปลี่ยนตากลมๆ นั้นเป็นแว่นตาแทน มีอีก
หมวด: ข้อคิด, คติสอนใจ, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องสอนใจ
บทความรักซึ้งๆ ดอกกุหลาบสีแดง แทนรัก

บทความรักซึ้งๆ ดอกกุหลาบสีแดง แทนรัก

กุหลาบแดงคือดอกไม้สุดโปรดของเธอ และเธอก็ชื่อโรส ซึ่งหมายถึงกุหลาบด้วย ทุกปีสามีของเธอจะส่งดอกกุหลาบผูกโบว์น่ารักให้ แม้กระทั่งปีที่เขาตายจากไป เธอก็ยังได้รับดอกกุหลาบซึ่งมาส่งที่หน้าบ้าน การ์ดที่แนบมาเขียนไว้ว่า "ที่รักของผม" เหมือนกับหลาย ๆ ปีก่อนหน้านี้ แต่ละปีที่เขาส่งดอกกุหลาบให้เธอ เขาจะเขียนว่า "ปีนี้ผมรักคุณมากกว่าที่ผมเคยรักเมื่อปีก่อน เพราะความรักของผมเติบโตขึ้นทุกปีที่ผ่านไป" เธอรู้ว่านี่คือกุหลาบช่อสุดท้ายแล้วที่เธอจะได้รับ เธอคิดว่าเขาคงสั่งดอกไม้ล่วงหน้าก่อนถึงวันวาเลนไทน์ โดยที่เขาไม่รู้ว่า เขาจะจากไป เขามักจะทำอะไรเอาไว้ล่วงหน้าเสมอ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดแม้ว่าเขาจะงานยุ่งแค่ไหนก็ตาม มีอีก
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความรัก, เรื่องสอนใจ, เรื่องสั้น, เรื่องเล่า
บทความดีๆ ความสุขของการ… ได้รัก

บทความดีๆ ความสุขของการ… ได้รัก

ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้ และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า สิ่งที่เราคิดทั้งหมด มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว มีอีก
หมวด: ความรัก, คติสอนใจ, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องสอนใจ
เคยดูรึยัง
บทความสอนใจ รองเท้า กับ ความรัก

บทความสอนใจ รองเท้า กับ ความรัก

เคยไหม..... ที่ซักครั้งหนึ่งในชีวิต ......... เดินๆไปเจอรองเท้า คู่หนึ่ง ที่ถูกใจเรามากมาย ถูกใจ สวยงาม ใครเห็นก็พากันชื่นชม และเรามักจะใส่ไปไหนมาไหนเสมอ แต่รองเท้าคู่นั้น กลับไม่เหมาะกับเท้าของเรา คอยกัดให้เท้าเรามีบาดแผล ......ได้รับความเจ็บปวด และไม่ว่ายังไง.....แม้จะได้รับความเจ็บปวด จากการที่มันกัดเท้าเรา แต่เรากลับคิดเสมอว่า.... รองเท้าคู่นั้น ปกป้องเราจากเศษแก้ว จากพื้นดินที่ร้อนระอุ เปียกชื้น และหนาวเย็น แม้ จะเจ็บซักแค่ไหน กลับยังดื้อด้าน ดึงดันที่จะใส่รองเท้าคู่นั้น เหตุผลน่ะเหรอ..........มีซะที่ไหนล่ะ ??? ความรัก คงเปรียบได้กับรองเท้า แม้จะเจ็บ ผิดหวัง แต่ก็ยังรัก แม้จะ เหนื่อย จะท้อ จะผิดหวัง แต่ก็ยังไม่อยากปล่อยมันไป ตอนนี้ รองเท้าคู่นั้นของเรา เหมาะกับคนอื่น แต่เรา กลับรอ และหวังว่าซักวันมันจะพอดีกับเรา ใส่ได้พอดี และเดินไปด้วยกันตลอด ... แล้ว เพื่อนๆล่ะคะ จะรอใส่รองเท้าคู่เดิมที่รักมากมาย แต่เหมาะกับคนอื่น หรือ จะหารองเท้าคู่ใหม่ ที่เหมาะสม แต่เราไม่ชอบใส่...
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความความรัก, บทความรัก, บทความสอนใจ, เรื่องสอนใจ
สัญญาณอันตราย 10 ข้อ… ทำร้ายชีวิตแต่งงาน

สัญญาณอันตราย 10 ข้อ… ทำร้ายชีวิตแต่งงาน

การเงินเริ่มมีปัญหา อาจเกิดปัญหาเงินชักหน้าไม่ถึงหลังขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็น หรือรายรับรายจ่ายหายไปอย่างผิดสังเกต สาเหตุของปัญหาทางการเงินอาจมาจาก การหลงผิดไปเสี่ยงโชค-ซื้อล็อตเตอรี่-เล่นการพนัน-ติดยาเสพติด-การมีบ้าน เล็กบ้านน้อย ซึ่งสาเหตุต่างๆ เหล่านี้ล้วนอันตรายต่อชีวิตแต่งงานทั้งสิ้น เริ่มรู้สึกว่าไม่เจอกันก็ดี ไม่ว่าจะเป็นการแยกห้องนอน แยกกันทำกิจกรรม ต่างคนต่างไป ตัวใครตัวมัน ทานข้าวไม่รอ เข้านอนไม่เรียก ส่งผลให้ระยะห่างระหว่างสามีภรรยาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ชีวิตคู่สงบขึ้นเมื่อคุณสองคน "หยุดพูดกัน" มนุษย์หากจะใช้ชีวิตร่วมกันก็ต้องมีจุดที่สามารถแบ่งปันเรื่องราว หรือทำความเข้าใจกันได้ หากคู่สามีภรรยาคู่ใดเริ่มต้นบทสนทนากันแล้วจบลงที่การเกิดสงครามกลางเมือง บ่อย ๆ มันก็ไม่แปลกที่จะทำให้ต่างฝ่ายต่างเข็ดขยาดกับการบอกเล่าเรื่องราวให้คน ข้าง ๆ ฟังในครั้งต่อไป นั่นอาจทำให้การใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเพียงการเดินอยู่ภายในบ้านเดียวกัน ดูทีวีในบ้านหลังเดียวกันก็เป็นได้ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดบ้างานจนเกินพอดี การทำงานอย่างหนักเพื่อผลตอบแทนสูง ๆ ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมองได้ว่า ผู้ที่ทำเช่นนั้นเพราะต้องการสร้างครอบครัวให้มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง อย่างไรก็ดี ในกรณีของคนที่มีคู่ชีวิตบ้างาน จะมีสัญญาณอย่างหนึ่งที่บอกให้ทราบว่า เขาหรือเธอกำลังแสดงออกว่า "บ้านงาน" เพียงเพราะต้องการหลีกเลี่ยง ไม่อยากกลับบ้านมาเจอหน้าคุณหรือเปล่า เพราะคนเรา สถานที่ใดอยู่แล้วไม่สบายใจ คับอกคับใจ ก็มักจะอยู่ได้ยาก และใช้เวลากับสถานที่นั้น ๆ น้อยลงทุกที แล้วถ้าหากที่แห่งนั้นคือบ้านด้วยล่ะก็ ยิ่งเป็นสัญญาณไม่ดีเข้าไปใหญ่ วันเกิด-วันครบรอบไม่มีความสำคัญอีกต่อไป คนที่แต่งงานกัน การให้ความสำคัญกับวันเกิดหรือวันครบรอบต่าง ๆ เป็นสิ่งจำเป็น เพราะมันบ่งบอกว่า เรายังให้ความสำคัญกับคนข้างกายอยู่หรือไม่ การลืมวันสำคัญเหล่านี้ในบางปีอาจไม่มีปัญหา แต่ถ้ามันไม่ได้รับการหยิบยกขึ้นมาเลยตลอดชีวิตการแต่งงานก็เป็นสัญญาณว่า ชีวิตคู่ของคุณนั้นเริ่มเข้าสู่ช่วงอันตรายแล้ว โกหกซ้ำซาก เริ่มเห็นหญ้าบ้านอื่นเขียวกว่าหญ้าบ้านตัวเอง หรือก็คือเห็นคนอื่นดีกว่า น่าดึงดูดใจกว่าคนที่บ้าน นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณพร้อมจะเริ่มต้นสานสัมพันธ์กับคนอื่นคนนั้นเสียแล้ว ใช้เวลากับเพื่อนมากกว่าสามีหรือภรรยา การโต้เถียงเกิดขึ้นทุกวัน การทะเลาะกัน อีกนัยหนึ่งก็หมายถึงคุณกำลังส่งสัญญาณว่าคุณอยากเป็นฝ่ายชนะมากกว่าการจะหา ทางเดินไปด้วยกันสองคนเหมือนเช่นแต่ก่อน และยิ่งทะเลาะกันบ่อย ๆ ก็ยิ่งไม่ดีต่อความสัมพันธ์ เพราะวันหนึ่งหากอีกฝ่ายไม่ยอมคุณอีกต่อไป ชีวิตคู่ที่สร้างมาก็คงต้องจบลงที่การพ่ายแพ้ของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหลุดคำว่า "หย่า" ออกมา เป็นคำที่ไม่ควรหลุดออกมา หากยังไม่มีการคิดอย่างถี่ถ้วน เพราะทันทีเอ่ยปากขอ "หย่า" หรือ "เลิก" ชีวิตแต่งงานหลังจากนี้ของคุณสองคนจะหาความสุขได้ยาก และอาจกลับมาดีดังเดิมไม่ได้ อย่าลืมรักกัน ให้เหมือนกับวันแรก ที่เราเจอกันนะคะ ^-^
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, บทความความรัก, บทความรัก, บทความสอนใจ, เรื่องสอนใจ, เรื่องน่ารู้, แม่บ้าน
บทความดีๆ สอนใจ ห้ามใช้ยางลบ… นะ

บทความดีๆ สอนใจ ห้ามใช้ยางลบ… นะ

สมัยเด็กๆ ครูสอนศิลปะท่านหนึ่งสอนฉันเสมอว่า เวลาเราใช้ดินสอวาดภาพ เราห้ามใช้ยางลบ ตอนนั้น ฉันไม่เข้าใจจุดประสงค์ของครูสักเท่าไหร่ รู้เพียงแต่ว่าเวลาฉันวาดภาพแล้วเส้นมันบิดเบี้ยว ฉันก็อยากแก้ให้มันตรง สวย แต่ทุกครั้งที่ฉันหยิบยางลบขึ้นมาเพื่อจะลบภาพนั้น ครูของฉันก็จะเตือนถึงกติกานั้นเสมอ สุดท้ายฉันจึงเลือกใช้วิธีต่อเติมภาพๆ นั้นไปตามจินตนาการเช่นถ้าฉันตั้งใจวาดรูปหน้าคน แต่ฉันเผลอวาดดวงตากลมโตเกินไป ฉันก็จะใช้วิธีเปลี่ยนตากลมๆ นั้นเป็นแว่นตาแทน มีอีก
หมวด: ข้อคิด, คติสอนใจ, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องสอนใจ
บทความรักซึ้งๆ ดอกกุหลาบสีแดง แทนรัก

บทความรักซึ้งๆ ดอกกุหลาบสีแดง แทนรัก

กุหลาบแดงคือดอกไม้สุดโปรดของเธอ และเธอก็ชื่อโรส ซึ่งหมายถึงกุหลาบด้วย ทุกปีสามีของเธอจะส่งดอกกุหลาบผูกโบว์น่ารักให้ แม้กระทั่งปีที่เขาตายจากไป เธอก็ยังได้รับดอกกุหลาบซึ่งมาส่งที่หน้าบ้าน การ์ดที่แนบมาเขียนไว้ว่า "ที่รักของผม" เหมือนกับหลาย ๆ ปีก่อนหน้านี้ แต่ละปีที่เขาส่งดอกกุหลาบให้เธอ เขาจะเขียนว่า "ปีนี้ผมรักคุณมากกว่าที่ผมเคยรักเมื่อปีก่อน เพราะความรักของผมเติบโตขึ้นทุกปีที่ผ่านไป" เธอรู้ว่านี่คือกุหลาบช่อสุดท้ายแล้วที่เธอจะได้รับ เธอคิดว่าเขาคงสั่งดอกไม้ล่วงหน้าก่อนถึงวันวาเลนไทน์ โดยที่เขาไม่รู้ว่า เขาจะจากไป เขามักจะทำอะไรเอาไว้ล่วงหน้าเสมอ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดแม้ว่าเขาจะงานยุ่งแค่ไหนก็ตาม มีอีก
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความรัก, เรื่องสอนใจ, เรื่องสั้น, เรื่องเล่า
ไปข้างบน