สะกิด (Sakid)

เอามาจากเว็บเค้าอีกที
Next Page »

เรื่องเล่า

บทความดีๆน่าอ่าน … นิทานของพ่อ …

บทความดีๆน่าอ่าน … นิทานของพ่อ …

กาลหนึ่งนานมาแล้ว นานเท่าไหร่ไม่รู้ พ่อมักจะเริ่มต้นเรื่องอย่างนี้ทุกครั้ง มีเจ้าหญิงอยู่องค์หนึ่ง เจ้าหญิงคนนี้เป็นคนขยัน ทำอาหารเก่ง ชอบทำงานบ้านเสมอ ๆ เจ้าหญิงของพ่อมักจะเป็นคนที่ขยันเสมอ ๆ ... เจ้าหญิงได้พบกับชายแปลกหน้าคนหนึ่งในสวนดอกไม้ข้าง ๆ ปราสาท ในขณะที่เจ้าหญิงกำลังเก็บดอกไม้ ผมพิมพ์มาถึงตรงนี้ ก็ต้องกด Delete ลบข้อความนั้นทิ้งเสียหมด หลังจากที่ผมนั่งจ้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ร่วมครึ่งชั่วโมงแล้วมั้ง แต่งานเขียนของผมก็ยังอยู่เหมือนเดิม ไม่มีอะไรคืบหน้า ไม่มีอะไรขยับเขยื้อนไปสักอย่าง ทั้ง ๆ ที่ผมจะต้องส่งต้นฉบับในวันพรุ่งนี้แล้ว แย่จริง ๆ สมาธิหายไปไหนหมดนะ บรรยากาศ ภาพความหลังในวัยเด็กหายไปไหนหมดนะ - - นี่ผมคิดผิดหรือเปล่าหนอ? - - ที่รับงานเขียนเรื่องสั้นเกี่ยวกับพ่อมา ก็เพราะคำว่า พ่อ นี่แหละที่ทำให้ผมเขียนไม่ออก ไม่รู้จะเขียนอะไร เพราะพ่อไม่เคยอยู่ในความทรงจำของพ่อ หรือเป็นฮีโร่เยี่ยงอย่างพ่อคนอื่น ๆ จนบางครั้งผมมีความรู้สึกราวกับว่า พ่อกับผมเป็นคนแปลกหน้าที่ต่างวัยและบังเอิญ มาอาศัยอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกัน พ่อยังเป็นคนทำลายครอบครัว ทำลายความรักที่แม่มีต่อพ่ออย่างหมดสิ้น จนแม่ทนไม่ไหวต้องหย่าร้างกันไปในที่สุด และพ่อยังจะทำลายความฝันของผมอีก ผมอยากเรียนหนังสือ ผมชอบงานเขียนหนังสือ ผมบอกกับพ่อในวันที่พ่อบอกให้ผมเลิกเรียนหนังสือ และออกมาช่วยกันทำงานที่โรงกลึงของตนเอง.. แกจะเรียนไปทำไมนักหนา กิจการของพ่อก็มี แล้วนายความฝันบ้า ๆ บอ ๆ ของแกอีก ผมทิ้งมันไม่ได้ ผมทิ้งความฝันของผมไม่ได้หรอกพ่อ ผมเถียง แต่แกต้องทิ้งมัน แกต้องมาช่วยฉันทำงาน พ่อขึ้นเสียงตอบกลับมา พ่อ มันหมดสมัยที่พ่อจะบังคับลูกแล้วนะ “แต่ฉันจะบังคับแก” พ่อยืนคำขาด พรุ่งนี้แกต้องไปลาออก ผมเกลียดพ่อ ผมเกลียดความคิดโง่ ๆ ของพ่อ เกลียดการกระทำของพ่อ ที่วัน ๆ มัวแต่นั่งทำงานงก ๆ พ่อไม่เคยสนใจผม พ่อไม่เคยถามผมสักคำว่าผมต้องการอะไร เอ๊ะอะอะไรพ่อก็บังคับผม ผมเกลียดพ่อ ฝ่ามืออันหนักอึ่งของพ่อกระทบลงบนใบหน้าแก้มข้างขวาของผมอย่างจัง แกออกไปแกออกไปจากบ้านของฉันเดี๋ยวนี้นะ แกไม่ใช่ลูกฉัน ดูแลตัวเองดี ๆ นะ ผมหันมาบอกน้องชายที่ยืนอยู่ห่าง ๆ ก่อนที่ผมจะก้าวเดินออกจากบ้านหลังนั้นมา ด้วยความเครียดแค้นที่สุมรุมอยู่ในหัว นับจากวันนั้นมา ผมเลือกใช้ชีวิตอยู่ในห้องเช่าหลังหนึ่งตามลำพัง ยังดีที่มีเงินเหลืออยู่ในบัญชีเกือบหมื่น ซึ่งมันก็พอจะเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้บ้าง แต่ผมก็ยังเฝ้าหางานทำอยู่หลายที่ แต่มาตกอยู่กับการเป็นนักแสดงสมทบ หรือที่ใคร ๆ เรียกกันติดปากว่า “ตัวประกอบ” เพื่อแลกกับเงินเพียงไม่กี่ร้อย แต่ผมก็ยังไม่ละทิ้งความฝันที่อยากจะเป็นนักเขียนหรอก ผมเฝ้าฝึกฝีมืองานเขียนจนคิดว่าดีพอถึงได้ลองส่งไปลงยังนิตยสารฉบับหนึ่ง จนในที่สุดก็ได้รับการตีพิมพ์ ผมเริ่มมีความสุขกับการเขียนหนังสือมากขึ้น เมื่อความฝันของผมเป็นจริง หนังสือเล่มแรกในชีวิตของผมพิมพ์เสร็จเป็นรูปเล่มเรียบร้อยแล้ว ผมรับหนังสือจากพี่ใหม่มา เปิดออกดูทีละหน้า ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่อยากเชื่อเลยว่าผมจะมีโอกาสแบบนี้จริง ๆ นี่มันสุดยอดความฝันของผมเลยครับพี่ ขอบคุณมากครับ เอ้า!นี่หนังสือของนัทเก้าเล่ม พี่ให้นัทเอาไว้แจกเพื่อน ๆ ถ้าไม่พอยังไงก็เข้ามาเอาใหม่ล่ะกัน พี่ใหม่หยิบห่อกระดาษยื่นให้ผม และนี่เช็คเงินสดค่าเรื่อง ขอบคุณมากครับ พี่ใหม่ ผมรับเช็คค่าความคิด ค่าน้ำหมึกของผมมาถือไว้ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แต่ที่แน่ ๆ มันเต็มเปี่ยมจนล้นไปด้วยความภาคภูมิ มาถึงตอนนี้ผมมั่นใจได้แล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความจริง ไม่ใช่ความฝัน ผมอยากให้พ่อรู้เหลือเกินว่าในที่สุดผมก็ทำความฝันของผมได้สำเร็จ ผมละภาพความหลังเก่า ๆ ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยการไปเดินเล่นที่ท่าน้ำ สายน้ำแห่งเจ้าพระยายังคงไหลเวียนไม่ขาดสาย ประกายแสงจากดวงอาทิตย์สะท้อนผืนน้ำระยิบระยับ เรือลำน้อย เรือลำใหญ่แล่นว่ายอย่างเช่นเคย ที่ตรงนี้ล่ะที่ทำให้ผมมีความสุข รู้สึกสบายอกสบายใจทุกครั้ง และมักจะได้คำตอบหรือแนวพล็อตเรื่องอยู่เสมอ ๆ วันนี้ผมก็หวังไว้เช่นนั้นเหมือนกัน เสียงเรียกเครื่องเพจเจอร์ทำลายความเงียบนั้นลง พ่อถูกรถชน พี่รีบมาด่วนนะ ผมกดข้อความจากน้องชายอ่านซ้ำไปมา ใจหนึ่งลังเลจะไปดีหรือไม่ดี แต่ขาน่ะสิรีบก้าวออกไปก่อนโดยไม่รอคำตอบ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ล่ะ ผมถามน้องชายเมื่อไปถึงโรงพยาบาล ก็พ่อน่ะสิ ทำหนังสือหล่นกลางถนน เลยหยุดเก็บ ก็เลย น้องชายพูดเสียงสั่นเครือ แค่หนังสือเนี๊ยนะ เอามาแลกกับชีวิต พ่อนี่บ้าหรือเปล่า ผมยังวายหยุดว่าพ่อ ถ้าไม่ใช่หนังสือของพี่ พ่อก็คงไม่เก็บหรอก คำพูดของน้องชายทำเอาผมอึ้งไปพูดไม่ออก หนังสือของผม เพราะหนังสือของผมเหรอ พอพ่อรู้ว่า หนังสือของพี่วางแผง พ่อก็รีบไปซื้อทันที พ่อบอกว่า…ไม่ซื้อไม่ได้… นี่ผลงานของลูก นี่ความฝันของลูก และพ่อยังบอกอีกว่าพ่อจะซื้อหนังสือของพี่ทุกเล่ม มาถึงตรงนี้หยาดน้ำตาก็เริ่มไหลเอ่อรื้นอยู่เต็มขอบตา พี่รู้ไหมพ่อคิดถึงพี่มากแค่ไหน พ่อคิดถึงพี่เสมอนะ พ่ออยากให้พี่กลับมาอยู่ด้วย พ่อยังบอกอีกว่า พ่อจะไม่บังคับอะไรลูก ๆ อีกแล้ว ชีวิตเป็นลูกพ่ออยากให้ลูกเลือกเดินเอง แต่พ่อจะคอยอยู่ข้างหลังคอยเป็นกำลังใจให้ในยามที่ลูกเหนื่อยลูกท้อ พ่อยังบอกอีกว่าพ่อเชื่อว่าลูกสามารถทำความฝันของตนเองเป็นจริงขึ้นได้อย่าง มั่นคง คำพูดของน้องชาย ทำเอาน้ำตาที่เต็มไหลอาบแก้มเมื่อครู่ไหลอาบแก้มอย่างไม่รู้ตัว ผมไม่เคยรู้สึกดีกับพ่อมาก่อนอย่างนี้ ผมไม่เคยรู้สึกรักพ่อมาก่อนเท่าครั้งนี้ ถึงเวลานี้ผมได้แต่นั่งรอเวลาที่ผมจะโผเข้าสวมกอดร่างของพ่ออีกครั้ง จะนานแค่ไหนไม่รู้ จะนานกี่ชั่วโมงไม่รู้ กว่าที่ประตูห้องฉุกเฉินนั่นจะเปิดออก แล้วผมจะกลับเข้าบ้านหลังนั้นอีกครั้ง กลับเข้าไปสู่อ้อมแขนของพ่ออีกครั้ง และครั้งนี้มันคงทำให้ผม เขียนเรื่องสั้นได้ทันส่งต้นฉบับวันพรุ่งนี้แน่นอน ผมตั้งชื่อเรื่องรอไว้ก่อนแล้วว่า ‘นิทานของพ่อ’ พ่อคนเดียวที่สอนให้ผมรู้จักตัวเอง ให้ผมเข้มแข็ง ให้ยืนหยัดได้ด้วยความฝัน สองแขนสองขาของตัวเอง ผมอยากบอกว่า ผมรัก รักมาก อย่างที่ไม่เคยรักมาก่อน และผมก็รักพ่อไม่น้อยกว่าที่รักแม่หรอก
หมวด: บทความ, บทความซึ้งๆ, บทความดีๆ, บทความความรัก, บทความสอนใจ, บทความน่าอ่าน, เรื่องน่าอ่าน, เรื่องเล่า
เรื่องเล่าน่าอ่าน “หมาขี้เรื้อน” เปลี่ยนคนใจดำ

เรื่องเล่าน่าอ่าน “หมาขี้เรื้อน” เปลี่ยนคนใจดำ

เรื่อง มีอยู่ว่า พี่ชิตแกเป็นคนใจดำครับชอบยิงนกตกปลาไปเรื่อย แต่ที่หนักก็คงเป็นเนื้อหมา แกกินแหลกครับแต่ แม่แกบอกมันบาปนะลูก(ไม่สนโว้ย) เมื่อราว 15 ปีก่อน มีเหตุการณ์ที่ทำให้แกเปลี่ยนไป ครั้งนั้นมีหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งครับมันมักวิ่งไปหาของกินแถวๆบ้านแกบ่อย เพราะบ้านแกติดตลาด พี่แกกินหมาอยู่บ่อยๆแต่ กรณีหมาขี้เรื้อนแกบอก 'xxxกินไม่ลงว่ะ' แกทำอย่างเดียวคือไล่ฆ่า แต่มันรอดได้ทุกครั้ง (สงสัยมีของ) มันไปหาของกินทีบางทีก็ได้บางทีก็ไม่ได้ คราวนั้นเนื้อแห้งที่แกตากไว้หายไป พอมองไปก็เห็นแม่หมาขี้เรื้อนวิ่งหลุนๆไป แกเดือดทันทีครับวิ่งตามไป คราวนี้ทันครับเพราะหมา ขี้เรื้อนวิ่งช้ามาก แก ทุบไปทีเดียวหมานั่นล้มลงชักทันที (แกบอกว่าหากตีตรงจุดแค่ไม้บรรทัดก็ตาย) แกทิ้งไว้ตรงนั้นไม่อยากจับแต่ จะทำกินตรงนั้น จึงกลับบ้านไปเตรียมของ (แค้นจัดอยากกินหมาขี้เรื้อน) ให้ผมเฝ้าไว้ ผมก็มัวแต่เก็บตะขบจนลืมดู (ในใจอยากให้มันรีบไปจะได้ไม่ตาย) มันไปจริงครับหายวับไป พี่ชิตแกโกรธมากคงอยากเตะผมเต็มแก่ แต่ลุงผม แกเป็นนักเลงใหญ่และเป็นคนสอนวิธีฆ่าหมาให้ ก็ต้องวิ่งตามอย่าง เดียวพร้อมบ่น 'ทำไมมันไม่ตายวะ' พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงหมาเห่า แกตามทันทีพอไปถึง ภาพที่เห็น .............................................. หมา ขี้เรื้อนกำลังจะตายมันมีลูกที่ต้องเลี้ยง 5 ตัวครับ วัยกำลังหย่านมบางตัวยังกินนมอยู่ บางตัวก็วิ่งไปคาบเนื้อที่แม่หมาขี้เรื้อนคาบไปฝาก (เห็นกับตา) ที่มันยังไม่ยอมตายเพราะต้องกลับไปให้นมลูก แม้น้ำนมแห้งกรัง เอาอาหารไปให้ลูกมัน เรียกลูกๆเพื่อให้นม ให้อาหาร เป็นครั้งสุดท้าย แม่หมาพยายามอย่างดีที่สุด มันมองผมกับพี่ชิตอย่างขอร้อง ขอให้มันให้นมลูกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย ไม่อยากเชื่อนั่น คือน้ำตาของหมาขี้เรื้อน มันแค่ต้องการให้นมลูกก่อนตาย พี่ชิตไม้ หล่นลงกับพื้น เดินเข้าไปดูแม่หมานั่น ในยามนั้นสิ่งที่แกเห็นไม่ใช่หมาขี้เรื้อน แต่ แกเห็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ที่ทนเจ็บกลับไปหาลูก แกไม่พูดอะไรทุกอย่างจุกอยู่ ที่ลำคอสายตาอ่อนโยนลง ลูกหมาตัวหนึ่งวิ่งไปหาแกกระดิกหางให้ แกอุ้มลูกหมาขึ้นพร้อมพูดว่า 'ขอโทษ' พูดได้แค่นั้นแม่หมาก็ตาย เราช่วยกันฝังแม่หมา แกรับเลี้ยงหมานั่น ไว้ ทั้ง5ตัวตั้งแต่นั้นแกกลายเป็นคนใจดีไม่ไล่ยิงนกยิงหมายิงแมวอีกแกบอก 'มันอาจมีลูกรออยู่ก็ใด้' เมื่อ 12 สิงหา 2 ปีที่แล้ว แกเอามะลิร้อยเป็นพวงไปให้แม่ทั้งๆที่ไม่เคยทำ พูดกับแม่ว่า 'แม่ตอนผมอายุ16 แม่สอนผมยังไงนะสอนอีกหนใด้ไหมครับ' แม่แกน้ำตาคลอพูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อแม่หมาขี้เรื้อนตายไป1ตัว กลับทำให้คนใจดำอย่างแกเปลี่ยนไป ขนาดนี้ รักแม่ . . .
หมวด: บทความ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, นิทานสอนใจ, เรื่องดีๆ, เรื่องเล่า, เรื่องเล่าสอนใจ
เรื่องขำขำ อีเมล์ผิด (คลายเครียดวันทำงาน)

เรื่องขำขำ อีเมล์ผิด (คลายเครียดวันทำงาน)

เรื่องมีอยู่ว่า ชายคนหนึ่งเพิ่งจะเข้าพักในโรงแรม เค้าเห็นคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งอยู่ในห้อง จึงตัดสินใจส่ง e-mail ให้กับภรรยา แต่เขาดันพิมพ์ e-mail address ของภรรยาผิดไป และได้ทำการส่ง e-mail นั้นไปโดยที่ไม่ได้เอะใจอะไรเลย! ในขณะนั้น...ณ. ที่แห่งหนึ่งในฮัสตัน แม่ม่ายคนหนึ่งเพิ่งจะกลับจากพิธีฝังศพสามี เธอตัดสินใจเข้าไปตรวจดู e-mail โดยหวังว่าจะมีข้อความแสดงความเสียใจจากญาติๆ และเพื่อนฝูงส่งมาให้กำลังใจ หลังจากเธอได้อ่านข้อความแรกจบลง เธอก็หมดสติ ล้มลงทันที ลูกชายของเธอก็วิ่งเข้ามาในห้อง เห็นแม่นอนนิ่ง ตาค้างอยู่ที่พื้น โดยได้จ้องมองไปที่จอคอมพิวเตอร์ ลูกชายได้เห็นข้อความเขียนไว้ว่า To : ภรรยาที่รักของผม Subject : ผมถึงเรียบร้อยแล้วน่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง! Date : 09 พ.ค 2007 ผมรู้ว่า คุณจะต้องแปลกใจเป็นอย่างมาก ที่ได้รับข่าวนี้ ที่นี่มีคอมพิวเตอร์ด้วยล่ะ! และพวกเราก็ได้รับอนุญาตให้ส่ง e-mail ถึงคนที่เรารักได้หนึ่งคน ผมเพิ่งจะมาถึง และ Checked in เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างได้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้วเพื่อรอต้อนรับ คุณที่จะมาถึงในวัน พรุ่งนี้ ..........................? รัก...คิดถึงเสมอ....รีบมาล่ะ.....พวกเรารออยู่น่ะ ปล. ถ้าให้ผมรอคุณนาน คุณยังไม่มาหาผมสักที คืนนี้ผมจะไปรับคุณเองล่ะนะ ที่รัก !!!!!!!!!!!! ... เอ่อ เจอแบบนี้ ไม่เป็นลมได้ไง ^-^ ... » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: คลายเครียด, เรื่องขำขำ, เรื่องตลก, เรื่องเล่า
นิทานสอนใจ “เด็กน้อย… กับสุนัขพิการ”

นิทานสอนใจ “เด็กน้อย… กับสุนัขพิการ”

เจ้าของร้านตอกป้ายติดไว้เหนือประตู มีข้อความว่า มีลูกสุนัขขาย นี่เป็นวิธีดึงดูดเด็กเล็ก ๆ ได้อย่างดี เด็กผู้ชายคนหนึ่งปรากฏตัวใต้ป้ายแผ่นนั้น และถามว่า ลูกหมาที่ขายราคาเท่าไรครับ " มีหลายราคา ตั้งแต่ 30 ไปจนถึง 50 เหรียญ " เจ้าของร้านตอบ หนูน้อยล้วงเข้าไปในกระเป๋าและควักสตางค์ออกมา ผมมีอยู่ 2 เหรียญกว่าเอง ขอผมดูพวกมันหน่อยได้ไหมครับ จ้าของร้านยิ้มแล้วผิวปาก เจ้าเลดี้วิ่งออกมาจากเฉลียงข้างร้านพร้อมกับลูกสุนัขขนฟูอีก 5 ตัว หนึ่งในนั้นเดินตามมาช้า ๆ หนูน้อยสนใจลูกหมาตัวนี้ทันที เห็นได้ชัดว่ามันเดินลากขาเหมือนเป็นหมาพิการ " หมาตัวเล็ก ๆ นั่นเป็นอะไรครับ " เจ้าของร้านบอกว่าสัตวแพทย์ตรวจตรวจเจ้าลูกหมาตัวนี้แล้วพบว่า มันไม่มีสะโพก มันจะต้องเดินขากะเผลก และจะพิการไปตลอดชีวิต เด็กชายตื่นเต้นขึ้นมาทันที " ผมขอซื้อลูกหมาตัวนี้ได้ไหมฮะ " เจ้าของร้านตอบว่า " อย่าเลย หนูคงไม่อยากได้ลูกหมาตัวนี้หรอกแต่ถ้าหนูอยากได้จริง ๆ ล่ะก็ ฉันจะยกให้ " หนูน้อยเริ่มไม่พอใจ เขาจ้องหน้าเจ้าของร้านพร้อมกับชี้นิ้วพูดว่า " ผมไม่ต้องการให้คุณยกมันให้ผมฟรี ๆ หมาตัวนี้มีค่ามากเท่ากับตัวอื่น ๆ ทั้งหมดและผมก็จะจ่ายให้คุณเต็มราคาด้วย แต่ผมจะให้คุณไปก่อน 2 เหรียญและจะผ่อนให้เดือนละ 50 เซ็นต์จนกว่าจะครบ " เจ้าของร้านยังค้านอีกว่า " หนูไม่อยากได้ลูกหมาตัวนี้หรอก มันวิ่งไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้ และเล่นกับหนูเหมือนกับลูกหมาตัวอื่น ๆ ก็ไม่ได้ " ถึงตอนนี้ หนูน้อยจึงนั่งลงและถกขากางเกงให้เจ้าของร้านเห็น ขาข้างซ้ายที่ลีบเล็ก และมีเหล็กแท่งใหญ่พยุงเอาไว้ เขาเงยหน้ามองเจ้าของร้านและพูดนุ่ม ๆ ว่า " นี่ไงครับ ผมเองก็วิ่งไม่ได้เหมือนกันและลูกหมาตัวนี้ก็คงต้องการใครสักคนที่เข้าใจมัน" » เว็บที่เราอ่านมา
หมวด: สำหรับเด็ก, บทความ, บทความซึ้งๆ, บทความดีๆ, บทความเพราะๆ, นิทาน, นิทานสอนใจ, เรื่องเล่า
z
เรื่องเล่า ตลกๆ ขำขำ ชายแก่กับคนขับรถแท็กซี่

เรื่องเล่า ตลกๆ ขำขำ ชายแก่กับคนขับรถแท็กซี่

บาทหลวงคนหนึ่ง กำลังเข้าแถวอยู่ที่ประตูสวรรค์ คนก่อนหน้าเขาเป็นไอ้หนุ่มคนหนึ่งสวมแว่นกันแดด เสื้อตัวโคร่ง แจ็คเก็ตหนังและกางเกงยีนส์ เทวทูตถามไอ้หนุ่มว่า “เจ้าคือใคร ข้าจะพิจารณาว่าเจ้าควรจะได้เข้ามาอยู่ในดินแดนของพระเจ้าหรือไม่” ไอ้หนุ่มตอบ “ผมชื่อ โจ โคเฮน เป็นคนขับรถแท็กซี่อยู่เมืองนิวยอร์ก” เทวทูตตรวจสอบในบัญชีรายชื่อสักพักแล้วยิ้ม “ใส่เสื้อคลุมผ้าไหมนี่แล้วรับไม้เท้าทองคำไป ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนของพระเจ้า” ทีนี้ก็ถึงตาของบาดหลวง เขายืนตรงอย่างมั่นใจ แล้วแนะนำตัว “ผมชื่อโจเซฟ สโนว์ เป็นบาทหลวงของโบสถ์เซนต์แมรี่ ทำงานรับใช้พระผู้เป็นเจ้ามา 43 ปีเต็ม” เทวทูตตรวจสอบอยู่ในบัญชีรายชื่อแล้วบอกเขา “รับเสื้อคลุมผ้าป่านกับไม้เท้าบรอนซ์ เจ้าจะได้อยู่ในดินแดนของพระเจ้า” “เดี๋ยวก่อนครับ” บาทหลวงประท้วง “ไอ้หนุ่มเมื่อกี้เป็นคนขับรถแท็กซี่ เขาได้เสื้อคลุมผ้าไหมกับไม้เท้าทองคำ มันเป็นไปได้ยังไงกันครับนี่” “ที่นี่ เราวัดกันที่ผลงาน” เทวทูตตอบเย็นชา “เวลาเจ้าเทศน์ ผู้คนหลับหมด แต่เวลาเขาขับรถ ผู้คนสวดภาวนา”
หมวด: คลายเครียด, เรื่องขำขำ, เรื่องตลก, เรื่องเล่า, เบาสมอง
เรื่องสั้นขำๆ เมื่อสามีกำลังจะบอกเลิกภรรยา บนรถที่ภรรยาเป็นคนขับ

เรื่องสั้นขำๆ เมื่อสามีกำลังจะบอกเลิกภรรยา บนรถที่ภรรยาเป็นคนขับ

สามีภรรยาคู่หนึ่งที่อยู่ด้วยกันมานานกว่า 20 ปี กำลังนั่งรถไปงานเลี้ยงด้วยกัน โดยภรรยาเป็นคนขับด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วจู่ๆ สามีก็เอ่ยน้ำเสียงอย่างเย็นชาว่า " เราแต่งงานกันมายี่สิบปีแล้ว ที่ผ่านมาคุณดีกับผมก็จริง แต่ตอนนี้ผมพบคู่ชีวิตคนใหม่แล้ว เธอคือเลขาฯ คนสวยของผมเอง" ภรรยาขับเร็วขึ้นเป็น 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามีพูดต่อว่า "ผมต้องการหย่ากับคุณโดยเร็วที่สุด ตลอดชีวิตการแต่งงานผมทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ส่วนคุณทำแต่งานบ้านเท่านั้น ดังนั้นหุ้นบริษัทกับบ้านหลังใหญ่ควรเป็นกรรมสิทธ์ของผม" ภรรยาขับเร็วขึ้นเป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่งโมง "ส่วนเงินในธนาคารห้าสิบล้าน ผมจะเจียดให้คุณไปทำทุนสักห้าแสน นอกจากนี้คุณยังอยากได้อะไรอีกไหม" ?????? "ไม่ต้องหรอกค่ะ สิ่งที่ฉันอยากได้ที่สุดฉันมีแล้ว แต่คุณไม่มี" ภรรยาตอบเสียงเย็นชาเช่นกัน พลางกดคันเร่งเร็วขึ้นเป็น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง "อะไรล่ะที่คุณมีแต่ผมไม่มีน่ะ" ??????? "ถุงลมนิรภัย"
หมวด: บทความ, เรื่องขำขำ, เรื่องตลก, เรื่องสั้น, เรื่องเล่า
คุณเชื่อไหม.. เรื่องคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน (soul mate)

คุณเชื่อไหม.. เรื่องคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน (soul mate)

เค้าพูดถึง soul mate เอาไว้ว่า.... "soul mate" จะเป็นเพื่อน เป็นคนรัก หรือเป็นคนรู้จักก็ได้ มีคุณสมบัติ คือ ต้องเคยใช้ชีวิตชาติปางก่อนมาด้วยกัน ครั้งแรกที่พบกันในชาตินี้ ต้องรู้สึกทันทีว่าคุ้นมากๆๆๆๆมีอะไรบางอย่างสื่อถึงกัน รู้สึกสบายใจและไว้วางใจในทันที เมื่อมีปัญหาแตกร้าว ก็เข้าใจกัน แก้ไขได้ด้วยกันโดยง่าย "soul mate" มิใช่ "เนื้อคู่" แต่เพียงอย่างเดียว มีถึง 3 แบบด้วยกัน แบบที่ 1 เรียกว่า Companion Soul Mates คือ คนที่เป็นเพื่อนก็ได้ เป็นครูก็ได้ เป็นเจ้านายก็ได้ เป็นใครสักคนเป็นคนแปลกหน้าผ่านมาเวลารถเสียแล้วช่วยซ่อมให้ก็ไ ด้ไม่คิดตังค์ ไม่ล่อลวงไปข่มขืน หรือเป็นคนที่ได้พบปะพูดคุยด้วยไม่กี่ ครั้ง หรือเพียงครั้งเดียวแต่เป็นแรงบันดาลใจส่งให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแ ปลงไปในทางที่ดีเป็นคนที่เราจะได้พบในช่วงสั้นๆ ในชีวิต เพราะชาติที่แล้วเราเคยช่วยเหลือกันมาก่อนในระยะเวลาจำกัด…แรงบ ันดาลใจ ฉันจะเป็นเหมือนเธอ จะทำให้ได้อย่างเธอ แบบที่ 2 เรียกว่า Twin Soul Mates คือ คนที่เราเป็นเพื่อนกันมาหลายชาติแล้วพอชาตินี้มาเจอกัน! อีกก็ได้เป็นเพื่อนกันอีกคล้ายๆ พวกที่1 แต่จะรู้สึกถึงมิตรภาพที่ผูกพันแนบแน่นกว่าแบบว่าสื่อถึงกันได้ ทางโทรจิต คล้ายว่าเป็นฝาแฝดกันน่ะ พอได้รู้จักกันแล้วก็จะรับรู้ทุกข์สุขกันไปตลอด ชีวิตร่วมทุกข์ร ่วมสุขประมาณว่า ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนไหนในโลกก็รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าอีกคนกำลังรู้สึกอย่างไร จะเป็นคนที่ปลอบคุณเวลาที่คุณทำผิดพลาด คอยเช็ดน้ำตาให้คุณเมื่อทุกใจเพื่อนตายก็ว่าได้เลย แบบที่ 3 เรียกว่า A Twin Flame Soul Mates แบบ นี้มีคนเดียว หายาก และพบยาก จะพบกันก็เพราะความผูกพันธ์ที่ผูกคุณและเค้าไว้ส่วนมากจะเป็นเพ ศตรงข้าม ทั้งชีวิตนี้จะมีได้แค่คนเดียวเป็นคนที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันมาหล ายชาติภพแล้ว เป็นจิตวิญญาณของกันและกัน พอพบกันครั้งแรก จะเหมือนมีประจุไฟฟ้าแล่นเข้าหากัน ดั่งเหมือนมีมนต์จะรู้สึกถูกชะตา รู้สึกดีเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ จะรู้อยู่ลึกๆ ทันทีว่านี่คือคู่ของเราต้องเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกั บใครมาก่อน จะรู้สึกแบบนี้กับคนๆนี้คนเดียวเท่านั้น เป็นคนที่ได้ยินชื่อ พบกัน หรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกันเค้าแล้วคุณรู้สึกอย่างนี้ จะเป็นความรู้สึกที่แปลกคุณจะรู้สึกได้( สำหรับคนที่เจอแล้วนะ)ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ไม่เหมือนใคร แตกต่างจากคนที่เรารู้จัก หรือคนธรรมดาทั่วๆไปที่ได้พบ ป.ล. แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ไม่ใช่ soul mateที่เกิดแต่ชาติปางก่อน นะจ๊ะ ห้ามมั่วนิ่ม! พวกที่เอะอะปิ๊ง เห็นเค้าน่ารักดี ก็บอกว่าใช่ รู้สึกดีๆ กับเค้าเพราะเหมือนคนที่เรารู้จัก คนที่เรารัก หรือเป็นตัวแทนของใคร เพราะได้ใกล้ชิดกัน กลายเป็นความผูกพันธ์ที่เกิดในชาตินี้ สงสาร(เธอจัง…มาจีบอยู่หลายปี) ** soul mate ที่จะพบกัน ไม่จำเป็นหรอกนะว่าจะเป็นคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน ขอแค่คุณให้ความรักกับคนรอบตัวคุณ คุณก็จะพบกับ soul mate ที่อยู่ในชาตินี้แล้วหละ ความผูกพันธ์อยู่ที่ตัวของคุณเองว่าจะสร้างมันขึ้นมายังไง**
หมวด: คิดนึก, ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องน่ารู้, เรื่องเล่า
เรื่องเล่าขำขำ คลายเครียด ระหว่าง ยาย.. หลาน

เรื่องเล่าขำขำ คลายเครียด ระหว่าง ยาย.. หลาน

ยาย : ว่างไหมเนี่ยหลานเอ้ย? หลาน : ว่างคับ ยาย : คุยด้วยคนนะหลานเอ้ย หลาน : เอาสิคับยาย..นั่งก่อนคับ ยาย : งั้นเอ็งก็ลุกขึ้นสิ หลาน : ทำไมผมต้องลุกขึ้นด้วยล่ะ ยาย : ยายจะได้นั่งก่อน หลาน : ................ มีอีก
หมวด: คลายเครียด, เรื่องขำขำ, เรื่องตลก, เรื่องสั้น, เรื่องเล่า
บทความรักซึ้งๆ ดอกกุหลาบสีแดง แทนรัก

บทความรักซึ้งๆ ดอกกุหลาบสีแดง แทนรัก

กุหลาบแดงคือดอกไม้สุดโปรดของเธอ และเธอก็ชื่อโรส ซึ่งหมายถึงกุหลาบด้วย ทุกปีสามีของเธอจะส่งดอกกุหลาบผูกโบว์น่ารักให้ แม้กระทั่งปีที่เขาตายจากไป เธอก็ยังได้รับดอกกุหลาบซึ่งมาส่งที่หน้าบ้าน การ์ดที่แนบมาเขียนไว้ว่า "ที่รักของผม" เหมือนกับหลาย ๆ ปีก่อนหน้านี้ แต่ละปีที่เขาส่งดอกกุหลาบให้เธอ เขาจะเขียนว่า "ปีนี้ผมรักคุณมากกว่าที่ผมเคยรักเมื่อปีก่อน เพราะความรักของผมเติบโตขึ้นทุกปีที่ผ่านไป" เธอรู้ว่านี่คือกุหลาบช่อสุดท้ายแล้วที่เธอจะได้รับ เธอคิดว่าเขาคงสั่งดอกไม้ล่วงหน้าก่อนถึงวันวาเลนไทน์ โดยที่เขาไม่รู้ว่า เขาจะจากไป เขามักจะทำอะไรเอาไว้ล่วงหน้าเสมอ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดแม้ว่าเขาจะงานยุ่งแค่ไหนก็ตาม มีอีก
หมวด: ความรัก, บทความ, บทความรัก, เรื่องสอนใจ, เรื่องสั้น, เรื่องเล่า
เรื่องเล่าขำขำ คลายเครียด “มันมาจาก… ญี่ปุ่น”

เรื่องเล่าขำขำ คลายเครียด “มันมาจาก… ญี่ปุ่น”

คาสุชินักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นคนหนึ่งได้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย หลังจากที่ได้ท่องเที่ยวไปตามแหล่งธรรมชาติต่างๆ ของเมืองไทยแล้วก็ได้ได้เรียกแท็กซี่คันหนึ่ง เพื่อว่าจ้างให้ไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ ระหว่างทางได้มีรถฮอนด้าขับผ่านไป หนุ่มญี่ปุ่นก็รีบร้องตะโกนทักอย่างเสียงดังว่า มีอีก
หมวด: ขำขำ, คลายเครียด, บทความ, เรื่องตลก, เรื่องเล่า, เรื่องเล่าขำขำ
เรื่องเล่าขำขำ “ใครโง่กว่ากัน?????”

เรื่องเล่าขำขำ “ใครโง่กว่ากัน?????”

ใครโง่ กว่า ? มีเจ้านายสองคน เถียงกันว่า เจ้านายA : ลูกน้องกูน่ะ โง่กว่า เจ้านายB : อย่าเมาๆ ลูกน้องกูสิ โง่กว่า เจ้านายA : ได้! มาพิสูจน์กัน เฮ้ย มึงเอา 1 บาทไปซื้อทีวี 50 นิ้วมา ลูกน้อง A : ครับๆ เจ้านาย B : เฮ้ย! มึงเดินไปดูสิว่ากูอยู่ที่ทำงานหรือเปล่า ลูกน้องB : ครับๆ เมื่อทั้งสองเดินไป ก็ไปเจอกันระหว่างทาง ลูกน้องA : มึงว่าเจ้านายกูโง่เปล่าวะ นี่วันอาทิตย์แท้ๆ ให้กูไปซื้อทีวี ลูกน้องB : เหมือนเจ้านายกูเลย ให้ไปดูว่ามันอยู่ที่ทำงานเปล่า แม่งที่จริงโทรไปถามก็จบแล้ว
หมวด: ขำขำ, คลายเครียด, ผ่อนคลาย, เรื่องตลก, เรื่องเล่า
เรื่องเล่าขำขำ ความจริงเป็นสิ่ง..ทำให้ไม่ตาย

เรื่องเล่าขำขำ ความจริงเป็นสิ่ง..ทำให้ไม่ตาย

มีชายหนุ่มที่แต่งงานแล้วคนหนึ่ง  เค้าเป็นนักธุรกิจ.. วันหนึ่งความใกล้ชิดเป็นเหตุ  เค้ากับเลขาเกิด อารมณ์เสน่หาขึ้นมา ทั้งคู่จึงไปลงเอยกันที่บ้านของเลขาสาวสวย และใช้เวลาร่วมรักกันตลอดบ่าย และเผลอผล่อยหลับด้วยความอ่อนเพลีย จนกระทั่งสองทุ่ม  ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัว .. ตายละวา ป่านนี้ยังไม่กลับบ้านเดี๋ยวภรรยาจะต้องสงสัยแน่ๆ มีอีก
หมวด: คลายเครียด, ผ่อนคลาย, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องขำขำ, เรื่องตลก, เรื่องเล่า
เคยดูรึยัง
คุณเชื่อไหม.. เรื่องคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน (soul mate)

คุณเชื่อไหม.. เรื่องคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน (soul mate)

เค้าพูดถึง soul mate เอาไว้ว่า.... "soul mate" จะเป็นเพื่อน เป็นคนรัก หรือเป็นคนรู้จักก็ได้ มีคุณสมบัติ คือ ต้องเคยใช้ชีวิตชาติปางก่อนมาด้วยกัน ครั้งแรกที่พบกันในชาตินี้ ต้องรู้สึกทันทีว่าคุ้นมากๆๆๆๆมีอะไรบางอย่างสื่อถึงกัน รู้สึกสบายใจและไว้วางใจในทันที เมื่อมีปัญหาแตกร้าว ก็เข้าใจกัน แก้ไขได้ด้วยกันโดยง่าย "soul mate" มิใช่ "เนื้อคู่" แต่เพียงอย่างเดียว มีถึง 3 แบบด้วยกัน แบบที่ 1 เรียกว่า Companion Soul Mates คือ คนที่เป็นเพื่อนก็ได้ เป็นครูก็ได้ เป็นเจ้านายก็ได้ เป็นใครสักคนเป็นคนแปลกหน้าผ่านมาเวลารถเสียแล้วช่วยซ่อมให้ก็ไ ด้ไม่คิดตังค์ ไม่ล่อลวงไปข่มขืน หรือเป็นคนที่ได้พบปะพูดคุยด้วยไม่กี่ ครั้ง หรือเพียงครั้งเดียวแต่เป็นแรงบันดาลใจส่งให้วิถีชีวิตเปลี่ยนแ ปลงไปในทางที่ดีเป็นคนที่เราจะได้พบในช่วงสั้นๆ ในชีวิต เพราะชาติที่แล้วเราเคยช่วยเหลือกันมาก่อนในระยะเวลาจำกัด…แรงบ ันดาลใจ ฉันจะเป็นเหมือนเธอ จะทำให้ได้อย่างเธอ แบบที่ 2 เรียกว่า Twin Soul Mates คือ คนที่เราเป็นเพื่อนกันมาหลายชาติแล้วพอชาตินี้มาเจอกัน! อีกก็ได้เป็นเพื่อนกันอีกคล้ายๆ พวกที่1 แต่จะรู้สึกถึงมิตรภาพที่ผูกพันแนบแน่นกว่าแบบว่าสื่อถึงกันได้ ทางโทรจิต คล้ายว่าเป็นฝาแฝดกันน่ะ พอได้รู้จักกันแล้วก็จะรับรู้ทุกข์สุขกันไปตลอด ชีวิตร่วมทุกข์ร ่วมสุขประมาณว่า ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนไหนในโลกก็รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าอีกคนกำลังรู้สึกอย่างไร จะเป็นคนที่ปลอบคุณเวลาที่คุณทำผิดพลาด คอยเช็ดน้ำตาให้คุณเมื่อทุกใจเพื่อนตายก็ว่าได้เลย แบบที่ 3 เรียกว่า A Twin Flame Soul Mates แบบ นี้มีคนเดียว หายาก และพบยาก จะพบกันก็เพราะความผูกพันธ์ที่ผูกคุณและเค้าไว้ส่วนมากจะเป็นเพ ศตรงข้าม ทั้งชีวิตนี้จะมีได้แค่คนเดียวเป็นคนที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันมาหล ายชาติภพแล้ว เป็นจิตวิญญาณของกันและกัน พอพบกันครั้งแรก จะเหมือนมีประจุไฟฟ้าแล่นเข้าหากัน ดั่งเหมือนมีมนต์จะรู้สึกถูกชะตา รู้สึกดีเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ จะรู้อยู่ลึกๆ ทันทีว่านี่คือคู่ของเราต้องเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกั บใครมาก่อน จะรู้สึกแบบนี้กับคนๆนี้คนเดียวเท่านั้น เป็นคนที่ได้ยินชื่อ พบกัน หรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกันเค้าแล้วคุณรู้สึกอย่างนี้ จะเป็นความรู้สึกที่แปลกคุณจะรู้สึกได้( สำหรับคนที่เจอแล้วนะ)ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ไม่เหมือนใคร แตกต่างจากคนที่เรารู้จัก หรือคนธรรมดาทั่วๆไปที่ได้พบ ป.ล. แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ไม่ใช่ soul mateที่เกิดแต่ชาติปางก่อน นะจ๊ะ ห้ามมั่วนิ่ม! พวกที่เอะอะปิ๊ง เห็นเค้าน่ารักดี ก็บอกว่าใช่ รู้สึกดีๆ กับเค้าเพราะเหมือนคนที่เรารู้จัก คนที่เรารัก หรือเป็นตัวแทนของใคร เพราะได้ใกล้ชิดกัน กลายเป็นความผูกพันธ์ที่เกิดในชาตินี้ สงสาร(เธอจัง…มาจีบอยู่หลายปี) ** soul mate ที่จะพบกัน ไม่จำเป็นหรอกนะว่าจะเป็นคู่กันมาแต่ชาติปางก่อน ขอแค่คุณให้ความรักกับคนรอบตัวคุณ คุณก็จะพบกับ soul mate ที่อยู่ในชาตินี้แล้วหละ ความผูกพันธ์อยู่ที่ตัวของคุณเองว่าจะสร้างมันขึ้นมายังไง**
หมวด: คิดนึก, ความรัก, บทความ, บทความดีๆ, เรื่องน่ารู้, เรื่องเล่า
เรื่องขำขำ ผู้ชายไม่กินเหล้า ไม่เที่ยว เป็นไง

เรื่องขำขำ ผู้ชายไม่กินเหล้า ไม่เที่ยว เป็นไง

ชายคนหนึ่งเดินออกจากผับ มีขอทานคนหนึ่งหน้าตามอมแมม ตามตัวสกปรกนั่งอยู่ข้างทาง ' พี่ขอเงินสัก 20 ซิผมยังไม่กินข้าวเลย ' ขอทานเอ่ยปาก ชายหนึ่งหยุดกึ่ก........ แล้วบอกว่า ' เอาอย่างนี้ ไปกินเหล้ากับพี่ พี่เลี้ยงเอง ' ขอทานบอก ' ไม่เป็นไรครับพี่ ผมไม่กินเหล้า ' มีอีก
หมวด: ขำขำ, คลายเครียด, นิทาน, เรื่องตลก, เรื่องเล่า
เรื่องสั้น ขำขำ ยายขายขนมไทย

เรื่องสั้น ขำขำ ยายขายขนมไทย

ยายคนหนึ่ง มีอาชีพขายขนมไทย แต่ขายได้ไม่ดีนัก เพราะขนมไทย ไม่เป็นที่นิยมมากเท่าใด แต่ทุกเช้า จะมีชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง มาซื้อขนมกับแกทุกวัน โดยชายหนุ่มจะยื่นเงินให้ยายคนนั้น 20 บาท โดยที่ไม่ได้รับขนมไปเลย แต่ชายหนุ่มคนนั้น ก้อทำเช่นนี้มาตลอด ไม่มีขาด ยายก็ได้แต่พูดขอบใจทุกครั้ง อยุ่มาวันหนึ่ง ชายหนุ่มก้อทำเช่นเดิม ยื่นเงินให้ยาย 20 บาท แล้วกำลังจะเดินจากไป แต่คราวนี้ ยายจับแขนชายหนุ่มไว้ แล้วเอ่ยปากว่า "พ่อหนุ่ม" ชายหนุ่มรีบตอบกลับว่า "ยายครับ ยายไม่ต้องสงสัยหรือเอ่ยถามหรอกครับ ผมทำแบบนี้ทุกวัน เพราะผมอยากช่วยยายครับ" ชายหนุ่มตอบพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน ยายตอบกลับว่า "เปล่า.. ยายจะบอกว่า ขนมยายขึ้นราคาเป็น 25 บาทแล้ว
หมวด: ขำขำ, คลายเครียด, ตลก, นิทาน, เรื่องสั้น, เรื่องเล่า
เรื่องเล่าน่าอ่าน “หมาขี้เรื้อน” เปลี่ยนคนใจดำ

เรื่องเล่าน่าอ่าน “หมาขี้เรื้อน” เปลี่ยนคนใจดำ

เรื่อง มีอยู่ว่า พี่ชิตแกเป็นคนใจดำครับชอบยิงนกตกปลาไปเรื่อย แต่ที่หนักก็คงเป็นเนื้อหมา แกกินแหลกครับแต่ แม่แกบอกมันบาปนะลูก(ไม่สนโว้ย) เมื่อราว 15 ปีก่อน มีเหตุการณ์ที่ทำให้แกเปลี่ยนไป ครั้งนั้นมีหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งครับมันมักวิ่งไปหาของกินแถวๆบ้านแกบ่อย เพราะบ้านแกติดตลาด พี่แกกินหมาอยู่บ่อยๆแต่ กรณีหมาขี้เรื้อนแกบอก 'xxxกินไม่ลงว่ะ' แกทำอย่างเดียวคือไล่ฆ่า แต่มันรอดได้ทุกครั้ง (สงสัยมีของ) มันไปหาของกินทีบางทีก็ได้บางทีก็ไม่ได้ คราวนั้นเนื้อแห้งที่แกตากไว้หายไป พอมองไปก็เห็นแม่หมาขี้เรื้อนวิ่งหลุนๆไป แกเดือดทันทีครับวิ่งตามไป คราวนี้ทันครับเพราะหมา ขี้เรื้อนวิ่งช้ามาก แก ทุบไปทีเดียวหมานั่นล้มลงชักทันที (แกบอกว่าหากตีตรงจุดแค่ไม้บรรทัดก็ตาย) แกทิ้งไว้ตรงนั้นไม่อยากจับแต่ จะทำกินตรงนั้น จึงกลับบ้านไปเตรียมของ (แค้นจัดอยากกินหมาขี้เรื้อน) ให้ผมเฝ้าไว้ ผมก็มัวแต่เก็บตะขบจนลืมดู (ในใจอยากให้มันรีบไปจะได้ไม่ตาย) มันไปจริงครับหายวับไป พี่ชิตแกโกรธมากคงอยากเตะผมเต็มแก่ แต่ลุงผม แกเป็นนักเลงใหญ่และเป็นคนสอนวิธีฆ่าหมาให้ ก็ต้องวิ่งตามอย่าง เดียวพร้อมบ่น 'ทำไมมันไม่ตายวะ' พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงหมาเห่า แกตามทันทีพอไปถึง ภาพที่เห็น .............................................. หมา ขี้เรื้อนกำลังจะตายมันมีลูกที่ต้องเลี้ยง 5 ตัวครับ วัยกำลังหย่านมบางตัวยังกินนมอยู่ บางตัวก็วิ่งไปคาบเนื้อที่แม่หมาขี้เรื้อนคาบไปฝาก (เห็นกับตา) ที่มันยังไม่ยอมตายเพราะต้องกลับไปให้นมลูก แม้น้ำนมแห้งกรัง เอาอาหารไปให้ลูกมัน เรียกลูกๆเพื่อให้นม ให้อาหาร เป็นครั้งสุดท้าย แม่หมาพยายามอย่างดีที่สุด มันมองผมกับพี่ชิตอย่างขอร้อง ขอให้มันให้นมลูกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย ไม่อยากเชื่อนั่น คือน้ำตาของหมาขี้เรื้อน มันแค่ต้องการให้นมลูกก่อนตาย พี่ชิตไม้ หล่นลงกับพื้น เดินเข้าไปดูแม่หมานั่น ในยามนั้นสิ่งที่แกเห็นไม่ใช่หมาขี้เรื้อน แต่ แกเห็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ที่ทนเจ็บกลับไปหาลูก แกไม่พูดอะไรทุกอย่างจุกอยู่ ที่ลำคอสายตาอ่อนโยนลง ลูกหมาตัวหนึ่งวิ่งไปหาแกกระดิกหางให้ แกอุ้มลูกหมาขึ้นพร้อมพูดว่า 'ขอโทษ' พูดได้แค่นั้นแม่หมาก็ตาย เราช่วยกันฝังแม่หมา แกรับเลี้ยงหมานั่น ไว้ ทั้ง5ตัวตั้งแต่นั้นแกกลายเป็นคนใจดีไม่ไล่ยิงนกยิงหมายิงแมวอีกแกบอก 'มันอาจมีลูกรออยู่ก็ใด้' เมื่อ 12 สิงหา 2 ปีที่แล้ว แกเอามะลิร้อยเป็นพวงไปให้แม่ทั้งๆที่ไม่เคยทำ พูดกับแม่ว่า 'แม่ตอนผมอายุ16 แม่สอนผมยังไงนะสอนอีกหนใด้ไหมครับ' แม่แกน้ำตาคลอพูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อแม่หมาขี้เรื้อนตายไป1ตัว กลับทำให้คนใจดำอย่างแกเปลี่ยนไป ขนาดนี้ รักแม่ . . .
หมวด: บทความ, บทความดีๆ, บทความสอนใจ, นิทานสอนใจ, เรื่องดีๆ, เรื่องเล่า, เรื่องเล่าสอนใจ
ไปข้างบน